www.touronthai.com

หน้าหลัก >> บล็อกท่องเที่ยว >> ชมพระอาทิตย์ขึ้นปราสาทหินพนมรุ้ง และ 7 ปราสาทขอม

ชมพระอาทิตย์ขึ้นปราสาทหินพนมรุ้ง และ 7 ปราสาทขอม

อาณาจักรขอมโบราณเป็นอาณาจักรที่เคยยิ่งใหญ่ในอดีต สมัยรุ่งเรืองได้แผ่ขยายอาณาเขตไปทั่วดินแดนสุวรรณภูมิ เมื่อเวลาผ่านไปอาณาจักรก็อ่อนแอและล่มสลายไปในที่สุด แต่ยังคงทิ้งร่องรอยอารยธรรมไว้ในพื้นที่ต่างๆ รวมถึงประเทศไทยให้เราเห็นจนถึงทุกวันนี้ บรรดาปราสาทหินทั้งหลายที่กระจายอยู่ในหลายจังหวัดโดยเฉพาะในแถบอีสานตอนใต้ เป็นหลักฐานแสดงให้เห็นถึง“อารยธรรมขอมโบราณ” อันยิ่งใหญ่ ด้วยเหตุนี้ ขับรถท่องเที่ยวไปกับทัวร์ออนไทย ทริปนี้เราจะไปพาท่านทั้งหลายไปชมความงดงามและความยิ่งใหญ่ของปราสาทขอมในจังหวัด สุรินทร์และบุรีรัมย์ กันครับ

 

    สำหรับปราสาทแรกขอเริ่มต้นกันที่ ปราสาทหินสีชมพู ที่ได้รับการยอมรับว่าสวยงามที่สุดในเมืองไทย “ปราสาทพนมรุ้ง” หรือ “ปราสาทหินพนมรุ้ง” คำว่า “พนมรุ้ง” หรือ “วนํรุง” เป็นภาษาเขมรแปลว่าภูเขาใหญ่ ที่ตั้งขอปราสาทพนมรุ้งอยู่ภายในอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ ตัวปราสาทตั้งอยู่บนยอดภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว สร้างขึ้นเมื่อประมาณพุทธศตวรรษที่ 15 เป็นเทวสถานในศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย ต่อมาในพุทธศตวรรษที่ 18 พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ได้เปลี่ยนแปลงมาเป็นศาสนสถานในศาสนาพุทธ ลัทธิมหายาน 
    จุดที่เป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของปราสาทพนมรุ้ง คือ “ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์” บนกรอบประตูด้านหน้าปรางค์ประธาน ที่มีความงดงามและยังคงรายละเอียดของการแกะสลักให้เห็นอย่างเด่นชัด ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ นี้ได้ถูกโจรกรรมไปราวปี พ.ศ. 2503 และนำกลับคืนมาในปี พ.ศ. 2531 ทันวันพิธีเปิดอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2531 

    ไฮไลท์อีกอย่างหนึ่งของปราสาทหินพนมรุ้ง คือปรากฏการณ์พระอาทิตย์ที่สาดแสงลอดทะลุ 15 ช่องประตูของตัวปราสาท โดยปรากฏการณ์นี้จะเกิดขึ้น 4 ครั้งต่อปี เป็นพระอาทิตย์ขึ้น 2 ครั้ง ประมาณวันที่ 3-5 เมษายน และช่วงประมาณวันที่ 8-10 กันยายน และพระอาทิตย์ตกอีก 2 ครั้ง คือในช่วงประมาณวันที่ 6-8 มีนาคม กับประมาณวันที่ 6-8 ตุลาคม ของทุกปี ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาชมปรากฏการณ์นี้กันอย่างมากมายทางจนอุทยานฯ ต้องกั้นแผงเหล็กบริเวณหน้าประตูเพื่อให้ได้ชมกันอย่างทั่วถึง จากจุดหน้าสุดเรายังสามารถซูมถ่ายภาพพระอาทิตย์ในปราสาทได้แต่ด้านนอกเราต้องอาศัยการซ้อนภาพเอาครับ


