หน้า: [1] 2 ... 5   ลงล่าง
หัวข้อ: ทริปมหัศจรรย์ ทะเล ภูเขา น้ำตก ประจวบคีรีขันธ์ วันพักผ่อนที่แสนเหน็ดเหนื่อยของผม  (อ่าน 31390 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

Tommy

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • คะแนน: +3/-1
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 2,577
  • รักเมืองไทย เที่ยวเมืองไทย
    • เว็บไซต์
  • Publish
  • สมัครสมาชิกเพื่อตอบกระทู้


    เริ่มต้นหัวข้อนี้ไม่รู้ว่าจะแปลกไปหรือเปล่า ทริปมหัศจรรย์นั้นมันมาจากเรื่องบังเอิญนับครั้งไม่ถ้วนที่เกิดขึ้นในระหว่างการเดินทาง ทะเล ภูเขา น้ำตก ก็มาจากสถานที่ที่ไปมา ครบ 3 รส ในทริปเดียว วันพักผ่อนที่แสนเหน็ดเหนื่อยก็มาจากความจริงที่เกิดขึ้นกับตัวเองในระหว่างการเดินทางนั่นแหละ อ่านให้จบแล้วจะเข้าใจได้เอง

    เรื่องมันเริ่มต้นตรงที่ หาดบ้านกรูด เป็นจุดหมายปลายทางแรกที่อยู่ในแผนการเดินทาง จากกรุงเทพฯ ไปบ้านกรูด 369 กิโลเมตร โดยประมาณ เวลาขับ 4 ชั่วโมง เวลาพักระหว่างทาง 1 ชั่วโมงโดยรวมๆ ไม่ว่าจะพักเติมน้ำมัน เข้าห้องน้ำ กินข้าว ราวๆ 5 ชั่วโมงคือเวลาที่ใช้ทั้งหมด 8.00 น. เวลาในการเคลื่อนรถมุ่งหน้าขึ้นทางด่วน ลงพระราม 2 ปริมาณรถบนถนนในวันที่ 12 สิงหาคม ไม่มากอย่างที่คิด แต่ที่เห็นเย็นวันที่ 11 ไม่ต้องพูดถึง รถติดมากๆ ตอนเลิกงาน แล้วยังฝนตกหนักทำเอาหลายเส้นทางเหมือนเป็นอัมพาต

    เวลาประมาณ 13.00 น. เราเดินทางถึงบ้านกรูดช้ากว่าปกตินิดหน่อย เพราะรถมาก เห็นลิงเกาะหลังรถกระบะมะพร้าว ป่ายปีนห้อยโหนอยู่บนรถอย่างคึกคะนอง แต่อันนี้ไม่สามารถถ่ายรูปมาให้ดูได้เพราะขับรถอยู่ถึงบ้านกรูดแล้วก็พยายามมองหามุมที่จะถ่ายรูปหาดบ้านกรูดให้ออกมาสวยๆ หน่อยหลังจากที่เคยมาแล้วครั้งหนึ่ง ตรงกับวันพายุเข้า ตามหาดทรายเต็มไปด้วยละอองน้ำทะเลฟุ้งเป็นสีขาว คิดว่าเป็นเกลือล้วนๆ ที่มากพอจะทำให้กล้องพังในทริปเดียวได้ หลังจากนั้นผมก็คิดว่าจะหาเวลามาถ่ายรูปหาดแห่งนี้ให้ได้ จนมาถึงวันแม่แห่งชาติจึงได้ไปอีกครั้ง

    ทางเข้าบ้านกรูดที่หลักๆ มี 2 ทาง ทางแรกเข้าตรงแยกที่มีป้ายบอกทางเข้า พระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศ วัดทางสาย แยกซ้ายมือจากถนนเพชรเกษมเข้าไปอีกประมาณ 13 กิโลเมตร ถึงวัดทางสายก่อน และจะมีแยกขึ้นเขาไปสักการะพระมหาธาตุเจดีย์ แต่ตอนนี้ยังไม่ขึ้นเขาขับตรงไปอีกจะถึงหาดบ้านกรูด

