หน้า: 1 ... 4 [5]   ลงล่าง
หัวข้อ: ทริปมหัศจรรย์ ทะเล ภูเขา น้ำตก ประจวบคีรีขันธ์ วันพักผ่อนที่แสนเหน็ดเหนื่อยของผม  (อ่าน 31305 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

Tommy

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • คะแนน: +3/-1
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 2,577
  • รักเมืองไทย เที่ยวเมืองไทย
    • เว็บไซต์
  • Publish
  • สมัครสมาชิกเพื่อตอบกระทู้


    บรรยากาศทางเดินบางส่วนของน้ำตกห้วยยาง มีโต๊ะอยู่ตัวนึงที่สะดุดตาผมตั้งแต่เดินขึ้นไปแล้วละ แต่ผมก็ต้องอดใจไว้เอาแบตเตอรี่ที่ไม่รู้ว่าจะหมดลงเมื่อไหร่ไปใช้กับน้ำตกดีกว่า ขากลับพอมีแบตเหลือผมก็เลยถ่ายมาด้วย

        เจ้าโต๊ะตัวนี้มันเป็นหินก้อนนึง ด้านบนกับด้านล่างเรียบ มันเลยดูเหมือนโต๊ะ ที่ดูสุดยอดกว่านั้นก็คือพืชเล็กๆ ที่ขึ้นปกคลุมบนก้อนหินเฉพาะด้านบน ดูเหมือนผ้าปูโต๊ะไม่มีผิด เท่ห์สุดๆ ไปเลยหินก้อนนี้ นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติต่างก็มาหยุดเดินถ่ายรูปกับหินก้อนนี้กันเกือบทุกคน

        ในที่่สุดก็เดินมาถึงศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ผมปรี่เข้าไปหาร้านค้าสวัสดิการ มองหาเครื่องดื่มเกลือแร่เพื่อมาชดเชยเหงื่อที่สูญเสียไปอย่างมาก น่าเสียดายที่ไม่มีขายเลยหยิบลิปตันไอซ์ทีมาแทน อย่างน้อยก็ดูจะคล้ายๆ กัน หลังจากนั้นต่อด้วยน้ำเปล่า กำลังคิดว่าจะไปไหนต่อดี เวลาตอนนี้ก็บ่ายสองโมงกว่าแล้ว เหลือเวลาไม่มากแล้วสำหรับวันนี้ ท้องฟ้ายังคงครึ้ม อากาศเย็นสบาย ผมไม่ค่อยชอบถ่ายรูปทะเลเวลาฟ้าครึ้มเลยยังไม่ไปไหน หลังจากที่พักจนหายเหนื่อยแล้ว หันไปเห็นทางขึ้นจุดชมวิวผาชมทะเล ไม่ต้องคิดกันให้มาก มาแล้วก็ไปสิ ระยะทาง 300 เมตรเอง


    บันทึกการเข้า
    เที่ยวเมืองไทยกระจายรายได้สู่ชุมชน

    Tommy

    • Global Moderator
    • Hero Member
    • *****
    • คะแนน: +3/-1
    • ออฟไลน์ ออฟไลน์
    • กระทู้: 2,577
    • รักเมืองไทย เที่ยวเมืองไทย
      • เว็บไซต์
  • Publish
  • สมัครสมาชิกเพื่อตอบกระทู้


    ระยะทาง 300 เมตร จากพื้นราบไปยืนอยู่บนผาชมทะเล บอกผมได้ 2 อย่าง

        อย่างแรก ระยะทาง 300 เมตรมันชิล ชิล แป๊บเดียวก็ถึงแล้ว
        อย่างที่สอง จากพื้นราบไปหน้าผาบนเขา 300 เมตร เอง แสดงว่ามันต้องชันมหาโหดแน่ๆ

