www.touronthai.com

หน้าหลัก >> บล็อกท่องเที่ยว >> ทริปหน้าฝนของคนรักป่า ปลูกป่าภูหลวง ปลูกข้าวภูหอ

ทริปหน้าฝนของคนรักป่า ปลูกป่าภูหลวง ปลูกข้าวภูหอ

    เส้นทางท่องเที่ยวสายใหม่ที่เพิ่งเปิดที่ภูหลวงเผื่อว่าใครสนใจมันมีอะไรเก๋ๆ เยอะนะ ทริปนี้นอกจากจะหาที่เที่ยวหน้าฝน เรายังได้ปลูกป่าให้ภูเขาสวยๆ ของเราได้ด้วย ใครๆ ก็รู้ว่าป่ามันน้อยลงทุกวันๆ ใช่มั้ยละ เพื่อที่จะให้เราและรุ่นลูกหลานของเรามีป่าเที่ยวเราต้องเริ่มปลูกป่า
    การจะมาทริปนี้ได้ก็ต้องมีการติดต่อล่วงหน้านะ ชาวบ้านจะได้เตรียมการต้อนรับ ติดต่อได้ที่ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนการท่องเที่ยวเชิงเกษตรนิเวศอำเภอภูหลวง หรือ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) โดยสำนักงานพื้นที่พิเศษเลย (อพท.5) นัดหมายกันเรียบร้อยแล้วก็เดินทางมาที่ภูหลวง ชาวบ้านรอต้อนรับเราที่ไร่ธาราสุวรรณ เป็นสถานที่เติมพลังกองทัพด้วยข้าวเช้าและทำความรู้จักกับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ เพราะเค้าจะทำหน้าที่ดูแลเราในระหว่างทริป

    กินข้าวเช้ากันแล้วและยังแอบหยิบกล้วยใส่กระเป๋ามาเป็นเสบียงนิดหน่อยก็เดินทางมาที่จุดชมวิวน้ำตกเลยหง่า เป็นน้ำตกที่มองเห็นได้แต่ไกลอยู่บนภูหลวง ที่นี่จะมีนักเรียนน่ารักๆ มาคอยต้อนรับเราพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ป่าไม้และคาราวานรถอีแต๊ก (ถ้ามากันน้อยก็จะเห็นรถอีแต๊กไม่กี่คันแต่เรามากันเยอะเลยเป็นคาราวานเลย) 

     น้องๆ จะเอากระเป๋าสุดเท่ทำเองจากกระสอบปุ๋ยที่ไม่ได้ใช้งานแล้วถึงไม่ใช่แบรนด์เนมหรูหราราคาแพงแต่บอกเลยว่ารุ่นนี้ ถึก ทน มาก กระเป๋าเย็บเป็นรูปภูหลวง ภูหอ และน้ำตกเลยหง่าซะด้วยเป็นลิมิเต็ดอิดิชั่นนะจะบอกให้ ในนั้นมีเม็ดต้นไม้ให้เราเยอะเลยละ มาพร้อมกับอาวุธคือหนังสติ๊ก ใช้ในการยิงเม็ดพันธุ์ให้ไปตกในป่าแล้วมันก็จะเติมโตเป็นต้นไม้

    ขั้นแรกถ้าไม่เคยยิงจะมีการสาธิตกันนิดหน่อยหลังจากเป็นแล้วก็สนุกละจ้า

    คาราวานรถอีแต๊กสุดเท่ไม่ว่าใครก็ต้องหันมามอง (เพราะขบวนเรายาวมากกกก) ออกเดินทางพร้อมสมาชิกเต็มคันระหว่างทางเราก็ยิงนก เอ้ย ไม่ใช่ ยิงเมล็ดพันธุ์ออกไปเรื่อยๆ

    ถึงจุดพักรถเป็นจุดที่เราจะได้รับกล้าไม้มาอีกคนละ 2 ต้น (ห๊าา อะไรมาตั้งไกลให้ปลูก 2 ต้นเหรอ) เปล๊าาา ไม่ใช่ 2 ต้นถือมาเพิ่ม จุดที่เราจะปลูกเค้ามีกล้าไม้อยู่แล้วอีกเป็นพัน

    หลังจากที่ได้รับกล้าไม้แล้วเราก็ถ่ายรูปหมู่กันซะหน่อยเป็นที่ระลึก กล้องไม่มีโหมดพานอรามาเลยต้องมาใช้โปรแกรมต่อเอาอาจจะดูแปลกๆ แต่ต่อแล้วก็อยู่ครบเหมือนกันแฮะ

    ขบวนคาราวานรถอีแต๊กที่ยาวที่สุดเท่าที่เราเคยนั่งได้เดินทางต่อไปบนเขา ยังกะไปประท้วง 5555 จะว่าไปก็เหมือนอยู่นะ จากถนนราดยางดีๆ เราก็ต้องมาเจอกับทางดินและที่สำคัญเละเป็นโคลนเลย ตอนขึ้นเนินชันๆ ก็ลุ้นเสียวๆ ดีเหมือนกันว่าจะขึ้นได้เปล่า แต่สุดท้ายทุกคันก็เดินทางมาถึงที่หมายอย่างปลอดภัย

