มุมสมาชิก


ลิงค์ที่น่าสนใจอื่นๆ


ปฏิทินท่องเที่ยว

 
ตุลาคม
 
อา
พฤ
-
-
-
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
-

กิจกรรมที่ใกล้จะมาถึง

  เทศกาลล่องแก่งหินเพิง
  1 กันยายน 2557-
  31 ตุลาคม 2557

  เทศกาลชิมกาแฟแก่งซอง ล่องแก่งลำน้ำเข็ก
  1 กันยายน 2557-
  31 ตุลาคม 2557

  กิจกรรมดูเหยี่ยวอพยพ ณ เขาเรดาร์ “สายธารเหยี่ยวอพยพ ( River of Raptors)”
  1 ตุลาคม 2557-
  30 พฤศจิกายน 2557

  เที่ยวทำดีเพื่อสังคม
  1 ตุลาคม 2557-
  31 ตุลาคม 2557

  งานนมัสการองค์พระเจดีย์และงานกาชาด ประจำปี 2557
  13 ตุลาคม 2557-
  24 ตุลาคม 2557

  กำหนดการลอยโคมยี่เป็ง บุญทอดกฐินล้านนาสามัคคี และพิธีจุดประทีปลอยโคมถวายพุทธบูชา
  25 ตุลาคม 2557-
  25 ตุลาคม 2557

  แห่แม่พระทางสายน้ำ
  26 ตุลาคม 2557-
  26 ตุลาคม 2557

ดูทั้งหมด


พื้นที่โฆษณา


พยากรณ์อากาศ


ที่พักออนไลน์


ท่องเที่ยวทั่วไทย

ภาคเหนือ
 
ภาคอิสาน
 
ภาคกลาง
 
ภาคตะวันออก
 
ภาคใต้
 

ค้นหาที่พัก

ที่พักภาคเหนือ

ที่พักภาคกลาง

ที่พักภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ที่พักภาคตะวันออก

ที่พักภาคใต้

ที่พักหมู่เกาะต่างๆ ของไทย

ที่พักยอดนิยม




หน้าหลัก >> ขับรถเที่ยว >> สังขละหน้าฝน ยลเอราวัณ



สังขละหน้าฝน ยลเอราวัณ



แผนที่ของทริปนี้ค่อนข้างดูยางนะครับเพราะสถานที่ท่องเที่ยวอยู่ค่อนข้างไกลกัน และก็มีหลายสถานที่ที่อยู่ระหว่างเส้นทางผ่าน คลิกดูแผนที่ของแต่ละที่ หรือค่อยๆ ซูมดู หรือคลิกขยายแผนที่ที่ลิงค์ข้างล่างนะครับ
ดู กาญจนบุรี ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า
อ่านวิธีการหาเส้นทางอย่างละเอียดจากแผนที่ของเราได้ที่นี่



    กลับมาอีกครั้งกับทริปเที่ยวเมืองกาญจนบุรี อัญมณีตะวันตก ซึ่งเป็นจังหวัดที่ได้รับความนิยมเป็นเส้นทางขับรถเที่ยวมีทั้งแบบวันเดียว และค้างคืน ซึ่งการเที่ยวค้างคืนก็มีทั้ง 2 วัน 1 คืน และ 2 วัน 2 คืน คือออกเดินทางกันเย็นวันศุกร์คำนวณเวลาให้ไปถึงจุดหมายรุ่งสางเช้าวันเสาร์ ทริปของเราทริปนี้เป็นแบบที่ 2 ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ กันประมาณเที่ยงคืน จุดหมายแรกของเส้นทางท่องเที่ยวเมืองกาญจน์ คือรุ่งสางที่สะพานมอญ อำเภอสังขละบุรี จากเมืองนนทบุรีจุดรับสมาชิกคนสุดท้ายของทริปมุ่งหน้านครชัยศรีและถนนเพชรเกษม ระหว่างทางเกิดหิวขึ้นมาทั้งๆ ที่กินข้าวเย็นกันมาแล้วแท้ๆ เลยต้องหาอะไรง่ายๆ กินแต่กว่าจะเจอร้านอาหารที่ยังเปิดขายอยู่ เกือบๆ ตี 1 ก็เลยแยกบ้านโป่งไปแล้ว

