www.touronthai.com

หน้าหลัก >> เส้นทางขับรถเที่ยว >> อาสาทำท่องเที่ยว หมู่บ้านกลางหัวใจภูกระดึง บ้านพองหนีบ

อาสาทำท่องเที่ยว หมู่บ้านกลางหัวใจภูกระดึง บ้านพองหนีบ

    นานจังเลยนะ ที่ไม่ได้เขียนทริปแบบยาวๆ แบบจริงจัง วันนี้กลับมาปัดฝุ่นเขียนบทความที่เที่ยวใหม่ๆ เป็นเรื่องเป็นราวกันอีกครั้ง กับกิจกรรมอาสาทำท่องเที่ยว (หุหุ ไม่คุ้นสิกับคำๆ นี้ เราก็เพิ่งเจอนี่แหละ) ขยายความเล่าที่มานิดนึงละกันนะ อาสาทำท่องเที่ยวเป็นโครงการของ อพท. องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ที่จะจัดทำทริปทดสอบการท่องเที่ยว (test trip) เข้าไปที่ชุมชนใหม่ๆ ที่อยากจะเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวด้วยการพานักท่องเที่ยวที่เป็นกลุ่มอาสาสมัครเข้าไปท่องเที่ยวในชุมชน ให้ชุมชนได้ฝึกการต้อนรับนักท่องเที่ยวจากต่างถิ่นจริงๆ มันจึงเป็นโอกาสที่ดีของคนชอบเที่ยวที่จะได้เห็นอะไรใหม่ๆ ที่เที่ยวใหม่ๆ พบปะผู้คนในชุมชนใหม่ๆ แน่นอนว่าคนที่มาทริปนี้ต้องเตรียมพบกับอะไรหลายๆ อย่างที่อาจจะยังไม่พร้อม ยังไม่ลงตัว ยังไม่เข้าที่ 

    หมู่บ้านพองหนีบ เป็นหมู่บ้านที่อยู่ห่างไกลจากตัวเมืองค่อนข้างมาก มีถนนที่สะดวกอยู่สายเดียวคือเข้าทางอำเภอภูกระดึง ไปทางบ้านวังยางห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 18 กิโลเมตร ต่อจากบ้านวังยางไปอีกประมาณ 12 กิโลเมตร ทางสายนี้เป็นถนนลูกรังสลับคอนกรีตบางช่วง ถึงจะเป็นหน้าฝนแต่ถ้าฝนไม่ตกหนักจริงๆ รถกระบะทั่วไปเข้าได้ ส่วนหน้าแล้งรถเก๋งก็เข้าได้ หมู่บ้านพองหนีบถ้ามองด้วย Google Earth จะอยู่ตรงกลางรอยหยักของรูปหัวใจของภูกระดึงพอดี ล้อมรอบด้วยแนวเขา จนเป็นหมู่บ้านกลางหุบเขา อากาศดีสุดๆ หน้าฝนจะเห็นหมอกขาวๆ อยู่รอบหมู่บ้าน ระยะทาง 30 กิโล จากที่ทำการอุทยาน ถ้าฝนตกถนนแฉะๆ หน่อยอาจจะต้องใช้เวลาเกือบชั่วโมงอยู่เหมือนกัน ด้วยตำแหน่งของหมู่บ้านจึงเป็นที่มาที่เราใช้เรียกทริปนี้ว่า กลางหัวใจภูกระดึง

