หน้าหลัก >> ขับรถเที่ยว >> ไหว้ 8 พระธาตุประจำวันเกิด

ไหว้ 8 พระธาตุประจำวันเกิด


    ทริปไหว้พระธาตุประจำวันเกิดทริปนี้เกิดขึ้นโดยบังเอิญครับ หลังจากที่ได้อ่านข้อความในนิตยสารเล่มหนึ่ง พูดถึงพระธาตุประจำวันเกิด ในระหว่างที่เดินทางกลับจากทริปดอกบัวแดง ที่กุมภวาปี สมาชิกทั้งหมดที่อยู่ในรถก็พูดขึ้นมาว่าอยากไปไหว้พระธาตุประจำวันเกิด แล้วก็พูดกันเล่นๆ ไปๆ มาๆ กลายเป็นเอาจริง สุดท้ายก็จบตรงที่นัดวันเดินทาง ในระหว่างที่หารือกันว่าวันที่ทุกๆ คนจะว่างพร้อมๆ กันตรงกับวันอะไร เราก็ทำการหาข้อมูลวางแผนการเดินทางไปพลาง เพื่อให้การไหว้พระธาตุทั้ง 8 องค์ ไม่ต้องขับรถวกไปวนมา เสียเวลา เปลืองค่าน้ำมันเปล่าๆ

    กางแผนที่ออกมาดู พระธาตุประจำวันเกิดทั้ง 8 องค์ได้แก่ (คงไม่งงนะครับว่าทำไมพระธาตุประจำวันเกิด 7 วันถึงได้มี 8 องค์ ก็คือวันพุธเป็นวันที่ต้องแบ่งเป็นกลางวันกับกลางคืนเหมือนพระพุทธรูปประจำวันเกิดไงละครับ)

    1 พระธาตุพนม พระธาตุประจำวันเกิดวันอาทิตย์ อ.ธาตุพนม
    2 พระธาตุเรณู พระธาตุประจำวันเกิดวันจันทร์ อ.เรณูนคร
    3 พระธาตุศรีคุณ พระธาตุประจำวันเกิดวันอังคาร อ.นาแก
    4 พระธาตุมหาชัย พระธาตุประจำวันเกิดวันพุธ อ.ปลาปาก
    5 พระธาตุมรุกขนคร พระธาตุประจำวันเกิดวันพุธ (กลางคืน) อ.ธาตุพนม
    6 พระธาตุประสิทธิ์ พระธาตุประจำวันเกิดวันพฤหัสบดี อ.นาหว้า
    7 พระธาตุท่าอุเทน พระธาตุประจำวันเกิดวันศุกร์ อ.ท่าอุเทน
    8 พระธาตุนคร พระธาตุประจำวันเกิดวันเสาร์ อ.เมือง

    เห็นมั้ยละครับว่า พระธาตุแต่ละองค์ อยู่ในอำเภอต่างๆ กัน ถ้าเกิดว่าเราจะไหว้พระธาตุแบบเรียงตามวัน อาทิตย์ - เสาร์ เห็นทีจะลำบาก อย่างวันพุธ มีพระธาตุมหาชัย อยู่อำเภอปลาปาก วันพุธกลางคืนพระธาตุมรุกขนคร อยุ่อำเภอธาตุพนม เพราะฉะนั้นเราจะต้องมีการเรียงลำดับพระธาตุใหม่ เอาตามความสะดวกในการเดินทางแบบไม่ยอกย้อนไม่วกวน

    ปัญหาใหญ่ที่เราจะต้องคำนึงถึงก็คือ จังหวัดนครพนม เป็นจังหวัดที่อยู่ติดริมแม่น้ำโขง มีลักษณะค่อนข้างยาวไปตามแม่น้ำ เราก็เลยต้องวางแผนให้ดี เข้าด้านหนึ่งออกด้านหนึ่ง เอาแบบที่เราไปก็แล้วกัน แม้ว่าจะมีบางช่วงที่ต้องย้อนทางเดิมแต่ก็เป็นเพราะว่าไม่มีทางเลือก แต่เราก็พยายามให้ย้อนน้อยที่สุด เพื่อให้ลงตัวกับเวลาวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ออกเดินทางคืนวันศุกร์ กลับเย็นวันอาทิตย์ ก็จะเปลี่ยนวันหยุดธรรมดาๆ 2 วัน ให้กลายเป็นวันพิเศษที่อิ่มใจไปด้วยบุญกุศลอย่างมากมาย

