หน้าหลัก >> ตาก >> ม่อนปุยหมอก

ม่อนปุยหมอก


 ม่อนปุยหมอกเป็นยอดเขาแห่งหนึ่งในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติแม่เมย ตามเส้นทางการเดินเท้าระยะทางประมาณ 3.5 กิโลเมตร จากที่ทำการอุทยานฯ นับเป็นลานกางเต็นท์ค้างแรมที่เห็นพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกในที่เดียว ในบางวันอากาศเหมาะสมจะได้เห็นทะเลหมอกกว้างใหญ่ทางด้านทิศตะวันตก

    การเตรียมตัวก่อนขึ้นม่อนปุยหมอก
    - ต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ล่วงหน้าเพื่อเตรียมคนนำทางและลูกหาบ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติแม่เมย อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก 63150 โทร. 0 5551 9644-45 หรือ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช บางเขน กรุงเทพฯ โทร.0 2562 0760 www.dnp.go.th
    - ค่านำทาง 700 บาท ต่อนักท่องเที่ยว 1 กลุ่ม
    - ค่าลูกหาบ กิโลกรัมละ 15 บาท
    - ควรเตรียมน้ำและอาหารให้เพียงพอสำหรับการตั้งแคมป์
    - ควรมีเครื่องนอนเพียงพอเพราะอากาศค่อนข้างหนาวเย็น
    - รองเท้าที่เหมาะสมกับการเดินป่าเพราะพื้นส่วนใหญ่เป็นดินลาดชันและลื่นมาก

    การเดินทาง มาอุทยานแห่งชาติแม่เมย จากตัวเมืองตากไปตามเส้นทางสายแม่สอด-แม่ระมาด-ท่าสองยาง ทางหลวงหมายเลข 105 ระยะทางประมาณ 114 กิโลเมตร มีทางแยกขวามือที่จุดตรวจแม่สลิดเป็นทางที่ตัดไปสู่อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ เป็นทางขึ้นเขาไปอีกประมาณ 11 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานฯ ทางขึ้นเขาเป็นทางชันรถบัสใหญ่ไม่สามารถขึ้นไปได้ (หมายเหตุ เส้นทางหลวงหมายเลข 105 ช่วงแม่สอด-แม่ระมาด-ท่าสองยาง เป็นเส้นทางเลียบชายแดนจึงไม่แนะนำให้เดินทางผ่านหลังเวลา 18.00 น.)
ติดต่อสอบถาม:อุทยานแห่งชาติแม่เมย โทร. 0 5551 9644-45

การเดินทางไป ม่อนปุยหมอก ตาก << คลิกเลย


แนะนำที่เที่ยว ที่พัก ร้านอาหาร ส่งภาพและข้อมูลได้ที่ แฟนเพจทัวร์ออนไทย
เส้นทางพิชิตม่อนปุยหมอก

เส้นทางพิชิตม่อนปุยหมอก หลังจากติดต่อเจ้าหน้าที่ล่วงหน้าเอาไว้ประมาณ 1 อาทิตย์ก่อนที่เราจะมาที่แม่เมย พอมาถึงก็เข้าไปที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เก็บของที่จำเป็นลงจากรถ ได้แก่ เต็นท์ ถุงนอน เสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยน แล้วก็ไปซื้ออาหารข้าวกล่องสำหรับติดตัวไปป่า อ้อก่อนจะออกเดินจริงก็สั่งข้าวมากินซะก่อน ขอบอกไว้นิดครับว่าร้านค้าสวัสดิการอช. แม่เมย มีหมูกับไก่ และปรุงอาหารค่อนข้างช้า เผื่อเวลาไว้ด้วยนะครับ

 แผนการเดินทางของเราคือเดินทางตอนเที่ยงถึงบ่ายแก่ๆ มีเวลากางเต็นท์นั่งชิวๆ รอพระอาทิตย์ตก เป็นแผนที่ไม่ดีเท่าไหร่ ถ้าขึ้นเช้าได้จะดีกว่าเพราะอากาศจะไม่ร้อน แต่ด้วยร่มไม้มีให้พึ่งพิงตลอดทางก็พอช่วยลดความร้อนลงไปได้บ้างเป็นพักๆ ทางเดินช่วงแรกเป็นทางเดินเลียบลำธารที่อยู่ในที่ทำการอุทยานฯ นั่นแหละ จากนั้นจะค่อยๆ ชันขึ้นไปเรื่อยๆ เล่นเอาเหนื่อยจนต้องขอพักอยู่หลายจุด เราคอยจะถามคนนำทางอยู่เรื่อยว่ามาได้กี่โลแล้ว เห็นเค้าตอบว่าไม่ถึงโล โอ้ว แม่เจ้า เหนื่อยฝุดๆ (ขออนุญาตใช้คำวัยรุ่น) ที่สำคัญกว่าเหนื่อยคือมันร้อนครับอากาศตอนกลางวันนี่ไม่ใช่ย่อยเลย พอผ่านไปสักกิโลเมตรนิดๆ ก็เจอเนินเขากว่าจะขึ้นเนินนี้ได้ เฮ้อ!

