www.touronthai.com

หน้าหลัก >> รวมบล็อกท่องเที่ยว >> เที่ยวตามรอยวัดสำคัญหลังเหรียญในสมัยรัชกาลที่ ๙

เที่ยวตามรอยวัดสำคัญหลังเหรียญในสมัยรัชกาลที่ ๙

เที่ยวตามรอยวัดสำคัญหลังเหรียญในสมัยรัชกาลที่ ๙

    “เหรียญกษาปณ์” จะมีค่าในฐานะที่เป็นวัตถุแทนเงินตราซื้อขายแลกเปลี่ยน ชำระหนี้ ตามที่หลายๆ คนคงคุ้นเคยกันดี ตั้งแต่เล็กจนโตหลายคนจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าใช้เหรียญมาแล้วกี่รุ่น นอกจากใช้เป็นเงินซื้อของต่างๆ ก็ยังมีคุณค่าทางด้านประวัติศาสตร์ เพราะเหรียญแต่ละรุ่นที่ใช้กันที่ผลิตในสมัยรัชกาลที่ ๙ จะประกอบกับลวดลายที่ปรากฏอยู่บนเหรียญเป็นลวดลายที่แสดงถึงสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ โดยด้านหน้าเป็นพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อแสดงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ มีคำว่า ประเทศไทย เพื่อแสดงถึงสถาบันชาติ และด้านหลังเป็นรูปวัดต่างๆ ในประเทศไทย เพื่อแสดงถึงสถาบันศาสนา วันนี้เราจึงพาทุกคนร่วมน้อมราลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยการเดินทางไปเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ตามรอยสถานที่สาคัญทางศาสนาที่สลักไว้ด้านหลังเหรียญกษาปณ์เพื่อเก็บไว้เป็นความทรงจำแห่งรัชสมัยหนึ่งในแผ่นดินรัชกาลที่ ๙ กัน 

เที่ยวตามรอยวัดสำคัญหลังเหรียญในสมัยรัชกาลที่ ๙

    สำหรับทริปนี้ถูกจัดขึ้นในลักษณะ FAM Trip โดย สำนักงานส่งเสริมการจัดการประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ Thailand Convention & Exhibition Bureau (TCEB) ร่วมกับ พิพิธภัณฑ์เหรียญกษาปณานุรักษ์ ทำให้เราได้เดินทางตามรอยวัดสำคัญของเหรียญได้อย่างประทับใจเป็นพิเศษ เพราะมีไกด์พาชมและเล่าเรื่องราวของวัดต่างๆ อย่างละเอียด แล้วยังได้เปิดประสบการณ์ใหม่กับ Thai Bus Food Tour (Lavish Luxury) นั่งชมเมืองกรุงเทพฯ ไปพร้อมกับอาหารระดับมิชลิน ที่เราอยากให้ติดตามอ่านจนจบ จะได้พบว่า เหรียญ ที่เราใช้ๆ กันอยู่จนเคยชินและอาจจะไม่ได้มองเข้าไปถึงเรื่องราวที่อยู่บนเหรียญนั้น น่าสนใจกว่าที่คิดไว้เยอะ

เที่ยวตามรอยวัดสำคัญหลังเหรียญในสมัยรัชกาลที่ ๙

    ออกเดินทางกันจาก พิพิธภัณฑ์เหรียญกษาปณานุรักษ์ ใกล้ๆ ถนนข้าวสาร ด้วยรถบัสนำเที่ยวมายังสถานที่แรกคือ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ภาพของวัดนี้ที่มุมด้านหน้าจะเป็นภาพที่อยู่บนเหรียญ ๕ บาท ที่เป็นขอบเก้าเหลี่ยมนั่นเอง วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม เป็นวัดประจำรัชกาลที่ 5 สร้างขึ้นตามพระราชประสงค์ของสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก เดิมชื่อ วัดแหลม หรือ วัดไทรทอง ภายหลังได้รับพระราชทานนามใหม่ว่า วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ชื่อหมายถึง วัดของเจ้านายทั้ง 5 พระองค์ที่ทรงร่วมกันปฏิสังขรณ์วัดนี้ วัดสร้างโดยใช้สถาปัตยกรรมไทยโบราณ จึงมีความงดงามจนมีนักท่องเที่ยวเข้าชมจำนวนมาก สำหรับชาวต่างชาติจะเรียกวัดนี้ง่ายๆ ว่า Marble Temple ซึ่งแปลว่าวัดหินอ่อน นั่นเอง เพราะพระอุโบสถสร้างจากหินอ่อนด้วยฝีมือช่างชาวอิตาลี ส่วนช่างชาวไทยเป็นผู้ประกอบส่วนหลังคาที่สวยงาม ด้านหน้าและด้านหลังมีสิงโตแกะสลักขนาดใหญ่ข้างละ 1 คู่ ฝีมือช่างชาวไทยเป็นผู้สลักลวดลายส่วนหัว