    ทางที่ 2 อยู่เลยจากแยกแรกไปอีกประมาณ 3 กิโลเมตร ถึงหาดบ้านกรูดก่อน แล้วถึงจะเป็นวัดทางสาย ปกติเวลาเข้าบ้านกรูดผมเข้าแยกแรก แต่เวลากลับออกมาจะออกแยกที่ 2

    ถ้ามาตามทางแรกเหมือนผม จะเห็นร้านอาหารหลายร้านเรียงต่อกันอยู่ริมหาด มองเห็นพระมหาธาตุเจดีย์บนยอดเขาธงชัยได้ชัดเจน มีต้นมะพร้าวเป็นแถวก่อนที่จะเป็นแนวสนยาวๆ ถ้ามาทางที่ 2 อาจจะไม่ค่อยได้เห็นมะพร้าวเท่าไหร่

    ขับไปเรื่อยๆ จนถึงหน้าศูนย์บริการนักท่องเที่ยวบ้านกรูด จะมีที่จอดรถริมหาดอยู่เรื่อยๆ จอดที่ไหนก็ได้แล้วแต่ชอบ ตรงนี้มีชมรมเรือใบบ้านกรูดมาฝึกซ้อมการแล่นเรือใบในวันที่อากาศดีๆ แดดไม่ร้อน


    บันทึกการเข้า
    เที่ยวเมืองไทยกระจายรายได้สู่ชุมชน

    Tommy

    • Global Moderator
    • Hero Member
    • *****
    • คะแนน: +3/-1
    • ออฟไลน์ ออฟไลน์
    • กระทู้: 2,577
    • รักเมืองไทย เที่ยวเมืองไทย
      • เว็บไซต์
  • Publish
  • สมัครสมาชิกเพื่อตอบกระทู้


    แม้ว่าจะไม่ใช่วันที่ท้องฟ้าแจ่มใสมากๆ แต่ก็ไม่มืดครึ้ม ฝนที่เทลงมาตอนเช้าก็หายไปหมดแล้ว ทำให้วันนี้ได้ภาพหาดบ้านกรูดมาหลายภาพ ภาพหนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของที่นี่คือหาดทรายที่มีพระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศบนยอดเขาธงชัยติดมาด้วย พาหนะที่เป็นที่นิยมใช้อย่างมากที่บ้านกรูดคือมอเตอร์ไซค์ บางคันมีพ่วงข้างด้วย สถานที่พักผ่อนริมหาดบ้านกรูด ที่เห็นสร้างอย่างแข็งแรงหน่อยก็มีศาลาอยู่หลังหนึ่ง ส่วนที่เหลือก็นั่งกันตามหาดทราย จะเอาเสื่อมาด้วยก็ตามอัธยาศัย
    บันทึกการเข้า
    เที่ยวเมืองไทยกระจายรายได้สู่ชุมชน

    Tommy

    • Global Moderator
    • Hero Member
    • *****
    • คะแนน: +3/-1
    • ออฟไลน์ ออฟไลน์
    • กระทู้: 2,577
    • รักเมืองไทย เที่ยวเมืองไทย
      • เว็บไซต์
  • Publish
  • สมัครสมาชิกเพื่อตอบกระทู้


    หลังจากที่มองๆ หาจุดที่จะได้ภาพวิวสวยๆ อยู่นั้นก็เดินไปเรื่อยๆ ตามหาด เก็บเท่าที่จะหาได้แถวๆ นั้น อย่างน้อยการที่ฝนหยุดตกแล้วเห็นสีฟ้าปรากฏขึ้นมาบนท้องฟ้าในวันนี้ก็เป็นโชคดีประการแรกที่ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้น ในที่สุดก็ไปเจอสถานที่พักผ่อนสำหรับลูกค้าของบ้านกรูดอาเคเดีย รีสอร์ท จัดไว้สวยงามน่าสนใจ ก็เลยแวะเก็บภาพและยกเครดิตให้กับรีสอร์ทแห่งนี้ไป ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นลูกค้าก็มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากแวะเวียนมาถ่ายรูปที่นี่กันเรื่อยๆ ดูกันเลยดีกว่าว่าจะสวยแค่ไหน
    บันทึกการเข้า
    เที่ยวเมืองไทยกระจายรายได้สู่ชุมชน