        ก้าวแรกหลังจากการพักให้หายเหนื่อยเดินลอดป้ายที่เขียนว่าทางขึ้นจุดชมวิวผาชมทะเล ไปตามทางเรื่อยๆ รู้สึกว่า 100 เมตรแรกจะธรรมดาๆ ไม่มีอะไร ความเร็วในการก้าวย่างไปข้างหน้าของผมเริ่มช้าลงๆ หลังจากนั้น ทางที่ขึ้นไปนี้เรียกว่าชันมหาโหดอย่างที่ผมคาดการณ์ไว้ ทางเดินชัน 80 องศา มีเชือกเส้นใหญ่ขึงยาวข้างทางเดิน เป็นตัวช่วยและที่พึ่งเดียวของคนที่จะเดินขึ้นไปบนนี้ได้ ที่เหลือต้องใช้แรงกายแรงใจของเราเพียงอย่างเดียว ผมเดินผ่านทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมเห็นและอยากจะหยุดเก็บภาพมัน เพราะแบตเตอรี่ที่เหลือน้อยเต็มทนของแบตสำรองซึ่งเป็นก้อนสุดท้ายของทริปนี้มันบอกว่าเหลือขีดเดียวแล้วนะ และเอกลักษณ์ของกล้อง Nikon เวลาเหลือขีดเดียวแล้วนึกจะหมดก็จะหมดเลย และจะไม่ยอมให้กดชัตเตอร์ลงได้อีก การปิดแล้วเปิดใหม่จะไม่ช่วยอะไรเราได้เลย

        เมตรแล้วเมตรเล่าของการเดินบนทางชันนี้ผ่านไปอย่างเชื่องช้า ระยะทางประมาณ 200 เมตร ผ่านพ้นไป สุดสายเส้นเชือกที่ขึงไว้ให้จากตรงนี้ไปเริ่มจะเป็นทางราบริมผา มีไม้เก่าๆ ยาวๆ ตีพาดระหว่างเสาที่ปักไว้อย่างแข็งแรงเททับด้วยปูนอีกชั้น กับป้ายที่เขียนว่าห้ามป่ายปีนหน้าผา เพราะเลยแนวไม้กั้นนี้ออกไป จะเป็นผาหินที่ลาดเทลง หากออกจากแนวไม้ไปแล้วเกิดลื่นพลาดขึ้นมาคงต้องมาสวัสดีผู้ชมในโลกหน้ากันเป็นแน่

        ก่อนที่จะก้าวเดินต่อไปร่างกายมันฟ้องว่าไม่ไหวแล้วครับ หัวใจเต้นอย่างแรงยิ่งกว่าตอนที่ขึ้นน้ำตกเขาล้านเสียอีก ผมต้องวางกระเป๋ากล้องลงแล้วหาที่นั่งพัก การพักคราวนี้ผมรู้ดีว่าต้องนานพอให้ร่างกายกลับสภาพเดิมถึงจะเดินไปต่อได้ และที่สำคัญผมไม่ได้รีบไปไหนซะหน่อย อาการคล้ายหน้ามืดเหมือนจะเป็นลม (อาการเดียวกันกับตอนที่ผมเดินขึ้นถ้ำเขางู ขึ้นลงภูเขา 3 รอบเลย) แต่ก็ค่อยๆ ดีขึ้นหลังจากที่พักไปได้พักใหญ่ ผมลืมที่จะพกน้ำขึ้นมาด้วย เวลาเหงื่อออกนั้น น่ากลัวมาก ตอนนี้แขนเปียกไปทั้งแขน มันไม่เหมือนคนเหงื่อออกแต่มองดูเหมือนเพิ่งอาบน้ำมามากกว่า ยังดีว่าอากาศบนนี้เย็นสบายและร่มรื่น แล้วผมก็เดินต่อไปเรื่อยๆ

        ระหว่างทางเดินบนเขามีรอยเท้าเป็นทางเข้าไปซ้ายบ้างขวาบ้าง แต่ผมไม่สนใจแม้แต่น้อย มีจุดที่ดูเหมือนจะเห็นวิวได้แต่ก็ช่างมัน ผมสนใจทางเดินที่ชัดเจนที่น่าจะเป็นจุดที่ทางอุทยานเตรียมไว้ให้เท่านั้น สุดท้ายผมก็มาหยุดนั่งอยู่บนหินก้อนหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่บนลานหินกว้าง