เที่ยวตามรอยวัดสำคัญหลังเหรียญในสมัยรัชกาลที่ ๙

    ภายพระอุโบสถของวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ประดิษฐานพระพุทธรูปที่งดงามมากๆ ลักษณะคล้ายพระพุทธชินราช ผนังด้านตรงข้ามกับองค์พระมีกลองมโหระทึกโบราณเก่าแก่มาก 2 ใบ มีลวดลายจารึกโบราณที่ยังคงมองเห็นได้ชัดอยู่หลายจุดถึงแม้บางจุดจะสึกหรอรางเลือนไปตามกาลเวลา รอบพระอุโบสถมีกระจกสีเหลืองคล้ายกระจกโมเสกในโบสถ์คริสต์

เที่ยวตามรอยวัดสำคัญหลังเหรียญในสมัยรัชกาลที่ ๙

    ระเบียงคดรอบๆ พระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปโบราณปางต่างๆ 52 องค์ ซึ่งสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพได้ทรงรวบรวมมาจากหัวเมืองต่างๆ และต่างประเทศ แล้วยังมีบริเวณนอกระเบียงคดที่มีสิ่งที่น่าสนใจมากมายหลายอย่าง 

เที่ยวตามรอยวัดสำคัญหลังเหรียญในสมัยรัชกาลที่ ๙

    วัดที่ 2 ของทริปนี้ คือ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร ภาพของวัดเป็นภาพที่อยู่ด้านหลัง เหรียญ ๑๐ บาท วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เป็นวัดประจำรัชกาลที่ 2 รู้จักกันดีในชื่อ วัดอรุณฯ วัดแห่งนี้สร้างขึ้นในสมัยอยุธยา เดิมทีชื่อว่า วัดมะกอกนอก ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็น วัดแจ้ง โดยสมเด็จพระเจ้าตากสิน และเมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยขึ้นครองราชย์ ได้ทรงบูรณปฏิสังขรณ์วัดแจ้ง แล้วพระราชทานนามใหม่ว่า "วัดอรุณราชธาราม" จากนั้นจึงมีการสร้างพระปรางค์ขึ้น รวมถึงบูรณปฏิสังขรณ์เรื่อยมา กระทั่งได้เปลี่ยนชื่ออีกครั้งเป็น "วัดอรุณราชวราราม" ด้วยรับสั่งของพระบามสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 นับว่าวัดอรุณฯ นั้นเป็นหนึ่งในสถาปัตยกรรม อันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ไทย

เที่ยวตามรอยวัดสำคัญหลังเหรียญในสมัยรัชกาลที่ ๙

    นอกจากพระปรางค์ที่ขนาดใหญ่มากและสวยงามมากแล้ว ภายในวัดอรุณฯ ยังมีสิ่งที่น่าสนใจอีกมากมาย เช่นพระวิหาร พระอุโบสถ ลองเดินชมกันรอบๆ จะเป็นความสวยงามและเรื่องราวที่ผ่านกาลเวลายาวนานมาถึงรุ่นเราให้ได้ชมและศึกษา

เที่ยวตามรอยวัดสำคัญหลังเหรียญในสมัยรัชกาลที่ ๙

    และถ้าเราอยากจะรู้ว่าภาพที่อยู่ด้านหลังของเหรียญ 10 บาทอยู่ตรงไหนต้องนั่งเรือข้ามมาอีกฟากหนึ่งของแม่น้ำเจ้าพระยาแล้วจะได้เห็น 

