เทศกาลงานแห่ดาว และสำรวจแหล่งท่องเที่ยว สกลนคร - นครพนม - มุกดาหาร

เช้าวันนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครพนม นำคณะสื่อมวลชนส่วนกลางทุกแขนง ไม่ว่าจะเป็นวิทยุ โทรทัศน์ สิ่งพิมพ์ และสื่อออนไลน์ ออกเดินทางจากสนามบินดอนเมืองมุ่งหน้าสนามบินสกลนคร เพื่อร่วมงานเทศกาลแห่ดาวคริสต์มาส และสำรวจแหล่งท่องเที่ยวภายในพื้นที่ 3 จังหวัด สกลนคร - นครพนม - มุกดาหาร (กลุ่ม สนุก) หลังจากเดินทางมาถึงสนามบินสกลนคร คณะออกเดินทางไปยังวัดสองคอน อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร ชมสักการะสถานพระมารดาแห่งมรณสักขี หรือที่เรียกกันว่า วัดสองคอน ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยว Unseen Thailand เป็นคริสตศาสนสถานที่สำคัญมากแห่งหนึ่ง เพราะเป็นโบสถ์คริสต์นิกายโรมันคาทอลิกที่ชื่อว่าสวยและใหญ่ที่สุดในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ (อุษาอาคเนย์) ที่พื้นที่บริเวณนี้นับว่ามีชุมชนนับถือคริสตศาสนาเป็นกลุ่มแรกๆ ของไทยอาศัยอยู่ ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 นอกจากการสู้รบทางด้านทหารแล้ว ประเทศเรายังมีความขัดแย้งทางด้านศาสนาอย่างรุนแรงในพื้นที่นี้ การต่อสู้เพื่อยืนยันความเชื่อและศรัทธาในคริสตศาสนา ทำให้มีผู้เสียสละชีวิตไป 7 รายด้วยกัน ต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็น บุญราศี ซึ่งหมายถึง ผู้เสียสละชีพเพื่อยืนยันความเชื่อไม่ละทิ้งคริสตศาสนา





จากนั้นก็เดินทางไปยังแก่งกะเบา สถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของจังหวัดมุกดาหาร ในฤดูแล้งน้ำจะลดลงจนเกือบแห้งมองเห็นแก่งหินน้อยใหญ่จำนวนมากกลางแม่น้ำโขง เดิมทีน้ำจะเริ่มลงตั้งแต่เดือนธันวาคม แต่ปัจจุบันระดับน้ำเป็นไปตามการควบคุมของประเทศจีนซึ่งสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงเอาไว้ ชาวคณะรับประทานอาหารกลางวัน เมนูแนะนำขึ้นชื่อริมฝั่งโขงบริเวณแก่งกะเบา ก็คือหมูหัน ข้าวเหนียวส้มตำ และอาหารอีสานมากมายหลายเมนู โดยมีเมนูปลาหลายชนิดให้เลือกซึ่งเป็นปลาแม่น้ำโขง ที่ร้าน ศิริชัยหมูหัน






เดินทางกลับมายังจังหวัดสกลนคร เข้าหมู่บ้านท่าแร่ ชมการประดิษฐ์ดาวที่ใช้ในการประดับบ้านเรือน ดาวขนาดเล็ก หรือดาวมือถือ การประดับดาวของบ้านเรือนในท่าแร่ นั้นทำตามความเชื่อว่า ดาว เป็นสัญลักษณ์ของการเสด็จลงมาประสูติบนโลกมนุษย์ของพระเยซูเจ้า ทั่วโลกรู้จักกันในนาม "Star of Bethlehem" เริ่มมีการแห่ดาวกันมาตั้งแต่ปี 1982 ส่วนที่ท่าแร่ได้ทำการแห่ดาวมาต่อเนื่องเป็นเวลา 30 ปี แล้ว ในช่วงเทศกาลแห่ดาว จะมีการจัดถนนคนเดินบ้านท่าแร่ มีการออกร้านขายอาหารเครื่องดื่มมากมายหลายอย่าง ท่ามกลางแสงไฟที่ประดับไปทั่วบริเวณเหมือนเป็นแสงจากดวงดาวที่แขวนตามบ้านเรือนและร้านค้า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานนครพนมจัดบูธขึ้นมา ตกแต่งด้วยดวงดาวจำนวนมาก ทำให้บรรยากาศงานดูสวยงามมากขึ้น งานนี้จัดขึ้นบริเวณถนนด้านข้างของ อาสนวิหารอัครเทวดามิคาแอล โบสถ์ขนาดใหญ่ของชาวท่าแร่