    Tommy

    • Global Moderator
    • Hero Member
    • *****
    • คะแนน: +3/-1
    • ออฟไลน์ ออฟไลน์
    • กระทู้: 2,577
    • รักเมืองไทย เที่ยวเมืองไทย
      • เว็บไซต์
  • Publish
  • สมัครสมาชิกเพื่อตอบกระทู้


    หลังจากเก็บภาพริมหาดบ้านกรูดอยู่นานจนหมดมุม จนปัญญาจะหามุมอื่นๆ ได้แล้ว ก็เดินทางจากหาดบ้านกรูดมุ่งหน้าไปทางเหนือย้อนเส้นทางเก่าที่เข้ามาที่บ้านกรูด ไปทางวัดทางสาย ไม่นานก็จะเจอสะพานข้ามคลอง มีกลุ่มเรือประมงของชาวบ้านจอดเรียงรายอย่างสงบ จุดนี้เป็นจุดที่จะมองเห็นพระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศได้ชัดมากจุดหนึ่งเลยจอดรถบนไหล่ทางแล้วเอากล้องเปลี่ยนเป็นเลนส์เทเลตัวเดียวลงจากรถ ถ่ายรูปได้ 4 รูปฝนก็ตกลงมาอีก เอากล้องใส่ไว้ในเสื้อตรงพุงแล้วรีบวิ่งขึ้นรถ มุ่งหน้าเดินทางขึ้นเขาธงชัยอย่างมีความหวัง อย่างน้อยระหว่างถ่ายรูปให้มีจังหวะที่ฝนไม่ตกบ้างก็จะได้ภาพมาแล้วละ
    บันทึกการเข้า
    เที่ยวเมืองไทยกระจายรายได้สู่ชุมชน

    Tommy

    • Global Moderator
    • Hero Member
    • *****
    • คะแนน: +3/-1
    • ออฟไลน์ ออฟไลน์
    • กระทู้: 2,577
    • รักเมืองไทย เที่ยวเมืองไทย
      • เว็บไซต์
  • Publish
  • สมัครสมาชิกเพื่อตอบกระทู้


    หลังจากที่ขึ้นถึงยอดเขาเข้าลานจอดรถ โชคดีอีกครั้งเกิดขึ้นอย่างบังเอิญ ฝนหยุดตกผมก็เอากล้องกับกระเป๋ากล้องเดินลงไปที่ลานพระพุทธกิติสิริชัย จากลานจอดรถจะเดินไปยังลานประทักษินรอบองค์พระได้เลยไม่มีบันไดให้ต้องเดินเมื่อยเข่า จากลานประทักษินรอบองค์พระจะลงมาที่ศาลสมเด็จกรมหลวงชุมพรฯ จะมีบันไดลงมา เป็นจุดที่จะมองเห็นหาดบ้านกรูดเบื้องล่างได้สวยงาม มีนักท่องเที่ยวไปยืนถ่ายรูปที่บันไดขั้นบนสุดกันเยอะ ถ้ามีปัญหาเรื่องหัวเข่าเดินลงทางถนนก็ได้แต่จะอ้อมหน่อย จากศาลสมเด็จกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ มีห้องชมวิวให้ ในนั้นก็จะมีร้านค้า อาหารเครื่องดื่ม ขนมเล็กๆ น้อยๆ เครื่องบูชาได้แก่ดอกไม้ธูปเทียน ประทัดมีจำหน่ายที่นี่ แต่ก่อนหน้านั้นก็ต้องถ่ายรูปบนนี้ก่อน ลานประทักษินรอบองค์พระพุทธกิติสิริชัย มีศาลาพระบูรพาจารย์ ได้แก่ สมเด็จพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) หลวงปู่ศุขวัดปากคลองมะขามเฒ่า หลวงพ่อสดวัดปากน้ำ มีซุ้มสำหรับบูชาธูปเทียนดอกไม้ สักการะองค์พระพุทธรูปและรูปพระบูรพาจารย์ วันนี้องค์พระพุทธกิติสิริชัย มีการบูรณะ ทำให้ไม่สามารถจะเก็บภาพที่งดงามมาได้ ผมเลยเดินไปที่ทางขึ้นพระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศ แทน ทางขึ้นมียักษ์ทวารบาลยืนตระหง่านขนาดใหญ่ 2 ข้างทาง
    บันทึกการเข้า
    เที่ยวเมืองไทยกระจายรายได้สู่ชุมชน