    ไหว้พระธาตุประจำวันเกิด (เรียงใหม่)
    1 พระธาตุพนม พระธาตุประจำวันเกิดวันอาทิตย์ อ.ธาตุพนม
    2 พระธาตุศรีคุณ พระธาตุประจำวันเกิดวันอังคาร อ.นาแก
    3 พระธาตุเรณู พระธาตุประจำวันเกิดวันจันทร์ อ.เรณู
    4 พระธาตุมรุกขนคร พระธาตุประจำวันเกิดวันพุธ (กลางคืน) ต.ดอนนางหงส์ อ.ธาตุพนม
    5 พระธาตุนคร พระธาตุประจำวันเกิดวันเสาร์ อ.เมือง
    6 พระธาตุท่าอุเทน พระธาตุประจำวันเกิดวันศุกร์ อ.ท่าอุเทน
    7 วัดพระธาตุมหาชัย พระธาตุประจำวันเกิดวันพุธ อ.ปลาปาก
    8 พระธาตุประสิทธิ์ พระธาตุประจำวันเกิดวันพฤหัสบดี อ.นาหว้า

    ขับรถเที่ยวนครพนมแบบนี้ จะเห็นว่าเราย้อนตอนพระธาตุองค์ที่ 6 ไปพระธาตุนครที่อำเภอเมือง จากนั้นไปพระธาตุท่าอุเทน แล้วย้อนกลับเข้าอำเภอเมืองอีกครั้งเพื่อไปอำเภอปลาปาก เป็นเส้นทางที่เลี่ยงไม่ได้ครับ ส่วนเรื่องที่พักก็ลองมองหาแถวๆ ตัวเมืองนครพนม เพราะหลังจากไหว้พระธาตุประจำวันเกิดครบ 4 องค์ แล้วไปนอนในเมืองรุ่งขึ้นวันที่ 2 ก็ไหว้พระธาตุต่อ 4 องค์ พร้อมๆ กับการเดินทางกลับกรุงเทพฯ ไปด้วยในตัว ถ้าได้ที่พักที่วิวสวยๆ ก็จะได้พักผ่อน ชมพระอาทิตย์ขึ้นริมฝั่งโขงอีกด้วย การไหว้พระธาตุประจำวันเกิด 8 วัด 8 พระธาตุ ใช้เวลาไม่หมดทั้งวันเสียทีเดียว อย่างวันแรก 4 พระธาตุ จะเร็วมาก เพราะพระธาตุหลายองค์อยู่ไม่ไกลกันมาก ส่วน 4 องค์หลังในวันที่ 2 แต่ละองค์ค่อนข้างไกลทีเดียว แต่ก็เป็นความเหมาะสมอย่างหนึ่ง มีเวลาเหลือๆ ลองไปเดินถนนคนเดินในเมืองนครพนมได้อีกด้วย ทริปนี้จะแจ่มแจ๋วไม่เบาทีเดียว