ตกเย็นเดินทางไปชมพระอาทิตย์ตกริมหนองหาน ทะเลสาปน้ำจืดขนาดใหญ่ของสกลนคร เป็นทะเลสาปที่ชาวคริสตัง เดินทางอพยพข้ามมาที่ท่าแร่ บ้านเรือนในชุมชนท่าแร่จะเริ่มเปิดไฟหน้าบ้านที่ตกแต่งด้วยดาวและต้นคริสต์มาสอย่างสวยงาม เหมือนห้างสรรพสินค้าในเมือง เป็นภาพที่สวยงามมาก




เช้าวันต่อมา คณะสื่อมวลชนเดินทางไปยังแหล่งผลิตผ้าย้อมคราม ผลิตภัณฑ์ OTOP ของสกลนคร ที่บ้านดอนกอย อ.พรรณานิคม ตามแนวนโยบายการกระตุ้นตลาดด้านการท่องเที่ยว ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ปี 2558 เที่ยววิถีไทย หรือ Discover Thainess ต่อด้วยการเยี่ยมชมหมู่บ้านผ้าย้อมคราม บ้านถ้ำเต่า คณะผู้ประกอบการท่องเที่ยวและสื่อมวลชนได้เลือกซื้อผ้าย้อมครามกันจนไม่พอขาย




จากนั้นเดินทางเข้าตัวเมืองสกลนคร เพื่อรับประทานอาหารกลางวัน และเยี่ยมชมสวนดอกไม้ที่จำหน่ายไม้ดอกไม้ประดับหลากหลายชนิดที่ร้าน ชีวาพันธุ์ไม้ที่อยู่ระหว่างทางผ่านเข้าตัวเมือง




คณะรับประทานอาหารกลางวันร้านไก่ย่างมิตรนิยม อาหารพื้นเมือง ส้มตำ ไก่ย่าง (ไก่บ้าน) ร้านตั้งอยุ่ในตัวเมืองสกลนคร จากนั้นเดินทางไปชมการตกแต่งโบสถ์สำหรับเทศกาลคริสต์มาสของ สักการสถานดวงพระหฤทัยศักดิ์สิทธิ์ยิ่งของพระเยซูเจ้า และดวงหทัยนิรมลของพระมารดามารีอา หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า สักการสถานพระหฤทัยคู่




ได้เวลาช่วงเย็น คณะสื่อมวลชนเดินทางมาที่ท่าแร่ เพื่อเตรียมเก็บภาพบรรยากาศของงานแห่ดาววันแรก ที่จะจัดขึ้นที่ท่าแร่ด้วยการแห่รอบหมู่บ้าน สถานที่จัดงานก็ต้องเป็นอาสนวิหารอัครเทวดามีคาแอล ซึ่งวันนี้ก็จะมีการประดับไฟอย่างสวยงามมากเป็นพิเศษ เวลาที่พระอาทิตย์ลับขอบฟ้า แสงสีส้มจากทิศตะวันตกทำให้โบสถ์ขนาดใหญ่ที่สร้างเป็นรูปเรือโดดเด่นขึ้นมามาก เดินอ้อมอาคารไปที่อีกด้านหนึ่ง ข้ามถนนไปจะมีลานกว้าง เป็นลานเอนกประสงค์ของหมู่บ้าน จะมีรถแห่ดาวจำนวนเกือบ 30 คัน จอดเรียงรายอวดแสงสีการตกแต่งออกแบบดาวขนาดใหญ่บนรถ งานแห่ดาวของชาวตำบลท่าแร่ เป็นงานขนาดเล็กที่จัดขึ้นเฉพาะในชุมชนที่นับถือศาสนาคริสต์จำนวนประมาณ 10.000 กว่าคน และชาวคริสต์ต่างพื้นที่ที่จะเดินทางมาร่วมเฉลิมฉลองในงานนี้ แต่ถ้ามองในแง่ของการฉลองวันคริสต์มาสที่ชาวไทยพุทธเองก็เดินทางท่องเที่ยวอยู่แล้ว งานนี้ถือได้ว่าเป็นงานคริสต์มาสที่ใหญ่ที่สุด และมีเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย การแห่ดาวนั้นเริ่มต้นมาเมื่อปี 1982 พ.ศ. 2525 ด้วยเหตุว่าดาว เป็นสัญลักษณ์ของการเสด็จลงมาประสูติบนโลกมนุษย์ของพระเยซูเจ้า ทั่วโลกรู้จักกันในนาม "Star of Bethlehem" แต่ไม่พบว่าประเทศอื่นจะมีการเฉลิมฉลองด้วยการแห่ดาวเหมือนอย่างที่นี่ จึงน่าจะเรียกได้ว่าแห่ดาวสกลนครเป็นงานประเพณีหนึ่งเดียวในโลกก็ว่าได้