        ท้องฟ้าเวิ้งว้างข้างหน้ามีป่ามะพร้าวสีเขียวหนาแน่น มองไกลออกไปเป็นท้องทะเลสีคราม ท้องฟ้าที่มืดครึ้มตั้งแต่ 8 โมงเช้าเหมือนจะมีฝนจนมาถึงบ่ายสองโมง กลับสว่างอวดสีครามกับเมฆขาวอย่างกับปาฏิหาริย์ จุดชมวิวหันไปทางตะวันออกซึ่งเห็นทะเลฝั่งอ่าวไทยได้สวยงามในยามบ่าย เวลาและจังหวะของผมในทริปนี้ที่มาอยู่ตรงนี้ช่างเหมาะเจาะจริงๆ ระหว่างการถ่ายรูปน้ำตกไม่มีแดดออกไม่ร้อนแสงเหมาะ ตอนนี้ฟ้าเปิดสวยใสอยู่เบื้องหน้าเหมาะกับการถ่ายวิวกว้าง ลมเย็นๆ ที่พัดมาทำให้ผมต้องถอดเสื้อแขวนไว้บนต้นไม้ นั่งพักจนเหงื่อแห้งก่อนที่จะหยิบกล้องออกมาจากกระเป๋า เล็งภาพไว้ก่อนเปิดฝาเลนส์
    « แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 16, 2011, 12:39:27 PM โดย Tommy »
    บันทึกการเข้า
    เที่ยวเมืองไทยกระจายรายได้สู่ชุมชน

    Tommy

    • Global Moderator
    • Hero Member
    • *****
    • คะแนน: +3/-1
    • ออฟไลน์ ออฟไลน์
    • กระทู้: 2,577
    • รักเมืองไทย เที่ยวเมืองไทย
      • เว็บไซต์
  • Publish
  • สมัครสมาชิกเพื่อตอบกระทู้


    ผมนั่งอยู่บนผาชมวิวทะเลนี้นานพอสมควรมองยอดมะพร้าวจำนวนมากอยู่เบื้องล่าง เลนส์เทเลถูกหยิบมาใช้เพื่อที่จะถ่ายให้เห็นทะเล กับยอดมะพร้าว เป็นความสุขอย่างบอกไม่ถูก ไม่มีเรื่องราววุ่นวายต่างๆ เข้ามาในสมอง ไม่ต้องคิดเรื่องอะไรเลยตอนที่อยู่บนนี้ จะเอาอะไรกันอีกสำหรับคำว่าพักผ่อน นี่แหละคือการพักผ่อนและได้รับรางวัลจากความยากลำบากตอนที่ได่เชือกขึ้นมาบนนี้ ยอดมะพร้าวมองจากบนนี้สวยมากไม่เคยมองต้นมะพร้าวจากที่ที่สูงกว่ามาก่อนเลย เงินบาทจะแข็งหรือจะอ่อนตอนนี้ก็ไม่ต้องสนใจแล้ว
    บันทึกการเข้า
    เที่ยวเมืองไทยกระจายรายได้สู่ชุมชน

    Tommy

    • Global Moderator
    • Hero Member
    • *****
    • คะแนน: +3/-1
    • ออฟไลน์ ออฟไลน์
    • กระทู้: 2,577
    • รักเมืองไทย เที่ยวเมืองไทย
      • เว็บไซต์
  • Publish
  • สมัครสมาชิกเพื่อตอบกระทู้


    หลังจากที่คิดว่าพักพอแล้ว ผมจะเริ่มเดินลงจากผาชมทะเล ผมยังคงอธิษฐานอยู่ในใจขอให้มีแบตเตอรี่เหลือพอสำหรับที่ที่ผมจะไปต่อจากนี้ และรู้ดีว่ามันคงเป็นที่สุดท้ายของทริปนี้แล้วละ แบตเตอรี่ที่เสื่อมก้อนนี้ไม่น่าจะมีพลังงานเหลือพอพ้นเย็นนี้ไปได้ ท้องฟ้าที่เปิดสดใสสวยงามนี้ ผมควรจะไปทะเล ระหว่างทางเดินลงจากผา ผมเก็บภาพมาให้ชมกันด้วยว่ามันเป็นยังไง
    บันทึกการเข้า
    เที่ยวเมืองไทยกระจายรายได้สู่ชุมชน

