www.touronthai.com

หน้าหลัก >> พิษณุโลก >> ลานหินปุ่มและผาชูธง

ลานหินปุ่มและผาชูธง

 ลานหินปุ่มและผาชูธงอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ที่แยกออกมาเขียนเป็นคนละสถานที่เพราะเหตุผลดังนี้ 1.ที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าอยู่ในเขตพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ส่วนลานหินปุ่มและผาชูธงอยู่ในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก เมื่อเปิดค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวในแต่ละจังหวัดจะได้มีรายชื่อสถานที่ท่องเที่ยวเหล่านี้ให้คลิกชมกันได้ง่าย หากเข้าไปที่หน้าอุทยานภูหินร่องกล้าก็มีลิงค์มายังสถานที่เหล่านี้ด้วย 2.การเขียนเว็บไซต์ข้อมูลการเดินทางของแต่ละสถานที่ของเราให้รายละเอียดพร้อมภาพประกอบจำนวนมากหากไปเขียนรวมกันอยู่ในหน้าข้อมูลของอุทยานฯ จะมีรูปจำนวนมากเกินไปทำให้โหลดช้า หรือบางคนไม่อยากรอจนโหลดเสร็จ การเขียนแยกออกมาจะทำให้ได้ข้อมูลที่ละเอียดและรูปภาพประกอบได้เต็มที่ตามสไตล์ของทัวร์ออนไทยดอทคอม

    ลานหินปุ่ม อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 4 กิโลเมตร อยู่ริมหน้าผา ลักษณะเป็นลานหินซึ่งมีหินผุดขึ้นมาเป็นปุ่ม เป็นปม ขนาดไล่เลี่ยกัน คาดว่าเกิดจากการสึกกร่อนตามธรรมชาติของหิน ในอดีตบริเวณนี้ใช้เป็นที่พักฟื้นคนไข้ของโรงพยาบาล เนื่องจากอยู่บนหน้าผา มีลมพัดเย็นสบาย ผาชูธง อยู่ห่างจากลานหินปุ่มประมาณ 500 เมตร เป็นหน้าผาสูงชัน สามารถเห็นทิวทัศน์ได้กว้างไกล จะสวยงามมากในยามพระอาทิตย์ตกดิน บริเวณนี้เคยเป็นสถานที่ซึ่ง ผกค. ขึ้นไปชูธงแดงรูปค้อนเคียวทุกครั้งที่รบชนะฝ่ายรัฐบาล

ข้อมูลเพิ่มเติม:ททท.พิษณุโลก โทร.0 5525 2742-3, 0 5525 9907, 0 5523 1063
http://www.tourismthailand.org/phitsanulok

แก้ไขล่าสุด 2014-11-15 15:34:57 ผู้ชม 22093

การเดินทาง แผนที่ ที่เที่ยว/ที่พัก

กดติดตามการเดินทางของเราใน Youtube ด้วยนะคะ
เดินทางถึงลานหินปุ่ม

เดินทางถึงลานหินปุ่ม ด้วยระยะทางจากที่ทำการอุทยานเพียง 4 กิโลเมตร ใช้เวลาไม่นานเราก็เดินทางมาถึงลานจอรถของลานหินปุ่ม การเดินทางนั้นคงไม่ต้องบรรยายกันมากเพราะมีป้ายบอก และถามเจ้าหน้าที่จะมีแผนที่ให้เรา วันนี้มีการเรียนการสอนของนักศึกษาวิชาทหาร ทัศนศึกษาของนักเรียนระดับมัธยมที่ลานหินปุ่มและผาชูธง เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการทหารและประวัติศาสตร์ในสถานที่จริง ด้วยเหตุนี้ทำให้เราต้องเดินทางไปพร้อมกับแขกของลานหินปุ่มจำนวนมากหนักใจเรื่องการถ่ายภาพวิวเป็นที่สุด แต่เมื่อมาถึงแล้วก็ต้องเดินทางกันต่อไป
ภาพล่างซ้ายเป็นทางเริ่มต้นเดินเข้าไปยังลานหินปุ่ม ระยะทางประมาณ 1350 เมตร จากตรงนี้ไปไม่ไกลจะมีสะพานไม้ให้เดินมีต้นไม้ปกคลุมทั้ง 2 ข้างของสะพานไม้ บรรยากาศในวันนี้หมอกลงจัดนับเป็นวันที่ 4 ติดต่อกันที่ฟ้าปิดตลอดวันไม่เห็นดวงอาทิตย์ และมองแทบไม่เห็นเพื่อนๆ ที่เดินล่วงหน้าไปในระยะ 50 เมตร เมื่อเดินข้ามสะพานไม้ได้แล้วจะมีลานหินกว้างๆ มีสายน้ำใสๆ ไหลตลอดต้องเดินลุยน้ำไป อากาศที่เย็นอยู่แล้วพอต้องเดินลุยน้ำก็ไม่ต้องบรรยายกันมากเลยว่าเท้าเราเย็นขนาดไหน