    Tommy

    • Global Moderator
    • Hero Member
    • *****
    • คะแนน: +3/-1
    • ออฟไลน์ ออฟไลน์
    • กระทู้: 2,577
    • รักเมืองไทย เที่ยวเมืองไทย
      • เว็บไซต์
  • Publish
  • สมัครสมาชิกเพื่อตอบกระทู้


    จากที่เห็นยักษ์ทั้ง 2 ตน ทางเดินขึ้นไปยังพระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศค่อนข้างยาว ขึ้นเนินแต่ก็ร่มรื่น มีประชาชนจำนวนมากอาศัยช่วงเทศกาลหยุดยาวมาสักการะองค์พระธาตุและชมความงดงาม แต่ก็มีอีกหลายคนที่ผ่านมาเที่ยว ต่างคนต่างก็มุ่งหน้าไปยังองค์พระมหาธาตุเจดีย์ ในที่สุดก็มาถึงบันไดนาค เป็นช่วงแรกของการเดินบันไดขึ้นไปยังลานประทักษินรอบองค์พระมหาธาตุเจดีย์ เหนือราวบันไดขนาบข้างด้วยพญานาค 5 เศียร สีขาวยาวตลอด มีหลายคนถอดรองเท้าไว้ที่บันไดทำให้นักท่องเที่ยวหลายคนเริ่มลังเล และคิดว่าจะถอดรองเท้าดีหรือเปล่าหรือว่าจะใส่ไปก่อนดีตัวผมเองก็เริ่มจะหวั่นๆ อยากจะถอดไว้ข้างล่างเหมือนกันแต่ก็เสียดายรองเท้าใหม่ที่เพิ่งซื้อ ราคาค่อนข้างแพง ใส่ยังไม่ถึงเดือน เลยใส่เดินขึ้นมาอีกหน่อยก็เห็นรองเท้าถอดไว้ที่บันไดอีก ทนไม่ไหวเลยถอดมั่ง แล้วเดินขึ้นไปต่อจนมีคนเดินมาตามหลังคุยกันว่าจะถอดหรือเปล่า อีกคนที่ท่าทางเหมือนเคยมาแล้วบอกว่าไม่ถอดหรอกเดี๋ยวก็มีที่ให้ถอดอยู่ข้างบน ผมว่ามันก็จริง สถานที่ระดับนี้แล้วคงไม่ให้ถอดรองเท้าระเกะระกะไม่เป็นที่แบบนี้แน่ เดินย้อนลงบันไดมาใส่รองเท้าแล้วเดินขึ้นไปอีกรอบ

        มาถึงสุดบันไดเห็นชั้นวางรองเท้าจัดไว้อย่างเป็นระเบียบอยู่ซ้ายมือ ด้านหน้าองค์พระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศที่งดงามเด่นตระหง่าน หลังจากที่ถอดรองเท้าแล้วซุกไว้ด้านในสุดกลัวจะหาย ก็กลับมายืนเล็งกล้องด้านหน้าองค์พระธาตุเจดีย์ รอจังหวะคนว่างๆ จะได้ภาพสวยๆ ยืนเล็งไปเล็งมาอยู่ตั้งนาน คนที่มาก็ถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนานด้านหน้าองค์เจดีย์ท่าทางไม่ยอมออกจากตรงนั้นง่ายๆ ในที่สุดฝนก็ตกลงมาเม็ดใหญ่ๆ หนาๆ จนอยู่ไม่ได้แล้วต้องเข้าไปด้านใน ในหัวคิดว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์คงดลบันดาลให้ผมเข้าไปไหว้พระและชมด้านในก่อนค่อยออกมาใหม่
    บันทึกการเข้า
    เที่ยวเมืองไทยกระจายรายได้สู่ชุมชน

