www.touronthai.com

โมโกจู... ยังจำอยู่... ไม่รู้ลืม

มาตามคำสัญญาค่าพี่ทอม
อาจจะช้าไปนี้ด..ดดดดดดดดดด
ข้าพเจ้าขออภัยค่า...าาาาาาาาาาา


ไม่รู้ทริปนี้มันเริ่มได้ยังไง
ไม่ได้ตั้งใจ ไม่ได้วางแผนล่วงหน้าว่าจะไป
เพราะคุยกับ wm เวบนี้ว่าเราจะไปโมโกจูปีหน้า (คุยกันเมื่อปลายปีที่แล้ว)
ถ้าจะไป ต้องเตรียมตัวล่วงหน้าซัก 3 เดือน
เพราะจากข้อมูลที่อ่านๆ มา เค้าบอกว่าเดินถึก
ไปกลับ 72 โล แถมช่วงเดินขึ้นวันสุดท้าย ทางชันมาก …กกกก
เดินขึ้นวันที่ 3 นี่ ระยะทาง 8 กิโลอาจจะใช้เวลาเดินถึง 8-9 ชั่วโมง กันเลยทีเดียว
................................
แต่พอถึงเวลาสิ้นปี เพื่อนคนอื่นๆ ในกลุ่มมีที่ไปกันหมด
จิตตก... ไม่มีที่ไป ไม่รู้จะไปไหน ... เข้าไปดูในเวบ trekkingthai
เห็นมีคนโพสต์ไว้ว่าต้องการเพื่อนร่วมทริป ...
มีคนโพสต์ว่าสนใจแค่คนสองคนเอง
เลยโดดเข้าใส่ ... ชอบแฮะ ทริปเล็กๆ อย่างนี้
ลงชื่อไปก่อน
เรื่องเดินไหวไม่ไหวค่อยว่ากัน...

ก่อนไปสองอาทิตย์ เริ่มกลับไปฟิตเนสทุกวัน
วันละชั่วโมงครึ่งถึงสองชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ
เดินวันละสามสี่กิโล ใส่ความชันเข้าไปเยอะๆ ประมาณว่าซ้อมเดินขึ้นเขา
ตามด้วยปั่นจักรยานอีกหนึ่งคลาส .... แต่พอถึงเวลาเดินจริง
ก็เกือบตายเหมือนกันแหละ ... เหนื่อย ... กลับมาก็พิการไปหลายวัน

เราออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ตั้งแต่บ่ายสองของวันที่ 24 ไปด้วยกัน 4 ชีวิต
เนื่องจากคุณปุ่น คุณ หมู เจ้าของทริปและเจ้าของรถกลัวว่า
ถ้าออกเดินทางช่วงดึกแล้วไปถึงเช้าวันที่ 25
แล้วเดินขึ้นเลยโดยไม่ได้นอนกลัวว่าจะเหนื่อยไป เดินไม่ไหว ...
ถึงที่ทำการอุทยานช่วงค่ำๆ แวะตลาดหาซื้ออาหารเย็นไปนั่งกิน
ช่วงที่ถึงด่านจ่ายค่าธรรมเนียม
(ค่าธรรมเนียมรถ 40 บาท ค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวคนละ 30 บาท)
เห็นเจ้าหน้าที่กำลังชุลมุนวุ่นวายอยู่หน้าด่าน ถามๆ ดูได้ความว่า
กำลังไล่จับชาวบ้านที่ลักลอบเข้ามาเก็บกล้วยไม้ไปขาย
วันนี้เราเลยจบลงที่เรากางเตนท์ ผูกเปล นอนที่ทำการอุทยาน
เดี๋ยวดึกๆ จะมีเพื่อนร่วมทริปนั่งรถทัวร์ตามมาอีก 2
(มีรถทัวร์วิ่งกรุงเทพฯ – คลองลานซึ่งจุดที่รถทัวร์จอดอยู่ห่างที่ทำการอุทยาน 19 กม.)
ขับรถยนต์ตามมาอีก 2 แล้วมีสมาชิกอีกคนขับรถตามมาตอนเช้ามืดอีกคน
รวมเป็นทั้งหมด 9 ชีวิต เจ้าหน้าที่นำทางอีก 2 ลูกหาบอีก 4
รวมทั้งหมด 15 ชีวิต ที่เราจะกินนอนและใช้ชีวิตด้วยกัน 5 วัน 4 คืน