    หลังจากได้ข้อมูลแบบนี้แล้ว เรามาดูภาพพระธาตุ 8 องค์ ก่อนไปกันดีกว่า



    1. เริ่มต้นทริปจากพระธาตุพนมครับ เนื่องจากเป็นพระธาตุที่มีประชาชนศรัทธาสูงสุดในจังหวัดนครพนม ส่วนพระธาตุอื่นๆ อีก 7 องค์นั้นเป็นพระธาตุบริวารของพระธาตุพนม อีกเหตุผลหนึ่งก็คืออำเภอธาตุพนมเป็นอำเภอที่อยู่ตอนล่างของนครพนม เหมาะที่จะเป็นจุดเริ่มต้น แล้วไล่ขึ้นไปตอนเหนือของจังหวัดแล้วเดินทางกลับครับ ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ เวลาประมาณ 5 ทุ่ม มาสว่างที่แถวๆ มหาสารคามจะเข้าร้อยเอ็ด พอถึงร้อยเอ็ดแล้วเราก็จะผ่านเข้าไปไหว้พระยืนวัดบูรพาภิราม ชมความงามของบึงพลาญชัย หาข้าวเช้าที่ร้อยเอ็ดครับ ก่อนที่จะมุ่งหน้าตรงดิ่งเข้านครพนม ถึงนครพนมก็คืออำเภอธาตุพนมประมาณสายๆ จะเที่ยง เข้าไปนมัสการพระธาตุพนม ซึ่งจะต้องใช้เวลานานกว่าพระธาตุองค์อื่นๆ เพราะทุกคนที่ร่วมทางไปต่างก็ไม่เคยมานมัสการพระธาตุพนมเลย เสร็จแล้วก็ต้องถ่ายรูป แล้วก็ไปสถูปพระธาตุพนมองค์เดิมครับ กินข้าวเที่ยงกันที่ริมโขง มีร้านอาหารหลายร้านให้เลือก



    2. วัดพระธาตุศรีคุณ หลังจากอิ่มหมีพีมันกันแล้ว เราก็ออกเดินทางกันต่อ ที่จริงถ้าเรามองดูแผนที่ให้ดีเราจะเห็นพระธาตุมากมายหลายองค์อยู่เลืยบแม่น้ำโขง จากทิศเหนือจรดทิศใต้ หลายองค์ด้วยกัน ถ้าไม่ติดตรงที่ว่าเราอยากจะไหว้พระธาตุประจำวันเกิดให้ครบทั้ง 8 องค์ในทริปเดียว ขับเลียบแม่น้ำโขงไปเลยก็ได้ ทีนี้ก็มีหลายวัดที่อยู่นอกเส้นทางเลียบแม่น้ำ อย่างเช่นพระธาตุศรีคุณ พระธาตุประจำวันเกิดสำหรับผู้เกิดวันอังคาร ต้องขับไปทางทิศตะวันตกประมาณ 20 กิโลเมตร ใช้เวลาเพียงไม่นานทุกคนก็นมัสการพระธาตุเสร็จ จากนั้นก็เดินทางมายังวัดพระธาตุเรณู ตามแผนการเดินทางแล้วหลังจากไหว้พระธาตุเรณูเราก็จะไปพระธาตุมรุกขนครกันต่อได้อีก จบวันแรกเราจะไหว้พระธาตุครบ 4 วัด เหลืออีก 4 วัดไปเริ่มต้นในเมืองนครพนม แต่เรื่องของเรื่องก็ขึ้นอยู่กับว่าเราสามารถจัดการกับ อาการเถลไถล ได้มาขนาดไหน เพราะกว่าเราจะไปถึงพระธาตุเรณูก็ค่ำเสียแล้ว มัวแต่ไปแวะอะไรต่อมิอะไรในช่วงเช้าอยู่



    3. พระธาตุเรณู พระธาตุองค์ที่ 3 ของทริปเป็นพระธาตุประจำผู้ที่เกิดวันจันทร์ และแน่นอนว่าเป็นพระธาตุที่สร้างความประทับใจให้กับสมาชิกของเราได้มาก เพราะมีความงดงาม เป็นเอกลักษณ์ ปกติเวลาผมมาไหว้พระธาตุเรณูจะแอบกะเวลาให้มาถึงในช่วงเย็นเสมอ ที่จริงแล้วถ้าจะไปให้ครบตามแผนการเดินทาง น่าจะมาถึงพระธาตุเรณูช่วงบ่ายแล้วไปต่อที่พระธาตุมรุกขนครก่อนที่จะค่ำ หลังจากไหว้พระธาตุมรุกขนครแล้วขับต่อไปให้ถึงตัวเมืองนครพนม เข้าที่พัก แล้วรุ่งขึ้นวันที่ 2 จะได้ไหว้พระธาตุอีก 4 องค์เท่ากับวันแรก แล้วเดินทางกลับกรุงเทพฯ แต่แบบของเรานั้นไม่ซีเรียสมากขนาดนั้น เรามาไหว้พระธาตุเรณูเป็นองค์สุดท้ายของวันแรก ทำให้ได้ 3 พระธาตุ เหลืออีก 5 พระธาตุ ไว้เป็นวันที่ 2 ทั้งหมด แล้วเราก็จองที่พักที่เรือนรจนารีสอร์ท อยู่ห่างจากพระธาตุพนมลงไปทางใต้อีก 10 กิโลเมตร (ไกลจากตัวเมืองซึ่งเป็นจุดหมายของวันต่อไปมากขึ้นไปอีก)

