หน้าหลัก >> ราชบุรี >> วัดพระศรีอารย์

วัดพระศรีอารย์


 

 เป็นวัดที่มีความสวยงามโดดเด่นด้วยพระอุโบสถทองคำร้อยล้าน เป็นพระอุโบสถตกแต่งด้วยงานปูนปั้นสีทองทั้งหลัง เด่นตระหง่านอยู่กลางลานกว้างแยกออกจากพื้นที่เขตสังฆาวาสอย่างชัดเจน ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปคู่วัดคือพระศรีอาริยเมตไตรยโพธิสัตว์ (ผู้ที่จะได้ตรัสรู้เป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในลำดับถัดไป) พุทธลักษณะเด่นคือมีตาลปัตรอยู่ด้านหน้า ส่วนองค์พระประธานเป็นพระพุทธรูปสลักหินหยกขาวพุทธศิลป์แบบพม่า ซึ่งชาวไทยจะได้เห็นพระพุทธรูปในลักษณะนี้อยู่หลายวัด หลวงพ่ออุตตมะ แห่งวัดวังก์วิเวการาม จังหวัดกาญจนบุรี เมตตาอธิษฐานจิต ณ อุโบสถวัดพระศรีอารย์ เมื่อวันที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2536

    อุโบสถทองคำร้อยล้านเป็นอุโบสถที่สร้างขึ้นมาใหม่ แต่อุโบสถหลังเก่าทางวัดก็ยังคงรักษาไว้ให้ชมกัน ลานประทักษินรอบพระอุโบสถเสมอกับพื้นไม่มีกำแพงแก้ว ช่องประตูด้านหน้า 1 ช่อง ส่วนด้านหลังมีบันไดเดินเข้าภายในอุโบสถได้ 2 ทาง อุโบสถหลังนี้ใช้เวลาสร้าง 37 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2510 ภายในติดกระจก ลงรักปิดทอง ส่วนบานประตู หน้าต่างแกะสลักภาพพุทธประวัติ จิตรกรรมฝาผนังเรื่องพระมหาชนก พระเจ้า 5 พระองค์

    ประวัติความเป็นมา วัดพระศรีอารย์สร้างเมื่อประมาณ ปีพ.ศ. 2275 นับอายุได้ราวๆ 280 ปี (ถึงปี 2555) ตรงกับยุคสมัยอยุธยาตอนปลาย เดิมชื่อวัดสระอาน ไม่มีพระภิกษุมาอยู่จำพรรษา จนถึงประมาณปี พ.ศ. 2475 จนกระทั้งในปี พ.ศ. 2500 ได้เปลี่ยนชื่อ เป็นวัดพระศรีอารย์

    ความเชื่อเกี่ยวกับอุโบสถทองคำร้อยล้าน ยังมีประชาชนจำนวนมากที่ได้ไปนมัสการพระศรีอาริย์ในอุโบสถต่างเชื่อกันว่าหากแตะบานประตูไม้แกะสลักบานใหญ่ของอุโบสถแล้วอธิษฐานจะประสบความสำเร็จดังปรารถนา

    ความสำคัญด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนา วัดพระศรีอารย์มีโครงการจัดกิจกรรมสำหรับเด็กและเยาวชน คือ การค่ายพุทธบุตร วันหยุดเสาร์-อาทิตย์จะได้เห็นนักเรียนเข้ามาฟังธรรมในศาลาการเปรียญจำนวนมาก

    นอกจากนี้ยังมีสรีระสังขารหลวงพ่อขันธ์อดีตเจ้าอาวาสที่ไม่เน่าเปื่อยมาเป็นเวลา 28 ปี

    การเดินทาง ใช้ถนนเพชรเกษมประมาณ กม. ที่ 74 บริเวณบ้านเลือกมีทางแยกขวามือ (ถ้ามาจากราชบุรีทางแยกอยู่ซ้ายมือ เลยแยกบางแพไปประมาณ 500 เมตร)