น้ำตกเทวะ

น้ำตกเทวะ จุดพักจุดที่สองของเส้นทางศึกษาธรรมชาติ คนนำทางไม่สามารถบอกชื่อภาษาไทยของน้ำตกนี้ได้ เค้าบอกว่าภาษาเค้าก็เรียกอีกอย่างหนึ่ง คล้ายๆ น้ำตกทีลอซูนั่นแหละ ส่วนชื่อน้ำตกเทวะนี่ได้มาจากน้องที่เดินป่าบ่อยๆ น้ำตกสายนี้สวยไม่เบาแต่เสียดายไม่มีทางเดินลงไปชมใกล้ๆ อยากจะชมก็ได้แค่มองจากสันเขาที่เรานั่งอยู่เท่านั้น ภาพด้านซ้ายเป็นตอนเที่ยงที่เราเดินทางไป ส่วนภาพขวาเป็นขากลับแสงยามเช้าทำให้เงาของภูเขายังบังน้ำตกเอาไว้

advertize

ป่าปรง

ป่าปรง แปลกดีจังสำหรับเส้นทางเดินป่าแห่งนี้ มีไม่บ่อยที่เราจะได้เห็นปรงจำนวนมากจนผมอยากเรียกว่าป่าปรง ต้นไม้ใหญ่บนดอยนี้ก็มีหลายต้นที่มีมอสจับคล้ายป่าเมฆที่ดอยอินทนนท์ เราก็รู้ว่าดอยนี้สูงไม่เท่าอินทนนท์แต่ลักษณะของป่ากลับคล้ายกัน เพียงแต่พอมีปรงขึ้นจำนวนมากยิ่งทำให้แปลกตาเข้าไปใหญ่ ที่ป่าแห่งนี้เราจะได้เห็นปรงหลายรุ่นด้วยกันมีตั้งแต่ออกยอดอ่อน ออกดอก ใบอ่อน ใบแก่ และตายจนเหลือแต่ตอ

ป่าเฟิร์นและทุ่งหญ้า

ป่าเฟิร์นและทุ่งหญ้า หลังจากผ่านป่าปรงมาได้ไม่ไกล ผืนป่าที่เราเดินอยู่ก็เปลี่ยนเป็นป่าเฟิร์น หรือที่เราเรียกกันว่าผักกูดนั่นเอง แต่ผักกูดบนดอยสูงมันกินไม่ได้เหมือนกับผักกูดที่ขึ้นอยู่ริมน้ำ เฟิร์นชนิดนี้เป็นเฟิร์นทนไฟ แม้ว่าจะเกิดไฟป่าขึ้นเจ้าเฟิร์นหรือผักกูดจะยังสามารถขึ้นมาใหม่ได้ พ้นป่าเฟิร์นก็จะเป็นทุ่งหญ้าสลับไม้ยืนต้น พวกเราก็แสวงหามุมที่จะถ่ายรูปให้เหมือนนั่งอยู่กลางทุ่งหญ้าสีทอง เหมือนกับที่เราอยากจะไปเดินม่อนแจ่ม ถ่ายรูปกันพักใหญ่ๆ เราก็เดินกันต่อ มาถึงตรงนี้แล้วคนนำทางบอกว่าประมาณเกินครึ่งทาง คือ 2 กิโลเมตรแล้ว ก็เหลืออีก 1.5 สู่โว้ย!

ดอกหญ้าริมทาง

ดอกหญ้าริมทาง 

advertize

ชมวิวระหว่างทาง

ชมวิวระหว่างทาง 

ทุ่งหญ้าบนสันเขา

ทุ่งหญ้าบนสันเขา หลังจากผ่านช่วงทุ่งหญ้ามาแล้ว เดินตามสันเขาขึ้นมาหน่อย เราก็จะมาเจอทุ่งหญ้าตรงนี้ มีต้นไม้ให้ร่มเงาในตำแหน่งพอเหมาะทุกคนเห็นร่มไม้ก็พุ่งเข้าไปทันทีพอนั่งในร่มได้แล้วก็มองหามุมถ่ายรูปไปเรื่อย เห็นทุ่งหญ้าบนเนินดินได้ระดับสวยๆ ก็ถ่ายเก็บกันเอาไว้ จากจุดนี้เดินไปถึงลานกางเต็นท์ก็ไม่กี่ร้อยเมตรแล้วครับ รวมทั้งหมดแล้วเราจะต้องเดินข้ามเนินของยอดเขา 4 ยอดด้วยกัน แต่ละยอดก็เหนื่อยใช่เล่นละ แต่ก็ยังเบากว่าหลายๆ ที่ อย่างเช่นภูกระดึง ก็เหนื่อยมากกว่านี้เยอะ เทียบกับเขาช้างเผือกก็พอไหวแค่ไม่เสียวเท่าแค่นั่นละ

