www.touronthai.com

หน้าหลัก >> เส้นทางขับรถเที่ยว >> ควงหวานใจ...ไปบอกรักสรรพยา

ควงหวานใจ...ไปบอกรักสรรพยา

ย้อนรอยโรงพัก บอกรักสรรพยา

    การเดินทางของเราวันนี้ ในช่วงเดือนแห่งความรักเราก็อยากจะนำเสนอเรื่องหวานๆ ของการเดินทางท่องเที่ยวกันซะหน่อย 

    เรื่องราวการเดินทางของเรามันเกิดขึ้นในอำเภอเล็กๆ อำเภอหนึ่งของจังหวัดชัยนาท ชื่ออำเภอสรรพยา ชื่อสรรพยาเป็นอะไรที่ฟังแล้วออกแนวงงๆ หลายคนถามว่า สรรพยาแปลว่าอะไร ฟังดูเหมือนจะมีความหมายพิเศษไม่เหมือนคำไทยทั่วไป ไม่ใช่ภาษาชาวบ้าน พอมีคนบอกว่า คำนี้เพี้ยนมาจากคำว่า สาปยา โอ้โห ยิ่งหนักเข้าไปอีก มีคำว่าสาปที่ไหนก็มีความหมายไม่ค่อยจะดีอยู่ที่นั่น สำหรับคนที่ชื่นชอบโขน พอได้ยินชื่อนี้ก็คงร้องอ๋อเพราะตำนานของเขาสรรพยา มาจากรามเกียรติ์ ตอนที่หนุมานมาหายาที่เขาสรรพยาเพราะเขานี้มียาอยู่มากรักษาได้หลายโรค ระหว่างที่หนุมานเอาเขากลับไปมีเหตุการณ์ที่ทำให้หนุมานสาปคนที่นี่ให้หายารักษาโรคจากเขานี้ไม่ได้ เลยเรียกเขาลูกนี้ว่าสาปยา ต่อมาก็เรียกกันซะใหม่เป็นการแก้เคล็ดว่าสรรพยา

สถานีตำรวจภูธรสรรยา อาคาร 100 ปี

    แล้วเรามาอยู่ในอำเภอเล็กเล็กนี้ได้อย่างไร ต้องขอบอกเลยว่า แต่แรกเริ่มเดิมที เราไม่ได้วางโปรแกรมมาเที่ยวที่อำเภอสรรพยา ในช่วงใกล้ๆวันวาเลนไทน์และวันตรุษจีน เราเพียงแต่ได้บังเอิญผ่านมาเท่านั้น มาได้ยินว่ามีการจัดงาน ย้อนรอยโรงพัก บอกรักสรรพยา ท่องเที่ยววิถีชุมชนคนสาปยา 

ย้อนรอยโรงพัก บอกรักสรรพยา

    โดยที่เราก็ไม่รู้ว่าเป็นงานเกี่ยวกับอะไร ก็เลยแวะเข้ามาเที่ยว เพราะไม่ไกลจากแผนการเดินทางที่เราวางไว้สักเท่าไหร่ เข้ามาในงานถึงได้รู้ว่า สถานีตำรวจภูธรสรรพยา หรือที่ชาวบ้านเขาเรียกกันว่าโรงพัก เป็นอาคารไม้เก่าแก่ที่สร้างขึ้นมาอายุร่วมร้อยปี ลักษณะของอาคารยังคง การออกแบบเหมือนเดิมทุกประการ เพียงแต่บูรณะ ให้แข็งแรง และดูสวยงามขึ้น และเพื่อทำให้ทุกคนได้รู้จักกับโรงพักอายุ 100 ปีหลังนี้ ชาวอำเภอสรรพยาทั้งหลาย ที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ ก็จัดงานกันอย่างเอิกเกริก ในธีมของการย้อนอดีต มีตลาดถนนคนเดินเป็นทางยาว แต่ละร้านก็จะเอาของดีของดังของอำเภอสรรพยามาวางขาย และอีกหลายส่วนที่เป็นอาหารย้อนยุคชนิดที่ปัจจุบันนี้คงจะหากินได้ยาก นอกเหนือจากการเดินตลาดสรรพยา ที่เป็นเหมือนวันวานที่ยังมีชีวิต เขายังมีการแสดงบนเวทีอีกหลายอย่าง จัดขึ้นในชั่วระยะเวลาแค่ 2 วัน ถือว่าเราโชคดีมาก ที่ได้ผ่านมาในช่วงนั้นพอดี