การเดินทางไปวัดพระศรีอารย์ ราชบุรี

ติดต่อสอบถาม:
โทรศัพท์ 0 3223 2595 , 0 3223 1351

หน้าวัดพระศรีอารย์

หน้าวัดพระศรีอารย์ วัดอายุ 280 ปีแห่งนี้ เมื่อได้เดินทางมาถึงด้านหน้าจนกระทั่งเข้าไปด้านในก็ยังไม่รู้สึกว่าได้เดินทางมายังวัดโบราณ วัดพระศรีอารย์มีป้ายชื่อวัดขนาดใหญ่สวยงามแต่ยังไม่มีการสร้างแนวกำแพงที่ชัดเจนรอบบริเวณวัด จากถนนเพชรเกษมเข้ามาเพียงไม่กี่ร้อยเมตร เดี๋ยวเข้าไปชมด้านในกันเลยดีกว่า

ป้ายบอกทาง

ป้ายบอกทาง สถานที่ต่างๆ ภายในวัดที่บ่งบอกให้ประชาชนที่เดินทางเข้ามาในวัดแห่งนี้รู้ว่าอะไรอยู่ที่ไหนและจะไปทางไหน หลักๆ ก็จะมีเสนาสนะอยู่ไม่กี่แห่ง ที่ประชาชนเข้ามาติดต่อ แต่คงไม่มีอะไรเป็นจุดสนใจได้เท่ากับ อุโบสถทองคำร้อยล้าน ที่เลื่องชื่อเคียงคู่อยู่กับวัดมาช้านาน ลานจอดรถเป็นลานโล่งกว้างกลางวัด มีรถหลายคันมาจอดตั้งแต่มอเตอร์ไซค์ รถยนต์ ไปจนถึงรถบัส รถทัวร์ ขนาดใหญ่ โดยเฉพาะเมื่อมาในวันหยุดเราจะได้เห็นรถใหญ่ๆ เข้ามาจอดอยู่หลายคัน ผลัดกันเข้าผลัดกันออกตลอดเวลา เพราะประชาชน หน่วยงาน องค์กรต่างๆ ก็เดินทางมาชมวัดพระศรีอารย์อยู่เนืองๆ ส่วนนักเรียนก็เข้ามาเรียนรู้พระธรรมในรูปแบบค่ายพุทธบุตร

advertize

อุโบสถทองคำร้อยล้าน

อุโบสถทองคำร้อยล้าน เอกลักษณ์อันโดดเด่นที่สร้างขึ้นมาด้วยกระแสศรัทธา กับระยะเวลาถึง 37 ปี โดยการริเริ่มของหลวงพ่อขันธ์ ขนาดกว้าง 18 เมตร ยาว 40 เมตร ไม่มีรูปแบบสำเร็จเป็นการสร้างตามความคิดหลวงพ่อขันธ์ทั้งหมด ก่อสร้างโดยไม่มีการตอกเสาเข็มตามการก่อสร้างของช่างพื้นบ้าน อุโบสถหลังนี้เป็นเสนาสนะที่มีความแตกต่างจากเสนาสนะอื่นๆ อย่างมาก ศาลาการเปรียญที่ดูธรรมดาๆ ใช้งบประมาณไม่มากนัก กุฎิสงฆ์ในเขตสังฆาวาสก็เล็กๆ เก่าๆ มีเพียงอุโบสถที่ลงสีทองทั้งหลังไม่มีกำแพงแก้วล้อมเหมือนเช่นวัดอื่นๆ จึงส่งเสริมให้ดูเด่นยิ่งชึ้นไม่มีอะไรมาบดบังสายตา จากลานจอดรถเรามองเห็นอุโบสถตั้งอยู่กลางวัดพระศรีอารย์อย่างชัดเจนตระการตายิ่งนัก รูปทรงสี่เหลี่ยมที่มีเพียงลานประทักษินเท่ากับระดับพื้นชั้นเดียว บันไดเดินขึ้นลงด้านประตูหลังสร้างไว้ด้านในอุโบสถ ก็ยิ่งทำให้แปลกตามากขึ้นไปอีก มีช่องประตูและหน้าต่างมากมายตกแต่งด้วยงานปูนปั้นอย่างละเอียดผนวกเข้ากับสีทองที่เป็นสัญลักษณ์ของความสูงค่าของอุโบสถ เป็นใครได้มาเห็นก็อดที่จะถ่ายรูปกันไม่ได้ เดี๋ยวเราจะพาเดินเข้าไปด้านใน แต่ผมขอเข้าทางด้านหน้าดีกว่า