    หมู่บ้านขนาด 160 กว่าหลังคาเรือน มีวัด 2 แห่ง เป็นวัดป่า และวัดบ้าน (คำที่ชาวบ้านใช้เรียกวัดสายธรรมยุต) มีโรงเรียน 1 โรงเรียน สถานที่ที่เหมาะจะเป็นที่รับแขกจำนวนมากที่มาเป็นหมู่คณะก็เลยเป็นวัดบ้าน คือวัดศรีชมภู ของหมู่บ้านพองหนีบ ชาวบ้านที่ร่วมกับโครงการท่องเที่ยวโดยชุมชนจะมาพร้อมกันที่วัดเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวอาสาที่วัด ชาวบ้านทำของกินง่ายๆ มาต้อนรับ น้ำอัญชัญ กล้วยทอด ขนุน ขนมครก ให้กินกันแบบไม่อั้น ทุกคนไหว้พระในศาลาจากนั้นก็จะมีกิจกรรมที่เพิ่งเคยเห็นที่นี่ครั้งแรกคือการจับสลากพ่อฮักแม่ฮัก นักท่องเที่ยวจะจับสลากคนละใบในสลากจะบอกเลขที่บ้านเจ้าของบ้านหลังนั้นคือพ่อฮักแม่ฮักของเรา ในระหว่างที่เราเที่ยวอยู่ในหมู่บ้านเราจะเข้าไปเยี่ยมพ่อฮักแม่ฮัก พูดคุยสอบถามข้อมูลหมู่บ้าน ชมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ หรือจะกินข้าวที่บ้านหลังนั้นก็ได้ พ่อฮักแม่ฮักจะดูแลเราเหมือนเป็นคนในครอบครัวจริงๆ การจับสลากสร้างความตื่นเต้นให้เราอย่างมากในการเดินทางท่องเที่ยวในทริปนี้ เราเป็นคนที่เดินทางมามากแต่การดูแลนักท่องเที่ยวแบบตัวต่อตัวนี่เพิ่งเคยเห็นจากหมู่บ้านนี้เป็นที่แรก พ่อฮักหรือแม่ฮักของเราจะเป็นคนมาผูกแขนให้เป็นการต้อนรับเข้าสู่หมู่บ้าน จากนั้นเราก็กินข้าวด้วยกันเป็นคณะใหญ่ ด้วยอาหารแบบพื้นบ้านเรียบง่ายเท่าที่จะหาได้จากในหมู่บ้าน ส้มตำ ผัดหมี่ ไก่หลาม ไข่เจียว ฯลฯ ไปตามเรื่อง

    จบจากมื้ออาหารกลางวันของเรา ก็จะเป็นช่วงเวลาที่เราจะต้องทำภารกิจ ที่ประกอบไปด้วย อาสากิน อาสานอน อาสาปลูกป่า อาสาพัฒนา อาสาสร้าง อาสาสอน มื้อกลางวันของเราถือว่าอยู่ในกลุ่มอาสากินเราได้กินอาหารง่ายๆ แบบพื้นบ้านไปแล้ว ต่อไปคืออาสาปลูกป่า การปลูกป่าของเราจะทำในเขตอุทยานแห่งชาติภูกระดึง จุดที่ใกล้หมู่บ้านที่สุดคือหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ลย.4 เป็นหน่วยที่เป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางไปน้ำตกลาดใหญ่

     ออกเดินทางกันด้วยรถอีแต๊ก พาหนะของชาวบ้านที่จะพาเราไปยังหน่วยพิทักษ์อุทยานได้ทีละหลายๆ คน รวมไปถึงข้ามฝายลำน้ำพองที่มีน้ำค่อนข้างมากเพราะกำลังจะเข้าหน้าฝน ทุกคนดูสนุกสนานตื่นเต้นไปกับการนั่งอีแต๊กข้ามฝายที่มีน้ำไหลผ่านมันเป็นครั้งแรกของหลายๆ คนที่มาทริปนี้

    หัวหน้าอุทยาน พร้อมเจ้าหน้าที่รอต้อนรับพวกเราอยู่อีกฝั่งของลำน้ำพอง กล้าไม้ที่จะปลูกป่าคือมะค่าโมงเตรียมไว้ให้พร้อมแล้ว เราไปถึงก็ถ่ายรูปหมู่เป็นที่ระลึกก่อนจะแยกย้ายกันไปปลูกต้นไม้ของตัวเอง หลังจากนี้ถ้าได้กลับมาบ้านพองหนีบสิ่งหนึ่งที่พวกเราจะต้องทำอย่างแน่นอนคือการกลับไปดูต้นไม้ฝีมือของเรา

    ด้วยจำนวนของอาสาสมัครในทริปนี้ทำให้การปลูกต้นไม้เสร็จเร็วมากกกๆๆๆ เราประชุมหารือกันอีกครั้งเรื่องที่นอน ตามแผนการผู้ชายจะนอนที่หน่วยพิทักษ์อุทยาน ส่วนผู้หญิงจะแบ่งกันไปนอนตามโฮมสเตย์ที่ชาวบ้านจะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการหลังจากทริปทดสอบของเราผ่านพ้นไป ปัญหาของเราคือสายฝนที่ตกลงมาดูเหมือนว่ามันอาจจะทำให้น้ำในลำน้ำพองขึ้นสูง ผู้ชายที่นอนที่หน่วยคงจะออกจากหน่วยไม่ได้ แผนของเราเลยต้องเปลี่ยนอีก ให้ผู้ชายขนของกลับออกไปที่หมู่บ้านและที่นอนที่น่าจะดีที่สุดก็กลายเป็นโรงเรียนบ้านพองหนีบ