    การจัดงานของที่นี่เป็นอะไรที่ดูน่ารักมาก ส่วนใหญ่คนที่มาร่วมงานจะร่วมใจกันแต่งชุดไทย ย้อนยุคไปในสมัย ที่โรงพักหลังนี้ เป็นโรงพักที่เปิดให้บริการประชาชน ท่ามกลางบรรยากาศของตลาดร้อยปี เลยทำให้งานนี้เป็นอะไรที่โดนใจมาก เหมือนเราได้เดินทะลุมิติไปอยู่ในยุคนั้น เหมือนในละครที่เราชอบดู

สถานีตำรวจภูธรสรรยา อาคาร 100 ปี

    เดินในงานได้ไม่นาน เห็นช่างภาพมาเดินถ่ายรูป คุณแม่ไปถามช่างภาพว่าอยากให้เราใส่โจงกระเบนเดินในงานบ้างจะหาซื้อได้ที่ไหน ช่างภาพตอบมาว่า เค้ามีให้เช่าใส่ทั้งชุดไม่ต้องซื้อ เท่านั้นแหละ เลยเป็นที่มาของชุดที่เราใส่ในเรื่องที่เราเล่า ด้วยประการฉะนี้

    ทีแรกมันก็จะเขินเขินหน่อย แต่ดูดูไปใครๆเขาก็ใส่กันมานี่นา สักพักพอเราเริ่มคุ้นกับชุดใหม่ ก็เดินเที่ยวให้สะใจ แบบสุดฟิน กับของกินของใช้ ที่หลายๆ อย่างเราก็เพิ่งมาเห็นในงานนี้ มีขนมโบราณวางขายหลายร้าน เราก็ซื้อมาชิม ราคาก็ไม่แพง เสียดายที่พอไปถามแม่ค้า บางร้านก็บอกว่าถ้าไม่มีงานนี้ก็ไม่ได้ขาย เพราะขนมบางอย่างทำยากเสียเวลานาน ส่วนกระเพราคุกข้าวแดงห้องขัง ก็เป็นเมนูที่มีวางขายอยู่หน้าโรงพัก แต่หลังจากงานนี้ก็ไม่รู้จะไปหาซื้อได้จากที่ไหนอีก

ขนมวง หรือขนมฮิควาย

    ขนมบางอย่างก็หายาก ชื่อก็ประหลาด อย่างขนมวง ชื่อเดิมเค้าไม่ธรรมดา เค้าเคยชื่อ ขนม ฮิควาย มาก่อนด้วยนะ รูปร่างของขนมนี้เมื่อก่อนเป็นวงรี ตอนนี้ดัดแปลงมาเป็นวงกลม ใส่น้ำตาลให้เยิ้มๆ ฉ่ำๆ หน้าตาดีกว่าเมื่อก่อนเยอะ

    จุดเด่นของตลาดย้อนยุคงานย้อนรอยโรงพัก บอกรักสรรพยา ก็คือ ที่นี่เป็น Green Market ตลาดนี้ทุกร้านจะใช้ภาชนะที่เป็นธรรมชาติ ไม่มีการใช้กล่องโฟม หรือถุงพลาสติกให้เรา จะมีแต่ใบตอง กระบอกไม้ไผ่ หมาตักน้ำ (ภาชนะนี้สานมาจากใบจากใส่น้ำได้ไม่รั่ว คนชัยนาทไม่ได้เรียกหมาตักน้ำ แต่ชื่อนี้มาจากสุราษฎร์ธานี) 