    Tommy

    • Global Moderator
    • Hero Member
    • *****
    • คะแนน: +3/-1
    • ออฟไลน์ ออฟไลน์
    • กระทู้: 2,577
    • รักเมืองไทย เที่ยวเมืองไทย
      • เว็บไซต์
  • Publish
  • สมัครสมาชิกเพื่อตอบกระทู้


    ระหว่างทางที่มีไม้กั้น มีบางช่วงที่เราพอจะมองลอดใบไม้ออกมาเห็นภูเขาที่เราเพิ่งจะขึ้นไปชมน้ำตก กับลานจอดรถของอุทยานแห่งชาติน้ำตกห้วยยาง หลังจากนั้นก็มาถึงเส้นเชือกที่ขึงไว้ เนื่องจากมือไม้สั่นไปหมด กว่าจะถ่ายรูปเชือกนี้ให้ชัดๆ ได้ ก็ต้องกดลงไปตั้ง 4 รูป นักท่องเที่ยวที่มาน้ำตกห้วยยางนั้นมีเยอะมากเจ้าหน้าที่ต้องคอยดูแลคนที่เดินไปน้ำตก นี่ถ้าหากว่าผมหมดแรงอยู่บนนี้จะมีคนรู้หรือเปล่าเนี่ย ถึงตอนนี้ก็พอจะรู้แล้วว่าทำไมไม่ค่อยมีคนมาเดินผาชมทะเล

        อีกอย่างหนึ่งที่ผมไม่ได้ไปก็คือจุดชมวิวยอดเขาหลวง ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในอุทยานแห่งชาติน้ำตกห้วยยาง การเดินทางระยะ 7 กิโลเมตร จำเป็นต้องมีเจ้าหน้าที่นำทาง และต้องไปค้างบนนั้น สำหรับทริปนี้ปล่อยไปก่อนเราไม่ได้วางแผนมาแบบนั้น แต่คงได้กลับมาอีกแน่

        จุดหมายปลายทางต่อไปซึ่งคงเป็นที่สุดท้ายของวันนี้และของทริปด้วยก็คือ หาดวนกร หลังจากลงมาจากหน้าผาถึงที่ทำการอุทยาน ผมเก็บของเข้าไว้ในรถแล้วก็เตรียมเสื้อผ้าไปอาบน้ำ คราวนี้เปลี่ยนจากยีนขายาวเป็นกางเกงขาสั้นสบายๆ เหมาะกับชายหาดแล้วเดินทางต่อ นักท่องเที่ยวหลายคนตัวเปียกจากการลงเล่นน้ำตกเดินเข้ามาหาห้องน้ำว่างๆ คงแปลกใจอยู่ที่เห็นคนแต่งตัวปกติไม่เปียกน้ำเดินถือของมาอาบน้ำ  ;D
    บันทึกการเข้า
    เที่ยวเมืองไทยกระจายรายได้สู่ชุมชน

    Tommy

    • Global Moderator
    • Hero Member
    • *****
    • คะแนน: +3/-1
    • ออฟไลน์ ออฟไลน์
    • กระทู้: 2,577
    • รักเมืองไทย เที่ยวเมืองไทย
      • เว็บไซต์
  • Publish
  • สมัครสมาชิกเพื่อตอบกระทู้


    ด้วยระยะทางประมาณ 6 กิโลเมตร จากที่ทำการอุทยานแห่งชาติน้ำตกห้วยยาง ไปถนนเพชรเกษม จากนั้นเลี้ยวซ้ายไปอีกเกือบ 2 กิโลเมตร กลับรถกลับมาอีกเกือบ 2 กิโลเมตร ถึงทางเข้าอุทยานแห่งชาติหาดวนกร เข้าไปอีกไม่ถึง 3 กิโลเมตรก็ถึงหาดวนกรแล้ว เมื่อดูจากแผนที่มันเกือบจะตรงกันพอดีด้วยซ้ำเพียงแต่อยู่คนละฝั่งของถนนเพชรเกษม