    เวลาที่เหลือของการเดินทางในวันแรก เราเลยไปเล่นกับเด็กๆ ส่วนหนึ่งออกสำรวจหมู่บ้านไปเยี่ยมบ้านพ่อฮักแม่ฮัก เด็กๆ มีเกมเล่นสนุกๆ ที่เราไม่เคยเจอ เค้าเรียกว่า เล่นแห มันเหมือนการวิ่งไล่จับ แต่พอจับใครได้คนนั้นต้องมาวิ่งจับมือกับเราเป็นแหไปด้วยกัน เด็กๆ ดูสนุกมากในขณะที่ผู้ใหญ่ก็เหนื่อยมาก 555 แต่มันก็สนุกดีเหมือนกัน เหมือนว่าพวกเราได้กลับไปอายุ 10 ขวบ เลยทีเดียว

    เวลาของวันแรกผ่านไปแล้ว เย็นวันนี้คนที่ได้นอนโฮมสเตย์ก็จะได้กินข้าวที่บ้าน ส่วนคนที่นอนรวมกันในโรงเรียน (ผู้ชาย) ก็จะมีอาหารร่วมกันเสร็จแล้วก็แยกกันเข้านอน เราลองไปรีวิวโฮมสเตย์หลังหนึ่งคือบ้านแม่เหรียญคงจะทำได้หลังเดียวเพราะหลังจากคืนแรกผ่านไปห้องพักคงจะเต็มไปด้วยข้าวของ (ของผู้หญิง ^^ ) เพื่อไม่เป็นการรบกวนเลยถ่ายมาได้หลังเดียว ไว้คราวหน้าเราคงได้กลับมารีวิวหลังอื่นๆ สำหรับบ้านแม่เหรียญเป็นลักษณะบ้านแฝด ด้านหนึ่งแม่เหรียญอยู่อาศัยแบ่งอีกด้านหนึ่งเป็นบ้านพักมีห้องน้ำในตัว ด้วยความกังวลที่แม่เหรียญและชาวบ้านพองหนีบไม่เคยเปิดบ้านรับนักท่องเที่ยวมาก่อนดูเหมือนว่าทุกคนจะพยายามไปหาซื้อที่นอน ผ้าปูที่นอน มุ้ง ฯลฯ มาเพิ่ม ห้องนอนของโฮมสเตย์ในหมู่บ้านนี้จึงสะดวกสบายกว่าหลายที่ๆ เคยไปมา คิดว่าถ้าเปิดให้เที่ยวเต็มตัวแล้วหลายๆ คนที่มาที่นี่คงจะชอบแหละไม่ลำบากอย่างที่คิด

    เช้าวันใหม่ ต่างคนต่างมีโปรแกรมที่วางแผนของตัวเอง เรานัดรวมตัวกัน 7 โมงเช้า (ผู้ชาย) เพื่อไปกินข้าวที่ข้างศูนย์บริการนักท่องเที่ยว (เป็นศูนย์ที่สร้างจากไม้ไผ่ที่เราหลายๆ คนช่วยกันสร้าง) ส่วนผู้หญิงจะกินข้าวเช้าที่โฮมสเตย์ของแต่ละคน ก่อนที่จะถึงเวลานัดทุกคนมีอิสระที่จะทำอะไรก็ได้ และแน่นอนว่าเราก็จะไปรอพระอาทิตย์ขึ้นที่จุดชมวิวของบ้านพองหนีบ จุดชมวิวนี้ไม่เลวเลยเป็นเนินเตี้ยๆ ไม่สูงมากแต่เห็นวิวสวยๆ ได้รอบด้าน ที่ๆ มีภูเขาอยู่รอบตัว ด้านทิศใต้เป็นภูกระดึงถ้าลองมองให้ดีเราจะเห็นว่าเราอยู่ตรงกลางร่องของรูปหัวใจของภูกระดึงเลย พระอาทิตย์ขึ้นกับสายหมอกจางๆ รอบตัว ส่วนในหมู่บ้านเราจะเห็นทะเลหมอกเล็กๆ คลุมอยู่เหนือหมู่บ้าน เวลาในการชมวิวของเราไม่ยาวมาก อีกหนึ่งอย่างที่อยากจะทำคือการเข้าหมู่บ้านให้ทันใส่บาตรพระ