บรรยากาศทางเดินลานหินปุ่ม

บรรยากาศทางเดินลานหินปุ่ม บรรยากาศที่สุดแสนจะโรแมนติกนี้มีพบเห็นได้บ่อยๆ ในเขตอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้านี้ จากที่เคยเห็นภาพจากเว็บต่างๆ เรื่องราวของลานหินปุ่มกับวิวที่สวยงามมาหลายเว็บ ลงหนังสือท่องเที่ยวก็มีหลายเล่มแต่สำหรับเราวันนี้ได้ภาพที่ไม่ค่อยเหมือนใคร จะว่าโชคไม่ดีก็ไม่ใช่เพราะการได้ภาพในบรรยากาศที่แตกต่างอย่างเช่นหมอกลงจัดแบบนี้ก็หาดูยากและแปลกตาดีไปอีกแบบ ทางเดินช่วงแรกๆ จะมีลานหินเป็นส่วนใหญ่ มีความชื้นสูงมากจนหินเปียกตลอดทั้งวันเวลาตอนนี้ก็ 10.00 น. แล้วแต่เหมือนยังเช้าอยู่เลย

ภาพบนซ้าย เงาทหารน้อย ด้วยบรรยากาศที่มีหมอกปกคลุม ถ่ายภาพคงต้องหันมาเก็บเงาเอาบ้างจะได้ภาพสวยแบบแปลกๆ
ภาพบนขวา เจ้าหน้าที่ลานหินปุ่ม ยืนอยู่ท่ามกลางหมอกหนาๆ เพื่อให้บริการนักท่องเที่ยวที่อาจจะเดินหลงๆ อยู่ ไปไม่ถูก แล้วยังต้องคอยตรวจนับนักท่องเที่ยวที่เข้าไปกับที่เดินออกมาด้วย เราไปก็เห็นยืนอยู่ตามทางที่มีทางแยกแทบทุกแยก
ภาพล่างซ้าย ลานหินลายกระดองเต่า
ภาพล่างขวา ทางเดินไปลานหินปุ่มกับดอกไม้ป่าที่ขึ้นอยู่ตามซอกหิน

