www.touronthai.com

หน้าหลัก >> กรุงเทพมหานคร >> วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์)

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์)

 วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) อยู่ที่ถนนสนามไชย ข้างพระบรมหาราชวัง เป็นวัดเก่าแก่ซึ่งพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อให้พระภิกษุสงฆ์ได้เล่าเรียนพระปริยัติธรรม วัดนี้ถือเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 1 ครั้นถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวได้โปรดเกล้าฯ ให้บูรณะวัดโพธิ์ใหม่ทั้งหมด และได้นำเอาตำราวิชาการด้านต่างๆ มาจารึกไว้โดยรอบ เพื่อเป็นการเผยแพร่ความรู้แก่ประชาชน ถือได้ว่าวัดโพธิ์เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของไทย นอกจากนี้ที่วัดโพธิ์ยังมีพระพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 3 ก่ออิฐถือปูนปิดทองทั้งองค์ ยาว 46 เมตร สูง 15 เมตร ที่ฝ่าพระบาทแต่ละข้างมีลวดลายประดับมุกเป็นภาพมงคล 108 ประการ อันเป็นลักษณะอย่างหนึ่งของมหาบุรุษตามคติของอินเดีย

    เดินทางสู่วัดโพธิ์ สำหรับการเข้าไหว้พระหรือเยี่ยมชมวัดสำคัญๆ ต่างๆ ในกรุงเทพฯ การเดินทางนั้นส่วนใหญ่จะเป็นรถสาธารณะ หรือไม่ก็เดินไหว้พระแบบวันเดียว 9 วัดก็แล้วแต่ การนำรถส่วนตัวมาเองนั้นจะไม่สะดวกตอนที่ต้องหาที่จอด เพราะพื้นที่รอบๆ วัด บางครั้งก็เป็นพื้นที่ห้ามจอด ในทริปนี้เราเดินทางมาไหว้พระที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้วมรกต แล้วเดินมาที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือวัดโพธิ์ ประตูวัดโพธิ์มีหลายด้าน หากเดินตามเส้นทาง 9 สิ่งมหัศจรรย์วัดโพธิ์ ก็จะต้องเข้าประตูถนนท้ายวัง ใกล้ๆ แยกถนนมหาราช พอเข้ามาจะได้พบวิหารพระนอนก่อน เพราะวิหารพระนอนนับเป็น๙ สิ่งมหัศจรรย์วัดโพธิ์ อันดับแรก

    เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00 – 18.00 น. ไม่เสียค่าเข้าชมสำหรับชาวไทย ชาวต่างชาติคนละ 50 บาท ต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2222 5910, 0 2226 2942, 0 2226 1743, 0 2225 9595

    ในวันที่ 31 มีนาคม 2551 จารึกวัดโพธิ์ จะได้รับประกาศนียบัตรรับรองให้เป็น "มรดกแห่งความทรงจำแห่งโลก (Memory of the World)" จากองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ องค์การยูเนสโก (UNESCO)

ติดต่อสอบถาม:ททท.สำนักงานกรุงเทพฯ http://www.tourismthailand.org/bangkok

การเดินทาง แผนที่ ที่เที่ยว/ที่พัก

ภายในวิหารพระนอนหรือพระไสยาสน์

ภายในวิหารพระนอนหรือพระไสยาสน์ ทางเดินด้านหลังองค์พระนอนเป็นทางเดินตรงเหมือนด้านหน้าขององค์พระ ผนังด้านในของพระวิหารพระไสยาสน์มีภาพจิตรกรรมที่งดงามมากมาย สำหรับช่วงเทศกาลจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเยอะมากจนบางครั้งไม่สามารถจะหยุดเดิน หรือถ่ายรูปแบบใช้ขาตั้งได้ ก่อนสมัยรัชกาลที่ 3 นั้น พื้นที่บริเวณวิหารพระพุทธไสยาสน์ปัจจุบันยังมิได้อยู่ในเขตของวัด แต่เป็นวังที่ประทับของพระเจ้าน้องนางเธอพระองค์เจ้ากุ หรือที่เรียกกันว่า เจ้าครอกวัดโพธิ์ (ต่อมาได้รับการสถาปนาเป็นกรมหลวงนรินทรเทวี) ต่อมาเมื่อพระนางสิ้นพระชนม์ลงพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้สร้างวังใหม่ประทานแก่ลูกหลาน รวมพื้นที่ดังกล่าวเข้ากับวัดโพธิ์ แล้วสถาปนาวิหารพระพุทธไสยาสน์

มหัศจรรย์พระพุทธไสยาสน์

มหัศจรรย์พระพุทธไสยาสน์ 9 สิ่งมหัศจรรย์วัดโพธิ์ อันดับที่ 1 มหัศจรรย์พระพุทธไสยาสน์ วิหารพระพุทธไสยาสน์สร้างขึ้นในรัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งภายในวิหารประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ โดยมีลักษณะพิเศษ คือ มีการประดับมุกภาพมงคล 108 ประการที่บริเวณฝ่าพระบาท

