
ข้อมูลเพิ่มเติม:ททท. พัทยา โทร. 0 3842 7667, 0 3842 8750 Call Center 1337
http://www.tourismthailand.org/pattaya
การเดินทาง แผนที่ ที่เที่ยว/ที่พัก

ถึงเกาะสีชัง หลังจากที่นั่งเรือจากเกาะลอยศรีราชามา 45 นาที เรือก็ใกล้ชายฝั่งของเกาะสีชังจนเริ่มจะมองเห็นอาคารบ้านเรือนได้อย่างชัดเจนแล้ว ขณะที่เรือแล่นเข้าใกล้ชายฝั่ง ภาพที่เห็นบนเกาะสีชังก็คือท่าเรือ ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ (แถบสีแดงบนเขา) และมณฑปรอยพระพุทธบาทซึ่งอยู่บนไหล่เขา (สีขาวเล็กๆ) ที่เรียกว่าคยาศิระ

เกาะสีชัง เรือที่เราโดยสารมาจากเกาะลอยเทียบสะพานท่าเรือที่เกาะสีชัง นักท่องเที่ยวเกือบทั้งหมด กระจัดกระจายกันไปยังที่ที่ตั้งใจไว้ ไม่ว่าจะเป็นการโดยสารรถสองแถว การนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้าง หรือการนั่งรถสามล้อแบบสกายแลป แต่เราขอเวลาถ่ายรูปกับเรือเป็นที่ระลึกกันก่อน ที่อยู่ไกลๆ ลิบๆ คือเกาะขามที่เราผ่านมาในระหว่างการนั่งเรือ บริเวณนี้มีเรือจอดอยู่มากมายหลายชนิดและหลายขนาด เพราะทำเลที่ล้อมรอบด้วยเกาะเป็นที่กันคลื่นและลมได้ดี เรือจึงมาจอดที่นี่กันมาก

เรือโดยสารเกาะสีชัง นักท่องเที่ยวเต็มลำเรือโดยสารขนาดใหญ่เดินทางมาจากเกาะลอยในวันเสาร์ เนื่องจากเราเดินทางมาวันศุกร์กลับวันเสาร์ คนเลยน้อยกว่าลำที่กำลังแล่นเข้ามาเทียบท่านี้มาก

การเดินทางบนเกาะสีชัง เมื่อขึ้นมาถึงท่าเรือจะเห็นช่องจำหน่ายตั๋วเรือ ซึ่งมีที่นั่งรอเวลาเรือออกได้แต่ไม่ใหญ่มากนัก ตรงนี้จะมีป้ายบอกราคาค่าบริการสำหรับรถนำเที่ยวสกายแลปตั้งอยู่ ซึ่งเป็นเส้นทางค่อนข้างตายตัวตามสถานที่ที่นักท่องเที่ยวแทบทุกคนที่มาที่เกาะสีชังจะต้องไป ได้แก่ ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ พระจุฑาธุชราชฐาน ช่องเขาขาด ศิลาจารึก หาดถ้ำพัง ถ้ามีปัญหาสงสัยต้องการข้อมูลเพิ่มเติมจะมีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอยู่ใกล้ๆ กับห้องจำหน่ายตั๋วเรือโดยสารของท่าเรือ
สกายแลปเป็นรถยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวที่มากันเป็นกลุ่ม นั่งได้ 4 คน (หรือมากกว่าก็ขึ้นอยู่กับความสามารถ) นำเที่ยวสถานที่สำคัญ 5 แห่ง เพียง 250 บาท แต่ถ้ามากันน้อยหรือมาคนเดียวลองใช้บริการรถมอเตอร์ไซค์ก็ดีเหมือนกัน มีทั้งมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่จะไปส่งที่เราต้องการ หรือจะเช่ามาขับเองก็ได้ราคาก็มีตั้งแต่ 200 บาทต่อวัน ขึ้นไป หรือจะหาเป็นแบบรายชั่วโมงก็ลองคุยราคากันดูได้ครับ