ผู้หญิงคู่กับดอกไม้

ผู้หญิงคู่กับดอกไม้ ดอกไม้ป่าชนิดนี้มีให้พบเห็นได้ทั่วไปในบริเวณลานหินปุ่มแห่งนี้ ตามธรรมชาติของดอกไม้ชนิดนี้ขึ้นเป็นกอใหญ่มีดอกเยอะมากทั่วทั้งต้นพบเห็นได้มากบนเขาหลายๆ แห่ง ดอกไม้ในป่าที่มีอากาศเย็นมีหมอกและหยดน้ำเกาะแบบนี้สวยจนอดเก็บมาไม่ได้
ข้อมูลดอกเอนอ้าขน Osbeckia stellata Buch.-Ham. ex Ker Gawl.
Melastomataceae
ไม้พุ่ม สูง 1-3 ม. กิ่งเป็นเหลี่ยม มีขนปกคลุม ใบรูปรี รูปไข่หรือแกมรูปใบหอก ยาว 9-11 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบกลม เส้นใบมี 2-3 คู่ ออกจากโคน แผ่นใบมีขนแข็งปกคลุมทั้งสองด้าน ก้านใบยาว 0.3-0.5 ซม. ดอกออกเป็นช่อกระจุกแยกแขนง ออกตามปลายกิ่งหรือซอกใบ ดอกมีน้อยหรือจำนวนมาก กลีบดอกและกลีบเลี้ยงมีอย่างละ 4 กลีบ ฐานดอกยาว 1.4-1.8 ซม. มีติ่งปลายเป็นขนแข็ง ประปรายหรือหนาแน่น กลีบเลี้ยงยาว 0.3-0.5 ซม. กลีบดอกรูปไข่กลับ ยาว 1.6-2.8 ซม. เกสรเพศผู้มี 8 อัน ยาวเท่าๆ กัน อับเรณูเรียวยาวปลายเป็นจะงอยรูปตัว S ยาว 1-1.5 ซม. รังไข่สั้นกว่าฐานดอก ปลายเกลี้ยงหรือมีขนสั้นๆ ก้านเกสรเพศเมียยาวประมาณ 1-3 ซม. ผลแบบแคปซูล รูปคนโท ยาว 1.5-2 ซม. เอ็นอ้าขนมีเขตการกระจายพันธุ์กว้างพบตั้งแต่เนปาล ภูฎาน อินเดีย จีนตอนใต้ ไต้หวัน และภูมิภาคอินโดจีน ในไทยพบกระจายห่างๆ แทบทุกภาค ขึ้นตามที่โล่ง ทุ่งหญ้าตามที่ราบจนถึงสันเขาที่ชื้นแฉะ ระดับความสูงจนถึง 2000 เมตร
หมายเหตุ โคลงเคลงขนเป็นชื่อที่ใช้เรียกกันในจังหวัดเลย
ชื่ออื่น โคลงเคลงหิน (เลย), เฒ่านั่งฮุ่ง (เชียงใหม่)
ที่มา สารานุกรมพืช

ดอกไม้ป่าล้วนๆ

ดอกไม้ป่าล้วนๆ ในระหว่างการเดินป่า กิจกรรมหนึ่งของการท่องเที่ยว ก็คือการเก็บภาพพืชหรือดอกไม้ป่าชนิดต่างๆ ที่หาดูได้ยากในเมืองในชีวิตประจำวันของเราดีไม่ดีเราก็จะได้ความรู้เกี่ยวกับดอกไม้ป่าเหล่านี้และกลายเป็นชอบสะสมภาพและศึกษาข้อมูลอย่างจริงจังในวันข้างหน้า
อย่างภาพล่างซ้ายเป็นภาพที่ชอบมากภาพหนึ่ง ด้วยความชื้นในบริเวณนี้บนหินจึงมีมอสขึ้นเหมือนพรมสีเขียวนุ่มสวย แล้วยังมีดอกไม้ป่าเล็กๆ ยาวเท่าก้านไม้ขีดไว้เป็นส่วนประกอบของภาพ

กลางทางหินและสายหมอก

กลางทางหินและสายหมอก เหมือนทางเดินลับแล เนื่องจากหมอกหนามากๆ เวลาถ่ายรูปคนที่เดินไปในป่าเหมือนว่ากำลังจะเดินหายไปเลยเดินไปเรื่อยๆสักพักจะเจอป้ายบอกทางไปยังสถานที่สำคัญต่างๆ เช่นลานหินปุ่ม ผาชูธง สุสานนักรบ สำนักอำนาจรัฐ ฯลฯ
ในบริเวณนี้เส้นทางมีลักษณะคล้ายวงกลม สามารถเดินไปลานหินปุ่มก่อนแล้วย้อนมาที่ผาชูธง หรือไปผาชูธงแล้วค่อยไปลานหินปุ่มแล้วกลับมาที่เดิมก็ได้ จากตรงนี้ไปผาชูธงทางซ้าย 700 เมตร ไปลานหินปุ่มทางขวา 1200 เมตร

จากทางเดินหินเข้าสู่ป่า

จากทางเดินหินเข้าสู่ป่า เมื่อเดินไปเรื่อยๆ จากทางเดินที่เดินบนหินขนาดใหญ่เปลี่ยนสภาพเป็นป่าครึ้มในบางช่วงกลุ่มเราเดินเรียงแถวในป่าหมอก ระวังเพื่อนหายนะครับเดินส่งเสียงตามกันไปเรื่อยๆ ยิ่งในน้ำตกหมันแดงยิ่งต้องระวังให้มาก ทางเข้าน้ำตกหมันแดงหมอกไม่มี แต่ว่าเป็นป่าค่อนข้างทึบกว่านี้ง่ายแก่การหลงมากๆ