    จากพระธาตุศรีคุณซึ่งเป็นพระธาตุที่ 2 ของทริปมีเส้นทางไปเชื่อมต่อกับอำเภอเรณูนครได้เลย ไม่ต้องวกเข้าตัวเมืองธาตุพนมอีก ระยะทางจากพระธาตุศรีคุณมาพระธาตุเรณู ประมาณ 26.5 กิโลเมตร ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็ถึงแล้วครับ





    4. พระธาตุมรุกขนคร หลังจากที่ไหว้พระธาตุเรณูเสร็จช่วงค่ำ เราก็เดินทางกลับที่พักที่เรือนรจนารีสอร์ท เราแจ้งที่รีสอร์ทว่าจะถึงค่ำๆ หน่อย เพื่อให้รีสอร์ทยังไม่ปิดครัว เราอยากจะกินข้าวที่รีสอร์ททั้งเพื่อความสะดวกและประหยัดเวลา สำหรับคนขับรถที่ขับออกมาจากกรุงเทพฯ มาจนถึงค่ำวันแรก ยิ่งได้นอนเร็วเท่าไหร่ก็จะยิ่งดี กินข้าวอาบน้ำเข้านอน เช้าวันที่ 2 ของการเดินทาง เราออกไม่เช้ามาก เช็คเอาท์เสร็จประมาณ 9.30 น. เรือนรจนารีสอร์ทมีอาหารเช้าให้เราเรียบร้อยก่อนที่จะเช็คเอาท์ เราก็มุ่งหน้าไปยังพระธาตุมรุกขนคร ยังคงต้องผ่านพระธาตุพนมอีกรอบ แม้ว่าจะดูเหมือนเป็นการวางแผนที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เพราะต้องย้อนผ่านที่เดิมอีกครั้ง แต่ทุกคนก็ยังแฮปปี้กับทริปนี้ เพราะวิวที่เรือนรจนารีสอร์ทตอนพระอาทิตย์ขึ้นนั้นสวยคุ้มค่าจริงๆ ถึงหน้าพระธาตุพนม เราเปลี่ยนไปใช้เส้นทางเลียบแม่น้ำโขงเพื่อชมวิว แวะซื้อกาละแมขึ้นชื่อของที่นี่คือร้านทูลใจ นอกเหนือจากนั้นแล้วยังแวะกินปลาเผาที่ร้านริมโขงกันอีก 1 ตัว (เดี๋ยวจะหาว่ามาไม่ถึง)

    ในที่สุดก็มาถึงวัดมรุกขนคร เวลาปาเข้าไป 11.15 น. แล้ว ถือว่าช้ามาก และมีโอกาสที่จะไม่ทันไปวัดอื่นๆ เอาซะด้วยสิ พระธาตุมรุกขนครเป็นพระธาตุประจำวันเกิดสำหรับผู้ที่เกิดวันพุธกลางคืนครับ เป็นพระธาตุประจำวันเกิดที่มีอายุน้อยที่สุด คือสร้างเมื่อ พ.ศ. 2539 นี่เอง พอดีว่าสมาชิกของเราไม่มีใครเกิดวันพุธกลางคืน จึงไม่มีคนเวียนเทียนรอบพระธาตุ เพียงจุดธูปเทียนนมัสการพระธาตุ จึงใช้เวลาไม่นานแล้วก็ออกเดินทางไปวัดต่อไป



