งานสืบสานประเพณีก่อพระเจดีย์ทรายและห่มผ้าองค์พระปรางค์เอน วัดสาขลา จ.สมุทรปราการ

ถ้าคิดถึงสถานที่ท่องเที่ยวสมุทรปราการ ส่วนใหญ่คงจะคิดถึง สถานตากอากาศบางปู ตลาดน้ำบางพลี พระสมุทรเจดีย์ แต่วันนี้เราจะพาท่านทั้งหลายไปชม งานสืบสานประเพณีก่อพระเจดีย์ทรายและห่มผ้าองค์พระปรางค์เอน ณ วัดสาขลา และวัดขุนสมุทรจีน อันซีนเมืองปากน้ำ สมุทรปราการ กันครับ


วัดสาขลา สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2325 สันนิษฐานว่าชาวบ้านช่วยกันสร้างเมื่อคราวรบชนะพม่า  แต่เดิมหมู่บ้านที่ตั้งวัดชื่อ บ้านสาวกล้า  มีมาคือ เมื่อสมัยรัชกาลที่ 1 เกิดสงคราม 9 ทัพผู้ชายในหมู่บ้านจึงถูกเกณฑ์ไปเป็นทหารกันหมด ในยุคนั้นหมู่บ้านนี้ถือเป็นแหล่งเสบียงสำคัญ กองลาดตระเวนของพม่าจึงพยายามจะเข้ายึดเอาเสบียงอาหารไป แต่ชาวบ้านในหมู่บ้านนี้ซึ่งส่วนใหญ่เป็น ผู้หญิง เด็ก และคนชรา ได้จับอาวุธเท่าที่จะหาได้มาต่อสู้กับพม่าจนได้รับชัยชนะ จึงได้ชื่อว่า บ้านสาวกล้า  แต่ได้เรียกเพี้ยนมา จนกลายมาเป็น บ้านสาขลา  ทำให้นามของวัดเปลี่ยนเป็นวัดสาขลาตามไปด้วย

พระปรางค์เอน ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์เฉพาะของวัดแห่งนี้ ในอดีตการก่อสร้างจะใช้การวางท่อนซุงหรือท่อนไม้เป็นฐานรากไม่ได้ลงเสาเข็มเหมือนปัจจุบัน  เมื่อเวลาผ่านไปนานจึงมีการทรุดตัวลง ทำให้พระปรางค์มีลักษณะเอียงอย่างที่เราเห็นในปัจจุบัน พระประธานในวิหารนามว่า หลวงพ่อโต ซึ่งมีความศักดิ์สิทธิ์และเป็นที่เคารพบูชาของคนในหมู่บ้าน ภายในวัดยังมี รูปหล่อสาวกล้า เพื่อให้คนรำลึกถึงวีรกรรมของผู้หญิงในหมู่บ้านนี้ด้วย
การเดินทางมายังวัดสาขลา รถส่วนตัวใช้เส้นทางดาวคะนอง-สุขสวัสดิ์ มาทางที่ว่าการอำเภอพระสมุทรเจดีย์ ขับตรงไปเรื่อยๆ ก็ถึงบ้านสาขลาและวัดสาขลา  จะมีป้ายบอกทางไปวัดสาขลาตลอดเส้นทาง หรือใช้รถโดยสารมายังท่าเรือข้ามฟากปากน้ำ จากนั้นนั่งเรือข้ามไปฝั่งพระสมุทรเจดีย์  จะมีรถสองแถวจอดอยู่ตรงท่าน้ำพระสมุทรเจดีย์ไปถึงยังวัดสาขลาเลย ราคาค่าโดยสาร 8 บาทตลอดสาย




มาชมพิธีห่มผ้าองค์พระปรางค์เอนกันเลยครับ ในช่วงเช้าจะเป็นพิธีบวงสรวงองค์พระปรางค์ เริ่มต้นด้วยการนำของเครื่องบวงสรวงมาจัดวางหน้าพระปรางค์ ประธานพิธีจุดธูปเทียนแล้ว พราหมณ์ก็กล่าวคำบวงสรวง






อีกด้านหนึ่งผ้าสำหรับห่มองค์พระปรางค์ถูกจัดวางไว้เพื่อให้ชาวบ้านได้มาเขียนชื่อลงบนผ้าด้วย และทรายสำหรับไว้ก่อเจดีย์ทรายก็พร้อมแล้ว หลังพิธีบวงสรวงองค์พระปรางค์จบลงก็จะมีการแห่ผ้าห่มองค์พระปรางค์ไปรอบตลาดบ้านสาขลาเป็นอันเสร็จพิธีของช่วงเช้า




พิธีห่มผ้าองค์พระปรางค์เอนนั้นจะเริ่มดำเนินพิธีกันในช่วงบ่ายแก่ๆ ระหว่างนี้เราจึงจะเดินทางไปชมวัดขุนสมุทรจีนกันก่อน 
เราขับรถย้อนกลับออกไปไม่ไกลก็ถึงท่าเรือป้าลี่ ซึ่งอยู่เชิงสะพานข้ามคลองขุนสมุทร

การเดินทางไปวัดขุนสมุทรจีนนั้นไปได้เฉพาะทางเรือ
ราคาเรือหางยาวคนแรก 100บาท คนต่อไปคนละ 20 บาท
เราสามารถขึ้นจากเรือได้ 2ท่าคือ ท่าวัดขุนสมุทรจีนโดยตรงจากนั้นจะมีรถโดยสารไปส่งถึงที่วัด กับอีกท่าหนึ่งเลยไปหน่อยเป็นท่าบ้านขุนสมุทร แล้วเดินต่อเข้าไปที่วัด ซึ่งเราเลือกไปขึ้นที่ท่าบ้านขุนสมุทร