ดอกไม้ป่าล้วนๆ ชุดที่ 2

ดอกไม้ป่าล้วนๆ ชุดที่ 2 ภาพดอกไม้ป่าอีกชุดสวยๆ ครับ
ภาพบนซ้าย เห็ดบนมอส เล็กเท่าหัวไม้ขีด แต่สวยดี โดยเฉพาะสีสันมีเพียงสีเหลืองบนพื้นที่เขียวไปโดยตลอด การถ่ายภาพเห็ดชนิดนี้ต้องทุ่มเทลงไปหมอบกับพื้นกว่าจะได้มาถ้าไม่ย่อให้เล็กก็สวยกว่านี้แต่ัยังไม่ใช่ภาพระดับสำคัญมากที่จะแสดงในขนาดใหญ่
ภาพบนขวา ลิ้นมังกรสีส้มแห่งลานหินปุ่ม เป็นพืชที่พบเห็นได้บ่อยเป็นระยะๆ หากมองหาให้ดีบางทีก็อยู่ใต้สะพานไม้ที่เราเดินข้ามไปข้ามมาแต่จะไม่มีสีชมพูให้เห็นอยากเห็นลิ้นมังกรสีชมพูต้องเข้าน้ำตกหมันแดงเท่านั้นครับ
ภาพล่างซ้าย ตาเหิรไหว ดอกไม้ชนิดหนึ่งที่พบเห็นได้ทั่วไปในอุทยานแห่งชาตภูหินร่องกล้า บางแห่งพบขึ้นอยู่เป็นดงใหญ่สวยมากครับ
ภาพล่างขวา มณเฑียรทอง

หินมหัศจรรย์

หินมหัศจรรย์ เก็บตกทางเดินชมลานหินปุ่มสักรูปเพราะเป็นจุดที่ได้รับความนิยมจุดหนึ่งเหมาะแก่การนั่งพักระหว่างทาง หินคู่นี้คงอยู่แบบนี้มากี่ปีแล้วก็ไม่รู้ หลายคนเดินผ่านมาก็มีคนลองดันๆ ดูเหมือนกันในวันนั้นที่ผมกำลังถ่ายรูปอยู่ แต่หินก็ไม่ขยับเลยทั้งที่ดูเหมือนมันน่าจะหล่นลงมาง่ายๆ ก็ตาม ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือคนที่ผ่านตรงนี้เป็นอันต้องหยุดถ่ายรูปกับหินนี้เกือบทุกคนละครับเป็นมุมมหาชนรูปหนึ่งของลานหินปุ่มทีเดียว ใกล้ๆ โคนหินมีดอกลิ้นมังกรสีส้มอยู่ประปราย หาดูดีๆ นะครับ

ฝายต้นน้ำลานหินปุ่ม

ฝายต้นน้ำลานหินปุ่ม ฝายแห่งนี้เป็นฝายต้นน้ำแบบผสมผสาน สายน้ำที่ไหลผ่านฝายแห่งนี้เป็นเครื่องแสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าในอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าได้ดีเลย เดินข้ามฝายก็ระวังกันหน่อยนะครับฝายอายุเยอะแล้วและอาจจะลื่นได้