ในขบวนแห่ดาวก็จะมีเด็กเล็กเด็กโต แต่งตัวเป็นซานต้า ซานตี้ และนางฟ้านั่งอยู่ในขบวนไปด้วย ระหว่างทางที่แห่จะหว่านขนม ลูกอม ต่างๆ ลงมาให้คนที่เฝ้ารอชมขบวนแห่อยู่ 2 ข้างทาง หลายคนก็เก็บขนมกันอย่างสนุกสนาน






ขบวนแห่เคลื่อนออกจากอาสนวิหารอัครเทวดามีคาแอล ไปตามเส้นทางวนรอบหมู่บ้านก่อนที่จะกลับมาที่จุดเริ่มต้น และจอดรถแห่ดาวไว้ให้ถ่ายรูปกันต่อ ในงานนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับสายการบินแอร์เอเซีย ก็เปิดบูธมีกิจกรรมให้ร่วมสนุกมากมายเช่นการสอยดาวลุ้นรางวัลตั๋วเครื่องบินไป-กลับ 2 ที่นั่ง รายได้สมทบทุนบูรณะ โบสถ์ บูธกิจกรรมทำดาวมือถือ ให้ทุกคนมานั่งทำดาวเป็นของตัวเอง ตกแต่งตามจินตนาการ มีเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำ และช่วยอยู่ตลอดเวลา มีคนสนใจมานั่งทำดาวกันอย่างต่อเนื่อง ลานกว้างจัดเป็นโซนสำหรับถ่ายรูป






ชมการแสดงมากมายบนเวทีกลาง เหล่าบรรดาซานต้าน้อย มาเต้นให้ชมกัน มีนักร้องมาร้องเพลงเพราะๆ ให้เราฟัง อาหารการกินแบบถนนคนเดินมากมายหลายร้านให้บริการ ถ่ายรูปกับบรรยากาศของเมืองเล็กๆ ที่ประดับด้วยไฟแสงสีจำนวนมากตามบ้านเรือนร่วมเฉลิมฉลองงานแห่ดาวและคริสต์มาส เวลารถแห่ดาวแล่นผ่านมาก็จะเป็นภาพที่สวยงามมากรับลมหนาว นี่แหละงานแห่ดาว หนึ่งเดียวของไทย ที่ท่าแร่ สกลนคร






เช้าวันต่อมา คณะได้เดินทางไปเยี่ยมศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน ในพระราชดำริ ศูนย์แห่งนี้นับเป็นโครงการหลวงที่ใหญ่ที่สุดของภาคอีสานในบรรดากว่า 2000 โครงการ ในพื้นที่กว่า 2300 ไร่ ที่รถรางจะพาคณะได้เที่ยวชมพื้นที่ต่างๆ ของทั้งหมดซึ่งมีกว่า 1 หมื่นไร่ สถานีแรกที่รถรางพาเราไปชมคือสวนยางสาธิต เป็นการปลูกต้นยางพาราเมื่อประมาณ 25 ปีก่อน ตอนนี้ต้นยางให้น้ำยางได้ดี เป็นตัวอย่างให้เกษตรกรภาคอีสานหันมาปลูกยางมากขึ้น จากสวนยางเดินเข้าไปอีก 300 เมตร จะพบกับฝายที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเคยเสด็จพระราชดำเนินข้ามฝายนี้เมื่อครั้งก่อตั้งศูนย์ในระยะเริ่มแรก จุดนี้เรียกว่าเป็นการ เดินตามรอยเท้าพ่อ สร้างความซาบซึ้งใจในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่ทรงดูแลทุกข์สุขของพสกนิกรชาวไทย ในพื้นที่ธุรกันดาร