มหัศจรรย์พระพุทธไสยาสน์

มหัศจรรย์พระพุทธไสยาสน์ การประดับมุกภาพมงคล 108 ประการที่บริเวณฝ่าพระบาทตามที่คัมภีร์ปฐมสมโพธิกถาของสมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระปรมานุชิตชิโนรส พระพุทธบาทที่ประดับด้วยลายมงคล 108 ประการนั้น ปรากฏมานานแล้วตั้งแต่ในศิลปะสุโขทัยและอยุธยา อย่างไรก็ดี ระบบการเรียงมงคลนั้นกลับแตกต่างกันออกไปตามยุคสมัย บริเวณติดกับนิ้วพระบาท ปรากฏภาพพรหม 16 ชั้น ซึ่งแสดงเป็นรูปพรหม 4 หน้าประทับนั่งบนบัลลังก์ ถัดลงมาได้แก่เขาพระสุเมรุซึ่งแสดงเป็นรูปโขดหินที่มีวิมานของพระอินทร์ตั้งอยู่ โดยที่มีพระอาทิตย์ พระจันทร์ โคจรอยู่โดยรอบ ด้านล่างจักรกลางพระบาท ปรากฏสระอโนดาตซึ่งมีปากสระ 4 ปาก คือปากรูปช้าง ปากรูปม้า ปากรูปโค และปากรูปสิงห์ รวมถึงแก้ว 7 ประการของพระจักรพรรดิซึ่งประกอบด้วย ช้างแก้ว ม้าแก้ว ขุนพลแก้ว ขุนคลังแก้ว นางแก้ว แว่นแก้วและจักรแก้ว การนำเอาจักรวาลทั้งหมดมาไว้ที่ใต้พระบาท ย่อมแสดงให้เห็นว่าพระพุทธองค์ทรงเป็นโลกุตระ ทรงอยู่เหนือภูมิสาม คือ กามภูมิ รูปภูมิและอรูปภูมิทั้งมวล นอกจากนี้ ยังอาจตีความได้ว่า พระพุทธองค์ทรงปฏิเสธมนุษยสมบัติ เทวสมบัติและพรหมสมบัติ ทั้งหมดจึงมาอยู่ใต้พระบาทของพระพุทธองค์ วิหารที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ก็มีลักษณะที่น่าสนใจ เป็นตัวอย่างของอาคารทรงไทยประเพณีผสมอิทธิพลจีน-ฝรั่งในสมัยรัชกาลที่ 3 ได้เป็นอย่างดี กล่าวคือ เป็นอาคารที่มีหน้าบันแบบไทยประเพณี คือมีช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ หน้าบันเป็นลายเครือเถาซึ่งเป็นลักษณะที่นิยมในรัชกาลนี้ อย่างไรก็ตาม เสากลับเป็นเสาสี่เหลี่ยมไม่ย่อมุมและไม่มีบัวหัวเสา อันเป็นลักษณะพระราชนิยม นอกจากนี้ ซุ้มประตูหน้าต่าง ยังเป็นซุ้มที่ประกอบไปด้วยลายจีนกับลายฝรั่งผสมกัน อันแสดงให้เห็นอิทธิพลจีน-ฝรั่งที่เข้ามามีบทบาทสูงในงานศิลปกรรมระยะนี้

หอระฆังวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม

หอระฆังวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ตั้งอยู่ใกล้ๆ พระวิหารพระไสยาสน์ มีลักษณะการก่อสร้างที่สวยงามปราณีต ประดับด้วยกระเบื้องสีสันสวยงาม

ซุ้มประตูภายในวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม

ซุ้มประตูภายในวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ซุ้มประตูนี้เป็นทางเดินระหว่างวิหารพระไสยาสน์ไปยังพระอุโบสถ มียักษ์ยืนเฝ้าประตูที่เรียกว่ายักษ์ทวารบาล ด้านหนึ่งเป็นลักษณะทางตะวันตก อีกด้านหนึ่งเป็นแบบจีน (คนละซุ้มประตูกันครับแต่เอามาเปรียบเทียบให้เห็นชัดๆ) ผ่านจากซุ้มประตูนี้ไปแล้วจะเป็นสิ่งมหัศจรรย์วัดโพธิ์อันดับที่ 2



สิ่งมหัศจรรย์วัดโพธิ์อันดับที่ 2

สิ่งมหัศจรรย์วัดโพธิ์อันดับที่ 2 มหัศจรรย์ตำราเวชเชตุพน ศาลาจารึกตำรานวดแผนโบราณ มีจิตรกรรมลายเส้นบอกตำแหน่งนวด นับเป็นบันทึกที่รวบรวมสรรพวิชาทั้งการแพทย์ การเมือง การปกครอง ประวัติการสร้างวัด และ วรรณคดี นับเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศ

พระมหาเจดีย์สี่รัชกาล

พระมหาเจดีย์สี่รัชกาล เป็นสิ่งมหัศจรรย์วัดโพธิ์อันดับที่ 3 ด้านหลังพระอุโบสถ ปรากฏพระมหาเจดีย์ 4 องค์ เรียกกันโดยรวมว่า "พระมหาเจดีย์สี่รัชกาล" โดยที่เจดีย์ที่เรียงกัน 3 องค์นั้น เป็นเจดีย์ประจำรัชกาลที่ 1-3 อันได้แก่พระเจดีย์ศรีสรรเพชญ์ดาญาณ เจดีย์ประจำรัชกาลที่ 1 เป็นเจดีย์องค์กลาง เจดีย์ดิลกธรรมกรกนิทาน เจดีย์ประจำรัชกาลที่ 2 เป็นเจดีย์องค์เหนือ และเจดีย์มุนีปัตตปริกขาร เจดีย์ประจำรัชกาลที่ 3 เป็นเจดีย์องค์ใต้ ทางตะวันตก ปรากฏเจดีย์อีกองค์หนึ่งซึ่งไม่ได้อยู่ในแถวเจดีย์ 3 องค์ เป็นเจดีย์ประจำรัชกาลที่ 4 ในภาพนี้จะมองเห็นองค์กลาง(องค์สูงที่สุดในภาพ) พระเจดีย์ศรีสรรเพชญ์ดาญาณ เจดีย์ประจำรัชกาลที่ 1 องค์ใต้เจดีย์มุนีปัตตปริกขาร เจดีย์ประจำรัชกาลที่ 3 และองค์ตะวันตก จำลองแบบมาจากเจดีย์ศรีสุริโยทัย มีเรือนธาตุเข้าไปภายในได้ ซึ่งจากในรูปนี้จะเห็นความแตกต่างของเจดีย์ประจำรัชกาลที่ 4 ซึ่งต่างจากเจดีย์อีก 2 องค์ได้อย่างชัดเจน

