www.touronthai.com

หน้าหลัก >> บล็อกท่องเที่ยว >> ขึ้นภูดูหินสามวาฬ ปั่นจักรยานท่องอีสาน อลังการม่านน้ำตก หลากหลายสไตล์บึงกาฬ

ขึ้นภูดูหินสามวาฬ ปั่นจักรยานท่องอีสาน อลังการม่านน้ำตก หลากหลายสไตล์บึงกาฬ

รวมที่เที่ยวบึงกาฬ

    บึงกาฬเป็นจังหวัดที่ 77 ของเมืองไทยแยกตัวมาจากจังหวัดหนองคาย ซึ่งมีภูมิประเทศเป็นแนวยาว ทำให้การติดต่อระหว่างอำเภอที่ห่างไกลและจังหวัดเป็นไปด้วยความยากลำบาก เพื่อประโยชน์ในการจัดระเบียบการปกครอง การรักษาความมั่นคง จึงได้แยกอำเภอบึงกาฬ อำเภอเซกา อำเภอโซ่พิสัย อำเภอบุ่งคล้า อำเภอบึงโขงหลง อำเภอปากคาด อำเภอพรเจริญ และอำเภอศรีวิไล ตั้งขึ้นเป็นจังหวัดบึงกาฬ
    บึงกาฬเป็นจังหวัดเล็กๆ เงียบสงบแต่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์อันน่าหลงใหล สถานที่ท่องเที่ยวหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นศิลปวัฒนธรรมวัดวาอาราม แนวธรรมชาติมีภูเขา น้ำตก ในทริปนี้เราจะเน้นไปยังแหล่งท่องเที่ยวที่แนวธรรมชาติ มีอะไรบ้างตามมาชมกันครับ

ภูทอก บึงกาฬ

    ภูทอก เป็นภาษาอีสานแปลว่า ภูเขาที่โดดเดี่ยว ลักษณะเป็นภูเขาหินทรายมี ภูทอกใหญ่และภูทอกน้อย แต่เดิมบริเวณนี้เป็นป่าทึบมีสัตว์ป่าอาศัยอยู่มาก ต่อมาพระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ พระปฏิบัติสายหลวงปู่มั่น เห็นว่าเป็นสถานที่เงียบสงบจึงได้จัดเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม และได้ตั้งเป็นวัดเจติยาศรีวิหาร (วัดภูทอก) ที่ภูทอกน้อยแห่งนี้ การเดินขึ้นภูทอกต้องใช้การเดินเท้าไปตามบันไดและสะพานไม้ ที่สร้างเวียนรอบภูทอกทำให้เราสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ 360องศารอบภูทอก บันไดและสะพานไม้นี้สร้างจากแรงศรัทธาของพระ สามเณรและชาวบ้าน เริ่มสร้างเมื่อปี พ.ศ.2512 ใช้เวลาก่อสร้างนาน 5ปี เส้นทางที่ขึ้นสู่ยอดภูทอกนี้เปรียบเสมือนเส้นทางธรรมที่น้อมนำสัตบุรุษให้หลุดพ้นด้วยความเพียรพยายามและมุ่งมั่น ทางเดินทั้งหมดแบ่งเป็น 7ชั้น

บันไดขึ้นภูทอก

    ชั้นที่ 1-2 เป็นบันไดไม้ไม่คดเคี้ยวเดินสบายๆมีชันบ้างบางช่วง มีจุดที่เป็นทางราบให้ได้พักเป็นระยะๆ มีต้นไม้ใหญ่ช่วยให้ร่มเงา ชั้นที่ 3 จะมีทางแยก สองทาง ทางซ้ายมือ เป็นทางลัดไปสู่ชั้นที่ 5 ได้เลย ซึ่งเป็นทางชันและต้องผ่านอุโมงค์ ส่วนทางขวามือเป็นทางขึ้นสู่ชั้นที่ 4 เดินรอบนอกเห็นวิวทิวทัศน์เราจึงเลือกเดินมาตามทางขวามือ เส้นทางช่วงชั้น3ถึงชั้น4 นี้บันไดเริ่มชันขึ้นแต่ก็มีจุดพักให้ชมวิวกัน จากจุดพักนี้เราได้เห็นเจดีย์พิพิธภัณฑ์ พระอาจารย์จวน กุลเชฎโฐ ในมุมสูงดูสวยงามมาก จากชั้นที่4ถึงชั้นที่5 บันไดชันที่เดียวต้องแวะพักเป็นระยะๆ บนชั้นที่5 นี้ มีศาลาพระพุทธรูปให้สักการะ และกุฏิพระก็อยู่ที่ชั้นนี้ จากศาลาเดินต่อไปตามทางเดินจะมีถ้ำอยู่หลายถ้ำ และมีสะพานหินธรรมชาติทอดสู่พุทธวิหารซึงเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ลักษณะเป็นหินที่แยกตัวออกมาจากหินก้อนใหญ่ แต่ตั้งอยู่ได้โดยไม่ตกลงมา จากพุทธวิหารมีบันไดเวียนขึ้นสู่ชั้นที่ 6 ซึ่งเป็นชั้นที่จุดชมวิวสวยที่สุด จากชั้นที่ 6 สู่ชั้นที่ 7 เป็นสะพานไม้เวียนรอบเขายาว 400 เมตร เกาะติดอยู่ริม หน้าผา สูงชันดูน่าหวาดเสียว บนชั้น 7 เป็นพื้นที่ป่าไม้ธรรมดา มีเนื้อที่ประมาณ 5 ไร่