    ชาวบ้านบอกว่าพระจะมาบิณฑบาตรประมาณ 6 โมงครึ่ง เราเลยลงจากจุดชมวิว 6 โมง เตรียมของตักบาตรแบบง่ายๆ แม่เหรีญ แม่ฮักของบ้านโฮมสเตย์ 1 ใน 5 หลัง เตรียมไว้บ้างแล้ว แต่เราอยากจะหาของใส่เพิ่มเลยวิ่งไปร้านค้าได้นมกล่องกับขนมเค้กที่เจ้าของร้านทำเอง ไก่ย่างอีก 2 ไม้ พร้อมสำหรับการใส่บาตร

    อย่างที่บอกว่าบ้านพองหนีบมีวัดป่า กับวัดบ้าน ทั้งสองวัดบิณฑบาตรเวลาใกล้เคียงกันมาก พระจากวัดป่าจะมาที่หมู่บ้านก่อนจำนวนไม่แน่นอนชาวบ้านบอกว่าบางวันมาองค์เดียวบางวันมาเยอะ ส่วนวัดบ้านปกติจะเดินบิณฑบาตร 5 องค์ ชาวบ้านที่นี่ตื่นตักบาตรทุกเช้า ของที่ชาวบ้านเตรียมมาก็เท่าที่จะหากันได้ ไม่จำเป็นว่าจะต้องหาให้ได้ตามจำนวนพระที่เดินมา บางองค์จึงได้ของตักบาตรมาก บางองค์โดยเฉพาะองค์ท้ายๆ ก็จะได้น้อย แต่สุดท้ายแล้วท่านก็จะฉันรวมกันที่ศาลาของวัด อย่างหนึ่งที่แปลกคือตอนเราเอาของไปตักบาตรเรานั่งลงแล้วพระบอกให้ยืนขึ้นไม่ต้องนั่ง ชาวบ้านก็บอกว่าไม่ต้องนั่ง ตักบาตรเสร็จแล้วพระไม่ได้ให้พรแต่สวดเป็นบทอื่นที่เราไม่เคยได้ยิน อันนี้ก็งงๆ นิดหน่อยถือเป็นประสบการณ์แปลกใหม่อีกแบบหนึ่งที่เราได้มาเจอที่นี่

    เสร็จสิ้นกิจกรรมอิสระของเราในยามเช้า ต่อไปเราต้องไปรวมกันทำกิจกรรมที่ศูนย์ของเรา ภารกิจของวันนี้คือ อาสาสร้าง คือการสร้างศูนย์และตกแต่งให้เสร็จ อีกส่วนหนึ่ง อาสาพัฒนา ต้องพัฒนาด้วยการทาสีกำแพงศูนย์เด็กเล็กบ้านพองหนีบ ทุกคนหารือแบ่งงานกันมาเป็นอย่างดีว่าจะอยู่ทีมไหน แต่ละทีมจะทำงานยังไง ไอเดียของภาพที่จะเขียนลงบนกำแพงมีอะไรบ้าง จากนั้นทุกคนก็รวมกลุ่มทำตามหน้าที่ที่ได้รับ งานที่คิดว่าจะนานก็เสร็จลงอย่างรวดเร็ว หลังจากเสร็จงานของตัวเองทุกคนก็กระโดดไปทำงานอย่างอื่นๆ ต่อ ท้ายที่สุดศูนย์ก็สร้างเสร็จเรียบร้อยในเวลาที่กำหนดก่อนที่เราจะจบทริป ทุกคนที่อาสาร่วมทริปนี้มีความสามัคคีช่วยเหลือกันเป็นอย่างดี บางคนรู้จักกันแต่ไม่รู้ว่าจะได้มาเจอกันในทริปนี้ ช่างบังเอิญจริงๆ แต่เรื่องบังเอิญนี้คงไม่เกิดขึ้นถ้าไม่เป็นเพราะทุกคนชอบอะไรเหมือนๆ กัน ส่วนหนึ่งที่เพิ่งมาเจอกันก็ได้รู้จักได้เพื่อนใหม่ และแน่นอนว่าจบทริปแล้วก็เป็นเพื่อนกันต่อไป

    กิจกรรมอาสาของเราไม่ใช่การทำงานของตัวเองให้เสร็จเพียงอย่างเดียว แต่เรายังต้องการให้ชุมชนได้มีส่วนร่วมไปกับเราด้วย การทาสีกำแพง ผู้ใหญ่จะขึ้นโครงร่างของภาพแล้วเด็กๆ จะช่วยกันลงสีสันตามแบบที่เค้าชอบ งานที่ออกมาไม่ได้เนี๊ยบทุกชิ้นเพราะเด็กก็มีความสามารถจำกัด แต่ทุกคนชอบที่จะได้งานแบบนี้มากกว่างานที่สวยงามเพอร์เฟกต์แต่เด็กๆ ได้แต่นั่งดูอยู่ห่างๆ

    ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายของอาสากลุ่มนี้มีสูงมาก อย่างหนึ่งที่ไม่เห็นบ่อยๆ คือการที่ผู้หญิงจะได้มาจับสว่านเจาะไม้ และเพิ่งจะเคยทำเป็นครั้งแรก เพื่อให้งานของตัวเองสำเร็จตามที่ได้รับมอบหมาย นี่แหละที่เราจะได้เห็นเฉพาะในกิจกรรมอาสาเท่านั้นไม่มีใครจะปล่อยให้ตัวเองอยู่ว่างๆ เหมือนว่าจะมีเรานี่แหละที่ใช้เวลาอยู่กับการเก็บภาพบรรยากาศซะนานกว่าใคร 

    ภูมิปัญญาชาวบ้านที่เกี่ยวเนื่องกับความเชื่ออย่างหนึ่งคือการทำ ตุงไหมพรม เป็นแกนไม้ไผ่ใช้ไหมพรมพันบางทีก็เป็นสี่เหลี่ยมบางทีก็หกเหลี่ยม เคยเห็นถึงแปดเหลี่ยมแต่ก็ไม่บ่อย ที่บ้านพองหนีบแม่เหรียญเป็นหนึ่งในผู้ที่ชำนาญด้านการทำตุง แต่เคยทำเฉพาะรูปสี่เหลี่ยม ส่วนหกเหลี่ยมเป็นเรื่องราวที่เราเอาไปแชร์กันชาวบ้านว่าเราเคยเห็นมา หลังจากนั้นแม่เหรียญและชาวบ้านก็เริ่มทำตุงหกเหลี่ยม ตุงไหมพรมใช้ในการมงคลทำขึ้นมาถวายวัด มีความหมายคล้ายๆ กับตุงผ้าผืนยาวๆ แบบภาคเหนือ เราเลยใช้ตุงไหมพรมเป็นส่วนหนึ่งของการตกแต่งศูนย์ที่เราสร้าง อาสาส่วนหนึ่งจะได้รับหน้าที่ทำตุงโดยการเรียนจากชาวบ้าน

    การทำงานของพวกเราดำเนินการไปเรื่อยๆ ในที่สุดงานของเราก็เสร็จเกือบสมบูรณ์ เหลือการเก็บงานนิดหน่อย เวลาของเราในหมู่บ้านพองหนีบยังมีอีก ส่วนวันนี้เราต้องกินมื้อค่ำกันก่อน นอกเหนือจากอาหารอันแสนอร่อยหลายอย่างที่ชาวบ้านเตรียมให้ วันนี้เรามีพิธีบายศรีสู่ขวัญ การผูกข้อมือ เป็นพิธีอย่างเป็นทางการ ต่อด้วยการแสดงของเด็กๆ บ้านพองหนีบที่เตรียมไว้ให้พวกเรา เป็นการแสดงน่ารักๆ และแน่นอนว่าเราบางคนเตรียมของขวัญเป็นรางวัลให้เด็กๆ ด้วย เรียกว่าเป็นอาสามืออาชีพจริงๆ

    เช้าวันใหม่ หลายคนมารวมกันที่จุดชมวิว เนินเตี้ยๆ ห่างจากหมู่บ้านไม่กี่ร้อยเมตร เดินมาได้สบายๆ แต่ประเด็นคือหลายคนมาที่นี่โดยไม่ได้นัดหมาย อาจจะเป็นเพราะภาพพระอาทิตย์ขึ้นที่เราส่งเข้าไลน์กลุ่มเมื่อวานก็เป็นได้ ทุกคนได้สัมผัสความสวยงามของหุบเขาหลายคนมองเห็นน้ำตกหลายสายบนภูกระดึง ถึงจะเป็นเพียงสายน้ำตกเล็กๆ เวลาที่เรามองจากที่เราอยู่ แต่ก็แสดงให้เห็นว่ามีอีกหลายมุมมากบนภูกระดึงที่เรามองไม่เห็นเวลาที่เราขึ้นไปถึงบนยอด หมอกสีขาวที่ลอยอยู่รอบภูกระดึงจะเป็นแค่ทะเลหมอกเวลาที่เรามองจากผานกแอ่น มุมที่เราเห็นภูกระดึงวันนี้เราไม่เคยเห็นกันมาก่อน ภาพจุดชมวิวเลยน่าจะเป็นภาพที่ถูกถ่ายมากที่สุดของทริปนี้ก็เป็นได้