ยอดม่อนปุยหมอก

ยอดม่อนปุยหมอก ถึงแล้วในที่สุดเราก็มาถึงยอดสูงสุดที่ม่อนปุยหมอก ระยะทาง 3.5 กิโลเมตรที่ว่าเนี่ยมันไม่ได้เดินง่ายๆ เลยแฮะ ใช้เวลา 3.5 ชั่วโมงเหมือนกัน จาก 13.00 น. เรามาถึง 16.30 น. แสงยังแรงอยู่ เราหาที่นั่งใต้ร่มไม้แล้วจัดการอาหารเย็น ที่จริงยังไม่ถึงเวลาแต่เราซื้อมาคนละ 2 กล่อง ก็เลยคิดว่าจะกินกล่องนึงก่อน แล้วค่อยกินอีกกล่องตอนประมาณ 2 ทุ่ม อีกอย่างเวลาที่เหลือก่อนที่พระอาทิตย์จะตกมันยังมีอีกเหลือเฟือ หลังจากินข้าวกล่องแล้วก็จัดแจงกางเต็นท์ บนนี้มีลมพัดแต่ไม่แรงมากจึงไม่จำเป็นต้องปักสมอบก เผื่อเวลาถ่ายรูปจะได้ยกเต็นท์ไปประกอบรูปภาพได้ตามใจชอบ ทริปนี้เราเลือกเต็นท์สีออกส้มๆ เพื่อใช้ในการถ่ายรูปนี่แหละ เดี๋ยวมาดูกันต่อไปว่าเต็นท์สีสดๆ ตัดกับสีฟ้ามันดียังไง

พระอาทิตย์ตกม่อนปุยหมอก

พระอาทิตย์ตกม่อนปุยหมอก เวลาที่เรารอคอยก็ใกล้มาถึงเข้าไปทุกทีแล้ว เรากางเต็นท์กันเร็วเหมือนกันนะนี่ไม่กี่นาทีก็ว่างมานั่งรอชมพระอาทิตย์ที่กำลังเคลื่อนต่ำลงเรื่อยๆ เห็นอยู่แล้วว่าไม่มีเมฆมาบังวันนี้ท่าทางจะได้ภาพสวย วิวด้านตะวันตกเป็นเทือกเขามีแม่น้ำอยู่เบื้องล่าง นี่คือปัจจัยที่จะทำให้เกิดทะเลหมอกได้ในตอนเข้า แต่ตอนเย็นก็ถ่ายพระอาทิตย์ตกอย่างเดียวไปก่อน แต่บางวันก็มีทะเลหมอกตอนเย็นเกิดขึ้นได้เหมือนกันนะแต่เราไม่โชคดีขนาดนั้นเท่านั้นเอง

ม่อนปุยหมอก

 

วิวพระอาทิตย์ตก

วิวพระอาทิตย์ตก ในที่สุดเวลานี้ก็มาถึง พระอาทิตย์คล้อยต่ำลงมาเหนือเทือกเขาภาพแนวเขาสลับซับซ้อนเป็นภาพที่หลายๆ คนชื่นชอบ ต่างคนต่างก็หามุมถ่ายรูปอย่างสนุกสนาน ทริปการเดินทางเที่ยวตาก 5-10 ธันวาคมของเรา ดูเหมือนว่าไม่มีวันไหนเลยที่พระอาทิตย์ขึ้นไม่สวยและตกไม่สวย แต่จะมีโอกาสเก็บภาพได้ทุกวันหรือเปล่านี่สิ รอบๆ ลานกางเต็นท์ม่อนปุยหมอกมีต้นเฟิร์นหรือผักกูดขึ้นอยู่รอบๆ ใกล้หน้าผา ตรงกลางเป็นทุ่งหญ้า มีขิงป่าขึ้นประปราย เชื่อว่าหน้าฝนจะมีดอกขิงป่าขึ้นอยู่ให้ชมกันไม่น้อย

ม่อนปุยหมอก

 