 
    ในเดือนเมษายนช่วงที่ตรงกับปรากฏการณ์พระอาทิตย์สาดแสงลอดทะลุ 15 ช่องประตู จะมีการจัดงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง มีการจัดกิจกรรมมากมายหนึ่งในนั้นคือขบวนการแห่ ซึ่งในปีนี้จัดเป็นขบวนแห่เทิดพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 10 ขบวนแห่พาหนะเทพทั้งผู้พิทักษ์ทิศทั้ง 10 และขบวนเสด็จของพระนางภูปตินทรลักษมีเทวี ที่ได้จำลองเหตุการณ์ในอดีตได้อย่างสวยงามอลังการมากจริงๆ 
 
    หลังขบวนแห่มีการแสดง visual light จำลองปรากฏการณ์พระอาทิตย์ตกตรงประตู 15 ช่องของปราสาทหินพนมรุ้ง ให้นักท่องเที่ยวได้มาถ่ายรูปกันอย่างเต็มที่ เนื่องจากปรากฏการณ์พระอาทิตย์ตรงช่องประตูของจริงนั้นจะเกิดแค่ช่วงเวลาสั้นๆ 3-5นาที งานนี้ถูกใจบรรดานักเซลฟี่ทั้งหลายทีเดียว ปิดท้ายด้วยการแสดง Visualize 4D Presentation ในเรื่อง “พนมรุ้งเรืองศรัทธา รอยมรรคาแห่งนาคี” อิงกระแสละครที่โด่งดังไปทั่วประเทศเรื่อง นาคี การแสดงบอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของปราสาทพนมรุ้ง ผ่านนักแสดงชื่อดัง “แต้ว-ณฐพร” เตมีรักษ์ นางเอกของเรื่อง 
 โดยส่วนตัวแล้วผมประทับใจกับปราสาทพนมรุ้งแห่งนี้มาก ทั้งความสมบูรณ์สวยงามของตัวปราสาท ทำเลที่ตั้งที่อลังการ ทั้งปรากฏการณ์พระอาทิตย์ที่สาดแสงลอดทะลุ 15 ช่องประตู และประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้งที่จัดได้อย่างยิ่งใหญ่สวยงาม มีโอกาสจะต้องกลับมาเที่ยวชมอีกอย่างแน่นอน

    8 กิโลเมตร จากปราสาทพนมรุ้งเรามาถึง “ปราสาทเมืองต่ำ” ที่ตั้ง อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ สร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 16-17 ยุคพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 ปราสาทเมืองต่ำเป็นปราสาทหินศิลปะขอมแบบปาปวน เป็นเทวสถานของลัทธิฮินดูไศวนิกาย สร้างขึ้นเพื่อถวายพระศิวะ ลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า เมื่อผ่านซุ้มประตูเข้าไปจะเห็นสระน้ำล้อมรอบทั้ง 4 ด้าน และเมื่อผ่านซุ้มประตูอีกชั้นหนึ่ง จะพบกลุ่มปราสาทอิฐ 5 องค์ ตั้งอยู่บนศิลาแลงฐานเดียวกัน เรียงเป็น 2 แถว แถวหน้า 3 องค์ องค์กลางมีขนาดใหญ่กว่าปราสาทอื่น แถวหลังมี 2 องค์ วางในตำแหน่งระหว่างช่องของปราสาทแถวหน้า ทำให้เราสามารถมองเห็นปราสาททั้ง 5 องค์ พร้อมๆ กันโดยไม่บังกัน
    ภายในปราสาทเมืองต่ำก็มีจุดเด่นอยู่หลายจุดด้วยกัน บาราย คือสระน้ำ 4 สระ รายรอบสี่ด้านของปราสาทเปรียบดังมหาสมุทรที่รายรอบเขาพระสุเมรุตามคติพราหมณ์ ส่วนพื้นที่ปราสาทตรงกลางนั้น มีปราสาทอยู่ห้าองค์โดยองค์กลางหมายถึงเขาไกรลาสที่ประทับของพระศิวะ นาคที่ขอบสระทั้ง 4 เป็นนาคแบบเศียรโล้น ไม่มีแผงรัศมี ซึ่งเป็นศิลปะแบบบาปวน ลวดลายแกะสลักต่างๆ ตามหน้าบันและทับหลัง มีภาพพระอินทร์ประทับนั่งบนช้างเอราวัณ ภาพพระอินทร์นั่งประทับบนตัวหน้ากาล ภาพพระวรุณเทพประทับนั่งเหนือหงส์ ภาพพระศิวะคู่พระอุมาประทับบนโคนนทิในปางอุมามเหศวร นอกจากนี้บริเวณพื้นกลางห้องภายในซุ้มประตูด้านทิศตะวันออก มีการสลักเป็นลายเส้นรูปดอกบัวแปดกลีบ และยังมีลวดลายสลักต่างๆ อีกมากมายให้ได้ชมกัน
    แม้ทำเลที่ตั้งจะไม่อลังการเหมือนปราสาทพนมรุ้ง แต่ความสมบูรณ์สวยงามของตัวปราสาทไม่ได้ยิ่งหย่อนกว่ากันเลย ก่อนมาทริปนี้ผมได้ดูรูปปราสาทแห่งนี้จากทางอินเตอร์เนต ผมติดตาภาพตัวปราสาทที่มีฉากหน้าเป็นสระน้ำอย่างมาก ได้มาเห็นของจริงแล้วรู้สึกประทับใจมากเห็นถึงภูมิปัญญาการก่อสร้างของอารยธรรมขอมโบราณในอดีตได้เป็นอย่างดี


