www.touronthai.com

หน้าหลัก >> เชียงใหม่ >> ผาช่อ

ผาช่อ

 สิ่งมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ เรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่า แกรนด์แคนยอนแม่วาง ลักษณะหน้าผากว้างใหญ่ที่มีลวดลายสวยงามอันเกิดจากการกัดเซาะ กัดกร่อนทั้งจากน้ำและลม จนมาเป็น สถาปัตยกรรมธรรมชาติล้านปี เพราะต้นกำเนิดของผาช่อต้องใช้ฝีมือตกแต่งของธรรมชาติ ตั้งแต่เมื่อประมาณ 3 ล้านปีก่อน จนมาเป็นหน้าผาที่สวยงามอย่างเช่นทุกวันนี้

 ผาช่อ เป็นหนาผาสูงชัน สูงประมาณ 30 เมตร มีความโดดเด่น สวยงามและแปลกตา เกิดจาการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยา 4 ขั้นตอน

ขั้นตอนแรก เริ่มจากการทรุดตัวของพื้นที่บริเวณที่เป็นที่ราบลุ่มของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งรวมถึงพื้นที่ด้านตะวันตกของอำเภอดอยหล่อ ที่เป็นที่ตั้งของผาช่อด้วย การทรุดตัวนี้เกิดขึ้นประมาณ 30 ล้านปีมาแล้ว จากอิทธิพลของแนวรอยเลื่อน

ขั้นตอนที่ 2 หลังจากการทรุดตัวเป็นแอ่งที่ราบแล้วเกิดการสะสมตัวของตะกอน กรวด ทราย ทรายแป้ง และดินเหนียว จากการพัดพามาโดยแม่น้ำปิง และแม่น้ำสาขาต่างๆ ที่ไหลผ่านแอ่งที่ราบเชียงใหม่ การสะสมตัวของตะกอนเหล่านี้เกิดขึ้นจากเมื่อประมาณ 3 ล้านปีมาแล้ว

ขั้นตอนที่ 3 พื้นที่ภาคเหนือเกิดการยกตัวขึ้นอย่างช้าๆ เมื่อประมาณ 1-2 ล้านปีมาแล้ว ทำให้ชั้นตะกอนเหล่านั้นถูกแม่น้ำปิงกัดเซาะจนเกิดเป็นตะพักน้ำขั้นบันได ลักษณะของชั้นตะกอนที่พบบริเวณผาช่อนี้แสกงดการคัดขนาดแทรกสลับกันของชั้นกรวด ทราย และทรายแป้งได้ 5 ชั้นหลัก

ขั้นตอนสุดท้าย เกิดการกัดเซาะโดยทางน้ำที่ไหลผ่านบริเวณตะพักน้ำที่เป็นที่ตั้งของผาช่อ ซึ่งเป็นการกัดเซาพในแนวดิ่งเป็นหลัก จนเกิดเป็นหน้าผาสูงชันที่มีลวดลายสวยงามที่เรียกกันว่า "ผาช่อ" ให้เห็นดังปัจจุบัน

 ผาช่อ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวหลักในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่วางครอบคลุมพื้นที่ป่าจอมทอง ป่าแม่ขาน และป่าแม่วาง อยู่ในเขตท้องที่ตำบลสันติสุข ตำบลยางคราม ตำบลดอยหล่อ อำเภอดอยหล่อ ตำบลบ้านหลวง ตำบลข่วงเปา อำเภอจอมทอง และตำบลทุ่งปี้ อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ เนื้อที่ประมาณ 74,766 ไร่ หรือ 119.6256 ตารางกิโลเมตร ปกคลุมด้วยป่าไม้ชนิดต่างๆ คือ ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่าเต็งรังผสม ป่าดิบเขา และป่าสนเขา สัตว์ที่พบเห็นได้แก่ สัตว์จำพวกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์ครึ่งบก ครึ่งน้ำ นก สัตว์น้ำ และผีเสื้อกลางวัน

เส้นทางศึกษาธรรมชาติผาช่อ
เป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่มีความหลากหลายของฟระบบนิเวศและลักษณะทางธรณีวิทยาที่สวยงามแปลกตามีป้ายสถานีสื่อความหมายบอกรายละเอียดสิ่งที่น่าสนใจจำนวน 10 สถานี ระยะทางเดินทั้งหมด 900 เมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 45 นาที ถึง 1 ชั่วโมง สามารถเดินเที่ยวชมตามเส้นทางได้ด้วยตนเอง