อาหารการกินบนเกาะสีชัง บนเกาะแห่งนี้ประชาชนอาศัยอยู่อย่างเรียบง่าย เป็นอำเภอเล็กๆ มีโรงพยาบาลเล็กๆ อยู่บนเกาะ ผู้คนบนเกาะสีชังรู้จักกันทั้งหมด จึงไม่มีโจรผู้ร้าย สำหรับเรื่องอาหารการกินจะมีร้านแบบเรียบง่าย ขนมแปลกๆ มีขายที่นี่ ร้านอาหารตามสั่ง ร้านก๋วยเตี๋ยว อาหารทะเลก็มี แต่จะไม่มีร้านที่ดูหรูหรา ทุกๆ ร้านล้วนแต่เป็นแบบง่ายๆ แต่คุณภาพความสะอาดไม่ต้องเป็นกังวลครับ อร่อยปลอดภัย

วิวสวยเกาะสีชัง หลังจากที่ได้ต่อรองราคารถสกายแลปกันเป็นที่เรียบร้อยเราก็ออกเดินทาง เหตุที่ต้องมีการต่อรองราคาก็เนื่องมาจากเราอยากจะไปให้ได้หลายๆ ที่ มากกว่าที่กำหนดในโปรแกรม อย่างเช่น ท่ายายทิมและแหลมงู รวมทั้งเข้าที่พักที่มาลีบลูฮัทที่ออกนอกเส้นทางไปไกลมาก สถานที่ท่องเที่ยวแห่งแรกของเราบนเกาะสีชังก็ต้องไม่พ้นศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านเคารพศรัทธาเป็นอย่างยิ่ง เจ้าพ่อเขาใหญ่นับเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจคนมาช้านานโดยเฉพาะชาวจีนที่ค้าขายกับประเทศไทยโดยทางเรือในอดีต ซึ่งตามตำนานแล้วเล่าว่ามีคนเห็นแสงประหลาดสว่างบนเขาของเกาะสีชัง จนทำให้มีคนมาค้นพบเจ้าพ่อเขาใหญ่ที่นี่ เมื่อเดินขึ้นมาบนเขาตามบันไดทางเดิน จะเป็นวิวย่านการค้าของเกาะสีชังกับท้องทะเลและเรือนานาชนิดเป็นวิวที่สวยงามมาก

เจ้าพ่อเขาใหญ่ เกาะสีชัง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวเกาะสีชังและประชาชนต่างพื้นที่ ที่สำคัญคือชาวต่างประเทศได้แก่ชาวจีนและไต้หวันเดินทางมากราบไหว้เจ้าพ่อเขาใหญ่ถึงที่เกาะสีชังแห่งนี้เป็นประจำทุกปี ซึ่งเป็นประเพณีอย่างหนึ่ง ชมภาพของศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่อีกมากมายได้ที่ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่

ช่องอิศริยาภรณ์หรือช่องเขาขาด สถานที่ท่องเที่ยวอันดับต่อไปหลังจากที่ลงมาจากศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่แล้วก็มาที่ช่องเขาชาดนี้เป็นอันดับที่ 2 (ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ใช้เวลาเดินขึ้นเดินลงและชมรอบๆ สถานที่เกือบ 1 ชั่วโมงครับเพราะบันไดสูงพอสมควรเล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน ดังนั้นในวันแรกที่มาถึงเกาะสีชังเราจึงไม่ได้ขึ้นไปถึงมณฑปรอยพระพุทธบาทบนยอดเขา)
ช่องอิศริยาภรณ์หรือช่องเขาขาด ตั้งอยู่ด้านหลังของเกาะสีชัง หากนั่งเรือผ่านจะเห็นเป็นช่องเขา ในบริเวณมีสะพานสำหรับเดินชมทิวทัศน์ สามารถชมพระอาทิตย์ตกได้สวยงาม ในอดีตเคยเป็นที่ตั้งพลับพลาที่ประทับชมทิวทัศน์ของรัชกาลที่ 5