    เจดีย์ประจำรัชกาลที่ 1-3 นั้น มีลักษณะเป็น "เจดีย์ทรงเครื่อง" อันเป็นเจดีย์แบบหนึ่งในสองแบบที่เป็นที่นิยมในสมัยรัชกาลที่ 1-3 กล่าวคือ เป็นเจดีย์ที่มีแผนผังย่อมุมไม้ 20 ฐานเป็นฐานสิงห์ 3 ฐาน รองรับบัวคลุ่มซึ่งรองรับองค์ระฆังอีกทีหนึ่ง องค์ระฆังมีลักษณะยืดสูงหรือที่เรียกกันว่า "ทรงจอมแห" ยอดด้านบนมีลักษณะเป็น "บัวคลุ่มเถา" คือเป็นดอกบัวทรงคลุ่มหรือทรงบาตรซ้อนขึ้นไปเป็นชั้นๆ ปลียอดมีลักษณะเล็กเรียวแหลม หรือที่เรียกกันว่า "ไม้เรียวหวดฟ้า"

    เจดีย์ประจำรัชกาลที่ 4 นั้น กลับเป็นเจดีย์ที่จำลองมาจากเจดีย์วัดสวนหลวงสบสวรรค์ หรือที่รู้จักกันว่าเจดีย์ศรีสุริโยทัยมาสร้าง ดังที่ทราบกันโดยทั่วไปแล้วว่าพระองค์ทรงมีพระราชนิยมในการจำลองเจดีย์ในศิลปะอยุธยามาสร้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจดีย์ทรงกลม ดังปรากฏอยู่ในวัดที่ทรงสร้างโดยทั่วไป เช่น วัดมกุฏกษัตริยารามและวัดโสมนัสวิหาร อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเจดีย์ที่ปรากฏอยู่เดิมในวัดพระเชตุพนฯ นั้นเป็นเจดีย์ในผังย่อมุมไม้ 20 การออกแบบให้เจดีย์ประจำรัชกาลของพระองค์เป็นเจดีย์ทรงกลมนั้นอาจทำให้ขัดแย้งทางด้านสุนทรียภาพได้ จึงเป็นไปได้ที่มีการค้นคว้าเกี่ยวกับเจดีย์ในศิลปะอยุธยาที่มีผังย่อมุม ยังผลให้เกิดการจำลองเจดีย์ศรีสุริโยทัยในที่สุด

    เจดีย์ประจำรัชกาลที่ 4 เป็นเจดีย์ที่มี "เรือนธาตุ" ที่เข้าไปภายในได้ อันเป็นลักษณะเดียวกับเจดีย์ศรีสุริโยทัยในกรุงศรีอยุธยา ถัดขึ้นไปเป็นฐานบัวลูกแก้วในผังย่อมุมไม้ 12 ซ้อนกันรองรับองค์ระฆังซึ่งอยู่ในผังเดียวกัน ที่ยอดมีลักษณะเป็น "ปล้องไฉน" ซึ่งเป็นรูปแบบของศิลปะอยุธยาที่แตกต่างไปจาก "บัวคลุ่ม" ในส่วนเดียวกันของเจดีย์ประจำรัชกาลที่ 1-3

    เจดีย์ประจำรัชกาลที่ 4 เป็นเจดีย์ประจำรัชกาลองค์สุดท้าย เนื่องจากทรงมีพระราชดำริให้เลิกสร้างเจดีย์ประจำรัชกาล อันเนื่องมาจากเกรงว่าวัดพระเชตุพนจะมีพื้นที่คับแคบ อนึ่ง ทรงมีพระราชดำริว่า ด้วยพระเจ้าแผ่นดินทั้ง 4 พระองค์นี้ "เคยเห็นทันกัน" จึงมีเจดีย์ประจำรัชกาลเพียง 4 รัชกาลเท่านั้นในวัดพระเชตุพนฯ

หอพระไตรปิฎก

หอพระไตรปิฎก สิ่งมหัศจรรย์วัดโพธิ์อันดับที่ 4​ มหัศจรรย์ต้นตำนานสงกรานต์ไทย เป็นการจัดแสดงวิดีทัศน์เกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของสงกรานต์ของไทย นางสงรานต์ ตามคติความเชื่ออยู่ในตำนานสงกรานต์ซึ่งรัชกาลที่ 3 โปรดให้จารึกลงในแผ่นศิลาติดไว้ที่วัดโพธิ์เป็นเรื่องเล่าถึงความเป็นมาของประเพณีสงกรานต์โดยสมมุติผ่านเรื่องราวธรรมบาลกุมารและนางสงกรานต์ทั้งเจ็ดเทียบกับแต่ละวันในสัปดาห์ การจัดแสดงวิดีทัศน์จัดในอาคารด้านตะวันตกของพระมหาเจดีย์สี่รัชกาล อาคารหลังนี้เป็นอาคารที่อยู่รอบหอพระไตรปิฎก (อยู่ด้านในกำแพงใกล้เจดีย์ 4 รัชกาล) มี 4 หลัง 4 ทิศ หอพระไตรปิฎกสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 ซึ่งจากรูปแบบทางศิลปกรรมก็แสดงให้เห็นถึงสถาปัตยกรรมในสมัยรัชกาลที่ 3 อย่างชัดเจน กล่าวคือ การที่อาคารเป็นอาคารก่อนอิฐถือปูนขึ้นไปถึงหน้าบัน อาคารประดับกระเบื้องและมียอดเป็นทรงมงกุฎซึ่งลักษณะหลังนั้นเป็นลักษณะที่ปรากฏเป็นครั้งแรกในรัชกาลนี้