ที่เราเลือกขึ้นที่ท่าบ้านขุนสมุทรนั้น เพราะทางเดินไปยังวัดจะผ่านจุดที่น่าสนใจหลายจุดอยู่ พอขึ้นจากเรือเดินตามทางเข้ามาเราจะได้พบกับ ขุนสมุทรโฮมสเตย์ ของ ผู้ใหญ่บ้าน “สมร เข่งสมุทร” ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 บ้านขุนสมุทรจีน เป็นจุดแรก

ขุนสมุทรโฮมสเตย์ โทร 086-5675296 085-0200024





ใกล้เคียงขุนสมุทรโฮมสเตย์ จะมีพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นบ้านขุนสมุทรจีน และศาลเจ้าพ่อหนุ่มน้อยลอยชาย





เดินต่อมาอีกไม่ไกลเป็น วังใหญ่โฮมสเตย์ เดินต่อไปอีกหน่อยจะเป็นทางเดินผ่านป่าชายเลนมีต้นไม้ 2ข้างมีปลาตีนและปูให้ชมเป็นระยะๆ ลักษณะคล้ายๆเส้นทางศึกษาธรรมชาติแหลมผักเบี้ยกันเลยทีเดียว
วังใหญ่โฮมสเตย์ โทร 080-4513074 083-1340030




วัดขุนสมุทรจีน หรือ วัดขุนสมุทราวาส เดิมทีวัดนี้ตั้งอยู่บนแผ่นดินหมู่ 8 บ้านขุนสมุทรจีน มีเนื้อที่เป็น 100 ไร่ อยู่ห่างจากชายฝั่งราว 2กม. แต่เมื่อมีการกัดเซาะชายฝั่งอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันวัดนี้กลายเป็นเกาะที่มีพื้นที่ราว 5-6ไร่ ยื่นไปในทะเลราวครึ่งกิโลเมตร และหมู่ 8 บ้านขุนสมุทรจีนก็หายออกไปจากแผนที่ประเทศไทย นี้เป็นประวัติพอคร่าวๆของที่นี่ ปัจจุบันมีพุทธศาสนิกชน คอยจัดทอดผ้าป่าเพื่อนำเงินมาช่วยเหลือเพื่อให้วัดยังคงตั้งอยู่ต่อไปได้





ด้านที่ติดกับชายฝั่งได้มีการสร้างพระพุทธรูปปางห้ามสมุทรและวิหารเจ้าแม่กวนอิม และมีการสร้างแนวกันคลื่นจากทะเล แต่ในหน้าฤดูพายุคลื่นจะแรงมากซัดขึ้นไปเกือบครึ่งองค์พระพุทธรูป ซึ่งเราจะพอเห็นร่องรอยได้จากในรูป และในภาพแรกซึ่งเป็นภาพมุมกว้างถ้าสังเกตให้ดีในทะเลจะเห็นแนวเสาไฟฟ้าซึ่งบริเวณนั้นเคยเป็นทางสัญจรของชาวบ้านหมู่ 8 บ้านขุนสมุทร




ได้เวลาต้องกลับไปที่วัดสาขลาเพื่อชมพิธีห่มผ้าองค์พระปรางค์เอนกันต่อแล้วครับ ขากลับเราจะไปลงเรือที่ท่าวัดขุนสมุทรจีนกันบ้างครับ และนี่คือรถโดยสารรับส่ง ท่าเรือ-วัดขุนสมุทรจีน เท่ห์มั้ยล่ะครับ




เมื่อเรามาถึงลานวัดเต็มไปด้วยผู้คนและเจดีย์ทราย บ้างก็ก่อเพียงเพื่อเป็นการร่วมทำบุญซื้อทรายเข้าวัด บ้างก็ตกแต่งประดับประดาสวยงามเพื่อการประกวด






เมื่อได้ฤกษ์ที่กำหนดไว้ก็ถึงเวลานำผ้าขึ้นห่มผ้าองค์พระปรางค์กันแล้ว โดยผู้หลักผู้ใหญ่ของจังหวัดสมุทรปราการรวมถึง ผอ.ปานจิตร สันทัดกลการ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานกรุงเทพมหานคร ได้ร่วมกันดึงเชือกสายสิญจน์นำผ้าขึ้นห่มผ้าองค์พระปรางค์




เจ้าหน้าที่ช่วยกันห่มผ้าองค์พระปรางค์





หลังจากห่มผ้าองค์พระปรางค์ก็จะมีการตัดสินการประกวดการก่อเจดีย์ทรายเป็นรายการสุดท้าย
เราขอปิดทริปนี้ด้วยภาพพระปรางค์ที่ห่มผ้าแล้วเสร็จกับแสงสุดท้ายของวัน





ขอขอบคุณ
ผอ.ปานจิตร สันทัดกลการ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานกรุงเทพมหานคร
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)สำนักงานกรุงเทพมหานคร

เรื่องและภาพโดย เจริญ ภัทรพิทักษ์

จำนวนผู้ชม 1607

ความคิดเห็นบนเฟสบุค



ปฏิทินท่องเที่ยว

 
มิถุนายน
 
อา
พฤ
-
-
-
-
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
-

กิจกรรมน่าเที่ยว

  เทศกาลกินปลา "ปลากะพงยักษ์@แปดริ้ว"
  15 พฤษภาคม 2560-
  30 มิถุนายน 2560
  ตะลุยสวน ชวนกินทุเรียนศรีสะเกษ
  16 มิถุนายน 2560-
  30 มิถุนายน 2560
ดูทั้งหมด