    การเดินทาง จากตัวเมืองบึงกาฬ ใช้ทางหลวงหมายเลข 222 ถึงอำเภอศรีวิไล มีทางแยกซ้ายอีก 30กิโลเมตร ผ่านบ้านอู่คำ บ้านนาสิงห์ บ้านสันทรายงาม บ้านแสงเจริญ สู่บ้านนาคำแคน ถึงภูทอก
ที่อยู่ : บ้านคำแคน ต.นาสะแบง อ.ศรีวิไล จ.บึงกาฬ

ล่องเรือชมบึงโขงหลง

      บึงโขงหลงเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและเป็นแหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่ มีลักษณะคล้ายรูปเขาวัวแคบ ๆ มีความยาวประมาณ 13 กิโลเมตร พื้นที่กว่า 8,062 ไร่ เกิดขึ้นจากคลองและลำธารหลายสายไหลมารวมกันลงสู่แม่น้ำสงครามและไหลออกไปยังแม่น้ำโขง ปัจจุบันได้ขึ้นทะเบียนเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงโขงหลง และเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำระดับนานาชาติ ลำดับที่ 1098 ของโลก
เรามาถึงที่นี่ตอนบ่ายแก่ๆ แดดร่มลมตก เรือที่จะพาเราเที่ยวชมจอดรออยู่แล้ว ลมเย็นๆบรรยากาศดีๆ มีนกน้ำให้ชมเป็นระยะๆ เรือแล่นมาได้ซักพักเราก็ได้เห็นภูลังกาอยู่ไกลๆ เป็นภาพที่สวยงามมาก จากนั้นเรือก็พาเรามายังจุดชมพระอาทิตย์ตก เรือจอดให้เราได้ถ่ายภาพได้ดื่มด่ำกับภาพพระอาทิตย์ตก ณ บึงโขงหลงอยู่พักใหญ่เลย เต็มอิ่มกับภาพพระอาทิตย์ตกอันสวยงามนั่งเรือกินลมชมวิวกันมาพอสมควรก็ได้เวลากลับกันแล้ว

บึงโขงหลง

ท่าเรือบึงโขงหลง

    อีกส่านหนึ่งของบึงโขงหลง คือหาดคำสมบูรณ์ ในช่วงฤดูร้อนที่นี่จะเป็นชายหาด มีร้านอาหารหลายร้านขายอาหารแนวอาหารอีสาน อาหารพื้นถิ่น มีบริการเช่าห่วงยาง เล่นเรือกล้วย เหมือนอยู่ชายทะเลประมาณนั้นเลยครับ
การเดินทาง จากตัวเมืองบึงกาฬ ใช้ทางหลวงหมายเลข 212 เลี้ยวเข้าทางหลวงหมายเลข 2026 สู่อำเภอบึงโขงหลง ระยะทางจากตัวเมืองประมาณ 85กิโลเมตร
ที่อยู่ : ต.บึงโขงหลง อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ

น้ำตกถ้ำฝุ่น

    น้ำตกถ้ำฝุ่น อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว บริเวณหน่วยพิทักษ์ป่าถ้ำฝุ่น ชื่อของน้ำตกเรียกตามชื่อถ้ำที่อยู่บริเวณใกล้ๆกับน้ำตกที่มีดินเป็นฝุ่นที่ภายในถ้ำมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่