    หลังจากเสร็จมื้อดึกออกเดินทางกันต่อคราวนี้จุดแวะต่อไปของเราก็คือปั๊มแกส LPG ในเมืองกาญจนบุรี เติมแกสให้เต็มถังและถามข้อมูลให้เสร็จสรรพว่าปั๊มต่อไปอยู่ที่ไหน ได้ความว่ามีอีกปั๊มหนึ่งที่ทองผาภูมิ แต่ปิด 5 โมงเย็น ก็แย่ละสิถัง 50 ลิตรที่ติดมากับอัตราสิ้นเปลืองของรถทำให้เรารู้ดีว่ากลับจากสังขละกว่าจะมาถึงทองผาภูมิ อีกครั้งตั้ง 300 กิโลเมตร ต้องมีการดึงน้ำมันมาใช้กันระยะหนึ่งแต่ไม่เป็นไรเรากำหนดมันไม่ได้ก็ต้องสำรองน้ำมันเพิ่ม

    จากกรุงเทพฯ มาถึงทองผาภูมิถึงแยกอำเภอทองผาภูมิที่ต้องเลี้ยวขวาไปสังขละบุรีได้สักพัก GPS บอกระยะทางคงเหลือ ประมาณ 60 กิโลเมตร ฝนเริ่มตกลงมา ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติที่เรารู้อยู่แล้วว่าต้องเจอฝนในทริปนี้ไม่มากก็น้อย ผ่านสถานที่เที่ยวหลายแห่งตามเส้นทางได้แก่ น้ำตกไดช่องถ่อง น้ำตกเกริงกระเวีย สวนป่าเกริงกระเวีย ป้อมปี อุทยานแห่งชาติเขาแหลม อุทยานแห่งชาติลำคลองงู ทางแยกหมู่บ้านกองม่องทะที่เราเคยมาทริปน้ำตกป่งป๊ง ทั้งหมดเป็นที่ที่อยากแวะแต่คงต้องได้แต่ผ่านไปเพราะตอนนี้เป็นเวลากลางคืน

สะพานมอญ

    อีกประมาณ 15 กิโลเมตรจะถึงสะพานมอญ เส้นทางที่ว่าลดเลี้ยวเคี้ยวโค้งลาดชันตามขุนเขาเริ่มชันมากขึ้น ป้ายเตือนข้างทางแปลกๆ บอกว่าใช้เกียร์ 1 เท่านั้น (ปกติจะเห็นป้ายเตือนว่าใช้เกียร์ต่ำ Use Low Gear) แต่ดูเหมือนว่าป้ายที่ปักไว้ไม่ได้โกหก รถเกียร์ออโต้ที่เราใช้เวลาลงเขาหรือขึ้นเขาที่นี่ระยะทางต่อเนื่องกว่า 1 กิโลเมตร เป็นอันต้องใช้ประมาณเกียร์ 2 สำหรับกระบะบรรทุกหนักต้องลงไปถึงเกียร์ 1 เสียงเครื่องยนต์กระหึ่มก้องกลางเขาเป็นช่วงๆ สลับกับทางที่ไม่ชันมากเสียงก็เงียบลงไปบ้าง เหลือระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร เวลาประมาณ 6 โมงเช้า สายหมอกปกคลุมบางช่วงของถนน ตัววัดอุณหภูมิที่ติดมาในรถบอก 24-25 องศา สลับกันตอนขึ้นลงเขา สุดท้ายก็มาถึงปลายทางชุมชนบ้านไหล่น้ำ จอดรถหน้ารีสอร์ทแล้วเดินไปเชิงสะพานมอญ ทันเวลาตักบาตรแบบเฉียดฉิว แต่ความหวังที่จะได้เห็นหมอกปกคลุมสะพานมอญนั้นก็ต้องผิดหวังกันไปชาวบ้านบอกว่าวันนี้ไม่หนาวพอ คงต้องลองมาใหม่คราวหน้า สะพานมอญในปัจจุบันนั้นเปลี่ยนแปลงไปมากหลังจากการซ่อมแซมสำหรับคนชอบการถ่ายรูปสะพานไม้แห่งนี้ก็ต้องบอกว่าเสียดาย แต่ทุกสิ่งทุกอย่างมันไม่เที่ยง มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