เช้าวันที่ 25 ออกสตาร์ท
ตามกำหนดการแจ้งว่า วันนี้เราจะออกเดินกันตั้งแต่ 7 โมงเช้า
วันนี้เราจะเดินทั้งหมด 16 กิโลเมตร ...
ปรากฏว่า ลูกหาบที่ติดต่อไว้มาไม่ได้ 1 คน
ทางเจ้าหน้าที่นำทาง เลยต้องลงไปหาลูกหาบมาแทนให้เรา
กว่าอะไรๆ จะเรียบร้อย กว่าเราจะออกเดินทางกันได้ก็ 9.50 น.
เจ้าหน้าที่แจ้งว่า เราออกสายมาก....กกก
คาดว่ากว่าจะถึงแค้มป์แม่กระสาคงประมาน 5 โมงเย็นแน่นอน ....
ปรากฏว่า เดินๆ ไปซักพัก สมาชิกเริ่มเดินทิ้งช่วงห่างกันมาก
กลุ่มแรกสี่ห้าคน เดินถึงแคมป์พร้อมลูกหาบตั้งแต่ 3 โมงเย็น
กลุ่มที่สอง ทิ้งห่างไปอีกชั่วโมงครึ่ง
กลุ่มสุดท้ายมาถึงห้าโมงกว่า ... อย่างน้อยๆ เราก็ทำเวลาได้ดีนะ
ถ้าเทียบกับการออกสตาร์ทช้าขนาดนี้

บรรดากองทัพมด ....




ลูกหาบ ทำงานหนัก
นิสัยดี  ขนาดที่ว่า ไปถึงแคมป์ก่อน
ยังวิ่งกลับมารับพวกเราที่แบกเป้ส่วนตัวหนัก และส่อเค้าว่าจะเดินไม่ไหวตั้งแต่วันแรก
เพื่อดันพวกเราให้ถึงแคมป์ให้ได้ ..




วันแรกใครว่าเดินสบาย
ไม่จริงค่ะ... อันนี้ทุกคนในทริปยืนยัน
หมดแรงไปตามๆ กัน



เตรียมที่หลับที่นอน




อาหารสามัญประจำป่า


จากที่หาข้อมูลในเว็บที่ใครๆ บอกว่า วันแรกเดินสบายสุด
ถึงจะระยะทางไกลสุดใน 3 วันที่เดินขึ้น คือ 16 โล
เราว่าไม่จริงเลย วันแรกไม่ถือว่าสบาย ... เหนื่อยเอาเรื่อง
ทุกคนจะตายเอาก็อีตอนขึ้นมอขี้แตก เพราะมันเป็นการเดินขึ้นเนินที่ยาว....ววววว มาก
ค่อยๆ ไต่ระดับขึ้นเรื่อยๆ ... แต่ย้ำว่ามันยาวจริงๆ เดินไปเนี่ยถามตัวเองตลอดว่า
เมื่อไหร่มันจะมีทางเรียบซะที ตรูเหนื่อยแล้วโว้ย!!!!!!!!

การเดินของวันที่สองต่างหากที่สบายสุด คือเดินระยะสั้นสุดของการเดินขึ้นในสามวันนี้
แล้วที่สำคัญ ไม่ชัน แค่ไต่ระดับนิดๆ ระยะเวลาสั้นๆ ก่อนเที่ยง เราก็เดินมาถึงแคมป์กันแล้ว
กางเตนท์เตรียมที่นอน นอนเล่นซักพัก ... เดินไปน้ำตกอีก 2 โล เดินกลับอีก 2 โล
กลับมานั่งเล่น นอนเล่น เป็นวันที่สบายสุดในทริปนี้แล้ว
สมาชิกหลายคนในทริปเห็นตรงกันว่า วันที่สองต่างหากที่สบายสุด ไม่ใช่วันแรกแน่นอน