ต่อจากนั้นเดินข้ามสะพานยาวๆ ไปชมการเพาะเลี้ยงหมูป่า






พื้นที่ที่อยู่ไม่ไกลจะเป็นพื้นที่เพาะเลี้ยงไก่ฟ้า อันเป็นสัตว์หายากเพื่อปล่อยกลับเข้าสู่ผืนป่าตามธรรมชาติ เราจึงได้มีโอกาสเห็นไก่ฟ้าสีสันสวยงามมากมายหลายชนิด ต่อจากนั้นเป็นส่วนงานประมง การสาธิตการเลี้ยงปลาแบบต่างๆ ทั้งบ่อดินขนาดใหญ่ 30 เมตร จนถึงบ่อเล็กๆ สร้างง่ายๆ ยาว 3 เมตร การเลี้ยงปลาในกระชัง ปลาหลายชนิดในบ่อเดียวกัน การเลี้ยงปลาสวยงาม การเลี้ยงกบคอนโด การเลี้ยงกบในบ่อปลาดุก

    การเพาะปลูก พืชผักสวนครัวชนิดต่างๆ เพื่อสร้างรายได้ โดยการปลูกพืชหลายชนิดในที่ดินแปลงเดียวกัน การทำไร่กาแฟ ซึ่งเป็นเรื่องแปลกใหม่ของการปลูกกาแฟในภาคอีสาน

    ต่อด้วยการสาธิตการเพาะเลี้ยงสัตว์เศรษฐกิจ ที่เรียกว่า 3 ดำ มหัศจรรย์ คือ ไก่ดำ หมูดำ และวัวดำ รวมไปถึงการเลี้ยงกวางรูซ่า และสัตว์ตระกูลเดียวกับกวางที่เป็นสัตว์สงวนก็ทำการเพาะเลี้ยงเพื่อเพิ่มจำนวนก่อนปล่อยสู่ป่าด้วย

    นอกจากนี้ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานยังมีการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม สร้างอาชีพเสริมด้วยการทอผ้าไหม การทอผ้าฝ้าย การทำผ้าย้อมคราม การปลูกถั่วเขียว และการทำวุ้นเส้นและซีอิ๊วจากถั่วเขียว และอื่นๆ อีกมากมาย

    ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน มีที่พักให้กับผู้สนใจ มาพักได้ทั้งคนเดียวหรือมาเป็นหมู่คณะ ทั้งระยะสั้นและระยะยาว บริการฝึกอบรมสอนการทำอาชีพใดก็ได้ในศูนย์จนกว่าจะสามารถนำไปประกอบอาชีพได้





จากนั้นเดินทางกันไปที่ อ.นาหว้า จ.นครพนม เพื่อชมหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ที่ทำเครื่องดนตรีอีสานกันทั้งหมู่บ้าน จนเรียกกันว่า หมู่บ้านพิณแคนโหวด นั่นก็คือบ้านท่าเรือ ต.ท่าเรือ ผู้ผลิตและจำหน่าย พิณ แคน โหวด โปงลาง ใหญ่ที่สุดของไทย ทุกหลังคาเรือมีความรู้ความสามารถในการทำเครื่องดนตรี อย่างน้อยก็ 2 ชนิด นอกฤดูการทำนา ทุกบ้านออกมานั่งทำเครื่องดนตรีอีสาน จะมีรถเข้ามาในหมู่บ้านเพื่อซื้อเหมาเอาไปขายต่อเป็นประจำ รายได้แต่ละหลังคาเรือน 10,000-25,000 บาทต่อเดือนเลยทีเดียว ขึ้นอยู่กับชนิดของเครื่องดนตรีที่ทำ และจำนวนที่ทำได้






จากนั้นก็เดินทางกันจากนครพนม ไปที่ท่าแร่ สกลนคร เย็นวันนี้จะมีพิธีการแห่ดาวแบบดั้งเดิม ซึ่งเป็นการแห่ดาวที่ใช้กันในยุคแรกๆ เรียกว่าการแห่ดาวเล็ก หรือแห่ดาวมือถือ เป็นดาวที่ทำกันในหมู่บ้านดวงเล็กๆ ใช้ถือเดินไปรอบๆ โบสถ์ บางคนก็นำไฟใส่ไว้ในดวงดาว เป็นดาวที่สุกสว่างสดใสท่ามกลางความมืด ชาวบ้านทั้งหมดจะมาร่วมงานแห่ดาวนี้ตามความเชื่อของชาวคริสต์โรมันคาทอลิก ส่วนคนที่นับถือศาสนาอื่นแต่อยากเข้าร่วมกิจกรรมถือดาวแห่รอบโบสถ์ก็มาร่วมได้ ในช่วงเทศกาลคริสต์มาส อาสนวิหารอัครเทวดามีคาแอลที่ท่าแร่จะประดับไฟสวยงามทุกวัน เด็กนักเรียนจะแต่งตัวสำหรับการแสดงเรื่องราวประวัติวันประสูติของพระเยซูเจ้า ในพิธีบูชามิซซาในวันนี้ด้วย ขบวนแห่ดาวมือถือจะเริ่มประมาณ 1 ทุ่ม โดยถือดาวเดินตามบาทหลวงรอบโบสถ์ 3 รอบคล้ายการเวียนเทียนของชาวพุทธ เป็นประเพณีแห่ดาวที่มีแห่งเดียวในโลก






