www.touronthai.com

หน้าหลัก >> รวมบล็อกท่องเที่ยว >> แพทย์แถลงแล้วสาเหตุการเสียชีวิตน้องน้ำตาลเดอะสตาร์

แพทย์แถลงแล้วสาเหตุการเสียชีวิตน้องน้ำตาลเดอะสตาร์

แพทย์แถลงแล้วสาเหตุการเสียชีวิตน้องน้ำตาลเดอะสตาร์
เป็นข่าวใหญ่ กระแสแรง มาเป็นเวลานานหลายวัน เรื่องน้องน้ำตาลเดอะสตาร์ ที่อยู่ๆก็เสียชีวิตลง โดยมีลักษณะของโรคที่แปลกประหลาด มีเลือดออกทางปากและทางจมูก อย่างที่หลายๆคนก็คงได้ข่าว ด้วยความแปลก ของอาการที่เกิดขึ้นก่อนที่จะเสียชีวิต ทำให้มีผู้คนหลายคนเกิดความสงสัย และอาจจะเป็นกังวลว่า ในเมืองไทยเรามีโรคอะไรแปลกขณะนี้อยู่อีกหรือ โรคที่ทำให้คนที่ดูมีอาการปกติมาตลอดต้องเสียชีวิตในเวลาอันรวดเร็ว จึงทำให้ทุกคนเกิดความสงสัยเป็นอย่างมากและมีความอยากรู้ว่า โรคที่เกิดขึ้นกับน้องน้ำตาลคือโรคอะไรกันแน่

วันนี้คณะแพทย์ได้แถลงสาเหตุการเสียชีวิตของน้องน้ำตาลอย่างเป็นทางการ เราก็เลยเอามาเล่าสู่กันฟัง

รศ.นพ.ปรัญญา “หลังจากที่คุณน้ำตาลเสียชีวิต เราได้ประสานไปทางแพทย์หู คอ จมูก ให้มาดำเนินการส่องกล้องเข้าไปในโพรงจมูกเพื่อจะดูเข้าไปดูด้านหลังของโพรงจมูก เนื่องจากลักษณะอาการที่คุณแม่ของคุณน้ำตาลเล่าให้ฟังคือคนไข้ไม่ได้ไอเป็นเลือด ไม่ได้อาเจียนเป็นเลือด แต่ลักษณะของเลือดที่ไหลออกมาคือไหลออกมาจากหลังโพรงจมูก ซึ่งเป็นจุดที่เราสงสัยมากที่สุด จึงได้ขออนุญาตส่องกล้องเข้าไปตรวจดู

หลังการส่องกล้องพบว่าเนื้อเยื่อบริเวณหลังโพรงจมูกไม่ได้นูนออกมาเยอะ แต่มีสีที่ผิดปกติ จึงทำการขออนุญาตคุณแม่ของคุณน้ำตาลทำการตรวจชิ้นเนื้อ ซึ่งท่านก็ให้ความกรุณาอย่างยิ่งให้เรานำชิ้นเนื้อไปตรวจ หลังตัดชิ้นเนื้อไปได้ประมาณ 2 ชิ้นพบว่ามีเลือดไหลตามออกมาในปริมาณมากพอสมควร ทำให้เราคิดว่าบริเวณนี้น่าจะเป็นจุดกำเนิดของเลือดออก”

ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ “ชิ้นเนื้อที่เราตัดไปตรวจเป็นชิ้นเนื้อเล็กที่ตัดผ่านกล้องนำไปตรวจตามพยาธิวิทยาทั่วไป ผลการตรวจชิ้นนี้มีลักษณะเข้าได้กับวัณโรค มีส่วนบางส่วนของเซลล์ ของเนื้อเยื่อที่มีลักษณะทำนองแบบนั้น แต่ไม่พบเชื้อวัณโรค ทางเราอยากให้แน่ใจว่าผลการวินิจฉัยนั้นถูกต้อง จึงได้ใช้เทคนิคที่เรียกว่า PCR (Polymerase Chain Reaction) คือการตรวจหา DNA ของเชื้อวัณโรค อีกครั้ง ได้ผลเป็นบวก

สรุปการวินิจฉัยโรคคือเป็นวัณโรคที่หลังโพรงจมูก ก่อนหน้านี้ตนเคยอธิบายเรื่องเลือดออกไปแล้วแต่อาจจะยังอธิบายได้ไม่หมด แต่คิดว่าอธิบายสาเหตุต่างๆ ได้ครบถ้วนพอสมควร