    เรื่องราวดีๆ ในตลาดสรรพยายังมีอีกเยอะ สาธยายกันไม่หมด เรื่องหนึ่งที่เราไม่อยากจะมองข้าม อยากเล่าให้ฟังมากๆ คือ คุณตาวัย 96 ที่นั่งตัดกระดาษ ทำพวงมโหตร หรือที่เรียกอีกชื่อหนึ่งว่าเต่ารั้ง เป็นงานศิลปะแฮนด์เมด ที่ใช้แค่กระดาษกับกรรไกร ก็สามารถสร้างพวงมโหตรที่มีสีสันสวยงาม ใช้ประดับประดาตกแต่ง ตามงานต่างๆได้ คุณตาบอกว่าไม่อยากให้เรียกกันว่าพวงมโหตร อยากให้เรียกว่าเต่ารั้งมากกว่า เพราะชื่อพวง-มะ-โหด มันฟังดูโหดเกินไป สำหรับคนอายุ 96 ยังจับกรรไกรตัดกระดาษได้แม่นเป๊ะ ไม่มีอาการมือไม้สั่นให้เราเห็นแม้แต่นิดเดียว ไม่อยากเชื่อเลยจริงๆ ตอนนี้คุณตายังตัดกระดาษได้ แต่จะตัดวันละน้อยๆ ส่วนลูกศิษย์ที่มาสานต่อก็มีหน้าที่ทำพวงเต่ารั้งใช้ในงานกันต่อไป

    ความน่ารักของตลาดสรรพยายังไม่หมดเท่านี้ แต่ยังมีภาพเขียน Street Art อีก 3 จุด บอกเล่าเรื่องราววิถีชีวิตของชาวสรรพยา ให้เราได้เซลฟี่กันเป็นที่ระลึกของการได้มาเที่ยวสรรพยาอีกด้วย

    เรื่องราวของการจัดงาน ย้อนรอยโรงพัก บอกรักสรรพยา ท่องเที่ยววิถีชุมชนคนสาปยา คงจะเล่าเท่านี้ก่อนสำหรับการจัดงานเป็นปีแรก ก็มองเห็นหลายอย่างที่ต้องปรับปรุงพัฒนากันต่อไป ส่วนดีๆ ก็เก็บไว้เป็นความประทับใจของเรา รวมๆ แล้วการจัดงานของที่นี่คิดว่าถูกใจพอสมควรสำหรับการทำอะไรครั้งแรกในเมืองเล็กๆ เป็นงานที่ออกมาน่ารักมาก ทุกคนที่มางานนี้หลายคนเดินเข้าไปร้านเช่าชุดไทยมาใส่เป็นอันดับแรก จนค่ำๆ ชุดไทยก็หมด พนักงานในร้านก็แต่งตัวให้ลูกค้าจนไม่มีเวลาได้พัก ปีหน้าถ้าจัดอีกท่าทางจะยุ่งยิ่งกว่าเดิมแน่นอน อยากบอกให้เพื่อนๆ ลองไปเที่ยวกันดู ช่วงวาเลนไทน์ปีหน้า

    ทีนี้เมื่อมาสรรพยา ถ้าจะมาเที่ยวในงานนี้อย่างเดียวหลายคนคงไม่อยากจะมา เราเลยเอาเรื่องน่าสนใจของชาวสรรพยามาฝากเผื่อว่าจะได้วางแผนเที่ยวเหมือนๆ เราได้