    5. พระธาตุนคร เป็นพระธาตุที่อยู่บนถนนสายเลียบโขงอีกวัดหนึ่งของทริปนี้ ห่างจากพระธาตุมรุกขนคร 36 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณครึ่งชั่วโมง พระธาตุนครเป็นพระธาตุองค์เดียวของพระธาตุทั้ง 8 ที่มีชื่อพระธาตุไม่เหมือนกับชื่อวัด เพราะชื่อวัดคือวัดมหาธาตุ พระธาตุนครเป็นพระธาตุประจำวันเกิดสำหรับผู้ที่เกิดวันเสาร์ รอบองค์พระธาตุมีลานประทักษิน (พื้นรอบพระธาตุที่อยู่ในกำแพงแก้ว) เล็กกว่าพระธาตุองค์อื่นๆ มาก แต่ลักษณะการสร้างก็มีความสวยงามตามแบบของพระธาตุพนมผสมอยู่พอสมควร ด้านหน้าพระธาตุประดิษฐานพระพุทธรูปปางนาคปรก พระพุทธรูปประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดวันเสาร์เช่นเดียวกันกับที่พระธาตุแห่งอื่นๆ ก็จะมีพระพุทธรูปประจำวันเกิดอยู่ด้วยเช่นกัน





    6. พระธาตุท่าอุเทน จากพระธาตุนครที่อยู่ตัวเมืองนครพนม เราออกเดินทางมุ่งหน้าไปทางเหนือ และยังคงใช้เส้นทางเลียบแม่น้ำโขง ที่จริงถ้าดูในแผนที่ เราสามารถเลือกได้ว่าจะไปตามทางหลวงหมายเลข 22 มาทางสกลนคร จะผ่านพระธาตุมหาชัย แล้วไปต่อที่พระธาตุประสิทธิ์ ได้ แต่จะวกกลับมาที่พระธาตุท่าอุเทนที่อำเภอท่าอุเทน ซึ่งคงไม่ดีแน่ สู้ไปพระธาตุท่าอุเทนแล้ววกกลับมาที่ตัวเมืองนครพนม แล้วค่อยไปอำเภอปลาปาก จะดีที่สุด ระยะทางจากพระธาตุนครไปพระธาตุท่าอุเทนก็ประมาณ 33 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 212 น่าจะใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงบวกลบนิดหน่อย แต่พอเอาเข้าจริงเรามาถึงพระธาตุท่าอุเทนช้ากว่าที่คิดไว้เยอะ เพราะว่าพอออกจากพระธาตุนคร เราก็ผ่านถนนคนเดินนครพนม ซึ่งจัดมุมเอาไว้ให้ถ่ายรูปสวยๆ หลายมุม หลังจากนั้นก็ยังมีจวนผู้ว่านครพนม ซึ่งเป็นอาคารแบบเก่าๆ สีสันสวยงาม โดนใจสมาชิกทั้ง 6 คนที่อยู่ในรถ พอจอดรถได้เท่านั้นแหละทุกคนก็มุ่งตรงเข้าไปถ่ายรูปมุมนั้นทีมุมนี้ที จนทั่วจวนผู้ว่า ทุกห้องทุกชั้น ออกจากจวนผู้ว่ามาเจอวัดนักบุญอันนา โบสถ์คริสต์จังหวัดนครพนมเข้าอีก เราแวะเข้าไปนิดหน่อยไม่ถึง 10 นาที เก็บรูปเล็กน้อยแล้วก็เดินทางต่อ ท้ายที่สุดมาถึงพระธาตุท่าอุเทนก็บ่าย 2 แล้วครับ

    ทันทีที่เราเห็นยอดพระธาตุสูงตระหง่านเห็นแต่ไกล เรามั่นใจเลยว่ายอดพระธาตุที่สูงพ้นจากยอดไม้ขึ้นมาให้เราเห็นอยู่ตรงหน้าคือพระธาตุท่าอุเทน แต่เราแปลกใจมากว่าทำไมพระธาตุท่าอุเทนจึงดูเก่าและทรุดโทรมกว่าพระธาตุองค์อื่นๆ