วัดวังก์วิเวการามวัดวังก์วิเวการาม

    หลังจากการเก็บภาพของเราเสร็จสิ้นลงเพราะสภาพแสงมืดครึ้มของเช้าวันนี้คงเก็บภาพแบบสีสันสดใสไม่ได้แล้ว ก็ต้องเดินทางไปต่อยังวัดวังก์วิเวการาม สถานที่ท่องเที่ยวที่พลาดไม่ได้หากว่ามาที่สังขละบุรี หลวงพ่ออุตตมะผู้ริเริ่มการก่อสร้างหลายสิ่งหลายอย่างรวมทั้งสะพานมอญเป็นที่เคารพศรัทธาของชาวบ้านละแวกนี้ และทั่วประเทศ เข้าสักการะหลวงพ่ออุตตมะที่ปราสาทเก้ายอด และมาสักการะพระบรมสารีริกธาตุที่พระเจดีย์พุทธคยา

ด่านเจดีย์สามองค์

    จากนั้นก็ออกจากหมู่บ้านตรงไปที่ด่านเจดีย์สามองค์ อีกหนึ่งสถานที่ที่ต้องไปไม่งั้นจะเหมือนมาไม่ถึงสังขละบุรี มื้อแรกของทริปเป็นอาหารกลางวันที่ด่านเจดีย์สามองค์ฝากท้องไว้กับร้านก๋วยจั๊บและผัดไท ต่างคนต่างเบิ้ล 2 คือสั่งทั้งสองอย่าง เพราะหน้าตาน่ากิน ก๋วยจั๊บราคา 35 บาทให้กระดุกหมูตุ๋นมาหลายชิ้น โปะด้วยเห็ดหอมชิ้นใหญ่ ไม่ได้เห็นก๋วยจั๊บที่มีหมูมากๆ มานานแล้ว ผัดไทก็อร่อย จากนั้นก็เก็บภาพกันไปรอบๆ ก่อนที่จะเดินทางต่อไป

จุดชมวิวแม่น้ำรันตีป้อมปี่

    ทางหลวงหมายเลข 323 พาเรากลับสู่ทางที่เรามาผ่านอำเภอทองผาภูมิแน่นอนว่าเราต้องไปหาที่เติมแกส LPG ก่อนหน้านั้นเก็บภาพสถานที่ท่องเที่ยวริมทางไปพลางๆ อย่างที่บอกว่าขามาเราผ่านหลายที่แต่เป็นกลางคืนขากลับก็แวะแบบสถานที่ง่ายๆ เท่านั้นไม่เน้นสถานที่ที่ต้องเดินไกลๆ ใช้เวลามากๆ อย่างเช่นจุดชมวิวแม่น้ำรันตี ถึงก่อนใครเพราะระยะทางจากด่านเจดีย์สามองค์ไปยังจุดชมวิวนี้ประมาณ 15 กิโลเมตรเท่านั้นจะได้เห็นวิถีชีวิตของชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในแพล้อมรอบด้วยภูเขา แบบที่เราอยากจะลองพักดูสักคืนเรียกว่าการพักผ่อน แต่ชาวบ้านที่นี่อยู่กันแบบนี้มานานตั้งแต่เกิด

    จากนั้นไม่นานก็จะผ่านป้อมปี่ จุดแวะชมวิวอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนวชิราลงกรณ์ หรือเขื่อนเขาแหลมที่สวยงามและเป็นที่รู้จักกันอย่างรวดเร็วของนักท่องเที่ยว ไม่ว่าใครที่วางแผนเที่ยวสังขละบุรีเป็นอันต้องบรรจุป้อมปี่ลงไปในทริป ป้อมปี่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลมแต่ถ้าเราแวะเข้าไปชมวิวอย่างเดียวไม่เสียค่าเข้าชม

น้ำตกเกริยงกระเวีย

    ต่อจากนั้นเป็นอันขาดไม่ได้คือน้ำตกเกริยงกระเวีย น้ำตกริมทางที่มีขนาดใหญ่และสวยงาม ด้วยระยะทางเดินไม่ถึง 20 ก้าวหรือจะนั่งมองจากในรถก็ยังสวย มีร้านค้าอาหารเครื่องดื่มบริการหลายร้าน ข้าวโพด หรือของว่างอื่นๆ ก็มีให้เลือก ถ่ายรูปน้ำตกเกริงกระเวียแบบง่ายๆ และรวดเร็วเพราะฝนตกลงมาอย่างหนัก ประมาณว่าเอาร่มกางเดินไปที่น้ำตกเลยทีเดียวจากน้ำตกเกริงกระเวียขับตรงมาอีกหน่อยเจอทางแยกน้ำตกไดช่องถ่องกับป้อมด่านตรวจของเจ้าหน้าที่อยากแวะเข้าไปเก็บมาอีกที่แต่เจ้าหน้าที่บอกต้นไม้ล้มขวางถนนเข้าไม่ได้เลยต้องอดไป