    สถานที่แรก หลังจากมาถ่ายรูปกับโรงพักสรรพยากันแล้ว ให้เดินตลาด ทะลุตลาดไปอีกด้านหนึ่งจะมีวัดสรรพยาวัฒนาราม มี 2 อย่างที่น่าสนใจมากๆ ได้แก่ รูปเหมือนหลวงปู่เฟื่อง เป็นเกจิอาจารย์ที่ชาวสรรพยานับถือมากๆ ท่านมรณภาพไปนานแล้ว แต่หลายคนเชื่อว่า ถ้าเกิดมีปัญหาเรื่องของหายให้มาบนที่ท่านส่วนมากจะได้คืน บางคนขนาดสร้อยทองหล่นหายในแม่น้ำเจ้าพระยา ไปบนหลวงปู่ วันหลังกลับมาเล่นน้ำท่าน้ำเดิมปรากฏว่าสร้อยทองเกี่ยวขาขึ้นมาเองเลย เป็นเรื่องอัศจรรย์ที่ได้ฟังจากเจ้าของเรื่องตัวจริง

หลวงปู่เฟื่อง วัดสรรพยาวัฒนาราม

    เรื่องที่ 2 คือ พระพุทธรูปปางกราบพระบรมศพ เป็นพระพุทธรูปที่หายากมากๆ ในเมืองไทยมีไม่กี่ที่เท่านั้น ลักษณะคือเป็นพระพุทธเจ้านอนอยู่ในหีบ จำลองเหตุการณ์หลังวันเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน คือวันถวายพระเพลิงที่อัครสาวกและพุทธศาสนิกชนทั้งหลายจะมาร่วมในพิธี พระบาทของพระพุทธรูปจะยื่นออกมาจากหีบ ถึงแม้พระพุทธรูปปางนี้จะมีอยู่หลายแห่งในเมืองไทย แต่ไม่เคยเห็นที่ไหนที่หีบของพระพุทธรูปเปิดอยู่ ทางวัดได้เอากระจกแผ่นใหญ่มาติดไว้ตรงหลังคาให้สะท้อนเห็นพระพุทธรูปที่อยู่ในหีบได้ด้วย คนสรรพยาเชื่อว่าถ้าจะขอพรพระพุทธรูปปางกราบพระบรมศพ ให้เอาหน้าผากไปแตะที่พระบาทขององค์พระแล้วอธิษฐาน

พระพุทธรูปปางกราบพระบรมศพ

    ที่เที่ยวอันดับต่อไปที่อยู่ไม่ไกลกันมาก และเป็นไฮไลท์อีกอย่างหนึ่งของจังหวัดชัยนาท ก็คือเขื่อนเจ้าพระยา การที่เราจะไปเที่ยวเขื่อนเจ้าพระยา ขับรถไปจากตัวเมืองก็แค่เดี๋ยวเดียวถึง ได้แบบนั้นก็ดูจะธรรมดาไปหน่อย วันนี้เราก็เลยจะพาเที่ยวเขื่อนเจ้าพระยาด้วยการล่องเรือ บริการโดยโรงแรมเจ้าพระยาธาราริเวอร์ไซด์ มีเรือเหมาลำนำเที่ยวล่องแม่น้ำเจ้าพระยาไปจนถึงเขื่อนเจ้าพระยา พร้อมกับอาหารเครื่องดื่ม แล้วแต่เราจะสั่ง แต่อันนี้มันจะเหมาะสำหรับการมาเป็นกรุ๊ปใหญ่ๆ ล่องเรือดูพระอาทิตย์ตก บนแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นอะไรที่ยากจะบรรยาย บอกเลยว่ามันสวยมากๆๆ ไม่เชื่อให้ไปลองกันนะจ๊ะ

เขื่อนเจ้าพระยา

เขื่อนเจ้าพระยา

    ทิวทัศน์ที่สวยงามมีพระพุทธรูปอยู่ริมแม่น้ำ ชมพระอาทิตย์ตก นั่งเลยไปไกลถึงศาลหลักเมืองชัยนาท แล้วค่อยวกกลับมาที่ท่าเรือหน้าโรงแรม เป็นอะไรที่ชิวมากๆ 