ถึงแนวผาหิน

ถึงแนวผาหิน หลังจากการเดินทางผ่านระยะทาง 1 กิโลเมตร ผ่านบรรยากาศต่างๆ ทั้งโปร่งทั้งครึ้มท่ามกลางสายหมอกที่ไม่มีทีท่าว่าจะจางหายไปในเช้าวันนี้ ในที่สุดเราก็มาถึงผาหินเป็นสิ่งที่ทำให้เราได้รู้ว่าใกล้ถึงที่หมายลานหินปุ่มกันแล้ว หลังจากตรงนี้ไปจะเป็นการเดินลัดเลาะเลียบผาไปยังลานหินปุ่ม ผาหินบริเวณนี้ค่อนข้างเรียบมีพื้นที่กว้างขวางสายหมอกขาวโพลนบดบังทัศนวิสัยทำให้มองไม่เห็นวิวหรือก้นเหว นักศึกษาวิชาทหารหมอบลงต่ำแล้วไปนอนดูที่ขอบผา ด้วยความที่มองไม่เห็นเบื้องหน้าได้ชัดนักจะเดินลอยชายเข้าไปยังขอบผาคงไม่ดีแน่ อากาศชื้นแบบนี้หินก็ลื่นกว่าปกติ
จากหน้าผาทางเดินตั้งแต่ตรงนี้ไปจะได้พบเห็นสะพานไม้ทอดยาวข้ามรอยแยกของหินอยู่เป็นระยะๆ รอยแยกเหล่านี้แม้ไม่กว้างมากนักแต่ลึกมากใต้สะพานไม้บางช่วงมีดอกลิ้นมังกรให้ชมแต่ต้องตาดีๆ หน่อยจะมองเห็นระหว่างเดินข้ามมันไป

อัศจรรย์ธรรมชาติของแสง

อัศจรรย์ธรรมชาติของแสง ทางเดินบางช่วงผ่านก้อนหินขนาดใหญ่ 2 ก้อน มีช่องว่าระหว่างหินทั้งสองด้วยความที่หินมีขนาดใหญ่ฝั่งที่เรามองออกไปจะดูมืดครึ้ม ปากทางของหินอีกด้านหนึ่งมีแสงสว่างที่กระทบกับหมอกกลายเป็นภาพที่แปลกตาเหมือนในหนัง หรือเหมือนเดินอยู่ในอีกมิติหนึ่งที่มองไม่เห็นว่าข้างหน้านั้นมีอะไร
ภาพขวามือเป็นทางแยกที่ไปผาชูธงได้ เส้นทางมาบรรจบกันตรงนี้ แต่ตอนนี้จุดหมายของเราคือการเดินไปยังลานหินปุ่ม ไว้ทางนี้จะไปกันตอนเดินกลับลึกเข้าไปไม่กี่สิบเมตรเราก็จะมองไม่เห็นเพื่อนๆ ร่วมทางของเราที่เดินลับไปในสายหมอก

งดงามธรรมชาติแต่งแต้มและสร้างสรรค์

งดงามธรรมชาติแต่งแต้มและสร้างสรรค์ บางครั้งธรรมชาติในป่าจริงๆ จะได้พบเห็นภาพที่หาดูได้ยากในเมืองที่เราอยู่เป็นเครื่องจรรโลงจิตใจในระหว่างการเดินทางที่เหน็ดเหนื่อย ยังดีที่วันนี้อากาศเย็นการเดินทางระยะไกลหากอากาศไม่ร้อนถือเป็นของขวัญพิเศษที่เราได้รับ (แลกกับการมองไม่เห็นวิวที่สวยงามของลานหินปุ่ม นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมเราจึงไปสถานที่เดิมซ้ำได้หลายครั้ง เพราะแต่ละครั้งจะไม่เหมือนกันไงครับ)
ภาพบนซ้ายดอกไม้ในป่าที่มีอากาศเย็นมีหมอกและหยดน้ำเกาะแบบนี้สวยจนอดเก็บมาไม่ได้
ภาพบนขวา ลวดลายธรรมชาติมอสเฟิร์น เหมือนภาพเขียนลายเส้นจากปลายภู่กันของจิตรกรที่วาดลงบนผืนผ้าใบสีเขียวเข้ม
ภาพล่างซ้าย และภาพล่างขวา ดอกไม้ป่าที่มีลักษณะพิเศษเป็นเอกลักษณ์ ด้านซ้ายมีใบหลายใบเรียงขึ้นไปตามก้านที่ตรงและยาวตรงช่อดอกเป็นลักษณะโค้งงอ มองจากยอดเหมือนพญานาค มีหลายหัวลำตัวยาว ส่วนภาพด้านขวาเป็นดอกไม้ขนาดจิ๋ว เล็กมากกว่าจะถ่ายภาพนี้ได้เล่นเอาเมื่อยเพราะลมพัดเพียงเบาๆ หรือลมหายใจของเราก็ทำให้มันสั่นไหวแล้ว