สิ่งมหัศจรรย์วัดโพธิ์อันดับที่ 5

สิ่งมหัศจรรย์วัดโพธิ์อันดับที่ 5 มหัศจรรย์มรดกโลกวัดโพธิ์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาให้นำองค์ความรู้จากปราชญ์ของไทย เช่นตำราการแพทย์ โบราณคดี วรรณกรรม โคลงฉันท์ กาพย์ กลอนฯลฯจารึกลงบนแผ่นหินอ่อนประดับไว้บริเวณผนังภายในวัดซึ่งความรู้ที่จารึกไว้บนแผ่นศิลาในปัจจุบันรวมเรียกว่า ประชุมจารึกวัดพระเชตุพนฯ โดยองค์การยูเนสโก มีมติรับรองให้ให้ขึ้นทะเบียนศิลาจารึกพรเชตุพนวิมลมังคลารามเป็นเอกสารมรดกความทรงจำแห่งโลก จัดแสดงในอาคารรอบหอพระไตรปิฎก ด้านตรงกันข้ามกับ มหัศจรรย์ต้นตำนานสงกรานต์ไทย ในอาคารนี้นอกจากจะมีการเก็บจารึกดังกล่าวไว้มากมายแล้ว ยังมีวัตถุโบราณ พระพุทธรูปเก่าแก่ หลายยุคหลายสมัยเก็บไว้ด้วย อาคารนี้จึงได้มีลูกกรงเหล็กดัดติดอยู่อย่างแน่นหนา ทำได้เพียงเดินชมจากด้านนอกเท่านั้น

สิ่งมหัศจรรย์วัดโพธิ์อันดับที่ 6

สิ่งมหัศจรรย์วัดโพธิ์อันดับที่ 6 มหัศจรรย์ตำนานยักษ์วัดโพธิ์ บอกเล่าเรื่องราวตำนานเกี่ยวกับยักษ์วัดโพธิ์และยักษ์วัดแจ้งซึ่งทำให้เกิดท่าเตียนในปัจจุบัน เป็นยักษ์ทวารบาลประจำซุ้มประตูทางเข้าออกบริเวณหอพระไตรปิฎก สำหรับหลายคนที่ไม่เคยรู้เรื่องนี้ คงเข้าใจว่ายักษ์วัดโพธิ์นั้นมีลักษณะศิลปะแบบจีน เพราะเป็นยักษ์ที่พบเห็นได้ที่ซุ้มประตูกำแพงวัดโพธิ์ เฉพาะยักษ์วัดโพธิ์ตนเล็กๆ ที่เห็นอยู่นี้เท่านั้นที่อยู่ในกรอบมีบานประตูทำเป็นช่องใสพอมองเห็นได้อยู่ ณ ซุ้มประตูนี้เท่านั้น



พระพุทธศาสดา

พระพุทธศาสดา เมื่อชมตำนานยักษ์วัดโพธิ์กันแล้ว ก็เดินมาทางทิศใต้ จะมีอาคารหลังหนึ่งไม่ใหญ่มาก อาคารหลังนี้เองคือ สิ่งมหัศจรรย์วัดโพธิ์อันดับที่ 7 มหัศจรรย์ผ่านภพรัตนโกสินทร์ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร หรือที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่า "วัดโพธิ์" นั้น เป็นวัดโบราณสมัยอยุธยาที่มีมาก่อนการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานี โดยมีชื่อว่า "วัดโพธาราม" อนึ่ง แม้ว่าไม่ปรากฏหลักฐานว่าสร้างขึ้นในรัชกาลใด แต่นักวิชาการก็ได้เสนอข้อมูลที่น่าสนใจว่า เนื่องจากวัดโพธิ์ไม่ปรากฏในแผนที่เมืองบางกอกของฝรั่งเศส ซึ่งวาดขึ้นในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช วัดโพธารามจึงควรมีอายุหลังรัชกาลดังกล่าว เมื่อกรุงธนบุรีได้รับการสถาปนาเป็นราชธานี วัดโพธารามซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกรุงธนบุรีฝั่งตะวันออกจึงได้รับยกฐานะขึ้นเป็นพระอารามหลวงด้วย ต่อมาเมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกฯ ทรงย้ายพระบรมมหาราชวังมาอยู่ ณ ตำแหน่งปัจจุบัน วัดโพธารามจึงอยู่หลังวัง รัชกาลที่ 1 จึงทรงมีพระราชศรัทธาปฏิสังขรณ์ใหม่ทั้งพระอารามใน พ.ศ. 2331 โดยทรงสร้างพระอุโบสถ พระระเบียงและพระวิหาร รวมถึงเจดีย์ศรีสรรเพชญ์ดาญาณและโปรดให้อัญเชิญพระพุทธรูปจากวัดร้างในหัวเมืองต่างๆ มาประดิษฐานไว้ที่พระระเบียง

    นอกจากนี้ ยังทรงพระราชทานนามวัดใหม่ว่า "วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาวาส" คำว่า "เชตุพน" นั้น มีที่มาจากคำว่า "เชตวัน" หรือ "ป่าของเจ้าเชต" อันเป็นชื่อพระอารามสำคัญที่เมืองสาวัตถีในสมัยพุทธกาล เป็นวัดที่พระพุทธองค์ประทับอยู่ยาวนานที่สุด การที่รัชกาลที่ 1 ทรงแปลี่ยนนามของวัดดังกล่าว อาจแสดงว่าพระองค์ทรงเปรียบพระองค์เองประหนึ่งพระเจ้าปเสนทิโกศล กษัตริย์เมืองสาวัตถีผู้เป็นอัครศาสนูปถัมภกที่ยิ่งใหญ่ในสมัยพุทธกาลก็เป็นได้ ส่วนสร้อยนามของวัดในปัจจุบัน คือ "มังคลาราม" นั้น ได้รับการเปลี่ยนภายหลังในสมัยรัชกาลที่ 4 วัดพระเชตุพนฯ ได้รับการบูรณะครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่งสมัยรัชกาลที่ 3 โดยมีการรื้อพระอุโบสถเดิมสมัยรัชกาลที่ 1 ลงและสร้างใหม่ นอกจากนี้ยังมีการสร้างพระเจดีย์อีกสององค์ขนาบข้างเจดีย์ของรัชกาลที่ 1 รวมถึงหอพระไตรปิฎกซึ่งอยู่บริเวณตะวันตกของวัด อาคารหลังนี้เดิมเป็นพระอุโบสถวัดโพธารามตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาแต่ภายหลังการสถาปนาพระอุโบสถหลังใหม่ของวัดพระเชตุพนแล้วจึงได้ลดฐานะเป็นศาลาการเปรียญโดยภายในมี "พระพุทธศาสดา" ประดิษฐานเป็นพระประธาน พระพุทธศาสนานั้นประดิษฐานอยู่บนฐาน แต่ในศาลาการเปรียญมีบุษบกนำมาวางไว้ตรงประตูทางเข้า เมื่อมองเข้ามาภายในจะเห็นภาพซ้อนดั่งเหมือนองค์พระพุทธศาสดา ประดิษฐานบนบุษบก