 
    เรายังคงอยู่ในจังหวัดบุรีรัมย์ ปราสาทต่อไปที่เราจะไปชมกันคือปราสาททอง ข้อมูลจากแผ่นป้ายด้านหน้าปราสาทที่จัดทำโดยกรมศิลปากร เขียนว่า ปราสาททอง บ้านโคกปราสาท อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นเทวสถานในศาสนาฮินดู ก่อสร้างด้วยอิฐและหินทรายจำนวน 3 หลัง บนฐานศิลาแลงเดียวกัน ปราสาททั้งสามหลังตั้งเรียงกันในแนวทิศเหนือ-ใต้ หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ด้านหน้ามีวิหารหรือบรรณาลัยก่อด้วยอิฐจำนวน 2 หลัง อาคารทั้งหมดล้อมรอบด้วยกำแพงแก้ว มีประตูซุ้ม(โคปุระ) ด้านทิศตะวันออกเป็นทางเข้า ด้านทิศเหนือและทิศใต้ของแนวกำแพงมีห้องขนาดเล็ก มีประตูทางเข้าจากพื้นที่ภายในด้านหน้ามีแนวทางเดินปูด้วยอิฐ มีคูน้ำล้อมรอบโดยเว้นทางด้านทิศตะวันออก จากการขุดแต่งพบโบราณวัตถุที่สำคัญ เช่น ทับหลังหินทรายสลักภาพพระอินทร์ประทับในซุ้มเรือนแก้วเหนือหน้ากาล ส่วนยอดปราสาท ประติมากรรมรูปสิงห์ เป็นต้น กำหนดอายุได้ว่าปราสาทหลังนี้สร้างขึ้นในศิลปะเขมรแบบบาปวน ราวต้นพุทธศตวรรษที่ 17 หรือประมาณ 800 ปีมาแล้ว ปราสาททองได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณของชาติ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเล่ม 100 ตอนที่ 36 วันที่ 15 มีนาคม 2526 เนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ 1 งาน 25 ตารางวา
    ปราสาทแห่งนี้ถูกทิ้งร้างมานาน แต่ปัจจุบันได้มีการบูรณะและปรับสภาพภูมิทัศน์โดยรอบให้ดูเรียบร้อยสวยงาม บรรยากาศร่มรื่นดีที่เดียว เสียดายแต่ยอดปราสาทนั้นไม่เหลือให้เห็นเลยทำให้ดูไม่ค่อยสมบูรณ์นัก แต่ยังคงมีมนต์เสน่ห์ของอารยธรรมขอมโบราณให้เราชื่นชมกันอยู่ ถ้าได้ผ่านมาเที่ยวชมปราสาทขอมในจังหวัดบุรีรัมย์นี้อย่าลืมบวกโปรแกรมมาเที่ยวชมปราสาททองแห่งนี้ด้วยนะครับ