วิวพระอาทิตย์ตก

วิวพระอาทิตย์ตก 

พระอาทิตย์กลมๆ

พระอาทิตย์กลมๆ เก็บภาพวิวสวยๆ กันจนพระอาทิตย์เริ่มจะลับหายไป จนแม้กระทั่งพระอาทิตย์ลับหายไป เราก็ยังคงเก็บแสงทไวไลท์ที่สวยงามก่อนที่ท้องฟ้าจะเปลี่ยนเป็นมืดสนิท ลูกหาบหาฟืนมาให้มากพอควร เราก็เริ่มก่อไฟด้วยการจุดเตาแกสที่เราเอามาด้วยให้ไม้เล็กๆ ติดไฟแล้วก็เอาไปใส่ในกองไฟกองใหญ่ กิจกรรมหลังจากนั้นก็คือการหาขนมและเครื่องดื่ม 3 in 1 ออกมาชงกินเล่นๆ

ม่อนปุยหมอก

 

ม่อนปุยหมอก

 

ม่อนปุยหมอก

 

ม่อนปุยหมอก

 

อรุณสวัสดิ์ม่อนปุยหมอก

อรุณสวัสดิ์ม่อนปุยหมอก  ตี 5 กว่าๆ ผมตั้งนาฬิกาตื่นมาตอนตี 5 มองลอดเต็นท์ออกมาฟ้ายังไม่สว่าง แล้วนอนต่อไม่นานเพื่อนๆ ร่วมทริปก็ส่งเสียงเรียกเพราะฟ้าเริ่มสางแล้วแถมแสงสีแดงที่สาดส่องขึ้นไปบนเมฆที่ดูเหมือนทะเลหมอกกลับข้าง เป็นภาพที่สวยงามหน้าเต็นท์ของเราเอง เหมาะสมแล้วที่เราเลือกตรงนี้เป็นที่กางเต็นท์ เพราะเวลาตื่นเช้าๆ เราไม่อยากเดินไปหามุมถ่ายรูปที่ไหน ได้หน้าเต็นท์เป็นดีที่สุด พอออกมาจากเต็นท์ก็ต้มน้ำชงกาแฟอีกสักแก้วก่อนที่จะมาเก็บภาพแสงตอนนี้เอาไว้ เพราะรู้ดีว่าอีกไม่กี่นาทีหลังจากนี้แสงสีแดงสวยๆ นี้ก็จะหายไป แล้วก็จะมีพระอาทิตย์ค่อยๆ โผล่ขึ้นมา

ม่อนปุยหมอก

 

ม่อนปุยหมอก

  หลังจากจิบกาแแฟเดินหามุมไปทั่วแล้วดูเหมือนว่าวิวพระอาทิตย์ขึ้นบนม่อนปุยหมอกจะไม่ได้มุมที่สวยนักเพราะต้นไม้บังหลายจุด ก็เลยลองเลือกเอกทุ่งหญ้าหน้าเต็นท์มาประกอบภาพ แม้ว่าจะได้ภาพไม่สวยเท่าไหร่แต่มันก็บ่งบอกได้ดีว่าตรงนี้มีอะไรอยู่บ้างพอเห็นภาพก็จะนึกออกว่านี่คือที่ไหน

พระอาทิตย์ขึ้นม่อนปุยหมอก

พระอาทิตย์ขึ้นม่อนปุยหมอก 

ม่อนปุยหมอก

 

ม่อนปุยหมอก

 

ทิศตะวันตกในยามเช้า

ทิศตะวันตกในยามเช้า  มุมที่เราเคยนั่งถ่ายรูปพระอาทิตย์ตกเมื่อวาน เป็นวิวด้านทิศตะวันตก คนนำทางเห็นเราถ่ายรูปพระอาทิตย์ขึ้นเสร็จแล้วก็เดินมาสมทบกับเราที่ลานกางเต็นท์ ดีเหมือนกันนะที่เค้านำทางเราขึ้นมาแล้วเค้าก็ปลีกตัวไปนอนไกลๆ กับลูกหาบเหมือนกับว่าไม่อยากรบกวนพวกเรา เค้าเล่าให้ฟังว่าเมื่อวานมีนักท่องเที่ยวขึ้นมา 2 กลุ่มใหญ่ๆ ทะเลหมอกขึ้นสวยมาก ส่วนเราได้เห็นแค่นี้ ก็ทำไงได้ละธรรมชาติมันกำหนดไม่ได้นี่เนาะ แต่ดีว่ากลุ่มพวกเราเป็นพวกมองโลกในแง่บวก เราเห็นอะไรก็คิดว่าสวยไปหมด เท่านี้เราก็พอใจเหลือหลายแล้ว