    จุดที่เรามาทำการปลูกป่าเรียกว่า โครงการป่าชุมชนบ้านเลยตาวตาด ใช้เวลาเดินทางจริงๆ ก็เยอะนะ น่าจะชั่วโมงนึงได้ เพราะขบวนเราไปช้าๆ แล้วก็ยิงเมล็ดพันธุ์ไปเรื่อยๆ ด้วย ตรงที่เรายืนอยู่จะมองเห็นจุดชมวิวน้ำตกเลยหง่าจุดที่เราสตาร์ทได้ชัดเลย

    เมื่อถึงที่ปฏิบัติภารกิจแล้วจะรออะไร ปลูกสิครับ ปลูกวนไป ต้นกล้าจำนวนร่วมพันต้นค่อยๆ ถูกหย่อนลงไปในหลุมที่ทุกคนช่วยกันขุดช่วยกันปลูกแบ่งหน้าที่กันอย่างขยันขันแข็ง ชั่วโมงเดียวกล้าเกือบหมด ไม่น่าเชื่อพลังความสามัคคีและไม่นึกด้วยว่าปลูกต้นไม้มันจะง่ายและเร็วขนาดนี้

    ปลูกป่าแล้วแรงยังเหลือ จั่งซี่มันต้องโดดดดด 5555 เรายังวัยรุ่นอยู่จริงมะ หลังจากการปลูกต้นไม้ผ่านพ้นไปเราก็ได้รับรางวัลของเรานั่นก็คือ ข้าวเหนียวหมูทอดอันแสนอร่อย กินให้อิ่มตื้อจัดไป 2 ห่อ แล้วก็เดินทางลงจากเขา

    สถานีต่อไปหลังภารกิจสร้างป่าให้เมืองไทยเสร็จไปแล้วเรามาเยี่ยมนักเรียนโรงเรียนเลยตาดโนนพัฒนาที่นี่นักเรียนรอต้อนรับเราด้วยการเปิดตลาดเล็กๆ เอาของที่มีในชุมชนและของที่เป็นฝีมือนักเรียนมาวางขายให้เราช้อป เด็กโตเค้าทำเครื่องจักสานขายแต่เด็กเล็กๆ น่าทึ่งกว่า เปิดร้านขายผัดหมี่เล่นเอาเราอึ้งไปเลย น้องอายุ 12 ขวบมาทำผัดหมี่ขาย เลยพากันเหมาผัดหมี่กินสนุกสนานกันใหญ่

    ทริปของเรายังไม่จบแค่นั้นนะ ออกเดินทางกันต่อไปที่วัดโนนสว่างที่นี่มีรูปพญาช้าง แล้วก็นางผมหอม เป็นตำนานเล่าขานกันมานานของคนอีสาน แล้วภูต่างๆ รอบภูหอก็จะมีเรื่องราวเกี่ยวกับนางผมหอมด้วย 

    จากวัดโนนสว่างเราจะเปลี่ยนรองเท้าใส่ถุงเท้าแบบชาวนาเดินไปที่ทุ่งนาหนองกอก รับกล้าข้าวคนละมัดวันนี้เราจะได้เรียนรู้วิธีการดำนา ด้านหลังของเราจะเห็นภูหอในมุมที่สวยมาก ใกล้มาก ด้วยการดำนาจะทำให้เรารู้ว่าทำไมพ่อแม่เค้าชอบสอนให้เรากินข้าวให้หมดจานเพราะกว่าจะได้ข้าวมาอยู่ในจานนี่มันยากแบบนี้นี่เอง 

    นอกจากได้ความรู้เรื่องนาเรายังได้รูปเซลฟี่สวยเท่ไม่เหมือนใครมาอีกเพียบ ดีกว่าไปยืนดูนาเฉยๆ เยอะเลยอะ ดำนาไม่กี่นาทีข้าวก็หมดมัดไปต่อด้วยการดำนาทฤษฎีใหม่ปลูกกล้าต้นเดียว การปลูกข้าวที่ใช้กล้าน้อยแต่ได้ผลมากกำลังจะถูกเอามาใช้แบบจริงจังในอนาคต

    ดำนากันเสร็จแล้วเราก็ล้างโคลนจากน้ำในบ่อน้ำแล้วเดินไปเที่ยวบ้านป้าเพริศ ที่บ้านป้าเพริศเป็นสมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนชื่อสวนพืชไทยเดี๋ยวจะบอกว่าที่บ้านป้ามีอะไรน่าสนใจแต่ตอนนี้เดินถ่ายรูปชิลๆ ไปตามทุ่งนาก่อน

    ระยะทางเดินมันไม่ไกลแต่ใจเราไม่ค่อยอยากจะเดินผ่านไปเร็วๆ มากกว่าเดินแวะซ้ายแวะขวาหาที่ถ่ายรูปสวยๆ มันไปเรื่อยๆ วิวท้องทุ่งนาที่มีทั้งภูหอภูหลวงอยู่ใกล้ๆ นี่มันสวยจริงๆ ดูชาวนาตัวจริงเค้าทำนาอยู่กลางทุ่งมองไปทางไหนก็มีแต่สีเขียว เที่ยวหน้าฝนมันดีแบบนี้นี่เอง