น้ำตกผาตาด

    ขับมาจนพ้นถนนคดเคี้ยวถึงแยกทองผาภูมิเลี้ยวมาทางซ้ายกะจะเลาะลงทางใต้เก็บภาพถ้ำต่างๆ นานา แต่หลายคนต่างก็กังวลเรื่องแกส LPG ที่ต้องหาปั้มเพราะขามานั้นปั๊มปิด (ตี 3 แล้วนี่) ตอนนี้ใช้น้ำมันอยู่ แต่ก็ไม่วายแวะเข้าน้ำตกผาตาด ทีแรกกะจะพ่วงน้ำพุร้อนหินดาดตอนกลับออกมาจากน้ำตก แต่ฝนก็ตกลงมาอีก เลยต้องขอผ่าน ไว้โอกาสหน้าคงได้มาแน่ๆ หลังจากนั้นเลาะลงใต้หาปั๊มแกส กว่าจะเจอปั๊มแกส LPG อยู่ห่างจากทางแยกน้ำพุร้อนหินดาด 1 กิโลเมตร พอได้แกสก็หมดเวลาถ่ายรูป ตอนนี้เย็นแล้วคงต้องวางแผนหาสถานที่ที่ถ่ายรูปได้ในเวลากลางคืนสรุปเราเลือกสะพานข้ามแม่น้ำแควซึ่งอยู่ในเมือง และคงต้องพักในเมืองจนรุ่งเช้าค่อยว่ากันใหม่

สะพานข้ามแม่น้ำแควร้านปาย-กาญจน์

    หลังจากถ่ายรูปสะพานข้ามแม่น้ำแคว ตอนกลางคืน (เลยเอามาต่อท้ายกับภาพตอนกลางวันจะได้ดูทีเดียวครบรส) และจัดการมื้อเย็นที่ร้านปาย-กาญจน์ ร้านแจ่วฮ้อนและอาหารอิสานที่เราคอนเฟิร์มว่าอร่อย และราคาไม่แพง อยู่ใกล้กับสะพานข้ามแม่น้ำแคว หาที่พักในเมืองแบบราคาประหยัดตามประสานักเดินทางที่ใช้ห้องนอนสำหรับนอนจริงๆ จากนั้นออกเดินทางไปทางทองผาภูมิอีกครั้ง ยังติดใจเรื่องถ้ำมากมายหลายแห่ง ทีแรกคิดว่าจะเก็บทุกถ้ำ และน้ำพุร้อนหินดาดด้วย แต่ระยะทางจากตัวเมืองไปมันช่างไกลเหลือเกิน เลยแวะถ้ำกระแซอย่างเดียว

ทางรถไฟสายมรณะถ้ำกระแซ

    ที่ถ้ำกระแซ มีทางรถไฟสายมรณะที่ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดของระยะทางทั้งหมด 300 กิโลเมตรในเขตประเทศไทย ต้องจอดรถไว้ใกล้ๆ แล้วเดินตามทางรถไฟชมความสวยงามของบรรยากาศโค้งแม่น้ำไหว้พระพุทธรูปในถ้ำกระแซ แล้วเดินทางต่อ จุดไฮไลท์ของทริปนี้ที่วางไว้ในแผนคือ น้ำตกเอราวัณ เราเลือกไม่แวะสถานที่อื่นๆ อีกเลยแล้วเลี้ยวขวามุ่งหน้าไปตามทางหลวงหมายเลข 3457 ตัดไปออกช่องสะเดาเพื่อที่จะไปเขื่อนศรีนครินทร์และน้ำตกเอราวัณ พอดีผ่านแคมป์ช้างทวีชัย เลยแวะทักทายช้างๆ ทั้งหลายกันนิดหน่อยแต่ไม่มีเวลามากพอที่จะนั่งช้างเที่ยว