    จากนั้นข้ามมายังจังหวัดสุรินทร์ มาชมกลุ่มปราสาทตาเมือน กลุ่มปราสาทตาเมือนตั้งอยู่ในช่องเขาตาเมือน (หรือช่องเขาตาเมียง) เทือกเขาพนมดงรัก ต.ตาเมียง อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ประกอบด้วยปราสาทหินสามหลัง เรียงลำดับจากขนาดใหญ่ไปขนาดเล็ก คือ ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาเมือนโต๊ด และปราสาทตาเมือน 
    ปราสาทตาเมือนธม เป็นปราสาทขนาดใหญ่ที่สุดในกลุ่มตาเมือน “ธม” เป็นภาษาเขมร แปลว่า ใหญ่ ตัวปราสาทอยู่บนเนินเขา ประกอบด้วยปราสาทประธานภายในมีศิวลึงค์ที่เป็นโขดหินธรรมชาติ มีปรางค์ก่อด้วยหินทรายสองหลัง อยู่ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และตะวันตกเฉียงเหนือของปราสาทประธาน มีบรรณาลัยศิลาแลงสองหลัง และนอกระเบียงคดทางทิศเหนือ มีสระน้ำขนาดเล็กสองสระ ที่ปราสาทตาเมือนธมแห่งนี้ในช่วงเดือนเมษายนจะมีประเพณีเยือนปราสาทตาเมือนอีกด้วยครับ 

    ปราสาทตาเมือนโต๊ด อยู่ห่างจากปราสาทตาเมือนธม ประมาณ 750 เมตร ก่อด้วยศิลาแลง มีกำแพงล้อมรอบและมีสระน้ำขนาดเล็กอยู่ทางทิศเหนือหนึ่งสระ ปราสาทแห่งนี้เป็นอโรคยาศาล หรือที่รักษาพยาบาลของชุมชน ตัวปราสาทเป็นที่สำหรับประกอบพิธีทางศาสนา ส่วนอาคารผู้ป่วยจะเป็นอาคารไม้อยู่รอบๆตัวปราสาท ซึ่งปัจจุบันไม่เหลืออาคารเหล่านั้นแล้ว

    ปราสาทตาเมือน อยู่ห่างจากปราสาทตาเมือนโต๊ด ประมาณ 390 เมตร เป็นปราสาทที่เล็กที่สุดในกลุ่มปราสาทตาเมือน ก่อด้วยศิลาแลงมีลักษณะเป็นห้องยาว เชื่อว่าเป็นธรรมศาลา หรือที่พักสำหรับคนเดินทาง ซึ่งตั้งอยู่ตามรายทางที่เป็นเส้นทางคมนาคมในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เช่นเดียวกับปราสาทอโรคยาศาล คือตัวปราสาทเป็นที่สำหรับประกอบพิธีทางศาสนา ส่วนอาคารพักอาศัยจะเป็นอาคารไม้อยู่รอบๆตัวปราสาท ซึ่งปัจจุบันไม่เหลืออาคารเหล่านั้นแล้วเช่นกัน
 ในกลุ่มปราสาทตาเมือน ปราสาทตาเมือนธมเป็นปราสาทที่อยู่ติดกับชายแดนประเทศเขมร ซึ่งเป็นพื้นที่ทับซ้อน มีทหารไทยและทหารเขมรประจำการอยู่ แต่ก็อยู่กันอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย ขณะที่เราไปชมปราสาทนี้ยังได้เจอนักท่องเที่ยวจากทางฝั่งเขมรเข้ามาเที่ยวชมด้วยเช่นกันต่างก็ยิ้มแย้มให้กัน แต่อย่างไรก็ตามการเที่ยวชมปราสาทตาเมือนธมแห่งนี้ เราควรอยู่เฉพาะภายในเขตปราสาทเท่านั้น ไม่ควรเดินล้ำออกไปยังฝั่งเขมรเพื่อปลอดภัย