พระพุทธเทวปฏิมากร

พระพุทธเทวปฏิมากร สิ่งมหัศจรรย์วัดโพธิ์อันดับที่ 8 มหัศจรรย์วิจิตรพระพุทธเทวปฏิมากร ภายในพระอุโบสถ ประดิษฐานพระพุทธรูปปางสมาธิ ซึ่งรัชกาลที่ 1 ทรงอัญเชิญมาจากวัดศาลาสี่หน้า ด้วยประสงค์ตั้งมั่นแน่วแน่ว่า นี่จะเป็นพระนครอย่างถาวร รัชกาลที่ 1 โปรดให้ย้ายมาจากวัดคูหาสวรรค์หรือวัดศาลาสี่หน้าในฝั่งธนบุรี พระพุทธรูปองค์นี้จึงเป็นพระพุทธรูปที่มีมาก่อนการสถาปนากรุงรัตนโกสินร์เป็นราชธานี พระพุทธรูปองค์นี้ตั้งอยู่บนฐานสูงที่ซ้อนกันถึง 3 ชั้น โดยรอบปรากฏพระสาวกนั่งคุกเข่าประนมกรไหว้ โดยพระสาวกที่ชั้นบน 2 องค์นั้น น่าจะหมายถึงพระโมคคัลลานะและพระสารีบุตร อัครสาวก 2 องค์ ส่วนฐานชั้นล่างยังปรากฏพระสาวกอีก 8 องค์ ภายใต้ฐานนี้ เป็นที่ประดิษฐานพระบรมอัฐิของพระบาทมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกฯ การที่พระพุทธรูปองค์นี้ประทับบนฐานที่สูงมาก เมื่อเทียบกับพระพุทธรูปประธานของวัดในสมัยเดียวกันนั้น อาจเนื่องมาจากขนาดของพระพุทธเทวปฏิมากรซึ่งมีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับพระอุโบสถ ถ้าตั้งอยู่บนฐานเตี้ยแล้วพระพุทธรูปจะไม่สง่างาม จึงต้องสร้างฐานสูงถึง 3 ชั้นเพื่อประดิษฐานพระพุทธรูป อนึ่ง ต้องไม่ควรลืมว่าพระพุทธรูปองค์นี้ เดิมหล่อขึ้นเพื่ออุโบสถวัดคูหาสวรรค์ซึ่งมีขนาดเล็ก เมื่อมีการโปรดเกล้าฯ ให้ย้ายขึ้น พระพุทธรูปจึงมีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับพระอุโบสถวัดพระเชตุพนฯ

    ที่น่าสนใจอีกประเด็นหนึ่งก็คือ จิตรกรรมฝาผนังโดยรอบ เขียนเป็นเรื่องประวัติของพระสาวกเอตทัคคะของพระพุทธเจ้าตามคัมภีร์อรรถกถาของอังคุตตรนิกาย เช่นประวัติของพระโมคคัลลานะและพระสารีบุตร อัครสาวกเบื้องซ้ายและเบื้องขวาของพระพุทธเจ้าที่บานประตู ปรากฏจิตรกรรมเรื่องพัดยศของพระราชาคณะ ทั้งฝ่ายคามวาสีและอรัญญวาสี บานหน้าต่าง เขียนลายรดนํ้าเป็นตราเจ้าคณะสงฆ์ น่าสนใจว่า ทุกเรื่องที่เขียนบนฝาผนังและประตูหน้าต่าง ล้วนเกี่ยวข้องกับเรื่องของสงฆ์ทั้งสิ้น ดังนั้น การประดิษฐานพระพุทธเทวปฏิมากรไว้กลางพระอุโบสถนั้น จึงมีความหมายหมายถึงพระพุทธเจ้าทรงเป็นประธานแห่งหมู่สงฆ์ทั้งมวล อนึ่ง การที่พระพุทธเทวปฏิมากรถูกแวดล้อมด้วยประติมากรรมพระสาวก 10 องค์ และการปรากฏเครื่องบริขารจำลองด้านหน้า ย่อมรับกับคตินี้ได้เป็นอย่างดี

สิ่งมหัศจรรย์วัดโพธิ์อันดับที่ 9

สิ่งมหัศจรรย์วัดโพธิ์อันดับที่ 9 ที่เห็นเป็นอาคารหลังเล็กๆ นี้ เป็นสถานที่สำหรับรักษาโดยการนวด นับเป็นบริการอย่างหนึ่งที่ทำให้คนรู้จักวัดโพธิ์กันอย่างกว้างขวาง อยู่ชิดกับกำแพงด้านทิศตะวันออกของวัดโพธิ์ (ถนนสนามไชย) ฤๅษีดัดตน วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม มหัศจรรย์ต้นตำรับนวดแผนไทย รัชกาลที่ 1 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้รวบรวมการแพทย์แผนโบราณและศิลปะวิทยาการครั้งกรุงศรีอยุธยาไว้ ทรงพระราชดำรินำเอาท่าดัดตนอันเป็นการพักผ่อนอิริยาบถแก้เมื่อยตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย และประยุกต์กับคติไทยที่ยกย่องฤษีเป็นครูผู้ประสิทธิ์ประสาทวิทยาการต่างๆ เป็นรูปฤาษีดัดตน แสดงท่าไว้ที่วัดเพื่อให้ราษฎรทั่วไปได้ศึกษาเล่าเรียนและรักษาโรคได้อย่างกว้างขวาง ด้านหน้าของศาลาที่ใช้สำหรับการนวดจึงมีรูปปั้นฤๅษีในท่าต่างๆ อยู่มากมาย

