www.touronthai.com

หน้าหลัก >> เส้นทางขับรถเที่ยว >> วันเดียวเที่ยวเชียงคาน เที่ยวสบายสไตล์คนไม่เอาถ่าน

วันเดียวเที่ยวเชียงคาน เที่ยวสบายสไตล์คนไม่เอาถ่าน

    ขับรถเที่ยวแนวรักษ์โลกรักษ์สิ่งแวดล้อมมาอีกแล้วนะเพื่อนๆ วันนี้เราพาเที่ยวเชียงคาน ที่เที่ยวที่ยังได้รับความนิยมอย่างมากคนมาเที่ยวมีทุกฤดู เมืองเล็กๆ นี้มีเสน่ห์มากโดยเฉพาะถ้าเรามาเที่ยวแบบเข้าใจความเป็นเชียงคานแบบดั้งเดิม ความเชื่อ ประเพณี วัฒนธรรม วิถีชีวิตความเป็นเชียงคานที่หลายคนอาจจะมองว่าค่อยๆ ลางเลือนหายไป แต่ความจริงแล้วความเป็นเชียงคานยังคงอยู่แต่คนที่มาเยือนจะมองหาเจอหรือเปล่าเท่านั้นเอง

    ทริปนี้อยากตั้งชื่อว่าวันเดียวเที่ยวเชียงคาน เพราะเรามาเที่ยวเชียงคานใช้เวลา 24 ชั่วโมง แต่ถ้านับตามวิธีนับเวลาเดินทางของทัวร์เค้าเรียกว่าทริป 2 วัน 1 คืน ^^ ทำความเข้าใจตรงนี้ตรงกันแล้วก็เล่าเรื่องเที่ยวเชียงคานสบายสไตล์คนไม่เอาถ่านกันต่อ ที่ผ่านมาเราได้เล่าเรื่องการเที่ยวสไตล์คนไม่เอาถ่านมาพอสมควรแล้วนะ มันเป็นการเล่นคำที่ต้องแปลไทยเป็นไทยนิดหน่อย ไม่เอาถ่าน คือกิจกรรมที่ลดการใช้พลังงานที่จะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (คาร์บอนมันแปลว่าถ่านอะนะ) 

    เริ่มเรื่องวัฒนธรรมความเชื่อชาวเชียงคานแท้ๆ ที่กิจกรรมที่ชื่อว่า ผาสาดลอยเคราะห์ เป็นการทำเครื่องลอยเคราะห์ บางที่ก็เรียกเสียเคราะห์ เป็นพิธีกรรมที่ทำเพื่อความเป็นสิริมงคลด้วยการลอยเอาสิ่งไม่ดีออกไปจากชีวิต ผาสาดลอยเคราะห์เป็นอะไรที่ทำไม่ยากใช้กาบกล้วย ใบตอง ไม้กลัด แล้วก็ขี้ผึ้ง นอกจากเชียงคานแล้วเรายังไม่เคยเห็นการลอยเคราะห์แบบนี้ที่อื่นเลย ถ้าจะมีคล้ายๆ ก้นก็ที่สังขละ กับหัวหิน แต่อันนั้นลอยเคราะห์ด้วยเรือลำใหญ่ๆ เหมือนไหลเรือไฟ จะเรียกว่าผาสาดลอยเคราะห์เป็นอะไรที่มีที่เชียงคานที่เดียวก็ว่าได้นะ

    การทำผาสาดลอยเคราะห์ ก็จะต้องมาทำกันที่ศูนย์ท่องเที่ยวเมืองเชียงคาน เป็นศาลาไม้ไม่เล็กไม่ใหญ่ จุคนได้สัก 20 คนกำลังดี ที่นี่มีเรื่องราวความเป็นมาของเชียงคาน และการทำผาสาดบอกไว้อย่างละเอียดเลยละ การทำผาสาดลอยเคราะห์เป็นสิ่งที่สืบทอดกันมายาวนาน และยังคงสืบสานกันต่อไปอีกเรื่อยๆ ดูจากเด็กอายุ 11 ขวบนั่งทำดอกผึ้ง น้องเล่าว่าทำมาตั้งแต่อายุ 8 ขวบนู่นแน่ะ