เที่ยวตามรอยวัดสำคัญหลังเหรียญในสมัยรัชกาลที่ ๙

    ข้ามฟากแม่น้ำจากวัดอรุณฯ พักกินข้าวกันที่ราชนาวีสโมสร ก่อนที่เราจะเดินทางมาที่ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้วมรกต)  ซึ่งน่าจะเป็นภาพที่เราคุ้นเคยมากที่สุดเพราะเป็นวัดที่ปรากฏอยู่ด้านหลังของเหรียญ ๑ บาท ภาพที่ใช้เป็นมุมที่หลายๆ คนน่าจะเคยไปถ่ายรูปกันมาคือตรงสนามหญ้าด้านหน้า วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือ "วัดพระแก้ว" วัดในเขตพระบรมมหาราชวัง สร้างขึ้นใน พ.ศ.2325 โดยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และมีพระประสงค์ให้เป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกต ในปีพ.ศ.2525 ได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์เพิ่ม โดยมุ่งอนุรักษ์สถาปัตยกรรมและศิลปกรรมอันเป็นมรดกของชาติ ให้ยังคงความสวยงามเอาไว้ให้ได้มากที่สุด

เที่ยวตามรอยวัดสำคัญหลังเหรียญในสมัยรัชกาลที่ ๙

    วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เป็นวัดที่มีความสวยงามมาก ทำให้มีผู้คนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติต่างเดินทางเข้ามาชมกันตลอดในช่วงเวลาที่ผ่านมา สำหรับช่วงนี้ที่มีไวรัสโควิด 19 ผู้คนที่มาชมวัดดูบางตาลงไปมากแต่ก็เป็นโอกาสที่ทำให้เราจะได้ถ่ายรูปสวยๆ ในวัดได้ง่ายขึ้นโดยไม่มีคนเดินไปมา เราเคยมาชมวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หลายครั้งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สำหรับปีนี้ระเบียบการเข้าชมจะเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนค่อนข้างเยอะ เราได้รวบรวมไว้ในเรื่อง การเข้าชมวัดพระศรีรัตนศาสดาราม 2563 คลิกตามไปอ่านได้เลย เพื่อที่จะได้เตรียมพร้อมมาเข้าชมได้อย่างถูกต้อง

เที่ยวตามรอยวัดสำคัญหลังเหรียญในสมัยรัชกาลที่ ๙

    ไหว้พระแก้วมรกตเพื่อความเป็นสิริมงคลขอพรองค์ท่านเสร็จแล้วเดินชมพระบรมมหาราชวัง ไปตามเส้นทางที่กำหนดไว้จนถึงทางออก แล้วเดินทางไปที่พิพิธภัณฑ์เหรียญกษาปณานุรักษ์ จุดเริ่มต้นของทริป เพื่อชมความเป็นมาของเหรียญ ว่ากว่าที่จะมาเป็นเหรียญที่เราใช้กันอย่างทุกวันนี้ ในสมัยโบราณเราใช้อะไรเป็นเงินตราแลกเปลี่ยน เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจมาก เพราะนอกจากพิพิธภัณฑ์เหรียญกษาปณานุรักษ์ จะแสดงความเป็นมาของเงินไทยแล้วยังมีเรื่องราวของเงินในต่างประเทศซึ่งมีลักษณะวิวัฒนาการคล้ายๆ กันอย่างไม่น่าเชื่อ

เที่ยวตามรอยวัดสำคัญหลังเหรียญในสมัยรัชกาลที่ ๙

    เริ่มตั้งแต่เมื่อนานมาแล้วทั้งประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ทั่วโลกต่างก็มีการคิดค้นตัวกลางในการใช้ซื้อขายแลกเปลี่ยน หรือ เงิน มาโดยตลอด รูปแบบของเงินก็เปลี่ยนไปตามยุคสมัย มีรายละเอียดมากมายในการเปลี่ยนรูปแบบของเงินในประเทศไทย จนมาเป็นเหรียญอย่างที่เราใช้กันทุกวันนี้ ซึ่งข้อมูลในเรื่องนี้จะหาศึกษาที่ไหนได้ดีกว่าที่ พิพิธภัณฑ์เหรียญกษาปณานุรักษ์ ก็คงจะยาก ที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมเอาเรื่องราวของเงินไว้มากมายและจัดแสดงได้อย่างดี แบ่งออกเป็นชั้น และแต่ละชั้นมีหลายห้อง นอกจากจะจัดแสดงเหรียญให้เราชมยังผสมด้วยเทคโนโลยีในการนำเสนอได้อย่างน่าสนใจและทันสมัย เราขอเขียนรายละเอียดไว้ในเรื่อง พิพิธภัณฑ์เหรียญกษาปณานุรักษ์ เป็นอีกเรื่องหนึ่งเลยก็แล้วกัน คลิกตามอ่านกันได้