    สิ่งน่าสนใจอื่นๆ ในวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ซุ้มประตูเข้า-ออกวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เป็นซุ้มประตูที่สวยงาม ภายในบริเวณวัดมีเจดีย์หลายกลุ่มหลายขนาด จนอาจกล่าวได้ว่าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เป็นวัดที่มีเจอีย์มากที่สุดของไทย โดยมีจำนวนทั้งสิ้นประมาณ 99 องค์ ที่สำคัญนอดจากพระมหาเจดีย์สี่รัชกาลแล้วก็ยังมี พระเจดีย์หมู่ห้าฐานเดียว

พระเจดีย์หมู่ห้าฐานเดียว สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เป็นพระเจดีย์ 5 องค์ที่ตั้งอยู่บนฐานเดียวกัน โดยองค์ตรงกลางนั้นจะมีขนาดใหญ่กว่าอีก 4 องค์ที่ล้อมรอบอยู่ ประดิษฐานอยู่ตรงมุมพระวิหารคดทั้ง 4 ด้าน นับรวมได้ 20 องค์ ลักษณะพระเจดีย์นั้นเป้นเจดีย์ทรงสี่เหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสอง 4 องค์ล้อมรอบองค์กลางซึ่งเป็นเจดีย์แบบไม้สิบสองเพิ่มมุม ภายในพระเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุทุกองค์ และพระเจดีย์รายในวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหารนั้น ได้รับยกย่องว่าเป็นพระเจดีย์เหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสองที่งามที่สุดของยุครัตนโกสินทร์

    รอบพระอุโบสถปรากฏพระวิหาร 4 ทิศและระเบียงคดโดยรอบ ระเบียงคดดังกล่าวมีลักษณะที่น่าสนใจ เนื่องจากมีการวางผังโดยให้พระอุโบสถล้อมรอบโดยระเบียงคด 2 ชั้น ระเบียงคดชั้นในมีขนาดใหญ่กว่าระเบียงคดชั้นนอก ทำให้ดูลดหลั่นกันประหนึ่งเขาสัตตบริภัณฑ์ที่สูงลดหลั่นกัน เมื่อพระอุโบสถอาจเทียบได้กับเขาพระสุเมรุอันเป็นศูนย์กลางจักรวาล ระเบียงคดทั้งสองชั้นนี้ก็อาจเทียบได้กับเขาสัตตบริภัณฑ์ซึ่งล้อมรอบเขาพระสุเมรุฉะนั้น ที่น่าสนใจก็คือระเบียงคดชั้นนอกนั้น มิได้เชื่อมต่อกันเป็นแนวเดียว แต่กลับมีการวางผังให้ระเบียงดังกล่าวเข้าไปบรรจบกับระเบียงชั้นใน ผังแบบนี้ทำให้ระเบียงคดรอบพระอุโบสถวัดพระเชตุพนฯ มีลักษณะคล้ายการย่อมุมไม้สิบสอง อันเป็นลักษณะพิเศษของระเบียงคดที่นี่โดยเฉพาะ

    ภายในระเบียงคด ปรากฏพระพุทธรูปสำริดโบราณซึ่งรัชกาลที่ 1 โปรดให้ขนย้ายมาจากวัดร้างทั่วพระราชอาณาจักร โดยให้พระขนาดใหญ่อยู่ในระเบียงคดชั้นใน ส่วนพระขนาดเล็กกว่าอยู่ในระเบียงคดชั้นนอก พระพุทธรูปแต่ละองค์ล้วนแสดงลักษณะทางพุทธศิลป์ที่แตกต่างกัน ซึ่งอาจสังเกตได้จากลักษณะพระพักตร์และจีวร ดังเช่นพระพุทธรูปในศิลปะสุโขทัยซึ่งมีพระพักตร์รูปไข่ รัศมีเปลว เม็ดพระศกใหญ่ ไม่มีไรพระศกและชายสังฆาฏิแผ่นเล็กยาวจรดพระนาภี ปลายเขี้ยวตะขาบ หรือพระพุทธรูปในศิลปะอยุธยาตอนต้น (อู่ทอง) ซึ่งมีพระพักตร์รูปสี่เหลี่ยมขมึงทึง เม็ดพระศกเล็ก มีไรพระศก ชายสังฆาฏิแผ่นใหญ่ยาวจรดพระนาภี ปลายตัดตรง เป็นต้น การรวบรวมพระพุทธรูปโบราณในรัชกาลที่ 1 มีทั้งข้อดีและข้อเสียทางด้านโบราณคดี ข้อดีคือทำให้พระพุทธรูปโบราณไม่สูญหาย แต่ข้อเสียคือ เนื่องจากไม่ได้มีการจดบันทึกไว้ว่าพระพุทธรูปองค์ใดได้มาจากวัดใด หัวเมืองใด จึงทำให้ไม่อาจสืบค้นทางโบราณคดีและประวัติศาสตร์ศิลปะไปได้มากกว่าการศึกษารูปแบบของพระพุทธรูปองค์นั้นๆ

    น่าสังเกตว่า พระพุทธรูปในระเบียงคดรอบพระอุโบสถล้วนแต่เป็นพระพุทธรูปประทับนั่งทั้งสิ้น สำหรับพระพุทธรูปประทับยืนแล้ว กลับประดิษฐานไว้ที่พระระเบียงรอบพระมหาเจดีย์ 4 รัชกาล