สะพานซิกแซกตามทางสู่ลานหินปุ่ม

สะพานซิกแซกตามทางสู่ลานหินปุ่ม ถึงช่วงสุดท้ายของการเดินทางแล้วใกล้ถึงลานหินปุ่มเต็มที มาถึงตรงนี้จะเห็นสะพานไม้ทอดไปทางซ้ายบ้างทางขวาบ้างเหมือนรูปซิกแซก สมาชิกร่วมทริปล่วงหน้ามาถึงก่อนนานพอสมควรเห็นนั่งรออยู่ลิบๆ ในภาพส่วนเรามัวแต่เก็บภาพต่างๆ นานา ดอกไม้ป่าหลากหลายชนิด กว่าจะได้แต่ละรูปยากเย็นเพราะสภาพแสงมีน้อยมาก
รวมเวลาในการเดิน 1 ชั่วโมง 20 นาที (ระยะทางแค่กิโลเมตรเดียวเนี่ยนะถือว่าช้ามาก) ก็เพราะต้องถ่ายภาพหลายๆ อย่างที่เห็นตลอดข้างทางถ้าไม่ย่อให้เล็กแล้วเอามารวมเป็นภาพเดียวคงจะมีภาพประมาณ 55 ภาพใหญ่ๆ ในหน้านี้แน่นอน

รอยแยกระหว่างหินปุ่ม

รอยแยกระหว่างหินปุ่ม ถึงตอนนี้นักศึกษาวิชาทหารพร้อมครูฝึกที่มาเรียนเรื่องประวัติลานหินปุ่มก็เดินมาถึงพอดี เลยขออาศัยมุมนี้หน่อย เห็นแบบนี้แล้วเหมือนภาพจำลองเหตุการณ์ในอดีตที่ลานหินปุ่ม รอยแยกตรงนี้กว้างมากและลึกมาด้วยมีสะพานไม้ให้ข้ามต้องเดินอ้อมไปสักหน่อยเพื่อความปลอดภัย ทหารยังอ้อมแล้วเราเป็นใครจะกล้ากระโดดข้าม
ว่ากันว่าเคยมีคนตกลงไป ต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงในการเอาขึ้นมาครับ ช่องระหว่างหินนี้กว้างเพียง 30 เซนติเมตร หรือมากกว่านั้นไม่มาก แต่ความลึกเท่าที่มองลงไปอาจจะลึกได้ถึง 4-5 เมตร กว่าจะถึงก้อนหินที่ค้างอยู่ระหว่างช่องนี้ (ไม่ใช่ถึงก้นของรอยแยกนี้นะครับ)

สนทนาเรื่องทหารบนลานหินปุ่ม

สนทนาเรื่องทหารบนลานหินปุ่ม ในเมื่อเราเดินมาถึงพร้อมๆ กับเหล่าทหารและเริ่มมีการเลคเชอร์ประวัติของสถานที่แห่งนี้ ลานหินปุ่มในระหว่างการสู้รบเป็นที่พักฟื้นของผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บระหว่างการรบ เพราะอยู่ห่างจากโรงพยาบาลเพียงไม่กี่กิโลเมตร ในระหว่างการพักฟื้นสามารถสังเกตการณ์บนผานี้ได้ เพราะเป็นจุดที่สามารถมองไปได้ไกลมากและเห็นเป็นบริเวณกว้างมากนั่นเอง
ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ดูเหมือนจะใช้ไม่ได้กับวันนี้เพราะตอนนี้บนลานหินปุ่มมองออกไปได้ไม่เกิน 10 เมตรก็จะมองอะไรไม่เห็นแล้ว

ลานหินปุ่ม

ลานหินปุ่ม ภาพชุดนี้ของเราคงดูแตกต่างจากเว็บอื่นๆ มาก ส่วนใหญ่เมื่อขึ้นมาบนลานหินปุ่มทุกคนจะต้องได้เห็นวิวเทือกเขาสลับซับซ้อนสวยงามแต่ของเราเป็นอีกภาคหนึ่งที่แตกต่างและสวยงามไปอีกแบบ แม้ว่าจะเห็นหมอกลงจัดขนาดนี้อากาศเย็นนิดหน่อยแต่ไม่ถึงกับหนาวมาก ไม่ต้องมีเสื้อแขนยาวก็เดินชมลานหินปุ่มได้อย่างสบายๆ รอเวลาซักพักนักศึกษาวิชาทหารก็เดินจากไปเพื่อไปยังผาชูธง เราก็ได้ภาพลานหินปุ่มแบบโล่งๆ เสียที