เที่ยวตามรอยวัดสำคัญหลังเหรียญในสมัยรัชกาลที่ ๙

    บางส่วนจากพิพิธภัณฑ์เหรียญกษาปณานุรักษ์ที่นอกจากจะมีหุ่นแสดงให้ดูกันแล้วยังมีการฉายวิดีโอเป็นภาพเคลื่อนไหวเพื่อจำลองเหตุการณ์ ซึ่งมีอยู่หลายห้อง

เที่ยวตามรอยวัดสำคัญหลังเหรียญในสมัยรัชกาลที่ ๙

    เงินในแต่ละยุคแต่ละสมัยที่หาดูที่อื่นได้ยากมีเก็บไว้ให้ชมกันที่นี่ รวมถึงเรื่องราวในระหว่างการเปลี่ยนรูปแบบของเงิน และการปรับค่าของเงินจากระบบ เฟื้อง โสฬส มาเป็นแบบสตางค์ ในช่วงสมัยรัชกาลที่ ๕ ก็เป็นอีกเรื่องที่น่าสนใจน่าศึกษา

เที่ยวตามรอยวัดสำคัญหลังเหรียญในสมัยรัชกาลที่ ๙

    ห้องจัดแสดงเหรียญจากนานาประเทศ เป็นห้องที่เราจะได้เห็นเงินของประเทศอื่นๆ ทั่วโลก

เที่ยวตามรอยวัดสำคัญหลังเหรียญในสมัยรัชกาลที่ ๙

    แม้กระทั่งเหรียญ 10 บาทที่มีมูลค่าหลายแสนบาท คือเหรียญที่ผลิตในปี 2533 ยังมีให้ชมกันด้วย นักสะสมเหรียญจึงไม่ควรพลาดที่จะหาเวลามาเดินที่นี่

เที่ยวตามรอยวัดสำคัญหลังเหรียญในสมัยรัชกาลที่ ๙

    นิทรรศการ “เหรียญของพ่อ” นิทรรศการที่รวบรวมเรื่องราวความในใจของพสกนิกรชาวไทยทั้งประเทศที่มีต่อการสวรรคตในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ รัชกาลที่ 9 พระผู้เป็นดั่งดวงใจไทย พระผู้มีพระเมตตาต่อปวงชนชาวไทยทั่วพื้นแผ่นดิน ในห้องนี้มีเหรียญที่เกี่ยวกับโครงการในพระราชดำริ และเรื่องราวมากมายที่มาจากพระมหากรุณาธิคุณ ของพระองค์เพื่อพสกนิกรชาวไทย หลายคนที่ได้เดินเข้ามาชมห้องนี้จะอยู่กันนานเป็นพิเศษกว่าห้องอื่นๆ 

เที่ยวตามรอยวัดสำคัญหลังเหรียญในสมัยรัชกาลที่ ๙

    เรื่องราวของพิพิธภัณฑ์เหรียญกษาปณานุรักษ์ ยังมีอีกเยอะ แต่ขอยกไปเขียนเป็นเรื่องใหม่อย่างละเอียดดีกว่า ส่วนทริปการเดินทางแสนพิเศษของเรายังไม่จบ ที่เกริ่นไว้ตอนแรกของเรื่องคือวันนี้เราจะได้เปิดประสบการณ์ใหม่กับ Thai Bus Food Tour (Lavish Luxury) เราจะเดินทางด้วยรถบัสปรับอากาศ 2 ชั้น เพดานสูง ที่ตกแต่งอย่างสวยงาม ที่นั่งกว้างขวาง กระจกที่กว้าง สามารถมองวิวทิวทัศน์ได้ชัดเจน เสริฟอาหารอร่อยๆ บนรถบัสอาหารคันแรกของประเทศไทย พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายเรียกว่าสามารถใช้เป็นห้องประชุมเคลื่อนที่ได้เลย ได้แก่

1. WIFi
2. จุดชาร์จไฟโทรศัพท์ทุกโต๊ะ USB
3. เครื่องเสียง ไมโครโฟน
4. จอ LED 20 นิ้ว ทุกโต๊ะ
5. ห้องน้าชั้นล่าง
6. ที่นั่งแบบ VIP
7. หน้าต่างกระจกชมวิว กว้างจุใจ ถ่ายรูปได้เต็มที่
8. โต๊ะทานอาหารอย่างสะดวกสบาย พร้อมที่วางแก้วอย่างดี
9. ไฟส่องสว่างพอดี สวยงามมองเห็นชัดเจนทุกโต๊ะ