แคมป์ช้างทวีชัยน้ำตกเอราวัณ

    เราใช้เวลาทั้งหมดที่เหลืออยู่ของทริปนี้ไปกับน้ำตกเอราวัณทั้ง 7 ชั้น ที่ว่ากันว่าสวยที่สุดของกาญจนบุรี หลังจากกินมื้อเที่ยงเอาแรงที่ตลาดสดเทศบาลตำบลเอราวัณ ที่คนส่วนใหญ่จะแวะก่อนจะเดินทางเข้าน้ำตก อาหารมื้อใหญ่ของเราที่ยังวนเวียนอยู่กับส้มตำ ลาบ น้ำตก ไก่ย่าง ต้มยำปลาคัง อย่างอิ่มหนำสำราญ ระหว่างการเดินทางไปยังชั้น 7 นักท่องเที่ยวที่มาชมความงดงามของน้ำตกแห่งนี้มีมากซะจนเก็บภาพได้ลำบาก มีนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำกันมากมายทุกชั้น หลังจากเก็บภาพน้ำตกชั้นแรก ชื่อไหลคืนรัง เราตกลงกันว่าคงจะต้องไปให้ถึงชั้น 7 ก่อน แล้วค่อยเก็บภาพย้อนกลับมาชั้น 2

    น้ำตกแห่งนี้มีเส้นทางเดินที่ลำบากเหมือนกัน บางช่วงชัน บางช่วงบันไดเยอะ แต่ระยะทางระหว่างชั้น ประมาณ 300-450 เมตร เลียบธารไปเรื่อยๆ ทำให้นักท่องเที่ยวจำนวนมากยังคงอดทนที่จะเดินให้สุด 7 ชั้น สุดท้ายถึงชั้น 7 คนก็ยังเยอะอยู่ดี ในที่สุดเราก็เก็บภาพจนอุทยานปิด 16.30 น. แต่เจ้าหน้าที่จะขึ้นไปตามนักท่องเที่ยวให้เริ่มเดินลงมาตั้งแต่ บ่าย 3 กะว่าถึงข้างล่างก็ สี่โมงครึ่ง แต่เราต้องขออยู่ต่อเพราะต้องการภาพน้ำตกโล่งๆ เจ้าหน้าที่ก็อนุญาตเพราะเป็นขาเดินป่ากันอยู่แล้ว

วิมล วุ้นมะพร้าวอ่อน

    จบทริปด้วยการออกจากน้ำตกเอราวัณประมาณ 6 โมงครึ่ง อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ากันเรียบร้อยเหมือนว่ามาเล่นน้ำตก แต่ที่จริงเปียกโชกด้วยเหงื่อตัวเองทั้งนั้น หาเครื่องดื่มร้อนๆ กินที่ร้านค้าของอุทยานปรากฏว่าปิดหมด แถมแม่ค้ายังพากันตกใจที่เราเพิ่งจะออกจากน้ำตกเพราะเลยเวลาปิดมานานแล้ว เลยต้องเปลี่ยนแผนไปกินข้าวราดแกงที่ตลาดสดเทศบาลตำบลเอราวัณซึ่งเหลืออยู่ร้านเดียว เป็นข้าวราดแกงแบบตักเองแล้วคิดเงินทีหลัง ว้าวแจ๋วเลย ตักให้พอดีกิน กินพอดีหมดไม่เหลือและพออิ่ม สบายใจทั้ง 2 ฝ่าย ปิดท้ายด้วยร้านของฝากที่เหลืออยู่เพียงร้านเดียวคือวิมล วุ้นมะพร้าวอ่อน

    เป็นอันว่าของฝากเต็มไม้เต็มมือ เค้กฝอยทองร้านวิมลก็อร่อย ส่วนศูนย์ของฝากไม่รู้ว่าทำไมปิดเร็วจัง เพิ่ง 2 ทุ่มกว่าๆ เอง พบกันใหม่ทริปหน้าครับ

ให้คะแนนทริปนี้ คลิก...

จำนวนผู้ชม 6564 คะแนน 656






ความคิดเห็นบนเฟสบุค

ส่วนนี้สำหรับแสดงความคิดเห็นครับหากต้องการสอบถามข้อมูลกรุณาเขียนในหน้า ทัวร์ออนไทยแฟนเพจ บนเฟสบุค หากถามคำถามในหน้านี้ทางเฟสบุคไม่ส่งการแจ้งเตือนไปยังทีมงานครับ