วันที่ 3 เตรียมใจไว้แล้วนะ แต่ก็ไม่วายที่จะทดท้อในตอนเดิน
ลูกหาบ เจ้าหน้าที่แจ้งไว้ตั้งแต่เมื่อวานว่า พรุ่งนี้เราควรจะออกตั้งแต่ 7 โมง
ระยะทางไม่ไกลหรอก แต่ชันเอาเรื่อง บางช่วงต้องเดิน 4 ขากันเลยทีเดียว
ถ้าเดินเร็ว เราน่าจะถึงซักประมาณ 3-4 โมงเย็น ทันขึ้นไปดูพระอาทิตย์ตกบนยอดโมโกจู
แต่ถ้าเดินไม่ไหว ถึงช้า 5 โมงเย็น คงขึ้นไปดูพระอาทิตย์ตกไม่ทัน
ถ้าอย่างนั้นเราคงได้แค่ชมพระอาทิตย์ขึ้นในวันถัดไปเท่านั้นเอง
.... ว่าแล้วเราก็ออกเดินทาง....
เจ้าหน้าที่แจ้งว่า เราน่าจะถึงคลองหนึ่งกันซักเที่ยงกว่าๆ พักกินข้าว
แล้วเดินต่อไปถึงคลองสองซักสามสี่โมงเย็น
ปรากฏถึงเวลาเดินจริง 11 โมงกว่าเราถึงคลองหนึ่งกันแล้ว
ลูกหาบบอกว่าพวกเรากลุ่มแรกเดินเร็วเวอร์ไปนิด
และทำสถิติเดินถึงแคมป์ของวันที่ 3 ดีสุดมั้ง ถ้าเทียบกับหลายทริปที่เคยมา
คือถึงในเวลาบ่ายสองโมง ...เร็วเวอร์ไปอีกแล้ว ...55

ถึงแคมป์เตรียมที่นอนเรียบร้อย นั่งลงพัก รู้สึกได้เลยว่าอุณภูมิร่างกายเย็นลงอย่างรวดเร็ว
จากเสื้อที่เปียกเหงื่อ ตัวร้อน เราเริ่มรู้สึกหนาว สั่น ต้องรีบเปลี่ยนเสื้อ ต้มน้ำร้อน
หาอะไรร้อนๆ กินกันหนาวกันยกใหญ่ ขนาดแค่บ่ายสองนะเนี่ย
นึกรู้เลยว่า คืนนี้คงจะเย็นจนเรานอนไม่หลับ
นั่งเล่นนอนเล่นสองสามชั่วโมง ก็ได้เวลาเดินขึ้นยอดโมโกจู
ไปดูพระอาทิตย์ตก ฟ้าเปิด สวยคนลืมเหนื่อย




เดินมาตั้ง 3 วัน ก็เืพื่อยอดดอยนี้แหละ




อุณภูมิบนยอดโมโกจูช่วงห้าหกโมงเย็น
..........
ช่วงดึก ไม่ต้องพูดถึง ... หนาวจนนอนไม่หลับ




เราเดินทางมาก็เพื่อสิ่งนี้ ...หุ หุ




เดินกลับลงมาตอนค่ำ
ลูกหาบบอกว่าเราซึ่งเป็นหนึ่งเดียวที่นอนเปลคนเดียวในทริปนี้ (ถ้าไม่นับลูกหาบซึ่งนอนเปลแต่ข้างกองไฟ)
คงนอนไม่ได้แน่นอน ... ควรจะรีบหาที่เบียดคนนอนเตนท์โดยด่วน...
ซึ่งก็จริง ขึ้นไปดูพระอาทิตย์ตก อุณหภูมิ 12 องศา ในตอนห้าหกโมงเย็น
ตอนดึก คงไม่ต้องพูดถึง น่าหนาวจนนอนไม่หลับแน่นอน
แล้วก็เป็นดังคาด ถึงจะไปเบียดคนนอนเตนท์ ก็นอนหลับๆ ตื่นๆ อยู่ตลอดเวลา
คิดแต่ว่าเมื่อไหร่จะเช้า จะได้ลุกขึ้นมาซะที ...หนาว ทรมาน
ทริปนี้นอนในป่า 4 คืน
เราตื่นเช้ามันซะทุกเช้า... ทั้งๆ ที่อยู่กรุงเทพไม่เคยตื่นเช้าเล้ย
ก็มันหนาวซะขนาดนั้น ใครจะไปนอนได้