    จากที่ลานจอดรถเดินเข้ามานิดเดียวก็ถึงตัวน้ำตกเรียกว่ายังเดินไม่เหนื่อยเลย เข้ามาถึงจะเห็นลานหินกว้างมีน้ำตกไหลลงมาและไหลยาวเป็นลำธารไป เราข้ามลำธารเล็กๆนี้เดินต่อเข้าไปอีกหน่อยเราจะเห็นน้ำตกสูงที่ไหลลงมาตามซอกหินแคบๆ ด้านล่างเป็นแอ่งน้ำไม่ลึกสามารถเล่นน้ำได้ ด้านขวามือของน้ำตกจะเป็นถ้ำที่เป็นที่มาของชื่อน้ำตกนี้

การเดินทาง ตามทางหลวงหมายเลข 212 ก่อนถึงอำเภอบุ่งคล้า 7 กิโลเมตรมีทางแยกขวาไปน้ำตกระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร 
ที่อยู่ : หน่วยพิทักษ์ป่าถ้ำฝุ่น บ้านภูสวาท ต.หนองเดิ่น อ.บุ่งคล้า จ.บึงกาฬ

ล่องเรือไปน้ำตกถ้ำพระ

น้ำตกถ้ำพระ

    น้ำตกถ้ำพระ หรือ น้ำตกถ้ำพระภูวัว ตั้งอยู่บริเวณเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว เป็นน้ำตกหินทรายขนาดใหญ่ที่มีความสวยงามยิ่งใหญ่อลังการมาก เนื่องจากเป็นน้ำตกที่อยู่ในป่าการเข้าถึงตัวน้ำตกต้องนั่งเรือเข้าไป ค่าเรือไป-กลับ 20 บาท จากนั้นเดินเท้าอีกประมาณ 500 เมตร ก็จะถึงยังตัวน้ำตกภูถ้ำพระ 

    ท่าเรือที่นี่อยู่ติดลานจอดรถเลย เรือเป็นเรือเหล็กจุคนได้ 10-15คน มีอุปกรณ์ชูชีพเตรียมให้พร้อม เส้นทางที่เข้าไปเป็นลำธารมีต้นไม้ 2ข้างทางร่มรื่นเชียว ใช้เวลาประมาณ 10 นาที ก็มาถึงท่าเรือฝั่งน้ำตก เราเดินเท้าต่อเข้าไปไม่นานก็ได้เห็นน้ำตกแล้ว น้ำตกภูถ้ำพระแบ่งเป็น 3 ช่วงหลักๆ น้ำตกช่วงแรกอยู่บริเวณด้านล่าง เป็นน้ำตกที่ไหลอยู่บนลานหินขนาดใหญ่ด้านล่างเป็นเหมือนแอ่งกระทะ น้ำช่วงนี้มีความลึกหากจะเล่นต้องระมัดระวังหน่อย เดินจากช่วงแรกขึ้นไปอีกหน่อยเป็นน้ำตกช่วงกลาง มีการก่อปูนเป็นเหมือนฝายขึ้นมา กักน้ำไว้เตี้ยๆจึงเหมาะสำหรับเด็กๆที่จะเล่นน้ำ นอกจากนี้บริเวณน้ำตกช่วงกลางนี้ยังมีพระพุทธรูป 2 องค์ประดิษฐานอยู่บนชะง่อนผา ให้คนมาเที่ยวได้สักการะกัน  จากช่วงนี้ไปถึงช่วงที่3 ซึ่งเป็นไฮไลท์ของที่นี่ ต้องเดินข้ามทางน้ำตกเล็กๆและเดินขึ้นบันไดไปอีกหน่อย ทางไม่ไกลนักแต่เดินลำบากนิดหน่อย แต่สิ่งที่ได้เห็นคือน้ำตกขนาดใหญ่ไหลเป็นม่านน้ำลงมากระทบหินด้านล่างเป็นฟองสีขาวสวยงาม แอ่งน้ำชั้นนี้ตื้นๆเล่นน้ำได้ เข้าไปใต้น้ำตกให้น้ำไหลกระทบตัวได้

น้ำตกถ้ำพระ

การเดินทาง จากตัวเมืองบึงกาฬ ใช้ทางหลวงหมายเลข 212 ไปยังอำเภอบุ่งคล้า ประมาณ 26 กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 3024 ประมาณ 31 กิโลเมตร ก็จะถึงที่จอดรถของท่าเรือเข้าน้ำตกถ้ำพระ
ที่อยู่ : เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว บ้านถ้ำพระ ต.โสกก่าม อ.เซกา จ.บึงกาฬ 