        เข้ามาถึงหาดวนกรจะเจอ 3 แยกให้เลือกไปทางซ้ายหรือขวา ทางขวาไปที่ทำการอุทยานและร้านค้าสวัสดิการ เลี้ยวซ้ายไปเป็นทางเลียบทะเลชายหาดเหนือ หากวนกรจะว่าไปแล้วค่อนข้างตรงยาวแต่ถ้าจะเที่ยวอุทยานแห่งชาติหาดวนกรให้ทั่ว จะมีสิ่งที่น่าสนใจหลายอย่างไม่ใช่เพียงแค่หาดทราย กิจกรรมที่นี่คือการกางเต็นท์นอนริมทะเลรับลม ฟังเสียงคลื่นผ่อนคลายตลอดคืน การดำน้ำชมปะการังเกาะจาน เกาะท้ายทรีย์ เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ระยะทางตั้งแต่ 2-6 กิโลเมตรแล้วแต่ชอบ จุดชมวิวอ่าวมะค่า นวดแผนไทย ฯลฯ

        อันดับแรกต้องไปติดต่อศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ผมอยากได้เต็นท์สำหรับนอนในคืนนี้ ส่วนพรุ่งนี้ไม่มีแผนที่จะไปไหนนอกจากกลับกรุงเทพฯ เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว คิดว่าคุ้มแล้วสำหรับทริปนี้ ได้ภาพสวยๆ ถูกใจมาเยอะ จองเต็นท์ได้แล้วก็ออกไปถ่ายรูปริมหาดให้ทันกับท้องฟ้าสีครามที่หาได้ยากในช่วง 2 - 3 วันนี้ จุดเด่นของหาดวนกรก็คือแนวสนที่มีอยู่อย่างหนาแน่นริมหาดทราย เป็นที่สำหรับกางเต็นท์ที่ได้บรรยากาศการพักผ่อนริมทะเลที่ดีมาก ใครๆ มาก็ต้องถ่ายรูปแนวสนเหล่านี้อย่างแน่นอน

        อีกเหตุผลหนึ่งที่เลือกหาดวนกรเป็นที่สุดท้ายของทริปนี้ก็เพราะว่าครั้งแรกที่มาที่นี่ เจอมรสุมฟ้าครึ้มคลื่นลมแรง จนรูปที่ถ่ายมาเอามาโพสต์ไม่ได้ อยากซ่อมให้ได้สวยๆ แล้วค่อยมาโพสต์ รูปที่ 3 เป็นรูปจากครั้งแรกครับ
    บันทึกการเข้า
    เที่ยวเมืองไทยกระจายรายได้สู่ชุมชน

    Tommy

    • Global Moderator
    • Hero Member
    • *****
    • คะแนน: +3/-1
    • ออฟไลน์ ออฟไลน์
    • กระทู้: 2,577
    • รักเมืองไทย เที่ยวเมืองไทย
      • เว็บไซต์
  • Publish
  • สมัครสมาชิกเพื่อตอบกระทู้


    เอาละคราวนี้ก็ต้องเดินหามุมที่ถูกใจ แบตเตอรี่ที่เหลืออยู่ทำให้ผมต้องเลือกมุมอย่างดีก่อนที่จะเปิดกล้องขึ้นมาใช้งาน ผมถ่ายมาด้านซ้ายและขวาของหาดวนกรด้านละ 3 รูป หลังจากนั้นก็จะเดินไปเก็บภาพตามแนวสน
    บันทึกการเข้า
    เที่ยวเมืองไทยกระจายรายได้สู่ชุมชน

    Tommy

    • Global Moderator
    • Hero Member
    • *****
    • คะแนน: +3/-1
    • ออฟไลน์ ออฟไลน์
    • กระทู้: 2,577
    • รักเมืองไทย เที่ยวเมืองไทย
      • เว็บไซต์
  • Publish
  • สมัครสมาชิกเพื่อตอบกระทู้