***  เนื่องจากอากาศหนาว หลังจากชมพระอาทิตย์ตก ลูกหาบมีต้มอะไรซักอย่างเป็นชามไว้ให้เราซด **


ตื่นตีห้า ... เดินขึ้นเขาไปอีกประมาณ 30 นาทีเพื่อรอดูพระอาทิตย์ขึ้น
เดินขึ้นไปฟ้ายังไม่สาง ดาวยังเต็มท้องฟ้า เหมือนอยู่ใกล้แค่เอื้อม
นั่งหนาวสั่นรอดูพระอาทิตย์ขึ้น
ใกล้ 6 โมงเริ่มเห็นขอบฟ้าสีส้มขึ้นมาเรืองๆ สวยจับใจ
ถึงใครๆ จะบอกว่า ถ้าคิดว่าจะมาดูอะไรแค่นี้
เดินป่า ปีนเขาตั้ง 3 วัน มันคงไม่คุ้ม
ไม่รู้สิ สำหรับเรา คุ้มนะ ...
ไม่เคยนึกว่ามันเป็นการเดินทางที่เสียเปล่า
ถึงว่าระหว่างการเดินขึ้นใน 3 วันจะไม่มีอะไรสวยๆ มากมายให้ดู
มันเป็นแค่การเดิน เดิน และก้มหน้าก้มตาเดินเพื่อที่จะมาให้ถึงยอดดอยตรงนี้เท่านั้น
แต่ระหว่างทาง มันก็มีเรื่องราว มีมิตรภาพมากมายที่เกิดขึ้น
คุ้มจะตายไป .... ว่าไหม




สวยขนาดนี้ ไม่คุ้มได้ไง.....เนอะ




ผู้ร่วมชะตากรรม




...................
หลังจาดูพระอาทิตย์ขึ้น เราก็ลงมากินข้าว เก็บของ เตรียมเดินทางกลับ
ขากลับ เราใช้เวลาเดินแค่ 2 วัน คือรวบการเดินขึ้นวันที่ 2 กับ 3 ให้เหลือในวันเดียว
ลงมานอนที่แคมป์แรกของการเดินทางคือแคมป์แม่กระสา
การเดินลง บางทีมันก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะสบายกว่าการเดินขึ้น
สำหรับบางคน มันสำบากกว่าการเดินขึ้นซะอีก
ต้องใช้เข่าเยอะ ส่วนมากที่คุยๆ คือนักท่องเที่ยวส่วนมากจะเกิดอาการเข่าล็อค
ซึ่งเราก็มีอาการเจ็บเข่าเหมือนกัน เลยทำเวลาได้ช้า
และการเดินลงนี่แหละ ที่ทำเราพิการหลังกลับมา

เราเดินลงจากยอดโมโกจูประมาณแปดโมง เดินถึงแคมป์แม่กระสาเที่ยง
อาบน้ำ นอนรอสมาชิกคนอื่นที่ยังมาไม่ถึง
คืนสุดท้าย เสบียงที่ลูกหาบเตรียมมาเริ่มหมด อาหารไม่พอ
เพราะเจ้าหน้าที่เตรียมอาหารมาสำหรับคนแค่ 7 คน แต่พวกเรามา 9
เราแจ้งว่ามีคนมาเพิ่มอีก 2 ก่อนวันเดินทาง แต่เจ้าหน้าที่เตรียมไม่ทัน
เพราะต้องลงไปซื้อข้างล่าง ลูกหาบชี้แจงเราว่า
ความจริง เราต้องบอกล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน
อาหารที่ีมีน้อยก็เลยต้องแบ่งกันกินไป รู้สึกเลยว่าลูกหาบกินกันไม่อิ่ม
เพราะอาหารอะไรที่ทำเค้าให้เรากินก่อน คือดูแลพวกเราอย่างดี
ทริปนี้เราแจ้งว่าให้เจ้าหน้าที่เตรียมอาหารให้ ทำอาหารให้
โดยจ่ายเงินค่าอาหารไปตามที่เค้าแจ้งมา แล้วเค้าจัดการให้เราหมด
แล้วทุกคนก็ช่างดีได้ใจเราไปจริงๆ

วันสุดท้ายการของเดินทาง เราออกจากแคมป์แม่กระสา 8 โมง
กลุ่มแรกเดินถึงที่ทำการก่อนเที่ยงกับการเดินในระยะทาง 16 โล
ส่วนเรา เนื่องจากว่าล้า เจ็บขาจากการเดินลงเขาเมื่อวาน
เลยเรื่อยๆ เฉื่อย ๆ ไป ถึงหลังเที่ยง
เหมือนเดิม ขากลับคิดว่าน่าจะเป็นการเดินลง
เพราะขามาเดินขึ้นมอขี้แตกยาวมาก... ขากลับคิดว่าสบายแล้ว
แต่ไม่จริงเลย ... ขึ้นเหมือนเดิม เหนื่อย (มาก) เหมือนเดิม
สันนิษฐานว่าขามาเราคงจะเหนื่อยกับการขึ้นมากไปจนลืมสังเกตว่า
หลังจากเราขึ้นยาวมาแล้ว ตอนลงเราก็ลงยาวเหมือนกัน
ซึ่งมันก็แสดงว่า อีตอนขากลับเราก็ต้องไต่ขึ้นยาวเหมือนกัน
การเดินวันนี้ของเรามันเลยเต็มไปด้วยความผิดหวัง
เพราะเราคิดว่ามันจะสบาย ไม่เหนื่อยแล้ว แต่มันกลับตรงกันข้าม
เริ่มเหนื่อย หิว ... ทุกๆ เนินที่ขึ้น ทุกๆ โค้งที่เห็น เราก็คาดหวังว่า
การเดินเราของเราจะสิ้นสุดที่ตรงนี้
หมดโค้งนี้ เราจะเห็นทางออก .... หวังซะหลายหวัง
แล้วก็ผิดหวังมันซะเรื่อย เหมือนกับว่า ไอโค้งไอเนินที่ว่า
มันไม่หมด ไม่สิ้นสุดซะที
หวังจนเลิกหวัง ... ท้อจนไม่รู้จะพูดยังไง
อย่างแรกที่ทำหลังจากถึงอุทยานคือ น้ำอัดลมเย็นๆ ซักขวด
ตามด้วยลิปตันไอซ์ทีอีกขวด ... ของพวกนี้เป็นสวรรค์ดีๆ สำหรับเราไปเลย