วิวสวยช่องอิศริยาภรณ์ ภาพที่เราได้เห็นอยู่นี้ไม่น่าเชื่อว่าครั้งหนึ่งสถานที่แห่งนี้เป็นที่โปรดของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 จนโปรดให้มีการสร้างพลับพลาขึ้นที่นี่ แต่นับได้ว่าวิวรอบเกาะสีชังสวยๆ หลายแห่งโดยเฉพาะที่ช่องเขาขาดแห่งนี้ก็ยิ่งสวยงามประทับใจคนที่ได้มาเห็นกันเป็นอย่างมาก ชมภาพช่องอิศริยาภรณ์ทั้งหมดได้ที่ช่องอิศริยาภรณ์

สะพานอัษฎางค์ สถานที่แห่งนี้อยู่ในพื้นที่ของพระจุฑาธุชราชฐาน เป็นพระที่นั่งที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 แต่ต่อมาประเทศสยามมีข้อพิพาทกับฝรั่งเศส ทหารฝรั่งเศสบุกเข้ายึดพื้นที่เกาะสีชัง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้รื้อถอนพระจุฑาธุชราชฐาน มาสร้างเป็นพระที่นั่งวิมานเมฆ แต่วิวนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นพื้นที่ทั้งหมดในเขตพระราชฐานซึ่งถูกยกเลิกไปแล้วนั้น กว้างขวางมาก สะพานอัษฎางค์เป็นสะพานที่มีนักท่องเที่ยวมาถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันมาก และหากกล่าวถึงเกาะสีชังหลายๆ คนจะนึกถึงสะพานแห่งนี้เป็นอันดับแรกๆ

พระเจดีย์อุโบสถวัดอัษฎางคนิมิตร สถานที่อีกแห่งหนึ่งซึ่งถ้าหากมาเกาะสีชังเป็นอันว่าควรจะมาที่นี่ให้ได้ ไม่งั้นเหมือนมายังไม่ถึงเกาะสีชัง พระอุโบสถ เป็นลักษณะของเจดีย์ทรงกลมมีทางเข้า-ออก ด้านหน้าและด้านหลัง รายล้อมไปด้วยหน้าต่างรอบทุกทิศ ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปประธานขนาดเล็ก รอบๆ พระอุโบสถยังมองเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามได้บางส่วนอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีจุดชมวิวซึ่งเดินต่อจากพระอุโบสถแห่งนี้ไปอีกประมาณ 15 นาที จุดชมวิวนั้นจะมองเห็นพระอุโบสถในมุมสูงและทิวทัศน์ที่สวยงามรอบเกาะสีชัง ชมภาพพระจุฑาธุชราชฐานทั้งหมดได้ที่พระจุฑาธุชราชฐาน

แหลมงูและท่ายายทิม บริเวณแห่งหนึ่งบนเกาะสีชังที่เรียกกันว่าท่่ายายทิม และแหลมงู สถานที่ทั้ง 2 แห่งนี้อยู่ไม่ไกลกันมาก เดิมทีท่ายายทิมเป็นท่าสำหรับเทียบแพขนส่งซึ่งใช้ในการขนส่งหินที่ระเบิดจากภูเขาบนเกาะสีชัง หลังจากการระเบิดหินบนเกาะแห่งนี้สิ้นสุดลง ท่ายายทิมก็ไม่ค่อยได้ใช้เทียบเรือหรือแพอีกเท่าใดนัก จะว่ายกเลิกจนแทบไม่มีคนมาก็ว่าได้ แต่สถานที่แห่งนี้เป็นที่ที่จะมองเห็นเกาะค้างคาวซึ่งอยู่ใกล้เกาะสีชังมาก เกาะค้างคาวเป็นเกาะที่นักท่องเที่ยวนิยมพายคยัคบ้าง หรือเหมาเรือบ้างเพื่อไปดำน้ำดูปะการัง ในระหว่างน้ำลงจะมองเห็นหาดทรายทอดยาวถึงกันจนเดินไปได้คล้ายทะเลแหวก แหลมงู