    ส่วนประกอบของผาสาดลอยเคราะห์นอกจากจะมีกาบกล้วยกับใบตองเอามาทำเป็นคล้ายๆ ปราสาทเล็กๆ รูปกรวย แล้วต้องมีดอกผึ้งติดด้วย ดอกผึ้งเป็นการเอาขึ้ผึ้งมาต้มให้ร้อนเหลวๆ เอาไม้แบบหรือมะละกอแกะร่องรอบๆ คล้ายเป็นจีบๆ จุ่มลงไปในขี้ผึ้งร้อนให้จับขึ้นมาแล้วแช่น้ำให้เย็นค่อยๆ แกะเอาขึ้ผึ้งออกก็จะได้ดอกผึ้งที่สวยงาม (ถ้าบรรยายไม่เข้าใจดูในคลิปเอานะ 555)

    ติดดอกผึ้งใส่ในผาสาดลอยเคราะห์จนสวยงามแล้วตอนนี้ก็ต้องตัดเอาเล็บกับผมใส่ลงไปในผาสาดของตัวเอง เป็นเหมือนตัวแทนว่าเราจะลอยเอาสิ่งไม่ดีออกจากตัวไปพร้อมกับผาสาด

    หลังจากที่ทำผาสาดเรียบร้อยใส่เล็บกับผมนิดหน่อยลงไปในผาสาดก็เป็นอันว่าผาสาดของเราพร้อมที่จะลอยได้แล้ว แต่ก่อนหน้านั้นจะมีการทำพิธีกรรม ก่อนพิธีกรรมจะเริ่มเราจะเอาผาสาดไปถ่ายรูปมุมสวยๆ ได้ตามใจชอบ วิวสวยริมน้ำโขงของเชียงคานมีให้เลือกเยอะ หลังจากนั้นแล้วก็เอาผาสาดมานั่งทำพิธีร่วมกันในศูนย์ฯ เมื่อทำพิธีกรรมแล้วตามความเชื่อของชาวเชียงคานจะเอาผาสาดไปลอยในแม่น้ำโขงโดยจะไม่มีการอาลัยอาวรณ์ผาสาดของเรา ลอยไปแล้วจะต้องไม่เหลียวหลังกลับไปมอง และเมื่อทำพิธีกรรมแล้วก็ไม่ควรจะถ่ายรูปกับผาสาดด้วย

    ลอยเคราะห์กันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วถือว่าเป็นการเริ่มต้นทริปที่เป็นสิริมงคลมากๆ ของการเที่ยวเชียงคานสไตล์เชียงคานแท้ๆ ของเรา ต่อจากนั้นก็นั่งรถรางเที่ยวชมเมืองเชียงคาน เป็นกิจกรรมที่ชิลมาก รถรางที่นี่ดีไซน์เก๋มากกกก ใช้รูปหัวรถจักรไอน้ำเป็นหัวลากต่อพ่วงด้วยตู้โดยสาร ที่เหนือความคาดหมายกว่านั้น เจ้าหน้าที่ขับรถรางรูปหัวจักรไอน้ำเป็นตำรวจซะด้วยยยย แต่งตัวเหมือนเจ้าหน้าที่รถไฟเต็มยศเลยทีเดียว รถรางเที่ยวหมู่บ้านก็เห็นมาเยอะ แต่พอนึกว่าเป็นรถรางเที่ยวเชียงคานนี่มันคาใจจริงๆ เพราะถนนในเชียงคานไม่กว้างเท่าไหร่แถมนี่เป็นรถพ่วงซะด้วยจะไปได้จริงเร้ออออ แต่พอนั่งไปจริงๆ ก็ปรากฏว่าเค้าผ่านไปได้จริงๆ แฮะ

    รถรางพาเที่ยวเชียงคานมาที่บ้านโบราณ บ้านไม้เก่าแก่หลังใหญ่ของชุมชนเชียงคาน ที่จริงยังมีอยู่หลายหลังแต่ที่เปิดให้เราเข้าชมได้จริงๆ ก็ไม่เยอะหรอก บ้านไม้โบราณเค้าจัดแสดงข้อมูลหลายอย่างของความเป็นเชียงคานตั้งแต่สมัยอดีตให้คนรุ่นหลังได้รู้จักเชียงคานกันดียิ่งขึ้น