หายเหนื่อย กินข้าว อาบน้ำ
หัวหน้าอุทยานทำการมอบประกาศนีบัตรผู้พิชิตโมโกจูให้ทุกคน
(ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็อุตส่าห์แปลงเพศให้เราเป็นนายราตรีซะงั้น)
ร่ำลา อาลัย เจ้าหน้าที่นำทาง ลูกหาบ เพื่อนร่วมทริป
ทุกคนก็แยกย้ายกันกลับไปฉลองปีใหม่ในเส้นทางตัวเอง


* ทริปนี้ เรามีพี่ติ๊ก จากรายการเนวิเกเตอร์ เป็น reference ในทุกๆ เรื่อง
ตรงนี้พี่ติ๊กทำอะไร พี่ติ๊กมาโมโกจูกินอะไร พี่ติ๊กเดินถึงแคมป์นี้ใช้เวลากี่ชั่วโมง
ด้วยอานิสงค์จากทริปของการเปิดฤดูกาลที่พี่ติ๊กมาถ่ายทำรายการ และทำให้มีคนเดินทาง
มาปีนโมโกจูเยอะกว่าทุกปี

** เจ้าหน้าที่ + ลูกหาบของอุทยานนี้สุดยอดมากๆ

*** โมโกจู เป็นภาษากระเหรี่ยง
แปลว่าคล้ายฝนจะตก



พี่ทอม........ เสร็จสิ้นภาระกิจตามสัญญานะคะ
55.....
ที่เล่าค้างไว้ตั้งนานน่ะ  รู้สึกเหมือนมีชนักปักหลังอยู่เหมือนกัน

............
เหลือทริปโขงเจียมอีกทริปยังไม่ได้มาเล่าให้ฟัง
เดี๋ยวจะตามมานะคะ  (คาดว่าจะเร็วๆ นี้)
จะรีบๆ มาเล่า ก่อนจะลืมเลือนไปซะก่อน
ดีนะเนี่ยมาโพสต์เที่ยวนี้ไม่มีปัญหา  ไม่งั้นคงจะได้ทำอย่างเล็กมันแนะนำจริงๆ
เป็น admin บ้าไร  บอกเราว่าถ้าโพสต์ไม่ได้ให้เอา link FB มาแปะเลย  (ฟ้องๆ) 
ดูมันดิ ...55

รู้สึกเหมือนว่าจะตกหล่นอะไรไปหลายอย่าง
อย่างเช่นว่าไม่ค่อยเล่าเรื่อง ไม่ค่อยโพสต์รูปน้ำตกที่เดินไปดู
ใครอ่านๆ แล้วสงสัยอะไรถามๆ มาแล้วกันนะคะ
เพื่อจะได้มาเล่าเอาข้อมูลมาเสริม .... 