ลานหินปุ่ม

ลานหินปุ่ม กว่าจะหามุมที่โดดเด่นของลานหินปุ่มแห่งนี้ให้อวดโฉมอย่างเต็มที่เหมือนในภาพก็ต้องเดินวนเวียนอยู่บนลานนี้แบบงงๆ เพราะลานหินปุ่มเป็นลานกว้างที่หินลักษณะเป็นหนอกโหนกสูงขึ้นมาแปลกตาจำนวนมากมองไปทางไหนก็เหมือนกันไปหมดหินเหล่านี้เป็นที่นั่งได้อย่างพอเหมาะสำหรับการพักขาที่เดินกันมานานแม้จะไม่ได้เห็นวิวสวยๆ แต่ก็แบบนี้ก็ชอบเหมือนกันครับ

สุดขอบผาลานหินปุ่ม

สุดขอบผาลานหินปุ่ม ตรงขอบหน้าผามาลองนั่งบนหินหลายๆ คนมาถึงตรงนี้จะกลัว บางคนก็ไม่กลัวเพราะมองไม่เห็นว่าข้างล่างนั้นสูงขนาดไหน แบบนี้ก็ดีเหมือนกันบางทีคนกลัวความสูงจะไม่กลัวตรงนี้ก็เป็นได้

อำลาลานหินปุ่ม

อำลาลานหินปุ่ม อีกภาพหนึ่งก่อนที่เราจะเดินทางต่อไปยังผาชูธง มุมนี้เป็นมุมที่ถ่ายจากสะพานไม้ข้ามรอยแยกขนาดใหญ่ของหิน อย่างที่เห็นขนาดของรอยแยกเมื่อเทียบกับคนก็ถือว่าเป็นระยะวัดใจบางคนก็กระโดดข้ามเพราะเห็นว่าไม่กว้างมากนักหรือเพราะขี้เกียจเดินมาสะพานไม้หลายคนก็ไม่กล้ากระโดดแล้วแต่บุคคลไป แต่ที่แน่ๆ ถ้าพลาดตกลงไปหรือกระโดดข้ามมาได้แล้วเจอพื้นหินมันลื่นเป็นอันหมดสนุกในการเที่ยวทริปนี้แน่ๆ เผลอๆ จะโดนแบนในทริปต่อไปเพราะต้องนอนรักษาตัวอยู่ที่บ้าน

ทุ่งตาเหิรไหว

ทุ่งตาเหิรไหว ระหว่างทางเดินกลับไปยังผาชูธงจะผ่านทุ่งตาเหิรไหวขนาดใหญ่ใหญ่กว่าที่เห็นในภาพครับเพราะมุมของภาพเก็บมาได้เท่านี้บริเวณที่เราเข้าไปยืนก็มีร่องรอยการเดินนับครั้งไม่ถ้วนเพื่อที่จะได้เข้าไปถ่ายรูปกันในมุมนี้และที่นี่เป็นสถานที่แรกที่เราได้เห็นตาเหิรไหวขึ้นอยู่อย่างหนาแน่นปกติจะเห็นอยู่ประปรายกระจายไปตามพื้นที่ไม่กี่ต้นเท่านั้นเอง