    รออยู่นานเอาเรื่องอยู่แต่พระอาทิตย์ก็ไม่โผล่ วันนี้เราแห้ว และก็หมดเวลาแล้ว พวกเราต้องกลับไปเตรียมตัวสำหรับกิจกรรมวันนี้คืออาสาเที่ยว เราจะไปเที่ยวน้ำตกลาดใหญ่ซึ่งถือว่าเป็นที่เที่ยวหลักอีกที่หนึ่งของหมู่บ้าน น้ำตกแห่งนี้คนทั่วไปยังไม่รู้จักอยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์อุทยาน ลย.4 ไปประมาณ 2 กิโลเมตร ในระหว่างทางเราจะมีเด็กๆ บ้านพองหนีบเป็นคนพาเราเข้าไปพร้อมๆ กับเจ้าหน้าที่ ตอนนี้เราต้องจัดการอาหารมื้อเช้าของเราซะก่อน

    การเดินทางไปหน่วยก็เหมือนวันแรก ฝนที่ตกๆ หยุดๆ สลับกันตลอด 3 วันไม่ได้ทำให้น้ำพองสูงขึ้นสักเท่าไหร่ รถอีแต๊กของเรายังพาเราข้ามฝายไปอีกฝั่งได้ การเดินทางก็ยังคงทำให้เรารู้สึกสนุกกับการข้ามฝายนี้อยู่ถึงนี่จะไม่ใช่ครั้งแรกก็ตาม เราแบ่งกลุ่มแบบง่ายๆ แล้วเดินตามกันเข้าไปที่น้ำตกลาดใหญ่ 2 กิโลเมตรมันไม่ได้ไกลเท่าไหร่เลย ทางเดินเป็นทางราบง่ายๆ เว้นแต่ว่ามันลื่นเพราะฝนมันตกเท่านั้นเอง

    น้ำตกลาดใหญ่เป็นน้ำตกที่ต้นแม่น้ำพอง ไม่ได้ชั้นสูงๆ สวยๆ แต่สำหรับชาวบ้านถือเป็นที่เที่ยวพักผ่อนแบบชิวๆ ตามธรรมชาติ น้ำตกนี้เป็นเหมือนลานหินสลับแก่งหิน ถ้าจะห่อข้าวเข้ามานั่งกินมันจะฟินมากๆ ในช่วงหน้าแล้งลงเล่นน้ำได้ ส่วนหน้าฝนถ้าน้ำไม่เชี่ยวมากผู้ใหญ่พอเล่นได้แต่ไม่เหมาะสำหรับเด็กๆ ชาวบ้านและอุทยานจะเปิดน้ำตกนี้ให้เป็นที่เที่ยวอย่างเป็นทางการในอนาคตอันใกล้ ได้ยินว่า ปี 2562 จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวแบบเต็มรูปแบบ ถึงตอนนั้นน่าจะมีชูชีพแจกด้วยนะเพราะตอนน้ำมากมันก็น่ากลัวอยู่ 555 

    ใช้เวลาไม่นานสำหรับการเดินทางเรียบแบบง่ายๆ ทุกคนถึงน้ำตก หลายคนก็ลงเล่น หลายคนเห็นน้ำแล้วเปลี่ยนใจขอเป็นนั่งชิวถ่ายรูปบนบก ชาวบ้านเล่าว่าก่อนที่ฝนจะตกลงมาสายน้ำนี้ไม่เชี่ยวมาก มองเห็นลานหินกว้างๆ มีหลายที่น่านั่งเล่นเอาขาแช่น้ำ หรือจะลงเล่นน้ำก็ไม่น่ากลัวเหมือนวันนี้ หมู่บ้านในหุบเขาหน้าฝนเหมือนจะมาเร็วกว่าข้างนอก เดือนที่แล้วน้ำตกลาดใหญ่ยังสวยและเขียวใสอยู่เลย แต่ถึงวันนี้ที่นี่ก็เป็นที่พักผ่อนที่คุ้มค่าที่จะเข้ามา ระหว่างทางมีดอกไม้ป่าประมาณ 5-6 ชนิดออกดอกอยู่ตามทางเดิน ให้คนที่ชอบได้เก็บรูปมาอวดในโซเชียลด้วย

 