วันนี้นอกจากเราจะแจ้งให้ทราบว่าการวินิจฉัยสุดท้ายคืออะไรแล้ว ผมขอถือโอกาสตรงนี้ให้ข้อมูลว่าวัณโรคในประเทศไทยไม่ได้ลดน้อยลงเลย ข้อมูลล่าสุดที่องค์การอนามัยโรคใช้อ้างอิงข้อมูลจากประเทศไทยที่ส่งไปในปี พ.ศ.2560 พบว่ามีคนไข้กว่า 80,000 คนที่เป็นวัณโรค แต่จณะเดียวกันวัณโรคไม่ใช่โรคที่น่ากลัว ไม่ใช่โรคที่น่ารังเกียจ แต่เป็นโรคที่รักษาได้ทางยา ปัจจุบันโอกาสที่จะติดต่อกันก็น้อยหากได้รับยาก็สามารถควบคุมได้หมด

เรายังมีข้อมูลที่เราได้เพิ่มมาอีก ในกรณีคุณน้ำตาล ในเมืองไทยเวลาเราบอกว่าเป็นวัณโรค 83% เป็นวัณโรคที่เจอในปอด อีก 17% เจอนอกปอด เจอที่กระดูก ที่อวัยวะต่างๆ เป็นต้น และในกลุ่มวัณโรคที่อยู่นอกปอดน้อยกว่า 1% จะเจอด้านหลังโพรงจมูก กรณีคุณน้ำตาลต้องบอกก่อนว่าไม่ปกติจริงๆ กรณีที่เจอน้อยมากๆ อาจจะเป็นเพราะว่าบริเวณที่เป็นรอยโรคด้านหลังนั้นเผอิญมีเส้นเลือดอยู่มันก็เลยเกิดเหตุการณ์ที่มีเลือดออก

สิ่งที่ผมอยากฝากต่อไปคือ 1. ขอให้ช่วยเตือนกันว่า วัณโรคในเมืองไทยยังมีอยู่นะ ก็ไม่ต้องตกใจ ถ้ามีก็แค่รักษาเท่านั้นเอง เพราะการรักษายังครอบคลุมได้ดีอยู่โอกาสที่จะดื้อยามีเพียงแค่ 2% นั้นยังรักษาได้อย่างเต็มที่ และไม่อยากให้ตื่นตระหนกจากกรณีของคุณน้ำตาล วัณโรคจำนวนหนึ่งมีอาการ แต่วัณโรคกรณีของคุณน้ำตาลไม่มีอาการอะไรเลย เขาปกติทุกอย่าง ดังนั้นก็จะมีจำนวนหนึ่งที่ไม่มีอาการ

สิ่งที่เราแนะนำได้คือการตรวจร่างกายประจำปียังเป็นสิ่งที่จำเป็น ซึ่งผมเชื่อว่าในสังคมไทยมีการตรวจร่างกายประจำปีน้อยกว่าที่ควรเป็น เวลาตรวจร่างกายประจำปีแล้วเจออะไรผิดปกติอย่าคิดว่าคงไม่มีอะไรมั้ง ต้องตรวจสอบว่าเป็นอะไร อีกอย่างที่อยากจะฝากก็คือ แม้ว่าจะตรวจร่างกายประจำปีแล้วปกติ แต่หากมีอาการบางอย่างที่ผิดปกติ เช่น ผอมลง เบื่ออาหาร รู้สึกว่าตัวเองมีไข้ต่ำๆ รุมๆ โดยไม่มีทีท่าจะหายไปใน 2-3 สัปดาห์ หรือเจอก้อนเนื้อผิดปกติ อย่าชะล่าใจ ผมอยากให้ไปพบแพทย์ซะ

ที่มาของข่าว https://www.thairath.co.th

tags: เกร็ดท่องเที่ยว, กรุงเทพมหานคร, บล็อกทั้งหมด

Akkasid Tom Wisesklin
26 มิถุนายน 2562 14:07:33
   284   0


เขียนบล็อก/รีวิว กดเลิฟบล็อกเพื่อนๆ คลิก เข้าสู่ระบบ (Facebook)...


Line id: @touronthai (ใส่ @)
www.touronthai.com