    ตอนเย็นๆ ฝูงนกจะบินกลับรัง ผ่านมาข้างๆ เรือของเราให้เห็นกันใกล้ๆ แบบนี้ละ

กลุ่มหัตถกรรมจักสานผักตบชวาบ้านอ้อย

    แนะนำของดีอำเภอสรรพยาอีกอย่างหนึ่งคืองานหัตถกรรมผักตบชวา ถ้าจะว่าไปแล้ว ของที่จักสานด้วยผักตบชวา เราเห็นมานักต่อนัก แต่ที่ได้มาเห็นในสรรพยา บอกเลยว่ามันน่าทึ่งมากแทนที่เขาจะสานกระเป๋าตะกร้าสี่เหลี่ยมอย่างที่เคยเห็นที่อื่น กลุ่มหัตถกรรมจักสานผักตบชวาบ้านอ้อย เขาเล่นสานเป็นเฟอร์นิเจอร์ใหญ่ๆ เป็นโคมไฟของตกแต่งบ้าน เป็นเก้าอี้ที่นั่ง และเก็บของได้ในชิ้นเดียวกัน ประโยชน์ใช้สอยมากมาย เพราะผู้นำกลุ่มเป็นคนสมัยใหม่ ชอบหาความรู้ใหม่ๆให้กับผลงานของกลุ่มตัวเอง ไม่น่าเชื่อเลยว่า หัวหน้ากลุ่มที่ดูจะมีอายุวัยกลางคน บอกว่าได้แบบการสานผักตบชวา มาจาก Google 

กลุ่มหัตถกรรมจักสานผักตบชวาบ้านอ้อย

    ชิ้นงานที่เราเห็นอยู่ในโชว์รูมหลายชิ้นสวยมากๆ เราพยายามถามซื้อ แต่เขาบอกว่าไม่ขายเก็บไว้เป็นชิ้นต้นแบบ ไว้โอกาสหน้าถ้าผลิตออกมาเราคงจะต้องกลับมาอุดหนุนร้านนี้แน่นอน

ปลาร้าสรรพยา

    ของดีสรรพยาอย่างต่อมาที่เราได้มีโอกาสแวะไปชมคือโรงงานปลาร้า แน่นอนว่าเอ่ยชื่อว่าปลาร้ามันก็มีทั้งคนชอบและไม่ชอบ บางคนถึงแม้จะกินปลาร้าแต่ก็คงไม่ได้ถวิลหาที่จะมาเที่ยวถึงแหล่งผลิต โรงงานปลาร้าในสรรพยา ถือเป็นของดีขึ้นชื่อเพราะที่นี่อยู่ใกล้แม่น้ำจึงมีปลาจำนวนมาก ปลาใหญ่ก็ทำเมนูอาหารตามร้าน หรือส่งขายตลาด ส่วนปลาเล็กเมื่อจับมาแล้วเอามาทำปลาร้าก็จะดีที่สุด ปลาร้าในโรงงานมีหลายเกรด มีทั้งปลาคัดและปลารวม ราคาไม่เท่ากัน โรงงานนี้เป็นโรงงานที่สะอาดอยู่ร่วมกับชุมชนได้ไม่มีปัญหากลิ่นไม่ได้แรงอย่างที่คิด เห็นปลาร้าบางคนก็ไม่อยากจะกินแต่พอมันแปลงร่างกลายมาเป็นอาหารบนโต๊ะ ไม่เคยเห็นจะเหลือสักที

ลาบปลาร้า

    เมนูปลาร้าขายดีอย่างแรกเลยคือส้มตำปลาร้า อีกอย่างที่เราเพิ่งเคยเจอที่นี่ ก็คือลาบปลาร้า มีวางขายในงานย้อนรอยโรงพักบอกรักสรรพยา ที่เราไปเดินมาด้วย