    ระหว่างทางจากพระธาตุนคร มายังพระธาตุท่าอุเทน เราผ่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 ด้วย วันแรกของการเดินทางเราก็แวะไปถ่ายรูปสะพานแห่งที่ 2 มาแล้ว วันนี้เอาสะพานแห่งที่ 3 มาด้วยอีก จากนั้นก็กลับไปจนถึงตัวเมืองนครพนม เพื่อขึ้นทางหลวงหมายเลข 22 ไปสกลนคร ซึ่งจะได้เข้าไปแวะนมัสการพระธาตุอีก 2 แห่ง ตามแผนการเดินทาง ให้ครบ 8 แห่งครับ



    7. พระธาตุมหาชัย เป็นพระธาตุประจำวันเกิดสำหรับผู้เกิดวันพุธกลางวัน จากพระธาตุท่าอุเทน ระยะห่างกันประมาณ 58.5 กิโลเมตร คราวนี้ใช้เวลาร่วมๆ ชั่วโมง จากอำเภอท่าอุเทน กลับมาที่อำเภอเมืองนครพนม แล้วใช้ทางหลวงหมายเลข 22 มุ่งหน้าอำเภอปลาปาก วัดพระธาตุมหาชัยเป็นวัดที่อยู่ไม่ห่างจากถนนหลักมากนักหาง่ายมีป้ายบอกทางตลอด พอเลี้ยวเข้ามาในวัดเราเห็นพระธาตุเป็นองค์แปดเหลี่ยมก็แปลกใจอยู่ว่าทำไมจึงเป็นองค์เดียวที่ไม่ได้สร้างทรงสี่เหลี่ยมจตุรัสเหมือนพระธาตุองค์อื่นๆ นอกเหนือจากพระธาตุ ภายในวัดก็มีพิพิธภัณฑ์ที่สร้างอย่างสวยงามมาก จนถึงวัดพระธาตุมหาชัย เวลาตอนนี้ก็ใกล้ 4 โมงเย็นแล้ว ยังคงเหลือพระธาตุประสิทธิ์ ที่อยู่อำเภอนาหว้า เกือบๆ จะถึงสกลนครทีเดียว ช่วงนี้ต้องทำเวลา จากนั้นต้องกลับกรุงเทพฯ ให้ทันเช้าวันจันทร์เพื่อไปทำงานอีก

    สรุปแล้วถ้าไม่อยากขับรถแบบเร่งๆ รีบๆ ก็ให้จัดทริปไหว้พระธาตุวันละ 4 วัด แล้วมานอนในเมืองนครพนม จะดีที่สุด แต่ก็น่าเสียดายสำหรับคนชอบถ่ายรูป เพราะพระธาตุพนม และพระธาตุเรณู จะสวยมากในช่วงเวลาเย็นๆ แต่ถ้าจะเอาให้ได้จริงๆ ละก็ ปรับแผนการเดินทางในวันแรกซะหน่อย แวะที่ร้อยเอ็ดให้น้อยๆ หรือไม่แวะเลยก็ได้ มาไหว้พระธาตุพนม พระธาตุศรีคุณ พระธาตุมรุกขนคร แล้ววกกลับมาที่พระธาตุพนม ให้ใช้เส้นทางที่ผ่านพระธาตุเรณู ท้ายสุดก็ได้ครบ 4 องค์ และได้แสงยามเย็นสวยๆ ที่พระธาตุพนมอีกด้วย ถ่ายรูปเสร็จแล้วขับเข้าอำเภอเมืองนครพนม แลัววันที่ 2 จะขับแบบสบายๆ ชิลด์ เลยครับ