สถานที่ท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติแม่วาง
 ผาน้ำเซาะ แหล่งธรณีสัณฐานมีลักษณะสวยงามและแปลกตา เป็นหน้าผาสูงประมาณ 10 เมตร เกิดจากการกระทำของมนุษย์และการกระทำโดยธรรมชาติภายหลัง เนื่องจากบริเวณนี้เป็นเนินเขาที่ถูกขุดเพื่อตัดถนนผ่าน ทำให้เกิดเป็นหน้าผาขึ้นทั้งสองฝั่งถนน และการที่บริเวณนี้เป็นป่าเต็งรัง เนื้อดินส่วนใหญ่จะเป็นดินลูกรัง และดินปนทราย ไม่อุ้มน้ำ ขั้นดินมีการชะล้างรุนแรง มีการกร่อนของดินสูง ชั้นดินถูกน้ำชะล้างเอาธาตุอาหารลงไปสะสมในดินชั้นล่าง ซึ่งอยู่ลึกเกินกว่าที่รากของพืชจะแผ่กระจายผ่านชั้นดินหยั่งลงไปได้ ทำให้ดินซึ่งไม่ได้ถูกยึดเหนี่ยวโดยรากของพืชยิ่งถูกกัดเซาะได้ง่ายขึ้นและเนื่องจากเนื้อดินบางส่วนมีการจับตัวกันแน่น ความทนต่อการสึกกร่อนของดินบริเวณนี้ต่างกัน เมื่อถูกชะล้าง กัดเซาะโดยฝนหรือลม ทำให้เกิดเป็นโพรงและร่องน้ำเล็กๆ ที่ทั้งลึกทั้งตื้นแตกต่างกันไป ตามความทนต่อการสึกกร่อน

เสาโรมัน เป็นเสาดินสูงประมาณ 30 เมตร มีลวดลายที่สวยงาม คล้ายกับผาช่อ ลวดลายเหล่านั้นเกิดจากการทับถมกันเป็นชั้นๆ ของตะกอนในช่วงปลายยุคเทอร์เซียรี่ (ยุคที่แผ่นดินทวีปเคลื่อที่เข้าสู่ตำแหน่งปัจจุบันแล้ว) ต่อมาเกิดการแปรสัณฐานของธรณี บริเวณนี้ถูกยกตัวขึ้น แล้วถูกน้ำกัดเซาะและการกัดกร่อนจากลม ซึ่งการกัดเซาะช่วงแรกๆ อาจมีลักษณะเป็นหน้าผาเหมือนผาช่อ และเมื่อเวลาผ่านไป หน้าผาถูกชะล้างกัดเซาะเรื่อยๆ จนเหลือเพียงเสาดินที่มีลวดลายสวยงาม

 ติดต่ออุทยานแห่งชาติแม่วาง
 ต.สันติสุข อ. ดอยหล่อ จ. เชียงใหม่ 50160
 โทรศัพท์ 0 818814729 อีเมล reserve@dnp.go.th

ข้อมูลเพิ่มเติม:โทรศัพท์ 0 818814729
reserve@dnp.go.th

แก้ไขล่าสุด 2016-04-19 13:07:55 ผู้ชม 12679

การเดินทาง แผนที่ ที่เที่ยว/ที่พัก

กดติดตามการเดินทางของเราใน Youtube ด้วยนะคะ
ผาช่อ

เดินทางจากเชียงใหม่ตามเส้นทางสู่แม่วาง ตามป้ายอุทยานแห่งชาติแม่วางมาเรื่อยๆ เราก็มาถึงด่านเก็บค่าเข้าชม จ่ายค่าเข้าชมแล้วเข้ามาแวะห้องน้ำที่อยู่ใกล้ๆ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว และที่ทำการอุทยานฯ เราจะเห็นป้ายเกี่ยวกับการเกิดผาช่อ เป็นความรู้ด้านธรณีวิทยาล้วนๆ แต่น่าสนใจมากที่ผาช่อใช้เวลาในการเปลี่ยนแปลงอย่างช้าๆ ตั้ง 5 ล้านปี