ภูสิงห์   
    ภูสิงห์ เป็นห้องเรียนศึกษาธรรมชาติ ตั้งอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงดิบกะลา ป่าภูสิงห์และป่าดงสีชมพู มีพื้นที่ 12,000ไร่ ภูสิงห์เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาทำให้เกิดกลุ่มหินรูปทรงต่างๆ กระจายตัวกันอยู่ จุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจเช่น ลานธรรมภูสิงห์ หินสามวาฬ จุดชมวิวถ้ำฤาษี ถ้ำใหญ่ หินหัวช้าง หินรถไฟ เป็นต้น บริเวณทางขึ้นภูสิงห์จะมีจุดบริการนักท่องเที่ยว ทางขึ้นภูสิงห์และจุดท่องเที่ยวบางจุดเป็นจุดที่มีอันตราย การขึ้นเทียวชมภูสิงห์จึงควรติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อนำทาง ติดต่อ สำนักงานป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงดิบกะลาฯ บึงกาฬ เบอร์ติดต่อ 088-5362717 , 088-5638852 www.ภูสิงห์.com  

    จุดท่องเที่ยวสำคัญที่เป็นไฮไลท์ของภูสิงห์คือหินสามวาฬ เป็นหินทรายขนาดใหญ่อยู่ริมหน้าผา มี 3ก้อนเรียงตัวกันถ้ามองจากมุมสูงจะเห็นเป็นรูปร่างคล้ายปลาวาฬ 3ตัว พ่อ แม่ ลูก จุดนี้จึงได้ชื่อว่าหินสามวาฬ จุดชมวิวที่นี่เราจะได้เห็นทัศนียภาพของป่าภูวัว เห็นแม่น้ำโขง และภูเขาเมืองปากกระดิ่งของประเทศลาว ความใหญ่ของก้อนหินทำให้คนที่ขึ้นไปยืนดูเล็กไปถนัดตาเลย
การเดินทาง จากตัวเมืองบึงกาฬ ใช้ทางหลวงหมายเลข 212 ถึงอำเภอบุ่งคล้า ประมาณ 20 กิโลเมตร ถึงแยกตำบลโคกก่อง ให้เลี้ยวขวาและตรงไปอีก 5 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงดิบกะลาฯ 
ที่อยู่ : บ้านโนนไทรทอง ต.โคกก่อง อ.เมือง จ.บึงกาฬ

    ทัวร์ออฟอีสานบึงกาฬคลาสสิค 2 เส้นทางอัศจรรย์วิถีธรรมชาติ  เป็นกิจกรรมปั่นจักรยานท่องเที่ยวแนวธรรมชาติ Green Tourism ส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวมีส่วนร่วมในการรักษาสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งการใช้จักรยานในการท่องเที่ยวเป็นการท่องเที่ยวที่ไม่สร้างมลภาวะและยังได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติ เส้นทางปั่นครั้งนี้มีระยะทาง 55กิโลเมตร จากศาลาว่าการจังหวัดบึงกาฬถึงภูสิงห์
ช่วงเช้าฝนตกปรอยๆทำให้กำหนดการล่าช้าไปเล็กน้อยแต่นักปั่นเราก็ยังพร้อมหน้าพร้อมตาไม่มีใครถอยหนี หลังจากพิธีการบนเวทีจบลง ผอ.สมฤดี จิตรจง ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ก็ติดธงปล่อยขบวนจักรยาน คณะจักรยานปั่นกันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยสนุกสนานไปตามเส้นทางที่มีต้นไม้เขียวขจีอยู่ทั้ง 2ข้างทาง ใช้เวลาประมาณ 1ชั่วโมงเศษๆ คณะจักรยานก็มาถึงยังจุดบริการนักท่องเที่ยวภูสิงห์ จากนั้นได้มีกิจกรรมการมอบเครื่องดับไฟป่าให้กับเจ้าหน้าที่ศูนย์จัดการป่าสงวนแห่งชาติที่154ฯ ต่อด้วยการขึ้นภูสิงห์ไปยังหินสามวาฬเพื่อทำกิจกรรม “แชะภาพคู่ ภูสิงห์สามวาฬ” ลงจากภูสิงห์คณะจักรยานก็ปั่นกลับไปยังจุดเริ่มต้นศาลาว่าการจังหวัดบึงกาฬเพื่อร่วมรับประทานอาหารเล่นเกมส์แจกของรางวัล เป็นการปิดทริปบึงกาฬอย่างสนุกสนานม่วนซื่น แล้วพบกันใหม่ทริปหน้าสวัสดีครับบ...

ขอขอบคุณ
ผอ.สมฤดี จิตรจง ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)ภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
เรื่องและภาพโดย เจริญ ภัทรพิทักษ์

จำนวนผู้ชม 757 คะแนน 4  ให้กำลังใจคนเขียนทริปนี้ คลิก...>>

Line id: touronthai , tom.touronthai , 0927370002
www.touronthai.com