เช้าวันต่อมา ชาวคณะสื่อมวลชน ที่นำโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครพนม และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เดินทางย้อนรอยอาจารย์ดังแห่งอีสาน ได้แก่ อาจารย์ฝั้น อาจาโร หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต โดยการเดินทางไปยังวัดถ้ำขาม สถานที่ที่ อาจารย์ฝั้น อาจาโร เคยปฏิบัติปลีกวิเวก รวมถึงเป็นสถานที่ปลงสังขารของหลวงปู่เทสก์ เทสรังสี อีกด้วย จึงได้มีการสร้างเจดีย์ นามว่า เทสกเจดีย์ เทสรังสีอนุสรณ์ เอาไว้บนยอดเขาภูขาม

จากนั้นเดินทางไปยังวัดป่านาคนิมิตต์ อันเป็นที่ตั้งของกุฎิหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

ต่อท้ายด้วย วัดป่าสุทธาวาส สถานที่สร้างพิพิธภัณฑ์หลวงปู่มั่น รวมทั้งเป็นที่ตั้งของเจดีย์พิพิธภัณฑ์หลวงปู่หลุย ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ร่างแบบเจดีย์พระราชทาน




ช่วงเย็นได้เวลาของการเดินทางไปยังบริเวณจุดเริ่มต้นของขบวนแห่ดาวนในเมืองสกลนคร วันที่ 25 ธันวาคม จะเป็นวันแห่ดาวใหญ่ รถแห่ดาวจากทุกพื้นที่ที่จะร่วมขบวนแห่จะมารวมตัวกันอยู่ที่จุดเริ่มต้น ซึ่งจะมีดาวใหญ่มากกว่า 200 ดวง สำหรับในปีนี้ ซึ่งถือว่ายิ่งใหญ่กว่าทุกปีที่ผ่านมา ชาวบ้านในขบวนแห่และเด็กๆ ที่จะนั่งเป็นซานต้า ซานตี้ บนรถแห่ดาว ก็จะมาเตรียมพร้อมกันที่จุดนี้ด้วย จากนั้นก็เดินทางไปที่ สักการะสถานพระหฤทัยคู่ สถานที่ที่ขบวนแห่ดาวทั้งหมดจะแห่มายังที่นี่ แล้วจะจอดรถดาวรอบวิหารที่ประดับดวงไฟสว่างไสวสวยงาม ให้เราถ่ายรูปสวยๆ กันให้จุใจ

    เวลาประมาณ 1 ทุ่ม รถขบวนแห่ดาวกว่า 200 คันก็ทยอยเดินทางมาถึง ทำให้ถนนสายนี้เป็นถนนสายดวงดาว สว่างไสวสวยงามและมีเพียงแห่งเดียวในโลกเท่านั้นด้วย ซานต้า และซานตี้ บนรถแห่ดาวก็จะหว่านลูกอม ขนมหวาน ลงมาให้คนที่ยืนรออยู่ 2 ข้างทาง






ใช้เวลานานกว่าชั่วโมง รถแห่ดาวจำนวนกว่า 200 คัน ถึงจะเข้ามาในพื้นที่สักการะสถานดวงหฤทัยคู่ ได้ รถแห่ดาวหลายคันได้จอดอยู่ด้านหน้าอาคาร ส่วนอีกมากมายนับร้อยคันไปจอดเรียงอยู่ในพื้นที่รอบๆ ประชาชนทั้งชาวคริสต์และชาวพุทธเดินทางมาเที่ยวชมและถ่ายรูปอย่างมีความสุข นายบุญส่ง เตชะมณีสถิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร เป็นประธานพิธีเปิดงานเทศกาลแห่ดาวประจำปี 2557




จำนวนผู้ชม 3952

ความคิดเห็นบนเฟสบุค



ปฏิทินท่องเที่ยว

 
กรกฏาคม
 
อา
พฤ
-
-
-
-
-
-
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
-
-
-
-
-

กิจกรรมน่าเที่ยว

  ไหว้พระ 11 วัด กรุงรัตนโกสินทร์ กับ ขสมก ฟรี
  15 กรกฏาคม 2560-
  31 สิงหาคม 2560
ดูทั้งหมด