    Tommy

    • Global Moderator
    • Hero Member
    • *****
    • คะแนน: +3/-1
    • ออฟไลน์ ออฟไลน์
    • กระทู้: 2,577
    • รักเมืองไทย เที่ยวเมืองไทย
      • เว็บไซต์
  • Publish
  • สมัครสมาชิกเพื่อตอบกระทู้


    หลังจากที่เข้ามาด้านในองค์พระมหาธาตุเจดีย์ จะพบโต๊ะวัตถุมงคล พระเครื่อง ฯลฯ ให้บูชา เพื่อที่จะนำไปเก็บไว้ในองค์พระเจดีย์ (คงจะบรรจุไว้เหมือนเจดีย์โบราณ เวลาพังลงมาก็เรียกกันว่ากรุแตก แค่เปรียบเทียบนะครับ ไม่ได้หมายความว่าพระเจดีย์องค์นี้จะพัง) ส่วนจะบูชาแล้วเอาไปเป็นสิริมงคลที่บ้านก็คงจะได้ (ผมไม่ได้ถามมา)

    ด้านซ้ายของประตูจะมีผ้าพับไว้หลายผืน สำหรับผู้แต่งกายไม่เหมาะสม จะต้องสวมผ้านี้เดินชมในองค์พระมหาเจดีย์ไม่งั้นไม่ให้เข้า ผมทักทายเจ้าหน้าที่ที่นี่พอเป็นพิธีตามประสาคนที่หนีฝนมา หลังจากนั้นก็ถอด CPL ออก (มันเป็นฟิลเตอร์ตัวหนึ่งที่ไม่เหมาะจะใช้ถ่ายรูปในที่ร่มเพราะสปีดชัตเตอร์จะต่ำเกินไปทำให้ภาพเบลอและสีไม่สวย) แล้วก็เดินเข้าไปถ่ายรูปตรงประตูเข้าสู่องค์พระเจดีย์ชั้นใน ระหว่างนั้นผมเพิ่งจะสังเกตุว่าเจ้าหน้าที่จะเดินตามผมมาเรื่อยๆ (แล้วผมจะเฉลยให้ฟังทีหลัง)

    จากประตูผมก็เข้าไปสักการะองค์พระบรมสารีริกธาตุที่ด้านใน มีป้ายเขียนบอกไว้ว่ากรุณาอย่าถ่ายภาพ งั้นไม่เป็นไรไปชมจุดอื่นๆ กันต่อดีกว่า ว่าแต่ว่าจะไปทางไหนต่อดีละ เพราะเท่าที่เห็นมันเหมือนบานกระจกหลายๆ บานติดตั้งอยู่ที่ผนังสะท้อนรูปเสาจำนวนมาก แล้วก็มีช่องประตูอีกหลายช่องซ้อนกันอยู่ในกระจก ดูเหมือนจะมีตั้ง 5 บานด้วยกัน หลังจากยืนพิจารณาอยู่ตั้งนาน ถึงได้รู้ว่าที่ดูเหมือนกรอบของกระจกที่เห็นนี้เป็นช่องประตูเดินเข้า-ออกได้ (อันนี้ไม่ได้พูดเวอร์มันรู้สึกเป็นแบบนั้นจริงๆ)
    บันทึกการเข้า
    เที่ยวเมืองไทยกระจายรายได้สู่ชุมชน

    Tommy

    • Global Moderator
    • Hero Member
    • *****
    • คะแนน: +3/-1
    • ออฟไลน์ ออฟไลน์
    • กระทู้: 2,577
    • รักเมืองไทย เที่ยวเมืองไทย
      • เว็บไซต์
  • Publish
  • สมัครสมาชิกเพื่อตอบกระทู้