ผาช่อ

จากที่ทำการ เราขับเขามาอีก กิโลกว่าๆ ผ่านถนนลูกรัง แต่ก็มีรถเข้ามาเที่ยวทั้งรถตู้ รถเก๋ง รถกระบะ ระหว่างทางเราจะเห็นหน้าผาริมถนน มีลายน้ำเซาะ สวยตามแบบของผาดินธรรมชาติ เรียกว่าผาน้ำเซาะ

พอมาถึงตรงนี้เป็นจุดเริ่มต้นเส้นทางศึกษาธรรมชาติผาช่อ มีลานจอดรถ 2 ลาน จอดด้านบนใกล้ๆ ทางเดินลงผาช่อ หรือจะจอดด้านล่างมีทางเดินเข้ามาเหมือนกัน ไม่ต้องลงบันไดด้วย แต่คนยังไม่ค่อยรู้ จะว่าไปมาเริ่มตรงนี้ก็ดีเหมือนกัน ได้มาชมวิวบนเขาด้วย

ผาช่อ

บันไดไปผาช่อ

บันไดไปผาช่อ เส้นทางเดินไปผาช่อ จากลานจอดรถระยะทางประมาณ 400 เมตร ไปกลับอยู่ที่ราวๆ 900 เมตร มี 2 เส้นทาง ไปและกลับคนละทาง ขาไปถ้าใช้เส้นทางที่อุทยานจัดไว้ให้ เริ่มต้นด้วยการลงบันไดยาวๆ แบบนี้เกือบ 100 เมตร ส่วนอีกเส้นทางหนึ่งเริ่มจากลานจอดรถด้านล่างซึ่งเราจะต้องไปจอดตรงนั้นถ้าลานจอดรถด้านบนมันเต็ม จากลานจอดล่างเดินไปผ่าช่อไม่ต้องผ่านบันไดนี้ เหมาะสำหรับผู้สูงอายุและเข่าไม่ดี

ก่อนจะเริ่มเดินจะมีเจ้าหน้าที่คอยชี้แจงระเบียบปฏิบัติให้เราก่อน ได้แก่ ห้ามออกนอกเส้นทาง ห้ามก่อกองไฟ ห้ามล่าสัตว์ เขตปลอดอาวุธ เขตปลอดแอลกอฮอล์ ส่วนอีกข้อหนึ่งที่เสริมขึ้นมาคือ พยายามอย่าสัมผัสผาดินหรือหินตามทางเดิน เพราะการเกิดผาช่อ และดินบริเวณนี้ เป็นการรวมตัวกันของตะกอนที่ทับถมแบบหลวมๆ ตามธรรมชาติ ถ้าไปจับหินหรือดินตรงนั้นหรือลวดลายของดินจะหายไปหรือหล่นร่วงลงมาได้ง่าย

ข้อควรระวังก็คือ เส้นทางนี้เป็นเส้นทางที่มีการเดินขึ้น-ลงบันได และแดดค่อนข้างร้อน คนที่มีโรคประจำตัวอย่างโรคหัวใจ หรือความดัน ต้องใช้วิจารณญาณที่จะเดินหรือไม่เดิน

ผาช่อ

เมื่อตัดสินใจลงบันไดมาแล้ว ก็ต้องเดินต่อไป ลงบันไดปุ๊บเดินมาอีกหน่อยจะเจอป้ายชี้ทางไปผาช่อ 300 เมตร แสดงว่าบันไดยาวเกือบ 100 เมตร ทางที่เราจะเดินไปเป็นเหมือนลำห้วยที่แห้งแล้ว มีทางแตกแขนงแยกย่อยออกไปตามลักษณะของทางน้ำธรรมชาติ ต้องไปตามป้ายเท่านั้นอย่าออกนอกเส้นทาง

ผาตะกอน

ผาตะกอน เป็นคำเรียกที่เหมาะที่สุดที่เราเห็นตามทางเดินซึ่งเป็นห้วยลำน้ำเล็กบ้างใหญ่บ้าง บางช่วงเป็นห้วยแคบๆ 2 ข้างของเราจะเป็นผาสูงพอสมควรผนังของหน้าผาเหมือนกับการสร้างกำแพงบ้านด้วยการเอาหินมาฝังไว้กับปูนซีเมนต์ แต่ที่เห็นนี้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ จากหลักฐานของการศึกษาด้านธรณีวิทยา ยังบอกด้วยว่าเมื่อก่อนที่บริเวณนี้เป็นทางไหลของสายแม่น้ำปิง เหลือเชื่อจริงๆ ถ้าเราไปจับหินหรือลองโยกหินมันก็จะหลุด ดินที่อยู่รอบหินก็จะค่อยๆ หลุดร่วงออกมา มันก็จะไม่สวย เพราะฉะนั้นต้องเที่ยวอย่างมีสำนึก อย่าไปจับผาพวกนี้นะครับ