ไม่แน่ว่าปลายปีนี้อาจจะมีทริปโมโกจูอีกครั้ง.... 55

ขออีกที ...อิ อิ


สุดยอด.........เลย เจี๊ยบ
ภาพสวย ได้ใจ ได้ฟ้า ได้หมอก ได้แสง
อ่านแล้วเหมือนได้ไปเลยเนอะ สภาพเราคงไม่ไหวแน่เลยอ่ะ นึกสภาพแล้วเศร้า
ขนาดเจี๊ยบ บ้าพลัง ยังว่าหนักเลยอ่ะ

แล้วจะไปอีกป่าวเนี่ย
ปล..เจ้าหน้าที่เขาเป็นธุระเรื่องเสบียง อาหาร ทำให้กินเลยเหรอ แล้วทำให้ทุกกลุ่มที่ไปเลยป่าว หรือเฉพาะกลุ่มที่เจี๊ยบไปอะ
สุดยอดเลยเนอะ ดีจัง เพราะเราว่าแค่เดินอย่างเดียวก็จะตายแล้วแหละ ...อิอิ

[quote author=jai link=topic=390.msg2443#msg2443 date=1296539550]
สุดยอด.........เลย เจี๊ยบ
ภาพสวย ได้ใจ ได้ฟ้า ได้หมอก ได้แสง
อ่านแล้วเหมือนได้ไปเลยเนอะ สภาพเราคงไม่ไหวแน่เลยอ่ะ นึกสภาพแล้วเศร้า
ขนาดเจี๊ยบ บ้าพลัง ยังว่าหนักเลยอ่ะ

แล้วจะไปอีกป่าวเนี่ย
ปล..เจ้าหน้าที่เขาเป็นธุระเรื่องเสบียง อาหาร ทำให้กินเลยเหรอ แล้วทำให้ทุกกลุ่มที่ไปเลยป่าว หรือเฉพาะกลุ่มที่เจี๊ยบไปอะ
สุดยอดเลยเนอะ ดีจัง เพราะเราว่าแค่เดินอย่างเดียวก็จะตายแล้วแหละ ...อิอิ
[/quote]


ก็ว่าจะไปอีกนะพี่ใจ
คนที่ไปด้วยกันทริปนี้ก็มีอีกหลายคนบอกว่าจะไปซ้ำ
แต่ถ้าจะไปอีกคงต้องฟิตร่างกายมากกว่านี้
เราอาจจะเหนื่อยแบกของด้วยแหละ อะไรที่แบกเองได้ก็ต้องแบก
เพราะในส่วนของลูกหาบสี่คนที่เราจ้างเค้าก็แบกเกิน 20 กิโลทุกคน
(อัตราค่าจ้าง 300 บาทต่อวัน แบกของไม่เกิน 20 กิโลกรัม)
แต่วันสุดท้ายที่กลับออกมาเราก็จ่ายเพิ่มพิเศษเค้าทุกคน
เจ้าหน้าที่นำทางสองคน จ่ายพิเศษให้คนละ 1,000 บาท
ลูกหาบ4 คน จ่ายเพิ่มให้คนละ 800 เกือบๆ เต็ม 900
ค่าใช้จ่ายหารเฉลี่ยของพวกเราที่ไปทั้งหมด ตกคนละประมาณ 2,400 กว่าบาท
(อันนี้ไม่รวมค่าเดินทางไปกลับจากกรุงเทพฯ นะพี่ใจ)

ส่วนเรื่องทำอาหาร เรารีเควสไปเองว่าอยากให้เค้าซื้ออาหาร
แล้วก็หาคนทำอาหารให้เราด้วย เพราะเจ้าของทริปเค้านึกรู้อยู่เหมือนกันว่า
เดินกันเหนื่อยแล้ว คงไม่มีแรงมาหุงข้าวต้มแกง
เราจ่ายเงิน 6,500 บาทเป็นค่าอาหาร + ค่าทำ สำหรับทั้ง 5 วัน 4 คืน
แต่ 6,500 มันสำหรับคน 7 คน เราเดินทาง 9 คน
เพราะมีมาเพิ่มก่อนวันเดินทางสองคน เค้าซื้ออาหารเพิ่มไม่ทัน
อาหารมันเลยขาดๆ กันนิดหน่อย  อ้อ ... ค่าอาหารนี้เจ้าหน้าที่นำทาง
และลูกหาบกินกับเราด้วยนะ

สวยมากครับภาพชุดนี้ ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆ ที่ไม่รู้ลืมครับ หวังว่าคงได้ไปลองด้วยตัวเองซักครั้งนะ โมโกจู....

[quote author=jeab link=topic=390.msg2310#msg2310 date=1295696842]
มาตามคำสัญญาค่าพี่ทอม
อาจจะช้าไปนี้ด..ดดดดดดดดดด
ข้าพเจ้าขออภัยค่า...าาาาาาาาาาา
[/quote]

โห สำหรับนักผจญภัยโดยเฉพาะเลย  :o

จำนวนผู้ชม 16004

Line id: touronthai , tom.touronthai , 0927370002
www.touronthai.com