    8. พระธาตุประสิทธิ์ พระธาตุประจำวันเกิดสำหรับผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดีเป็นพระธาตุองค์สุดท้ายในแผนการเดินทางตามทริปไหว้พระธาตุประจำวันเกิด ทั้ง 8 องค์ของเรา ด้วยเหตุว่าที่ตั้งของวัดอยู่ในอำเภอนาหว้า ใกล้จังหวัดสกลนคร เราจึงเลือกให้เป็นพระธาตุองค์สุดท้ายเพื่อให้อยู่ในเส้นทางตอนขากลับ แต่ถึงอย่างงั้น อำเภอนาหว้าก็อยู่ห่างจากทางหลวงหมายเลข 22 เลี้ยวเข้าไปถึงเกือบๆ 30 กิโลเมตร และยังต้องกลับออกมาอีกเพื่อเดินทางกลับ จากพระธาตุมหาชัย เดินทางไปพระธาตุประสิทธิ์ รวมระยะทางประมาณ 67 กิโลเมตร ใช้เวลาเกือบชั่วโมงเลยครับคราวนี้ แต่เราก็มาถึงที่วัดก่อนที่จะมืด และได้เก็บภาพพระธาตุประสิทธิ์ทันก่อนที่พระอาทิตย์จะตกดิน ซึ่งจะว่าไปแล้วก็จะดูสวยงามไม่แพ้กับการถ่ายรูปในเวลากลางวัน หลังจากที่นมัสการพระธาตุประสิทธิ์อันเป็นพระธาตุองค์ที่ 8 องค์สุดท้ายแล้ว เราก็ออกเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยที่มองหาทุ่งนาโล่งๆ ในการถ่ายรูปพระอาทิตย์ตกดิน จบทริปอย่างสวยงาม ที่เหลือก็เพียงแต่ขับรถอีก 600 กิโลเมตรเศษๆ กลับกรุงเทพฯ เท่านั้นเอง

    รายละเอียดของพระธาตุแต่ละวัดทั้งหมด มีเขียนไว้ในหน้าพระธาตุแต่ละองค์ ข้อมูลเพิ่มเติมคลิกเข้าไปอ่านที่ชื่อของพระธาตุแต่ละองค์ได้เลยนะครับ ท่านใดที่อ่านทริปนี้แล้วอยากจะเดินทางไปนมัสการพระธาตุประจำวันเกิด ทีมงานทัวร์ออนไทยก็ขออนุโมทนาล่วงหน้าด้วยนะครับ

    ทิ้งท้าย ความเชื่อเรื่องของการไหว้พระธาตุประจำวันเกิด ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ว่าจะได้อานิสงส์ตามประสงค์สักแค่ไหน เป็นเรื่องการอุปโลก หรือว่าการสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นกระแสให้คนไปเที่ยวนครพนม เรื่องนี้ผมก็รู้ดีอยู่แล้ว แต่เรื่องของพระพุทธศาสนาและความศรัทธา เป็นเรื่องที่รู้ได้เฉพาะตน คนศรัทธาก็ไปไหว้พระธาตุตามวันเกิดของตนเพื่อความเป็นสิริมงคลและความสบายใจ ใครไม่สบายใจก็ไม่ต้องไป ที่สำคัญอย่าไปหมิ่นศรัทธาของคนอื่น เพราะนั่นจะไม่เป็นผลดีกับตัวคุณเองนะครับ

ให้คะแนนทริปนี้ คลิก...

จำนวนผู้ชม 52647 คะแนน 505

แผนที่ของทริปนี้ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดนครพนมทั้งจังหวัดเลยครับ

ดู นครพนม ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า
อ่านวิธีการหาเส้นทางอย่างละเอียดจากแผนที่ของเราได้ที่นี่

 

ความคิดเห็นบนเฟสบุค

 



ปฏิทินท่องเที่ยว

 
มิถุนายน
 
อา
พฤ
-
-
-
-
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
-

กิจกรรมน่าเที่ยว

  เทศกาลกินปลา "ปลากะพงยักษ์@แปดริ้ว"
  15 พฤษภาคม 2560-
  30 มิถุนายน 2560
  ตะลุยสวน ชวนกินทุเรียนศรีสะเกษ
  16 มิถุนายน 2560-
  30 มิถุนายน 2560
ดูทั้งหมด