    ตามแผนการเดิมคนที่มาเที่ยวน้ำตกลาดใหญ่ที่มีการติดต่อผ่านชาวบ้านและอุทยานจะได้ข้าวเที่ยงติดตัวมาด้วย อาหารพื้นบ้านง่ายๆ ที่เก็บไว้ได้หลายชั่วโมงคือหมูทอดกับไก่ทอด น้ำพริกปลาร้า ส่วนอีกอย่างที่ไม่เคยเห็นที่ไหนและทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าอร่อยจนน่าไปทำเป็น OTOP คือแหนมหน่อไม้ บ้านพองหนีบเป็นบ้านที่มีป่าไผ่เยอะหน่อไม้หาง่าย ไม่ไผ่จะใช้ก็หาง่ายถึงขนาดสร้างศูนย์ของพวกเราได้ทั้งหลัง แล้วยังทำรั้วได้ด้วย ถ้าต่อไปเจอแหนมหน่อไม้บ้านพองหนีบตามศูนย์ OTOP ละก็ บอกเลยว่าต้องลองชิม มันอร่อยกว่าที่ตาเราเห็นมากเลย

    เราใช้เวลาอยู่กับสายน้ำเย็นๆ กันนานพอสมควร กินข้าวกินน้ำ จากนั้นก็ได้เวลากลับ ก่อนกลับทุกคนก็อยากจะเก็บภาพสวยๆ กันเป็นที่ระลึก ต่อคิวถ่ายรูปทีละคนๆ จนครบแล้วก็เดินตามกันกลับเข้าหน่วยพิทักษ์อุทยาน นั่งอีแต๊กกลับหมู่บ้าน

    ทุกคนกลับบ้านส่วนผู้ชายก็ไปที่โรงเรียน อาบน้ำอาบท่า ภารกิจของเรายังไม่หมด ช่วงบ่ายของวันนี้เราทุกคนทำภารกิจอาสาสอน ทุกคนออกไอเดียว่าจะสอนเด็กๆ เรื่องอะไรบ้าง แบ่งเวลาเท่าไหร่ แล้วต่อจากนั้นเป็นกิจกรรมการเล่นเกมสนุกๆ เหลือไม่กี่คนที่อยู่เก็บงานตกแต่งศูนย์ขั้นสุดท้าย เวลาของเราในช่วงบ่ายผ่านไป เด็กๆ สนุกสนานกับเกม ศูนย์ก็ตกแต่งจนเสร็จ มื้อเย็นของเราวันนี้จัดแบบพิเศษ เรามีกิจกรรมรอบกองไฟที่จุดชมวิว

    อาหารมื้อนี้เน้นปิ้งย่าง รวมๆ กันระหว่างข้าวจี่ ลูกชิ้น ไส้กรอก กับบาร์บีคิว กิจกรรมสนุกๆ ของอาสาที่แสดงให้เด็กๆ ทึ่ง คือการควงไฟ ส่วนเด็กๆ ก็มีโชว์พิเศษให้เราดูแบบสั้นๆ ปิดท้ายด้วยการแสดงของชุมชนคนในหมู่บ้าน เด็กๆ และชาวบ้านชอบบาร์บีคิวเป็นพิเศษ หลายคนออกปากว่าเคยเห็นแต่ในทีวีไม่เคยกินสักไม้ วันนี้ทุกคนในหมู่บ้านเลยมาต่อคิวกินบาร์บีคิวกันเยอะจนย่างไม่ทัน เราปิดงานแบบสวยๆ ด้วยการกล่าวความในใจ และรำวงกันอย่างสนุกสนาน ก่อนจะแยกย้ายกันเข้านอนในหมู่บ้านอาสาสมัครได้ร่วมออกความคิดเห็นในการพัฒนาหมู่บ้านพองหนีบเพื่อที่จะเปิดให้เป็นที่เที่ยวอย่างเป็นทางการ

    เช้าวันใหม่ วันสุดท้ายของการเดินทางอาสาท่องเที่ยวอันแสนสนุก กิจกรรมทุกอย่างที่เราร่วมกันทำเป็นเหมือนอนุสรณ์ของความทรงจำของพวกเรา ภาพสีสันสวยๆ ที่กำแพง ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวฉบับแฮนด์เมด อาคารไม้ไผ่ลาดพื้นด้วยปูน ตกแต่งด้วยไม่ไผ่แขวนรอบๆ เติมสีสันด้วยตุงน้อยใหญ่หลากสีฝีมือของทุกคน ทุกคนจริงๆ ทั้งคนมาเที่ยวทั้งเจ้าบ้านช่วยกันคนละไม้ละมือ ทั้งเด็กๆ ทั้งผู้ใหญ่ ได้ฝากเอาช่วงเวลาแห่งความสุขของทุกคนเอาไว้ในผลงานที่จะอยู่ในหมู่บ้านพองหนีบไปอีกนาน และเราไม่ได้ทิ้งเอาไว้ข้างหลังทุกคนคิดเหมือนกันว่าจะกลับมาใหม่และมาเที่ยวหมู่บ้านพองหนีบแบบเต็มเวลา