    ที่คาดไม่ถึงคือรถรางเลี้ยวออกจากซอยบ้านโบราณพาเราไปเที่ยวถนนคนเดินเชียงคานได้ด้วย ซอยแคบมากๆ ยังเลี้ยวผ่านไปได้อย่างไม่น่าเชื่อ ถือว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาอาสาขับให้เรานั่งนี่ฝีมือจริงๆ เที่ยวดูร้านค้าไปเรื่อยๆ แล้วก็มาจอดส่งเราที่วัดศรีคุนเมือง วัดเก่าแก่และสำคัญของเชียงคาน

    งานปูนปั้นและภาพจิตรกรรมเก่าแก่ที่อยู่คู่กับโบสถ์วัดศรีคุนเมือง เป็นอะไรที่ไม่ควรพลาดเวลามาเชียงคาน ทำบุญไหว้พระกันเสร็จแล้วก็นั่งรถรางไปอีกหน่อยแล้วเดินไปที่ท่าน้ำ ท่าน้ำของวิสาหกิจชุมชนประมงเชียงคาน เป็นจุดเริ่มต้นที่เราจะล่องเรือเที่ยวโดยมีเรือประมงกับชาวประมงคนเชียงคานแท้ๆ เป็นคนขับเรือให้เรานั่งชมวิวริมสองฝั่งโขง

    ล่องเรือเที่ยวเชียงคานโดยวิสาหกิจชุมชนประมงเชียงคาน เป็นการรวมกลุ่มกันของชาวประมงที่มีเรือสำหรับหาปลาในแม่น้ำโขง และมีความคุ้นเคยกับแม่น้ำโขงมาทั้งชีวิต ถึงจะรับประกันความปลอดภัยด้วยประสบการณ์ขับเรือในแม่น้ำโขงทุกวันมาไม่รู้กี่สิบปี แต่กลุ่มชาวประมงก็ยังคงยืนยันที่จะให้เราใส่เสื้อชูชีพครบทุกคนก่อนที่เรือจะออกจากท่า

    แม่น้ำโขงเป็นแม่น้ำที่ยาวมากๆ ไหลผ่านตั้งหลายประเทศ เป็นแม่น้ำสายสำคัญกับคนจำนวนมากมายในทุกประเทศที่ไหลผ่าน ล่องเรือเที่ยวชมวิวแม่น้ำโขงมีอยู่หลายที่ให้เลือก เท่าที่เคยนั่งเรือเที่ยวก็คงจะมีเชียงคานกับสามพันโบกของอุบล ตามเส้นทางของแม่น้ำที่แบ่งเขตแดนสองประเทศ ไทย - ลาว มีจุดที่วิวสวยๆ หลายจุด สำหรับเชียงคานเหมาะมากที่จะนั่งเรือเที่ยวดูพระอาทิตย์ตก ชาวประมงมีเรือหลายขนาดสำหรับคนมาเที่ยวกลุ่มเล็กกลุ่มใหญ่จะได้มีตัวเลือก เส้นทางล่องเรือมีหลายระยะ เอาง่ายๆ คือระยะสั้น ท่าน้ำ - ดอนไข่ ราคาคนละ 100 ระยะไกล ท่าน้ำ - ดอนเลย ราคาคนละ 300 บาท การล่องเรือชมพระอาทิตย์ตกต้องกะเวลาแม่นๆ หน้าร้อนพระอาทิตย์ตกเร็วน่าจะล่องประมาณ 5 โมงเย็น ส่วนหน้าหนาวกับหน้าฝนแนะนำว่าให้ล่องเรือประมาณ 6 โมงเย็น

    นอกเหนือจากการชมวิวสวยๆ ของแสงสุดท้ายของวัน ยังมีโอกาสได้ชมวิถีชีวิตชาวประมงลุ่มน้ำโขงที่เชียงคานอีกด้วย เวลาไปนั่งกินข้าวร้านอาหารในเชียงคานจะได้รู้ว่าปลาที่ทำกับข้าวให้เรากินมันมีความเป็นมายังไง 555

    กิจกรรมล่องเรือเที่ยวเชียงคานใช้เวลาไม่นาน เพราะเราเลือกเส้นทางระยะสั้น ขึ้นจากท่าน้ำแล้วยังเดินเล่นชมพระอาทิตย์ตกสวยๆ กันต่อได้ หรือจะไปนั่งกินข้าวในร้านอาหารริมน้ำโขงก็มีให้เลือกมากมาย ร้านที่เราเลือกคือครัวนั่งเล่นเล่น ร้านอาหารสไตล์ชิลๆ ไม่ใหญ่มากนั่งกินลมชมวิวริมแม่น้ำฟินกันเลยทีเดียว