เที่ยวตามรอยวัดสำคัญหลังเหรียญในสมัยรัชกาลที่ ๙

    เมื่อรถเริ่มแล่นไปตามถนนสายสำคัญในกรุงเทพฯ เพื่อที่จะพาเราชมเมืองกรุงในรูปแบบสุดพิเศษ  Thai Bus Food Tour (Lavish Luxury)  ก็จะเริ่มบริการอาหาร เริ่มจาก welcome drink เป็นน้ำส้มมะปี๊ด ต่อด้วยของว่างเบาๆ คือข้าวตังหน้าตั้ง และเมี่ยงกลีบบัว

เที่ยวตามรอยวัดสำคัญหลังเหรียญในสมัยรัชกาลที่ ๙

    แล้วต่อด้วย อาหารระดับมิชลินจากร้านดังในย่านเยาวราช ได้แก่ ก๊วยจั๊บนายเอ็กเยาวราช ผัดไทยพิสมัย หรือผัดไทยประตูผี (ผัดไทยเส้นจันท์มันกุ้ง กุ้งสด ห่อไข่) ข้าวแกงมัสมั่นไก่ ต่อด้วยของหวานเป็นข้าวเหนียวมะม่วง ก.พานิช ปิดท้ายด้วยชาจีนอู่หลง ค่อยๆ มาเสริฟตามลำดับ ในขณะที่ชมวิวเมืองกรุงเทพฯ ที่ค่อยๆ ผ่านไปอย่างช้าๆ พร้อมกับความรู้จากไกด์ที่บรรยายเรื่องราวความเป็นมาของแต่ละสถานที่ เป็นมื้ออาหารที่แปลกและประทับใจมากมื้อหนึ่งของเราเลยทีเดียว 

เที่ยวตามรอยวัดสำคัญหลังเหรียญในสมัยรัชกาลที่ ๙

    เส้นทางของการเดินทางของเราผ่านสถานที่สาคัญต่างๆ ตามเส้นทางกว่า 30 จุด ได้แก่
1. สถานีรถไฟหัวลำโพง
2. วัดไตรมิตร
3. ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียติ
4. Food Street ถนนเยาวราช
5. โลหะปราสาท
6. วัดราชนัดดา
7. ภูเขาทอง เป็นวัดที่อยู่ด้านหลังเหรียญ ๒ บาท
8. ป้อมมหากาฬ
9. ลานมหาเจษฎาบดินทร์
10.นิทรรศรัตนโกสินทร์
11. อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
12. ท้องสนามหลวง
13. พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ
14. วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏิ์
15. ท่าช้าง
16. พระบรมมหาราชวัง
17. ท่าราชวรดิฐ
18. ท่าเตียน
19. วัดอรุณราชวราราม
20. วัดโพธิ์
21. พระที่นั่งสุทไธสวรรยปราสาท
22. วัดพระแก้ว
23. สวนสราญรมย์
24. กระทรวงกลาโหม
25. เสาชิงช้า
26. วัดสุทัศนเทพวราราม
27. ศาลาว่าการกทม
28. ย่านวรจักร
29. วัดมังกร(เล่งเน่งยี่)
30. สถานีรถไฟใต้ดินวัดมังกร

เที่ยวตามรอยวัดสำคัญหลังเหรียญในสมัยรัชกาลที่ ๙

    จบทริปด้วยความประทับใจ พร้อมได้ความรู้มากมายที่ไม่เคยได้รู้มาก่อนเกี่ยวกับเหรียญที่เราใช้กันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันตั้งแต่เล็กจนโต แล้วยังได้ความประทับใจประสบการณ์ใหม่กับมื้ออาหารอร่อยๆ ที่ค่อยๆ แล่นไปตามถนนชมสถานที่สำคัญและสวยงามรอบเมืองกรุง

    สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่ 

 

tags: ศาสนสถาน, กรุงเทพมหานคร, บล็อกทั้งหมด

Akkasid Tom Wisesklin
07 กันยายน 2563 15:06:25
   17215   0

 
 
คงอยู่ในระบบ (นาที): 
เข้าระบบไว้ตลอด: 


Line id: @touronthai (ใส่ @)
www.touronthai.com