    ปิดท้ายกันด้วย ปราสาทตาควาย หรือปราสาทตาวาย ตั้งอยู่บริเวณช่องตาควาย ในเขตบ้านไทยนิยมพัฒนา หมู่ 17 ตำบลบักได อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ห่างจากปราสาทตาเมือนธม ประมาณ 12 กิโลเมตร ปราสาทตาควายเป็นปราสาทหินศิลาแลง ตั้งอยู่บนสันเขาห่างจากหน้าผาสูงประมาณ 10 เมตร ของเทือกเขาพนมดงรัก เป็นปราสาทจตุรมุข ตั้งหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ผังของปราสาทเป็นรูปกากบาท ส่วนฐานต่ำ ส่วนล่างสุดก่อด้วยศิลาแลง ส่วนบนก่อด้วยศิลาทรายทั้งหมด หลังคาห้องครรภคฤหะ ก่อเป็นทรงพุ่มยอดปรางค์ ซ้อนลดหลั่นกันขึ้นไป 5 ชั้น ส่วนหลังคามุขก่อเป็นรูปประทุน จรดหน้าบันทั้ง 4 ด้าน ภายในห้องมีประติมากรรม ลักษณะคล้ายสวายยัมภูวลึงค์ 1 ชิ้น ปราสาทตาควาย ยังเป็นปราสาทหลังเดียวโดดๆ ไม่มีอาคารประกอบอื่นๆ ทำให้เชื่อว่า ปราสาทตาควาย เป็นปราสาทที่ยังสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์เพียงแต่ทำการก่อขึ้นรูปไว้เท่านั้นยังมิได้แกะสลักลวดลายใดๆ การที่ไม่มีลวดลายแกะสลักใดๆ ทำให้ไม่สามารถระบุอายุปราสาทตาควายได้อย่างชัดเจน แต่จากรูปทรงสันนิษฐานน่าจะอยู่ในราวช่วงปลายสมัยนครวัดต่อตอนต้นสมัยบายน หรือรัชกาลพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ถึงรัชกาลพระเจ้าชัยวรมันที่ 7
    เช่นเดียวกับปราสาทตาเมือนธม พื้นที่ตั้งของปราสาทตาควาย ยังเป็นพื้นที่ทับซ้อน มีทหารไทยและทหารเขมรประจำการอยู่ ฉะนั้นเพื่อปลอดภัยการเข้ามาเที่ยวชมปราสาทตาควาย จึงควรอยู่เฉพาะภายที่กำหนดไว้เท่านั้น

    ปราสาทขอม ในเมืองไทยยังมีอีกมากมายหลายที่ สำหรับทริปนี้เราหมดเวลาเพียงเท่านี้ แต่เรายังจะหาโอกาสไปยังปราสาทอื่นๆเพื่อนำมาถ่ายทอดในโอกาสต่อไป สุดท้ายขอลากันไปด้วยภาพเหล่านักแสดงแสนสวยจากงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้งปี 2560 แล้วพบกันใหม่ทริปหน้า...สวัสดีครับ

ขอขอบคุณ ผอ. บุณยานุช วรรณยิ่ง ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานสุรินทร์

สอบถามข้อมูลท่องเที่ยว ที่พัก ร้านอาหาร สุรินทร์ บุรีรัมย์ ได้ที่ ททท.สุรินทร์ โทร.0-4451-4447-8 

เรื่องและภาพโดย เจริญ ภัทรพิทักษ์

จำนวนผู้ชม 1450 คะแนน 1  ให้กำลังใจคนเขียนทริปนี้ คลิก...>>

Line id: touronthai , tom.touronthai , 0927370002
www.touronthai.com