ผาช่อ

นอกเหนือจากตะกอนที่พัดพาเอาหินและดินกรวดทรายดินเหนียวมาทับกันไว้แบบนี้แล้ว ความชื้นของพื้นที่ภูเขา ทำให้มีมอสเกิดขึ้นตามผาด้วย บางทีถ้ามาหลังฝนใหม่ๆ จะสวยกว่านี้ด้วยสีเขียวขจีแลดูสดชื่น

เดินตามลำห้วย

เดินตามลำห้วย พอเดินมาเรื่อยๆ เส้นทางก็จะเริ่มแคบลงในบางช่วง ตรงนี้กว้างประมาณ 30 ซม. 2 ข้างเป็นผนังดินตะกอนที่ฝังด้วยหินกลมๆ เต็มไปหมด หินบางก้อนมีลวดลายสีสันสวยมาก แต่อยากขอให้อย่าเก็บกลับบ้านนะครับเดี๋ยวมันหมด

ผาช่อ

ม่อนลองแฮง

ม่อนลองแฮง ระยะทาง 100 เมตรสุดท้ายตามเส้นทางเดินเที่ยวผาช่อ จะมีบันไดยาวๆ สูงขึ้นไป สูงมากเลย ถ้าขึ้นเส้นทางนี้เราจะได้เห็นผาช่อจากมุมสูง ถ้าเดินไม่ไหวจะมีเส้นทางอีกทางอยู่ด้านขวามือของบันได ใช้เป็นเส้นทางในการเดินออก เป็นลำห้วยที่แคบมาก ถ้าจะเดินเข้าไปก็ต้องหาวิธีหลบคนที่เดินสวนออกมาด้วย แนะนำให้เฉพาะผู้ที่เดินขึ้นบันไดไม่ไหวจริงๆ ส่วนใหญ่คนไม่ค่อยรู้กันก็จะเดินขึ้นบันไดไป พอขากลับผ่านทางที่ไม่มีบันได ถึงได้รู้แล้วบอกต่อๆ กันครับ

ผาช่อ

ถึงแล้วผาช่อของเรา พอเดินพ้นบันไดของม่อนลองแฮง เท่านั้นแหละ เราก็มายืนอยู่บนเขามองลงไปเห็นผ่าช่ออยู่ด้านล่าง แต่ดูแล้วมุมไม่สวย เดินลงบันไดมาหน่อยประมาณกลางบันได มุมของภาพก็จะดีขึ้น มีคนมาถึงก่อนหน้าเราเยอะเลย มีรถจอดเกือบเต็มลานจอดรถ มีคนมาเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติ ทั้งญี่ปุ่น เกาหลี ฝรั่ง ก็เป็นอันว่าผาช่อ โด่งดังกว่าที่จินตนาการไว้ แต่เชื่อว่าอีกไม่นาน ก็จะมีคนไทยรู้จักมากขึ้นแล้วก็มาเที่ยวกันเยอะขึ้น การทำงานของเราคือเก็บภาพมีคนด้วย และอยากได้ภาพไม่มีคนด้วย ก็ต้องอาศัยการรอจังหวะ แดดร้อนๆ หน้าผาช่อทำให้ไม่ค่อยมีคนอยากจะยืนนานๆ ก็เข้าทางเราเลย

เสาโรมัน

เสาโรมัน เป็นเสาดินสูงตระหง่านไม่แพ้ผาช่อ อยู่คนละด้านของบันไดทางลงไปผาช่อ เชื่อกันว่าเสาโรมันตอนแรกมีลักษณะเหมือนกับผาช่อ แต่พอนานเข้า กำแพงดินที่ติดกับเสาโรมันทนการกัดกร่อนของธรรมชาติไม่ได้ ก็ยุบสลายตัวลงจนเหลือแต่เสา