น้ำตาลโตนดลุงม้อย

    ของดีอำเภอสรรพยาจังหวัดชัยนาทอีกอย่างหนึ่งที่ ไม่เล่าไม่ได้ คือตาลโตนด ชาวชัยนาทเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ ที่ทำมาหากินด้วยการปลูกตาลโตนดกันเยอะ และอาชีพเก็บน้ำตาลโตนดยังคงมีมาจนถึงทุกวันนี้ เราพาไปเที่ยวที่สวนตาลแห่งหนึ่ง พอให้เห็นเป็นตัวอย่าง คือสวนตาลของลุงม้อย ชายสูงวัยที่ยังคงยึดอาชีพเก็บตาลโตนด มาจนอายุ 60 กว่า เป็นอะไรที่น่าทึ่งมาก ที่คุณลุงจะต้องปีนต้นตาลทุกวัน วันละ 30 ต้น เก็บเอาน้ำตาลลงมาให้คุณป้าเคี่ยว ขายในกิโลละ 70 บาทโดยประมาณ ราคาขึ้นลงตามตลาด

เรือผีหลอก

เรือผีหลอก

    เรื่องดีเรื่องเด็ด ของชาวสรรพยาอีกเรื่องหนึ่ง ที่หาดูได้ยากมาก คือการจับปลาแบบโบราณด้วยเรือผีหลอก เรือผีหลอกเป็นเรือที่เราได้ยินชื่อมานานส่วนมากจะเคยเห็นตามพิพิธภัณฑ์ที่อัมพวาก็มีโชว์เป็นเรือจิ๋ว ลำใหญ่ๆ ที่ใช้หาปลาจริงๆ เกิดมาไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน และไม่ได้นึกมาก่อนเลยว่าจะมาเจอที่สรรพยา ชาวสรรพยาจำนวนหนึ่งยังคงใช้เรือผีหลอกในการหาปลา บางคนใช้เรือผีหลอกหาปลามานานเกือบ 20 ปีแล้ว ในวันที่คืนเดือนมืด เป็นวันที่เรือผีหลอกจะได้ผลดี บางวันจะจับปลาได้มากถึง 300 กิโลกรัม ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง หลักการของเรือผีหลอกน่าสนใจมาก ใช้กระดานทาสีขาวติดไว้ด้านข้างเรือ ตรงกลางเรือมีตะเกียงเจ้าพายุ มีแสงแค่นิดๆหน่อยๆ อยู่กลางแม่น้ำ แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร ปลาเห็นเรือผีหลอกจะกระโดดเข้าเรือขึ้นมาเองแบบเห็นๆ เป็นอะไรที่ Amazing มาก

ผัดไทยวุ้นเส้นร้านต้นตะขบ

    ปิดท้ายทริปแนะนำของกินดีๆ กันบ้าง เราคุยแต่เรื่องที่เที่ยวกันมาเยอะ ของกินที่เราอยากแนะนำ เพราะว่ามันไม่ควรพลาดอยู่ไม่ไกลจากเขื่อนเจ้าพระยาชื่อร้านต้นตะขบ ร้านนี้เป็นร้านอาหารมีเมนูอาหารให้เลือกหลายอย่าง แต่ที่ใครๆ ต่างก็พูดถึง เป็นเสียงเดียวกันว่าอร่อยที่สุด และควรจะได้ชิม ก็คือผัดไทยวุ้นเส้น ด้วยเทคนิคในการทำผัดไทยจากวุ้นเส้น ที่แตกต่างจากการผัดไทยเส้นก๋วยเตี๋ยว อยู่เล็กน้อย ทำให้ผัดไทยวุ้นเส้นของร้านต้นตะขบ เป็นที่เลื่องชื่อลือนาม

แล้วพบกันใหม่กับเรื่องราวการเดินทางทริปหน้า ถ้าอ่านแล้วถูกใจ ช่วยกดไลค์เพจเราด้วยนะจ๊ะ

 https://www.facebook.com/touronthai/

wink ขอบคุณที่ติดตามจ้า heart

จำนวนผู้ชม 1434 คะแนน 71  ให้กำลังใจคนเขียนทริปนี้ คลิก...>>
กดติดตามการเดินทางของเราใน Youtube ด้วยนะคะ

แผนที่ขับรถเที่ยว ควงหวานใจ...ไปบอกรักสรรพยา

Line id: @touronthai (ใส่ @)
www.touronthai.com