    เสน่ห์เชียงคานของคนที่มาที่นี่อย่างหนึ่งคงไม่พ้นการมาเดินถนนคนเดินเชียงคาน ของกินของใช้เสื้อผ้าของที่ระลึก ยังคงเป็นของที่นักท่องเที่ยวจะมีติดไม้ติดมือกลับไปเสมอ ถนนคนเดินที่เชียงคานจะมีทุกวันเป็นความแปลกอย่างหนึ่งที่ถนนคนเดินที่อื่นๆ ไม่มี ถ้าไม่รู้ว่ามาเชียงคานควรจะซื้ออะไร เราจะแนะนำของกินประจำถิ่นเชียงคานซะหน่อย

    ของขึ้นชือของเค้าเลยก็คือเจ้ากุ้งตัวเล็กๆ เสียบไม้ยาวๆ กับปูน้อยๆ นี่เอง เป็นของหาง่ายจากแม่น้ำโขงแท้ๆ เสียบไม้ยาวๆ ให้แบบสวยๆ แยกตามขนาด เนื่องจากชาวบ้านเค้าหาได้แบบไม่ยากก็เอามาทำขายในราคาไม่แพง เหมาะที่จะกินเล่นเพลินๆ ระหว่างการเดินถนนคนเดินเชียงคานแบบสุดซอย

    ร้านขายกุ้งเสียบมีหลายร้านเป็นช่วงๆ ตลอดถนนคนเดินชอบร้านไหนก็แวะซื้อร้านนั้น แต่ร้านที่เราชอบเป็นร้านที่อยู่ตรงบ้านโบราณเพราะบรรยากาศของร้านมันได้สุดๆ แล้ว

    ร้านค้าต่างๆ ในถนนคนเดินเชียงคานก็มีหลายร้านที่ยังเหมือนเดิมกับตอนที่เรามาเมื่อหลายปีก่อน แต่หลายร้านก็เปลี่ยนไปมีร้านค้าใหม่ๆ มาเปิดแทนร้านเก่า ของที่ขายก็หลากหลายต่างกันไป ส่วนที่เห็นแล้วชอบเป็นพิเศษก็มีร้านสำมะปินี่แหละ ชื่อร้านเป็นภาษาอีสานแท้ๆ ที่ไม่ค่อยจะได้ยินที่ไหน แม้จะมีละครหลายเรื่องที่เป็นละคนอีสานแต่ศัพท์คำว่า สำมะปิ ก็ไม่ได้เอามาใช้ในละคร เพราะความหมายของคำถ้าไม่ใช่คนอีสานจริงๆ คงจะรู้ได้ยาก คำๆ นี้มีความหมายคล้ายๆ สากกะเบือยันเรือรบ ร้านขายของใช้เล็กๆ น้อยๆ ของจุกจิกรวมๆ กันในร้านเดียว อะไรทำนองนั้น

    เดินถนนคนเดินจนเมื่อยน่องแล้วเดินกลับที่พัก ที่วงศ์สายศิริ ศรีเชียงคานเรียกได้ว่าเดินกันเกือบสุดถนนเลยเหมือนกัน ดูนาฬิกาที่นับจำนวนก้าวบอกว่าเราเดินไป 3851 ก้าวเลยนะเนี่ย (ปกติทำงานเดินไม่เคยถึง 1000 ก้าว นี่เป็นข้อดีของการออกมาเที่ยวเหมือนกันนะเนี่ย อย่างน้อยก็เดินเยอะกว่าอยู่บ้าน 5555)

    เข้าที่พักอาบน้ำนอนพักผ่อน เชียงคานนี่ 2-3 ทุ่ม เงียบมากๆ เลย เหมาะสำหรับการพักผ่อนที่ดีด้วย มาเที่ยวเชียงคานทั้งทีต้องตื่นแต่เช้าใส่บาตรด้วยถึงจะครบ ของที่จะใส่บาตรหาไม่ยากออกจากที่พักมาก็มีขายแล้ว เดินไม่ไกลก็ได้ของใส่บาตรแล้ว ถ้ามากันเยอะๆ สั่งรีสอร์ทที่เราพักเอาไว้เค้าจะช่วยเตรียมให้ด้วย อาบน้ำมาแต่เช้าๆ แต่งตัวสวยๆ มายืนรอพระได้เลย ปกติ พระจะเดินบิณฑบาตรประมาณ 6 โมงเช้า