ผาช่อ

พอคนชุดแรกกลับกันหมดเราก็ได้ภาพผาช่อแบบว่างๆ กันซะที ถ้าสังเกตุดีๆ เราจะเห็นผึ้งหลวงมาทำรังกัน 4 รังแล้ว อยู่สูงเกือบสุดผาช่อ พอเปิดเป็นอุทยานฯ มีเจ้าหน้าที่ดูแล ผึ้งเหล่านี้ก็ปลอดภัย

ผาช่อ

ผาช่อ

ทางเดินกลับจากผาช่อ

ทางเดินกลับจากผาช่อ หลังจากเก็บภาพกันจนจุใจแล้ว เราก็ได้เวลาเดินกลับ เส้นทางเดินกลับไม่ต้องย้อนออกทางเก่า อย่างที่บอกไว้แต่แรก เส้นทางนี้ไม่ผ่านบันได เดินตามร่องน้ำที่แห้งแล้วไปเรื่อยๆ ช่วงนี้เรียกกันว่า ฮ่อมกองกีด ร่องน้ำที่เราจะเดินผ่าจะแคบเอามากๆ บางช่วงกว้างแค่ 15 ซ.ม.

เสาคู่

เสาคู่ ทิ้งท้ายก่อนจะเดินออกมาจากผาช่อ เจ้าหน้าที่บอกว่า ภาพเสาคู่ที่อยู่ตรงทางออกก็น่าจะถ่ายรูปด้วย ความจริงมีเสา 3 ต้นเรียงกันอยู่ตรงนี้ แต่ในบางมุมเราจะเห็นเสาแค่ 2 ต้น เลยเรียกว่าเสาคู่

ผาช่อ

ผาช่อ

ผาช่อ

ช่วงแคบที่สุดของเส้นทางการเดินกลับจากผาช่อ เดินทะลุร่องน้ำนี้ออกไปเราจะไปบรรจบกับห้วยกว้างๆ ที่เราเดินเข้ามา เดินต่อไปเรื่อยๆ ก็จะเห็นบันไดเดินกลับขึ้นไปที่ลานจอดรถด้านบน บันไดยาว 100 เมตร ถึงเราจะแข็งแรงดีอยู่ก็ไม่อยากเดินอยู่ดี เดินผ่านบันไดตรงไปเรื่อยๆ จะไปทะลุออกลานจอดรถด้านล่าง สรุปว่าถ้ามาแล้วจอดรถลานด้านล่างเลยดีกว่าไม่ผ่านบันได ^^ อันนี้ลับเฉพาะคนรู้ใจนะครับ

0/0 จาก 0 รีวิว

10 ที่พัก/โรงแรมใกล้ ผาช่อ เชียงใหม่
เชียงใหม่ อินทนนท์ กอล์ฟ แอนด์ เนเชอรัล รีสอร์ท เช็คห้องว่าง/ราคา/จอง
  9.27 km | แผนที่ | เส้นทาง
มณฑาทิพย์ รีสอร์ต เช็คห้องว่าง/ราคา/จอง
  10.88 km | แผนที่ | เส้นทาง
ทัชสตาร์ รีสอร์ท เช็คห้องว่าง/ราคา/จอง
  11.06 km | แผนที่ | เส้นทาง
ดอยอินทนนท์ วิว รีสอร์ท เช็คห้องว่าง/ราคา/จอง
  12.44 km | แผนที่ | เส้นทาง
เดอ เอิง บูติก โฮเต็ล เช็คห้องว่าง/ราคา/จอง
  12.45 km | แผนที่ | เส้นทาง
Mae Klang Ban yen hill เช็คห้องว่าง/ราคา/จอง
  12.50 km | แผนที่ | เส้นทาง
ลิตเติล โฮม อินทนนท์ รีสอร์ท เช็คห้องว่าง/ราคา/จอง
  12.67 km | แผนที่ | เส้นทาง
สมอลล์ฟาร์ม รีสอร์ท เช็คห้องว่าง/ราคา/จอง
  13.88 km | แผนที่ | เส้นทาง
NIDA Rooms Banluang Prathat 84 เช็คห้องว่าง/ราคา/จอง
  15.23 km | แผนที่ | เส้นทาง
อนัญญา บ้านสวน เช็คห้องว่าง/ราคา/จอง
  15.82 km | แผนที่ | เส้นทาง

*หมายเหตุ ระยะทางเป็นระยะโดยประมาณ

Line id: @touronthai (ใส่ @)
www.touronthai.com