    พระวิหาร 4 ทิศ เป็นอาคารที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่รัชกาลที่ 1 สังเกตได้จากหน้าบันซึ่งประดับด้วยลายก้านขด อันแตกต่างไปจากหน้าบันของพระอุโบสถที่ทำเป็นลายเครือเถา ตรงกลางหน้าบันปรากฏรูปนารายณ์ทรงครุฑ อันเป็นลักษณะที่สืบทอดมาจากศิลปะอยุธยาตอนปลาย อย่างไรก็ตาม ที่หน้าบันพระวิหารทิศตะวันออก ปรากฏรูปนารายณ์ทรงหนุมานซึ่งเป็นรูปแบบที่หายดูได้ยาก

ภายในพระวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปตอนต่างๆ จากพุทธประวัติ เช่น พระพุทธรูปตอนตรัสรู้ภายใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ในวิหารทิศตะวันออกส่วนหน้า พระพุทธรูปนาคปรกภายใต้ต้นมุจจลินท์ (ต้นจิก) ในวิหารทิศตะวันตก พระพุทธรูปตอนประทับในป่าเลไลยก์ ในวิหารทิศเหนือ และพระพุทธรูปตอนโปรดปัญจวัคคีย์ ในวิหารทิศใต้ นอกจากพระพุทธรูปตอนประทับในป่าเลไลยก์ในวิหารทิศเหนือแล้ว พระพุทธรูปองค์อื่นๆ ล้วนแต่เป็นพระพุทธรูปเก่าที่ได้รับการเคลื่อนย้ายลงมาในสมัยรัชกาลที่ 1

พระพุทธรูปที่สำคัญที่สุดในพระวิหาร ได้แก่ "พระพุทธโลกนาถ" พระพุทธรูปประทับยืนที่ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ ณ ห้องด้านหลังของพระวิหารทางด้านทิศตะวันออก เป็นพระพุทธรูปที่เดิมประดิษฐานอยู่ที่วัดพระศรีสรรเพชญ์ กรุงศรีอยุธยา ต่อมาได้รับการเคลื่อนย้ายมาในสมัยรัชกาลที่ 1 พร้อมกับพระศรีสรรเพชญ์ดาญาณ

    พระพุทธรูปองค์นี้แสดงปางประทานอภัยโดยพระหัตถ์ซ้าย ส่วนพระหัตถ์ขวาแนบลำตัว ปางนี้เรียกกันในสมัยอยุธยาว่า "ปางห้ามพระแก่นจันทน์" โดยมีตำนานว่า เมื่อครั้นพระพุทธเจ้าเสด็จขึ้นสู่สวรรค์ชั้นดาวดึงษ์เพื่อโปรดพระพุทธมารดา พระเจ้าประเสนทิโกศล กษัตริย์เมืองสาวัตถี ทรงเกิดความว้าเหว่พระทัย ใคร่จะได้เฝ้าพระพุทธองค์ จึงโปรดให้นายช่างสลักพระพุทธรูปจากไม้แก่นจันทน์ ประดิษฐานไว้บนพระแท่น เมื่อพระพุทธองค์เสด็จกลับมาถึงแล้ว พระพุทธรูปไม้แก่นจันทน์ได้ลุกขึ้นหนีโดยปาฏิหาริย์ พระพุทธองค์จึงทรงยกพระหัตถ์ห้าม

    เมื่อสังเกตด้านล่างของพระพุทธรูป จะพบว่าจีวรของพระพุทธรูปมีลักษณะพาดเฉียง อันเป็นลักษณะที่ไม่เคยปรากฏในศิลปะอยุธยา จึงอาจเป็นไปได้ว่าพระพุทธโลกนาถคงได้รับความเสียหายในครั้งไฟไหม้วัดพระศรีสรรเพชญ์คราวเสียกรุง โดยเฉพาะพระวรกายท่อนล่าง เมื่อรัชกาลที่ 1 โปรดให้เคลื่อนย้ายมายังวัดพระเชตุพนฯ จึงอาจโปรดให้ปฏิสังขรณ์พระวรกายท่อนล่างของพระพุทธรูป



ที่มาของข้อมูล http://tkri.tu.ac.th/วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม.pdf

ยังไม่มีรีวิว มาเขียนรีวิวเป็นคนแรกกัน

เริ่มเขียนรีวิวกับเราแค่คลิก เข้าสู่ระบบ ด้วย Facebook...