ชลทัศนสถาน เป็นสถานที่สำหรับศึกษาเรียนรู้เรื่องสิ่งมีชีวิตกับทะเล ได้แก่ปลาทะเล ปะการัง หอยชนิดต่างๆ ดอกไม้ทะเลเป็นต้น ชลทัศนสถานอยู่ทางเดียวกับทางไปพระจุฑาธุชราชฐาน ซึ่งเราใช้เป็นจุดแวะระหว่างการเดินทางกลับมาจากท่ายายทิม

พระเหลืองเกาะสีชัง เป็นคำที่ใช้เรียกพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่ประดิษฐานบนเขาเหนือถ้ำจักรพงษ์ เนื่องจากเป็นที่เข้าใจกันได้ง่าย พระพุทธรูปองค์นี้มีขนาดใหญ่มาก สามารถมองเห็นได้แต่ไกล สถานที่ที่น่าสนใจที่อยู่ใกล้ๆ กับพระเหลือง ได้แก่ ศิลาจารึกเกาะสีชัง และ เก๋งจีน นอกจากนี้ที่ฐานขององค์พระพุทธรูปยังเป็นถ้ำจักรพงษ์ มีทางเดินเชื่อมต่อไปยังทางขึ้นถ้ำระฆังเงินระฆังทองได้ด้วย เมื่อเดินขึ้นไปถึงลานหน้าพระเหลือง จะมองเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามในอีกมุมหนึ่งของเกาะสีชัง (คนละมุมกับที่ไปยืนมองบนศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่)

สำนักสงฆ์ถ้ำีระฆังเงินระฆังทอง อยู่ไม่ไกลจากถ้ำจักรพงษ์ และพระเหลืองมากนัก แต่ทางเดินขึ้นเป็นบันไดค่อนข้างสูง แต่ก็ไม่สูงเท่าศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปางต่างๆ หลายขนาด ถ้ำแห่งนี้มีโพรงอากาศถ่ายเทได้สะดวก จนรู้สึกว่ามีลมพัดเย็นสบายภายในถ้ำ

ชมพระอาทิตย์ตกหาดถ้ำพัง หาดถ้ำพังเป็นหาดที่ลงเล่นน้ำได้เพียงไม่กี่แห่งบนเกาะสีชัง เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงาม มีร้านอาหารบริการแต่ไม่ใหญ่มากนัก มีที่นั่งทั้งแบบโต๊ะ แบบเสื่อ แบบเปลนั่งชายหาด มีเรือบริการพาเที่ยวเกาะค้างคาว เรือคยัค ห่วงยาง ฯลฯ เหมือนชายหาดทั่วๆ ไป แต่หาดถ้ำพังแห่งนี้ค่อนข้างสงบเหมาะแก่การพักผ่อน ส่วนหนึ่งอาจจะมีโขดหินประปราย แต่ก็นับว่าเป็นที่ลงเล่นน้ำทะเลที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก
หาดถ้ำพังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสุดท้ายของวันตามที่เราได้วางแผนเอาไว้ ส่วนที่เหลือก็ต้องไปกันอีกวัน สรุปว่าหากมาเที่ยวเกาะสีชังแล้วไม่ค้างคืนกันที่นี่คงยากที่จะไปเที่ยวและถ่ายรูปได้ครบทุกที่ เพราะสถานที่ท่องเที่ยวแต่ละแห่งจะใช้เวลากันค่อนข้างมาก ยกตัวอย่างเช่นการเดินชมพระจุฑาธุชราชฐาน การเดินขึ้นเขานมัสการรอยพระพุทธบาทเป็นต้น
ข้อสังเกตุ หาดถ้ำพังเป็นชื่อเรียกชายหาด และบนเกาะสีชังไม่มี ถ้ำพัง ครับ ชมภาพทั้งหมดของหาดถ้ำพังได้ที่ถ้ำพัง