    เสน่ห์เชียงคานคือการใส่บาตรทุกเช้า ถ้าเรามาเที่ยวเชียงคานเราก็ควรจะมีรูปใส่บาตรสวยๆ ด้วยถึงจะฟิน แล้วจะบอกให้อีกอย่างนะว่าถ้าได้เตรียมชุดไทยมาใส่ตอนใส่บาตรด้วยแล้ว จะฟินที่ซู๊ดดด เลย เวลาเอารูปไปโพส อิอิ เพื่อนๆ จะอิจมากเชื่อเหอะ ลงทุนหน่อยแต่พอภาพออกมาจะคุ้มสุดๆ แน่นอนนนน

    ใส่บาตรเสร็จแล้ว ก็มากินข้าวเช้าที่พักบางแห่งมีข้าวเช้าบางแห่งไม่มีก็หากินกันไป ในเชียงคานไม่ใช่เรื่องใหญ่ใครมาที่นี่ย่อมรู้กันดี เสร็จแล้วก็เช็คเอาท์กันได้ โปรแกรมสุดท้ายของวันเดียวเที่ยวเชียงคานก็ไปแก่งคุดคู้ ชมวิวน้ำโขง หรือจะแวะขึ้นภูทอกก็ว่ากันไป วันไหนดูทีท่าไม่มีหมอกก็ไม่ต้องขึ้นประหยัดค่ารถได้ด้วย

    มาแก่งคุดคู้ก็เป็นโอกาสอันดีในการซื้อของฝากที่ขึ้นชื่อของเชียงคาน มีทั้งกุ้งทอด มะพร้าวแก้ว ขนมจีนอบ (อันนี้แปลกดีเพิ่งเคยเห็น เค้าเล่าว่าเส้นขนมจีนอบจะหอมมาก กลิ่นจะดีกว่าขนมจีนเส้นสดซะอีก แต่อันนี้ยังไม่ลองเลยไม่คอนเฟิร์มนะใครลองแล้วแวะมาเขียนเม้นต์บอกหน่อยก็ดี) มะพร้าวแก้วมีโรงงานทำอยู่ใกล้ๆ แก่งคุดคู้มีหลายเจ้าอยู่เหมือนกัน ที่ดังๆ หน่อยคือเคียงเลย ชอบเจ้าไหนก็ชิมๆ เลือกๆ ก้นไปเลยจ้า

    สำหรับทริปวันเดียวเที่ยวเชียงคานก็จบเท่านี้ละจ้า ใช้เวลาไป เกือบๆ 24 ชั่วโมง พอดี และนี่แหละสไตล์การเที่ยวแบบลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน ซึ่งเป็นอันตรายสำหรับโลกเรา ไปไหนก็ไปเป็นกลุ่ม นั่งรถรางไปได้ทีละเยอะๆ ล่องเรือเที่ยวก็นั่งลำละหลายๆ คน อาหารการกินกินของที่หาได้ในพื้นที่จะได้ไม่มีการใช้พลังงานในการขนส่ง เที่ยวเชียงคาน เดินก็เที่ยวได้ จักรยานก็เที่ยวได้ ช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อมลดการใช้พลังงานกับการเที่ยว เรื่องเล็กๆ น้อยๆ แค่นี้ก็รักษาสิ่งแวดล้อมได้แล้ว ให้การท่องเที่ยวของเราไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ที่เที่ยวของเราก็จะได้สวยๆ ให้เที่ยวได้อีกนานๆ

    ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องขอบคุณ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อ.พ.ท.) พื้นที่ 5 มา ณ โอกาสนี้ด้วยคร้าบ แล้วพบกันใหม่เรื่องต่อไปของทัวร์ออนไทยดอทคอม ฝากกดไลค์แฟนเพจด้วยนะจ๊ะ แฟนเพจ เที่ยวไหนต่อ touronthai.com

จำนวนผู้ชม 2327 คะแนน 0  ให้กำลังใจคนเขียนทริปนี้ คลิก...>>
กดติดตามการเดินทางของเราใน Youtube ด้วยนะคะ

แผนที่ขับรถเที่ยว วันเดียวเที่ยวเชียงคาน เที่ยวสบายสไตล์คนไม่เอาถ่าน

Line id: @touronthai (ใส่ @)
www.touronthai.com