เขียนรีวิวที่นี่ หรือเขียนบล็อกที่ บล็อกทัวร์ออนไทย มีรางวัลด้วยจ้า

ที่พัก/โรงแรมใกล้ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์)
อารมณ์ดี โฮสเทล เช็คห้องว่าง/ราคา/จอง
  0.29 km | แผนที่ | เส้นทาง
เชตุพน เกท เช็คห้องว่าง/ราคา/จอง
  0.31 km | แผนที่ | เส้นทาง
โพธิ์ โฮสเทล เช็คห้องว่าง/ราคา/จอง
  0.37 km | แผนที่ | เส้นทาง
ศาลาอรุณ เช็คห้องว่าง/ราคา/จอง
  0.41 km | แผนที่ | เส้นทาง
อินน์ อะ เดย์
  0.41 km | แผนที่ | เส้นทาง
เดอะ รอยัล ท่าเตียน วิลเลจ เช็คห้องว่าง/ราคา/จอง
  0.42 km | แผนที่ | เส้นทาง
อรุณเรสซิเดนซ์ เช็คห้องว่าง/ราคา/จอง
  0.43 km | แผนที่ | เส้นทาง
ริว่า อรุณ กรุงเทพ เช็คห้องว่าง/ราคา/จอง
  0.45 km | แผนที่ | เส้นทาง
ศาลารัตนโกสินทร์ กรุงเทพฯ เช็คห้องว่าง/ราคา/จอง
  0.46 km | แผนที่ | เส้นทาง
จักรพงษ์วิลล่า เช็คห้องว่าง/ราคา/จอง
  0.47 km | แผนที่ | เส้นทาง
ออรั่ม เดอะ ริเวอร์ เพลซ เช็คห้องว่าง/ราคา/จอง
  0.51 km | แผนที่ | เส้นทาง
แบงค็อก เบด แอนด์ ไบค์ เช็คห้องว่าง/ราคา/จอง
  0.80 km | แผนที่ | เส้นทาง
ดิ อซาแดง บีแอนด์บี เช็คห้องว่าง/ราคา/จอง
  0.92 km | แผนที่ | เส้นทาง
ISSARA by d HOSTEL เช็คห้องว่าง/ราคา/จอง
  0.93 km | แผนที่ | เส้นทาง
เฟื่องนคร บัลโคนี่ เช็คห้องว่าง/ราคา/จอง
  1.01 km | แผนที่ | เส้นทาง
เดอะ แกรนด์ พาเลส โฮสเทล เช็คห้องว่าง/ราคา/จอง
  1.02 km | แผนที่ | เส้นทาง
The Onion Hostel เช็คห้องว่าง/ราคา/จอง
  1.06 km | แผนที่ | เส้นทาง
โรงแรมยอดสยาม กรุงเทพฯ
  1.21 km | แผนที่ | เส้นทาง
เดอะ ภูธร เบดแอนด์เบรคฟาสต์ เช็คห้องว่าง/ราคา/จอง
  1.23 km | แผนที่ | เส้นทาง
เนบเบอร์ ภูธร เช็คห้องว่าง/ราคา/จอง
  1.26 km | แผนที่ | เส้นทาง
ศิริ พอชเทล กรุงเทพฯ เช็คห้องว่าง/ราคา/จอง
  1.42 km | แผนที่ | เส้นทาง
วิวิธ โฮสเทล แบงค็อก เช็คห้องว่าง/ราคา/จอง
  1.47 km | แผนที่ | เส้นทาง
305 โฮสเทล เช็คห้องว่าง/ราคา/จอง
  1.56 km | แผนที่ | เส้นทาง
โอ บอง โฮสเทล เช็คห้องว่าง/ราคา/จอง
  1.62 km | แผนที่ | เส้นทาง
บ้านโบราณ เช็คห้องว่าง/ราคา/จอง
  1.63 km | แผนที่ | เส้นทาง
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์)
มิวเซียมสยาม พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ กรุงเทพมหานคร
  0.46 km | แผนที่ | เส้นทาง
สวนสราญรมย์ กรุงเทพมหานคร
  0.52 km | แผนที่ | เส้นทาง
พระบรมมหาราชวัง กรุงเทพมหานคร
  0.69 km | แผนที่ | เส้นทาง
วัดราชประดิษฐ์สถิตมหาสีมาราม กรุงเทพมหานคร
  0.70 km | แผนที่ | เส้นทาง
วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร
  0.86 km | แผนที่ | เส้นทาง
พระราชวังเดิม กรุงเทพมหานคร
  0.86 km | แผนที่ | เส้นทาง
ประเพณีเดินเทียน ตักบาตรดอกไม้ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม
  0.87 km | แผนที่ | เส้นทาง
วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม กรุงเทพมหานคร
  0.89 km | แผนที่ | เส้นทาง
วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้วมรกต)
  0.93 km | แผนที่ | เส้นทาง
พิพิธภัณฑ์ปืนใหญ่โบราณ กรุงเทพมหานคร
  1.02 km | แผนที่ | เส้นทาง
ปากคลองตลาด กรุงเทพมหานคร
  1.13 km | แผนที่ | เส้นทาง
ศาลหลักเมือง กรุงเทพมหานคร
  1.16 km | แผนที่ | เส้นทาง
แพร่งภูธร เขตพระนคร กรุงเทพ
  1.18 km | แผนที่ | เส้นทาง
โขน ศาลาเฉลิมกรุง กรุงเทพมหานคร
  1.22 km | แผนที่ | เส้นทาง
วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร
  1.23 km | แผนที่ | เส้นทาง
วัดราชบูรณะ กรุงเทพมหานคร
  1.28 km | แผนที่ | เส้นทาง
แพร่งนรา เขตพระนคร กรุงเทพ
  1.31 km | แผนที่ | เส้นทาง
พระบรมรูปสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
  1.36 km | แผนที่ | เส้นทาง
แพร่งสรรพศาสตร์ พระนคร กรุงเทพ
  1.37 km | แผนที่ | เส้นทาง
ชุมชนตรอกกุฎีจีน กรุงเทพ
  1.41 km | แผนที่ | เส้นทาง
ตึกถาวรวัตถุ กรุงเทพมหานคร
  1.41 km | แผนที่ | เส้นทาง
วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษดิ์ ราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร
  1.55 km | แผนที่ | เส้นทาง
วัดสุทัศนเทพวราราม ราชวรมหาวิหาร
  1.55 km | แผนที่ | เส้นทาง
สนามหลวง (ทุ่งพระเมรุ) กรุงเทพมหานคร
  1.55 km | แผนที่ | เส้นทาง
ศาลเจ้าพ่อเสือ กรุงเทพมหานคร
  1.60 km | แผนที่ | เส้นทาง

*หมายเหตุ ระยะทางเป็นระยะโดยประมาณ

แก้ไขล่าสุด 2017-09-27 07:22:11 ผู้ชม 60880

เพิ่มสถานที่ที่ขาดไปจากบริเวณนี้คลิกเลย
เขียนรีวิว ที่เที่ยว ที่พัก ร้านอาหาร ได้ที่ รวมบล็อกทัวร์ออนไทย


Line id: touronthai , tom.touronthai , 0927370002
www.touronthai.com