ม่อนปุยหมอกพานอรามา

ม่อนปุยหมอกพานอรามา  ภาพที่เราดูพระอาทิตย์ขึ้น แล้วหันไปทางทิศใต้ มองเรื่อยไปจนถึงทิศตะวันตก เห็นว่าทิวทัศน์สวยดี แสงก็สวย ฟ้าก็สวย เลยเก็บมาเป็นภาพเดียวกันด้วยการต่อพานอรามา เสียดายที่พื้นที่มีน้อยภาพนี้ถ้ามองขยายใหญ่ๆ แล้วละก็ สวยทีเดียวละ

อำลาม่อนปุยหมอก

อำลาม่อนปุยหมอก  หลังจากถ่ายรูปพระอาทิตย์ขึ้นแล้ว กินกาแฟ ล้างหน้าแปรงฟัน กินคัพโจ๊กคนละถ้วย เก็บข้าวของให้ลูกหาบเดินล่วงหน้าลงมาก่อน เราก็เดินตามลงมาเก็บภาพตามจุดต่างๆ ที่เราเล็งไว้เมื่อวานตอนเดินขึ้น ทิศทางของแสงเปลี่ยนไปก็ทำให้เราได้รูปที่แปลกตาออกไป ขาลงมีเวลาเก็บภาพไปเรื่อยๆ เดินชิวๆ ไม่เหนื่อยมากเหมือนตอนเดินขึ้น แต่ดินลื่นมากก็ล้มกันไปคนละครั้งสองครั้ง พอได้ฮากันเป็นระยะๆ

ม่อนปุยหมอก

 

แก้ไขล่าสุด 0000-00-00 00:00:00 รับชม 5469

แผนที่ ม่อนปุยหมอก และสถานที่ใกล้เคียง

เส้นทางไปม่อนปุยหมอก ตาก << คลิกเลย

 



จองที่พักทั่วโลก


ที่พักแนะนำ

เดอะ บลูสกาย รีสอร์ท แอท เกาะพยาม
เดอะ บลูสกาย รีสอร์ท แอท เกาะพยาม
บัฟฟาโล เบย์ วาเคชั่น คลับ
บัฟฟาโล เบย์ วาเคชั่น คลับ
ชมจันทร์ บีช รีสอร์ต
ชมจันทร์ บีช รีสอร์ต
พีพี แลนด์ บีช อีโค รีสอร์ท
พีพี แลนด์ บีช อีโค รีสอร์ท
เฮฟเว่น บีช อีโค รีสอร์ท แอนด์ อาร์ต
เฮฟเว่น บีช อีโค รีสอร์ท แอนด์ อาร์ต
นิธิพร รีสอร์ท
นิธิพร รีสอร์ท
ลัคกี้ รีสอร์ท
ลัคกี้ รีสอร์ท
แร็บบิท บังกะโล
แร็บบิท บังกะโล
ฟร็อก บีช เฮาส์
ฟร็อก บีช เฮาส์
พยาม โคโค่นัท บีช รีสอร์ท
พยาม โคโค่นัท บีช รีสอร์ท

ปฏิทินท่องเที่ยว

 
กรกฏาคม
 
อา
พฤ
-
-
-
-
-
-
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
-
-
-
-
-

กิจกรรมในตาก

ไม่มีกิจกรรมในตาก
ดูทั้งหมด


ที่เที่ยวยอดนิยมใน ตาก


ตลาดริมเมย (สุดประจิมที่ริมเมย)

เขื่อนภูมิพล

วัดพระบรมธาตุ

ประเพณีลอยกระทงสายไหลประทีป ๑,๐๐๐ ดวงฯ

อุทยานแห่งชาติแม่เมย

จุดชมวิว 94 OK Coffee

ศาลเจ้าพ่อพะวอ

อุทยานแห่งชาติขุนพะวอ

ภูเอกวิเลจคอฟฟี่ กาแฟฟรินท์สโตนส์บ้านตาก

ตลาดมูเซอ

ใหม่/อัพเดต


วัดสระมณี อุดรธานี

Feelsion Cafe ฟีลฉัน คาเฟ่

Sweet Addict

ร้านอาหารข้าวต้มโฟนลิงค์ หัวหิน

ร้านอาหารบ้านอีสาน นครสวรรค์

Maguro Sushi บางนา

อะหมัดรสดี ครัวไทย

Fin Market ฟินมาร์เก็ต เชียงใหม่

ร้านกาแฟ My Cup สุราษฎร์ ดอนนกซอย 14

เจ็กบั๊กแต่เตี้ยม สุราษฎร์ธานี