    พอเข้าไปได้แล้วผมก็ถ่ายรูปหลายแห่งหลายมุม ตามจุดต่างๆ ในองค์พระมหาเจดีย์ สิ่งที่น่าประทับใจก็มีช่องกระจกหน้าต่าง ที่อยู่รอบๆ องค์เจดีย์ ให้แสงสว่างส่องเข้ามาด้านใน การสร้างองค์พระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศเป็นทรงจตุรมุข ที่มุมแต่ละมุมขององค์เจดีย์ประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยตรงสุดทางเดินหันหน้าองค์พระเข้าหาทางเดิน เบื้องหลังองค์พระพุทธรูปมีช่องกระจกเขียนสีสวยงาม ด้านนอกพอมองเห็นว่ามีพระพุทธรูปอีกองค์หนึ่ง ผินด้านหลังเข้าหากันมีช่องกระจกกั้นระหว่างองค์พระทั้ง 2 องค์ที่ประดิษฐานอยู่ด้านนอกมองเห็นเป็นเงาลางๆ เท่านั้น เมื่อไปยืนด้านนอกองค์พระเจีดย์จึงจะมองเห็นพระพุทธรูปที่มุมทั้งสี่ขององค์พระเจดีย์ รวมเป็น 8 องค์ด้วยกัน

       ในจำนวนนี้มี 1 องค์เป็นพระพุทธรูปปางนาคปรกซึ่งผมไม่รู้ว่าด้วยเหตุใดจึงมีองค์เดียวในจำนวนหลายองค์ที่เป็นปางมารวิชัยทั้งหมด
    บันทึกการเข้า
    เที่ยวเมืองไทยกระจายรายได้สู่ชุมชน

    Tommy

    • Global Moderator
    • Hero Member
    • *****
    • คะแนน: +3/-1
    • ออฟไลน์ ออฟไลน์
    • กระทู้: 2,577
    • รักเมืองไทย เที่ยวเมืองไทย
      • เว็บไซต์
  • Publish
  • สมัครสมาชิกเพื่อตอบกระทู้


    ด้านหน้าองค์พระพุทธรูปประธานกลางองค์พระมหาเจดีย์มีป้ายเขียนบอกไว้ว่า กรุณาอย่าถ่ายรูป ซึ่งผมก็ทำตามโดยเคร่งครัด จากนั้นก็เดินขึ้นชั้นบนอีกชั้นหนึ่ง ระหว่างที่เดินขึ้นบันไดไปชั้นบนมองเห็นองค์พระพุทธรูปปางประทานพรประทับยืนอยู่ตรงกลาง ประกอบกับกรอบช่องประตูที่สวยงามเลยถ่ายภาพนี้มา ถ้าเดินขึ้นบันไดไปอีกหน่อยจะมองเห็นองค์พระพุทธรูปเพียงครึ่งองค์ซึ่งเป็นภาพที่ไม่งามเป็นแน่

        เข้าไปด้านในกราบพระขอพร สวดมนต์บทสักการะพระบรมสารีริกธาตุ จากนั้นก็เกิดฝนตกอย่างไม่ลืมหูลืมตา ผมทำอะไรไม่ถูกทีแรกคิดว่าถ่ายรูปบนชั้นบนสุดนี้แล้วจะลงไป แต่ฝนที่ตกลงมาทำให้ผมติดอยู่ในองค์พระเจดีย์อยู่นาน ผมเลยเดินไปรอบๆ ชมช่องหน้าต่างภาพเขียนเรื่องราวต่างๆ ไปอีกหลายบาน พอฝนซาผมก็เดินออกมาที่ระเบียง ปรากฏว่าได้เห็นหาดที่ทอดยาวขาวสะอาดอีกหาดหนึ่ง อยู่ด้านตรงข้ามกับหาดบ้านกรูด มองเห็นฝนตกหนักกลางทะเลเป็นเหมือนกลุ่มหมอกสีขาวกลางพื้นน้ำทะเลสีเขียว เป็นภาพที่สวยงามที่ไม่คิดว่าจะได้เห็น
    บันทึกการเข้า
    เที่ยวเมืองไทยกระจายรายได้สู่ชุมชน