ผาชูธง

ผาชูธง ในที่สุดก็เดินมาถึงเส้นทางจากลานหินปุ่มมายังผาชูธงใช้เวลาเพียง 10 นาทีก็ถึงทั้งนี้อาจจะเป็นเพราะว่าเราเก็บภาพระหว่างทางเดินได้มากแล้วการเดินมาที่ผาชูธงนี้จึงไม่เสียเวลาในการเก็บภาพมากนัก ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงกว่าแล้วท้องฟ้ายังไม่มีทีท่าว่าหมอกจะจางหายให้เราได้รับแสงแดดเลย และสภาพอากาศแบบนี้ทำให้การเดินเที่ยวป่าเพลิดเพลินจนลืมเวลาว่าจะต้องกินข้าวกันแล้วด้วย ที่แย่กว่านั้นคือเริ่มมีฝนตกลงมาปรอยๆ เกาะหน้าเลนส์เป็นหยดๆ เห็นทีการถ่ายภาพชุดนี้ต้องสิ้นสุดลงเพียงเท่านี้ก่อน ก่อนที่กล้องจะพัง

ขนาดของผาชูธง

ขนาดของผาชูธง เข้ามายืนชี้นี่ก็เพื่อให้เห็นว่าผามันใหญ่ขนาดไหนนะครับ บนยอดผาชูธงมีธงชาติไทยปลิวไสวบางครั้งที่ธงสะบัดได้มุมจะถ่ายรูปธงได้แต่ตอนนี้จะมองไม่เห็น มีทางเดินขึ้นไปบนนั้นได้ด้วยแต่ในวันนี้เมื่อขึ้นไปบนนั้นแล้วจะมองเห็นเพียงสีขาวโพลนรอบๆ ตัว คงต้องรอให้มีโอกาสกลับมาเก็บภาพใหม่อีกครั้งจะได้วิวสวยๆ บ้าง

บนยอดผาชูธง

บนยอดผาชูธง สมาชิกของเราเดินขึ้นไปถึงบนยอดในเวลาไม่กี่นาทีเรายืนถ่ายรูปอยู่ข้างล่างแน่นอนว่ามันคงมองไม่ออกว่าเป็นรูปใครแต่อย่างน้อยก็ได้รู้ว่าเรามาถึงแล้วเมื่อฝนลงเม็ดหนักขึ้นเราก็รีบเก็บกล้องเข้ากระเป๋าแล้วเดินกลับไปที่ลานจอดรถ ด้วยระยะทางเพียง 700 เมตรใช้เวลาไม่นานเท่าขามา เราก็ถึงลานจอดรถเกือบๆ บ่ายโมงได้เวลาอาหารกลางวันพอดีครับกลับไปกินข้าวที่ร้านค้าในที่ทำการอุทยานฯ

ชมวิวพระอาทิตย์ตกสวยๆ ที่ลานหินปุ่ม

ชมวิวพระอาทิตย์ตกสวยๆ ที่ลานหินปุ่ม ปิดท้ายการมาเที่ยวลานหินปุ่มจากภาพที่ได้เก็บมาในทริปที่ 2

0/0 จาก 0 รีวิว

10 ที่พัก/โรงแรมใกล้ ผาชูธง พิษณุโลก
Free pick up for 24 hours,4 Beds room เช็คห้องว่าง/ราคา/จอง
  19.31 km | แผนที่ | เส้นทาง
Baanchomdow Phutubberk - Dubble Room เช็คห้องว่าง/ราคา/จอง
  24.26 km | แผนที่ | เส้นทาง
Baanchomdow Phutubberk - Triple Room เช็คห้องว่าง/ราคา/จอง
  24.27 km | แผนที่ | เส้นทาง
บ้าน 360 องศา
  24.71 km | แผนที่ | เส้นทาง
Heaven Hill Khao Kho
  24.96 km | แผนที่ | เส้นทาง
โรงแรมเพลินดาว เช็คห้องว่าง/ราคา/จอง
  28.63 km | แผนที่ | เส้นทาง
The Camp Phulomlo เช็คห้องว่าง/ราคา/จอง
  29.03 km | แผนที่ | เส้นทาง
อีฟกะแอมป์ รีสอร์ต เช็คห้องว่าง/ราคา/จอง
  33.06 km | แผนที่ | เส้นทาง
pool villas @ view point at pattaya 20150 เช็คห้องว่าง/ราคา/จอง
  33.41 km | แผนที่ | เส้นทาง
Chill Chill Farm Resort เช็คห้องว่าง/ราคา/จอง
  36.00 km | แผนที่ | เส้นทาง

*หมายเหตุ ระยะทางเป็นระยะโดยประมาณ

Line id: @touronthai (ใส่ @)
www.touronthai.com