    ผู้คนที่มาเที่ยวที่หาดวนกรนั้นส่วนใหญ่จะมาเป็นครอบครัว มีบ้างที่มากันตามประสากลุ่มเพื่อน หลังจากที่มีการประกาศห้ามเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ให้มาดื่มในอุทยานแห่งชาติ หาดวนกรดูสงบขึ้นมากเหมือนๆ กับตามอุทยานแห่งชาติที่อื่นๆ ทั่วประเทศ เด็กๆ ส่วนใหญ่จะลงเล่นน้ำโดยมีผู้ปกครองคอยดูอยู่ใกล้ๆ เด็กบางคนที่ไม่อยากลงเล่นน้ำก็จะมีเปลให้นอนเล่น หรือไม่ก็เดินเล่นตามหาดทราย เป็นบรรยากาศของการพักผ่อนโดยแท้
    บันทึกการเข้า
    เที่ยวเมืองไทยกระจายรายได้สู่ชุมชน

    Tommy

    • Global Moderator
    • Hero Member
    • *****
    • คะแนน: +3/-1
    • ออฟไลน์ ออฟไลน์
    • กระทู้: 2,577
    • รักเมืองไทย เที่ยวเมืองไทย
      • เว็บไซต์
  • Publish
  • สมัครสมาชิกเพื่อตอบกระทู้


    นอกเหนือจากฤดูมรสุม หาดวนกร เป็นหาดทรายสะอาดทอดยาว น้ำทะเลใส ฟองคลื่นสีขาวแวววาวระยิบระยับสะท้อนแสงแดด เป็นภาพงดงามที่มีเสน่ห์ของการเที่ยวทะเล

    ท้ายสุดของการเก็บภาพตามแนวสนหลังจากที่ได้กดชัตเตอร์ลงไปแล้วกล้องก็เตือนแบตเตอรี่หมด และไม่ยอมทำงานอีก ผมต้องยอมจำนนกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพียงลืมเอาสายชาร์จแบตเตอรี่มาด้วยเท่านั้นพลาดไปได้หลายเรื่องเชียว ผมเก็บกล้องเข้ากระเป๋าไว้ในรถจากนั้นก็ไปอาบน้ำอีกครั้ง (ตอนอาบน้ำที่น้ำตกห้วยยางคิดว่าน้ำมาจากน้ำตก น่าจะอาบน้ำประปาอีกรอบดีกว่า)

        ห้องน้ำที่อุทยานแห่งชาติหาดวนกรเป็นห้องน้ำที่สะอาด แม้ว่าจะสร้างมานานมากแล้วและเห็นได้ถึงความเก่าตามอายุของประตูกับกลอน แต่ก็นับว่าใช้ได้สำหรับที่ท่องเที่ยวที่ต้องรับรองแขกทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ นอกจากนั้นก็มีห้องน้ำสร้างใหม่ขึ้นมาเพิ่ม ทางเดินไปห้องน้ำมีลานข่อย เป็นเสน่ห์อีกอย่างของที่นี่
    บันทึกการเข้า
    เที่ยวเมืองไทยกระจายรายได้สู่ชุมชน

    Tommy

    • Global Moderator
    • Hero Member
    • *****
    • คะแนน: +3/-1
    • ออฟไลน์ ออฟไลน์
    • กระทู้: 2,577
    • รักเมืองไทย เที่ยวเมืองไทย
      • เว็บไซต์
  • Publish
  • สมัครสมาชิกเพื่อตอบกระทู้