ที่พักบนเกาะสีชัง หลังจากแนะนำที่เที่ยวไปจนหมดเวลาไป 1 วัน พระอาทิตย์ตกที่หาดถ้ำพังทำให้เราต้องพักที่เกาะสีชัง 1 คืน เลยเอาที่พักที่เราเคยไปพักมาแนะนำกันครับ
เริ่มจาก ปราสาทมาลีบลู เดิมทีชื่อมาลีบลูรู้จักกันดีในนามของที่พักที่มีลักษณะเป็นกระท่อมริมผา สวยงามมากบนเกาะสีชัง การเดินทางไปยังผาแห่งนั้นเป็นระยะทางค่อนข้างไกล การจะเข้าพักได้ก็ไ่ม่ใช่ง่ายๆ เพราะนักท่องเที่ยวจองล่วงหน้ากันข้ามเดือน ถ้าอยากพักก็ต้องจองอย่างน้อย 2 เดือนถึงจะชัวร์ แต่ก็ยังไม่แน่ว่าจะได้ห้องว่าง หลังจากนั้นมีการเปลี่ยนแปลงการบริหาร ชื่อมาลีบลูฮัทเปลี่ยนเจ้าของไปเป็นปารีฮัท ส่วนเจ้าของมาลีบลูมาสร้างปราสาทสีชมพูเด่นตระหง่านสะดุดตาผู้ที่ผ่านไปมาเป็นอย่างมาก ปราสาทที่สร้างขึ้นมีหลังเล็กหลังใหญ่แต่ก็เต็มตลอดเหมือนกัน ถ้าอยากพักคงต้องจองล่วงหน้ากันนานหน่อย อาจจะถึง 3 เดือน

ปารีฮัท ที่พักอีกสไตล์หนึ่งที่น่าลองเข้าไปพัก หลังจากที่ได้เปลี่ยนการบริหาร (จากที่เล่าไปแล้วเกี่ยวกับมาลีบลูฮัท) ที่นี่ก็ยังเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง เจ้าของปารีฮัทได้ทำการซ่อมแซมสร้างใหม่ให้แข็งแรงมากขึ้น โดยยังคงลักษณะเดิมไว้ ยามกลางวันชมคลื่นซัดซาดกระแทกหน้าผา เสียงคลื่นจากธรรมชาติทำให้จิดใจสงบ ยามกลางคืนเปิดไฟสว่างไสว สวยงาม ที่นี่เดิมเป็นฉากในการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องหนึ่งที่ทำรายได้ได้สูงมาก ฉากนั้นได้ถูกนำมาเปิดบริการเป็นที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบความแปลกใหม่
คงจะต้องจบการนำเที่ยวเกาะสีชังเอาไว้เท่านี้ละครับ มีทั้งรูปที่เที่ยวบนเกาะสีชังสวยๆ ทั้งนั้น มีทั้งที่พักที่เราเคยไปพักมาแล้วทั้งสิ้น เอามาแนะนำกันแบบครบเครื่อง คราวนี้จะเล่าเรื่องเกาะสีชังเป็นการปิดท้ายกันอีกหน่อยดังนี้
"ระหว่างที่เราเดินทางไปเก็บภาพและข้อมูลท่องเที่ยวบนเกาะสีชังแห่งนี้ได้เจอกับนักท่องเที่ยววัยรุ่นกลุ่มหนึ่งมาเที่ยวเกาะสีชัง เมื่อได้เดินทางไปสถานที่ต่างๆ บนเกาะอย่างที่ผมเล่ามาแล้ว นักท่องเที่ยวกลุ่มนั้นก็พูดเชิงตัดพ้อว่า เกาะสีชังนี้มีที่เที่ยวหลายแห่ง ล้วนแต่สวยๆ ทั้งนั้น แต่ทำไมเราไม่รู้จักมาก่อน ทำไมไม่มีใครโปรโมทให้ดีกว่านี้"
และนี่แหละที่ผมต้องนำเอาเรื่องราวและรูปภาพของเกาะสีชังมาปัดฝุ่นเรียบเรียงใหม่ เชิญชวนเพื่อนๆ ชาวทัวร์ออนไทย ไปเที่ยวเกาะสีชังกันครับ
![]() ![]() ![]() ![]() |
0/0 จาก 0 รีวิว |
*หมายเหตุ ระยะทางเป็นระยะโดยประมาณ