    Tommy

    • Global Moderator
    • Hero Member
    • *****
    • คะแนน: +3/-1
    • ออฟไลน์ ออฟไลน์
    • กระทู้: 2,577
    • รักเมืองไทย เที่ยวเมืองไทย
      • เว็บไซต์
  • Publish
  • สมัครสมาชิกเพื่อตอบกระทู้


    เรือประมงขนาดเล็กแล่นไปทางซ้ายทีขวาที เหมือนกำลังลังเลอยู่ว่าจะออกทะเลหรือจะเข้าฝั่งเพราะเบื้องหน้าเป็นกลุ่มฝนที่ตกหนักจนมองอะไรไม่เห็นนอกจากสีขาวที่ลอยอยู่เหนือน้ำทะเลกินวงกว้างมาก

        หลังจากนั้นผมก็กลับเข้ามาด้านในองค์พระมหาธาตุเจดีย์เตรียมตัวเดินลงชั้นล่าง ผมก็เดินลงบันไดตามปกติ แต่สิ่งที่ผิดปกติก็คือโต๊ะบูชาพระกับเจ้าหน้าที่ 3 คนหายไปไหนหมด ยังกับว่าไม่เคยมีใครมานั่งตรงนี้มาก่อน ผมคิดว่าคงต้องเดินลงไปอีกชั้นหนึ่งหรือเปล่า แล้วก็เดินลงมา เป็นโถงโล่งกว้างไม่มีอะไรอยู่เลย ตอนนี้ก็ถึงบางอ้อแล้วครับว่าลงผิดทาง ผมเดินย้อนกลับขึ้นไปใหม่ แล้วก็เดินมาด้านข้างองค์พระประธานแล้วเดินลง คราวนี้เจ้าหน้าที่อยู่กันครบเลยครับ การสร้างแบบจตุรมุขเหมือนกันหมดทั้ง 4 ด้าน นี้เหมือนกันจริงๆ ถึงกับงงไปเลย

        ระหว่างนี้ผมก็ได้สนทนากับเจ้าหน้าที่อีกนิดหน่อย พี่แกถามว่าผมเดินชมครบทุกด้านแล้วหรือยัง ผมบอกว่าไม่แน่ใจเพราะเดินไปทางไหนก็เหมือนกันหมด เลยไม่รู้ว่าทั่วหรือเปล่า จนในที่สุดเจ้าหน้าที่ก็บอกว่าปกติแล้วภายในองค์พระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศไม่ให้ถ่ายรูป

        อ้าวแล้วไม่เห็นบอกตั้งแต่แรก ผมก็ถ่ายรูปอยู่ตรงหน้าเจ้าหน้าที่ตั้งนาน คุยไปคุยมาพอรู้ว่าเอามาเขียนเป็นเว็บไซต์เป็นวิทยาทาน ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้ทราบโดยทั่วกัน ก็เลยไม่เป็นไร จุดประสงค์หลักของการห้ามถ่ายรูปนั้นคงมาจากการป้องกันภาพที่ไม่เหมาะสม การถ่ายรูปเป็นที่ระลึกของนักท่องเที่ยว บางมุมที่มีพระพุทธรูปเป็นฉากก็ดูไม่เหมาะสมจริงๆ การโพสต์ท่าทางในการถ่ายก็เป็นสิ่งสำคัญ การป้องกันภาพเหล่านี้วิธีที่ดีที่สุดคือห้ามถ่ายไปเลยดีกว่า

        จากนั้นผมก็เดินออกมาจากองค์พระมหาธาตุเจดีย์ เพราะฝนหยุดตกแล้ว ภาระกิจอีกอย่างหนึ่งของทริปนี้คือการถ่ายรูปองค์พระเจดีย์แบบไม่มีคนอยู่ในรูป
    บันทึกการเข้า
    เที่ยวเมืองไทยกระจายรายได้สู่ชุมชน
    หน้า: [1] 2 ... 5   ขึ้นบน