    โชคดีอีกอย่างของเราที่วันสุดท้ายก่อนเดินทางแยกย้ายกลับบ้านที่ตัวเองมา คือวันนี้เป็นวันวิสาขบูชา เราร่วมทำบุญตักบาตรในวันพระใหญ่ร่วมกับชาวบ้านพองหนีบที่มาจนแน่นศาลาวัดศรีชมภู อิ่มอกอิ่มใจกับช่วงเวลาอาสาที่ผ่านมา อิ่มบุญกับวันพระใหญ่ที่ได้ร่วมกันทำที่บ้านพองหนีบ พ่อฮักแม่ฮักของแต่ละคนเอาของฝากมาให้พวกเราถือกลับบ้าน ใครจะเชื่อละว่าบางคนได้ของฝากเป็นกล้วยเกือบทั้งเครือ บางคนได้น้ำพริก กับผลไม้ มะไฟ มะม่วง ฯลฯ เท่าที่ชาวบ้านจะหาได้ เป็นน้ำใจสุดแสนพิเศษที่ไม่เคยได้รับจากการไปเที่ยวที่ไหนมาก่อนเลย ทุกคนหิ้วกลับจนถึงบ้านทั้งๆ ที่มันมีจำนวนไม่ใช่น้อยๆ ถ้าถามเราว่า หมู่บ้านพองหนีบพร้อมหรือยังที่จะเปิดให้คนเข้ามาเที่ยว เราบอกได้เต็มปากว่าที่นี่พร้อมมากๆ รอแค่วันที่คนจะรู้จักที่นี่และลองเข้าไปสัมผัส ความพิเศษที่มีที่พองหนีบที่เดียวเท่านั้น

    ไว้ลองไปเที่ยวกัน บ้านพองหนีบ กลางหัวใจภูกระดึง ถ้าเป็นคนที่แสวงหาความสงบ ที่เที่ยวที่เรียบง่าย เข้าถึงวิถีชีวิตชาวบ้านอย่างถึงแก่น อากาศสบายๆ วิวสวยๆ ทุกๆ เช้า ปล่อยชีวิตที่วุ่นวายไว้ข้างหลัง ไปสโลว์ไลฟ์กันอย่างเต็มที่ ที่นี่แหละคือที่ที่เหมาะที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทย

    ขอขอบคุณทุกคนที่อ่านมาจนจบ ขอฝากข้อแนะนำนิดหน่อยก่อนจะไปเที่ยวที่บ้านพองหนีบ
    ในหมู่บ้านยังไม่มีโรงพยาบาลสุขภาพชุมชน ชาวบ้านมี อสม. ช่วยเหลือยาสามัญประจำบ้านได้ ถ้าเราต้องใช้ยาบางอย่างต้องเตรียมไปให้พอ
    อาหารพื้นบ้านหลายรายการใส่ปลาร้า ถ้าไม่กิน หรือมีการแพ้อาหาร บอกชาวบ้านก่อน
    สำหรับคนที่ชอบการสอน เด็กๆ ที่นี่ต้องการครูนะ
    ในหมู่บ้านไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ค่ายอื่นนอกจาก AIS มีทั้งสัญญาณสำหรับโทรและเล่นเน็ต 4G
    การท่องเที่ยวในหมู่บ้านให้ทำตามคำแนะนำของชุมชนและเจ้าหน้าที่อุทยาน

    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
    องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) พื้นที่เลย โทร. 042 861 116-8

จำนวนผู้ชม 3897 คะแนน 14  ให้กำลังใจคนเขียนทริปนี้ คลิก...>>
กดติดตามการเดินทางของเราใน Youtube ด้วยนะคะ

แผนที่ขับรถเที่ยว อาสาทำท่องเที่ยว หมู่บ้านกลางหัวใจภูกระดึง บ้านพองหนีบ

Line id: @touronthai (ใส่ @)
www.touronthai.com