    หลังจากอาบน้ำอาบท่าสบายตัวดีแล้วผมก็สั่งข้าวมากินจากร้านค้าสวัสดิการของอุทยาน รู้สึกว่าทริปนี้ผมฝากท้องไว้กับอุทยานแห่งชาติหลายมื้อเหลือเกิน เวลาที่ค่อยๆ ผ่านไปผมเฝ้าทบทวนรูปที่ถ่ายมาด้วยแบตส่วนที่เหลือพอให้ดูรูปได้แต่ถ่ายรูปไม่ได้ ดูไปดูมาจนแบตหมด ถึงเวลา 6 โมงเย็น ผมเดินลงไปที่ชายหาดเตรียมของเข้าไปนอนในเต็นท์ สิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าคือพระจันทร์เต็มดวง ฟ้ายังไม่มืดมิดลง พระอาทิตย์ที่ลับขอบฟ้าลงไปยังคงมีแสงสว่างเหลืออยู่ แสงที่เรียกกันว่าทไวไลท์ สิ่งที่ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นในวันนี้ ท้องฟ้าทิศตะวันออกกลายเป็นสีชมพูระเรื่อจางๆ พระจันทร์เต็มดวงคือสิ่งที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นวันนี้ (ตอนเดินทางมาไม่ได้ดูปฏิทิน) สร้างสรรค์วิวที่สวยงามขึ้นมากลางทะเล ผมเสี่ยงดวงหยิบแบตเตอรี่อีกก้อนหนึ่งที่หมดไปตั้งแต่เช้าออกมาเปลี่ยน แล้วลองเปิดกล้องหามุมถ่ายรูปนี้มา เป็นพลังงานเฮือกสุดท้ายจากแบตของกล้องที่ผมไม่เคยใช้วิธีนี้ได้ผลมาก่อน ผมถ่ายรูปตอนนี้ไว้ 6 รูป แต่เอามาให้ดูกันนิดหน่อยก็แล้วกันเพราะมันก็ดูเหมือนๆ กันหมด

        หลังจากนั้นแบตก็หมดลงอีกครั้งและคราวนี้คงเป็นครั้งสุดท้ายจริงๆ แม้ว่าจะลองถอดออกแล้วใส่ใหม่ก็ไม่ได้ผลแล้ว หลังจากนั้นเวลาประมาณ 2 ทุ่ม แสงจันทร์สาดส่องสว่างเหนือท้องทะเลที่เวิ้งว้าง แสงจันทร์สว่างมากพอจนเป็นแสงระยิบระยับบนผิวน้ำ เห็นแล้วเข้าใจได้เลยว่าำทำไมคนถึงชอบไปเที่ยวงานฟูลมูนปาร์ตี้กันนัก หรือในหนังสือท่องเที่ยวจึงมีภาพพระจันทร์เต็มดวงเหนืออ่าวประจวบ มันสวยอย่างนี้นี่เอง ผมลองเอามือถือออกมาถ่ายรูปแต่น่าเสียดายที่มันมืดไปหมด เสียดายจริงๆ งานนี้แต่ก็ต้องทำใจ เข้านอนดีกว่า

        วันที่แสนเหน็ดเหนื่อยผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ได้รูปสวยมามากพอแล้ว มันเหนื่อยเกินกว่าจะมาคิดว่าพรุ่งนี้พระอาทิตย์จะขึ้นสวยหรือไม่สวย นอนข่มตาให้หลับ แปลกจังมันนอนไม่หลับจนเกือบจะเที่ยงคืน หลังจากนั้นก็หลับๆ ตื่นๆ เสียงคลื่นน่าจะกล่อมให้หลับได้ เหนื่อยก็เหนื่อย ยังจะนอนไม่หลับอีก

        เช้าวันรุ่งขึ้น อาทิตย์ที่ 14 สิงหาคม ผมตื่นมามองพระอาทิตย์แว่บนึงแต่เห็นมีเมฆกลุ่มใหญ่ปกคลุมเหนือทะเลตรงขอบฟ้าทิศตะวันออก พระอาทิตย์โผล่ขึ้นมาจากทะเลและลับหายเข้าเมฆไป ดีเหมือนกันอย่างน้อยก็ไม่ต้องเสียดายอะไรมากกว่านี้ แต่สรุปแล้วผมก็ถือว่าทริปนี้มีสิ่งที่ไม่น่าเชื่อ เป็นโชคดีของผมอยู่หลายอย่างมาเพียงพอแล้ว ไว้วันหนึ่งคงต้องหาโอกาสมาเก็บภาพพระจันทร์เต็มดวงเหนือทะเลประจวบคีรีขันธ์กันใหม่ จบทริปด้วยการเดินทางกลับแบบเรียบง่าย ด้วยประการฉะนี้....
    บันทึกการเข้า
    เที่ยวเมืองไทยกระจายรายได้สู่ชุมชน
    หน้า: 1 ... 4 [5]   ขึ้นบน