    ในที่สุดก็ถึงบ้านป้าเพริศแล้ว สวนพืชไทย (Thai Plant Farm) เป็นชื่อสวนของป้าเพริศ บ้านป้าเป็นบ้านไม้ครึ่งปูนยกใต้ถุนสูงแบบชาวสวน ในบ้านมีกันอยู่ 3 เจนเนอเรชั่น ตั้งแต่คุณยาย ทั้ง 3 คนเป็นผู้หญิงหมดเลย เป็นครอบครัวที่แกร่งมากผู้หญิง 3 คนทำสวนอยู่ด้วยกัน แต่มันก็การันตีว่าเค้าอยู่กันได้ ถ้าใครอยากจะหยุดชีวิตมนุษย์เงินเดือนในเมืองหลวงกลับมาทำสวนทำนาแล้วกลัวว่าจะทำไม่ได้ก็จะได้ดูบ้านป้าเพริศเป็นตัวอย่าง

    บ้านป้าเพริศมีเรื่องให้เราเรียนรู้เยอะ ขนาดเตายังปั้นขึ้นมาใช้เองเป็นเตาแบบโบราณใช้ฟืนน้อยแต่ความร้อนสูงกว่าเตาที่เราซื้อมาจากตลาด และที่สำคัญไฟแรงกว่าแก๊สซะอีกเวลาทำกับข้าวนึ่งข้าวหุงข้าวใช้เวลานิดเดียว ป้าเพริศเปิดโฮมสเตย์มีบ้านพักให้ 3 หลัง แต่ละหลังมีที่นอน 3 ชุดแต่ถ้ามาด้วยกันจะนอนเบียดกันมากกว่า 3 คนก็ได้นะ

    หลังจากที่เราดูการปั้นเตาเสร็จชาวชุมชนบ้านหนองบัวจัดพิธีบายศรีสู่ขวัญ ผูกข้อต่อแขน ตามธรรมเนียมของคนอีสาน มีเป่าแคนเล่นพิณฟ้อนกันสนุกเลย

    ตื่นเช้าแล้วสำหรับวันหยุดและทริปดีๆ ของเรา กินข้าวเช้าบ้านป้าเพริศ เสร็จแล้วเตรียมออกเดินทาง ป้าเพริศกำหนดราคาโฮมสเตย์พร้อมอาหารเช้าไว้ 350 บาท แต่ดูแล้วทั้งบ้านพักและอาหารรู้สึกถูกเกินอยากให้ป้าคิดราคาเพิ่มด้วยซ้ำ ส่วนอาหารเย็นยังไงเราก็ต้องอาศัยป้าเพริศราคาตามเมนูคุยกันได้ บ้านนี้ไม่มีไฟฟ้าใช้ปั่นไฟและไฟจะหมด 4 ทุ่ม แต่มีหลอดไฟชาร์จแบตไว้ให้ใช้

    กี่ครั้งๆ เวลาไปเที่ยวทริปดีๆ สนุกๆ มักจะสั้นเสมอ ออกเดินทางจากบ้านป้าเพริศเตรียมกลับกรุงเทพฯ ที่สุดท้ายที่เราแวะคือร้านกาแฟ Banana Family ร้านนี้ไม่ธรรมดาเพราะบริหารจัดการกันโดยเด็กๆ ภูหอ 

    น้องไวท์เป็นเด็กรุ่นโตในร้านจะคอยจัดการหลายอย่างทำขนมยากๆ วางในร้านและส่งขายออนไลน์ ส่วนเด็กรุ่นเล็กจะมาเรียนรู้การทำขนมง่ายๆ วันนั้นเค้าโชว์การทำ บานาน่าคัพเค้ก ให้เราถือมากินระหว่างทางกลับ รสชาติอร่อยมากแต่เสียดายอยากเก็บไว้กินหลายๆ วันคงทำไม่ได้ขนมของน้องๆ ทำใหม่ๆ ไม่มีวัตถุกันเสีย น่าทึ่งน่าอุดหนุนเด็กๆ ที่คิดกันได้ขนาดนี้

    จบละ ทริปดีๆ ของเราก็มีมาเล่าเท่านี้ ความประทับใจอีกมากมายรูปภาพอีกหลายร้อยที่เอามาให้ดูได้ไม่หมด อยากรู้ก็คงต้องไปเอง
    ติดต่อสอบถามได้ที่
กลุ่มวิสาหกิจชุมชนการท่องเที่ยวเชิงเกษตรนิเวศอำเภอภูหลวง โทร. 085-7769505, 092-3428308
องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) โทร.042 861 116-8

จำนวนผู้ชม 3489 คะแนน 6  ให้กำลังใจคนเขียนทริปนี้ คลิก...>>

Line id: touronthai , tom.touronthai , 0927370002
www.touronthai.com