แตะบานประตูอธิษฐาน

แตะบานประตูอธิษฐาน ความเชื่ออย่างหนึ่งของผู้ที่มาที่วัดพระศรีอารย์ หลังจากที่ได้ทำบุญไหว้พระขอพรพระศรีอาริยเมตไตรย และพระพุทธรูปหินหยกขาวพระประธานในอุโบสถแล้ว ก็ต้องมาแตะบานประตูอธิษฐานจิตขอพรให้สำเร็จสมปรารถนา ความต้องการต่างๆ นานา ที่บานประตูทั้ง 2 ซึ่งเป็นบานประตูไม้แกะสลักมีขนาดใหญ่มากๆ สมกับสัดส่วนของอุโบสถ แต่ถ้าหากเทียบกับวัดแห่งอื่น ยากจะหาบานประตูไม้แกะสลักบานใหญ่ได้ถึงขนาดนี้ ลวดลายบนบานประตูมี 2 ด้าน (ก็ยิ่งแปลกเข้าไปใหญ่ที่แกะสลักถึง 2 ด้าน แต่ละด้านลงลวดลายลึกหลายชั้นได้ภาพที่มีมิติสวยงามมาก) ด้านในเป็นเรื่องพระพุทธประวัติ ประสูติ ตรัสรู้ มารผจญ โปรดพระมารดา ปรินิพพาน ฯลฯ แต่คงมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่จะได้เห็นภาพแกะสลักบนบานประตูด้านใน (ที่ผมว่าสวยกว่าด้านนอก) เพราะเมื่อเปิดบานประตูแล้วเราก็จะมองไม่เห็นนั่นเอง แต่ที่ผมได้เห็นเพราะผมขออนุญาตหลวงพ่อในอุโบสถ ขอปิดบานประตูสักครู่เพื่อถ่ายรูป

ภายในอุโบสถทองคำร้อยล้าน

ภายในอุโบสถทองคำร้อยล้าน เมื่อเสร็จเรื่องบานประตูแล้วเดินเข้ามาด้านในก็จะได้พบกับความตระการตาอย่างมาก ขนาดของอุโบสถที่สูงใหญ่ที่เราเห็นจากภายนอกเมื่อเข้ามาอยู่ภายในก็รู้สึกโล่งกว้างขวาง การตกแต่งอย่างสวยงามบนเสาทุกต้น งานจิตรกรรมฝาผนังเต็มทุกช่อง สายตาไปหยุดอยู่ที่องค์พระประธาน คือพระพุทธรูปหินหยกขาวทั้งองค์อัญเชิญมาจากประเทศพม่า ขนาดองค์พระพุทธรูปไม่ใหญ่มากนักเมื่อเทียบกับขนาดของอุโบสถ การสร้างฐานยกสูงขึ้นมาจึงช่วยลดความรู้สึกแตกต่างของขนาดลงไปได้มาก เบื้องหลังองค์พระประธานมีงานจิตรกรรมพระเจ้า ๕ พระองค์อยู่ด้วย ในภาพนี้เราจะไม่เห็นว่ามีซุ้มประตูที่สวยงามอยู่ด้านข้างของฐานพระพุทธรูป เป็นช่องประตูมีบันไดลงไปยังชั้นล่าง บันไดนี้สร้างไว้ด้านในอย่างที่บอกไว้ตอนแรกมองด้านนอกจึงเห็นเพียงประตูเล็กๆ ด้านหลังอุโบสถเท่านั้น ความสวยงามของอุโบสถหลังนี้ที่สร้างความต่างจากอุโบสถแห่งอื่นๆ ก็คือการสร้างซุ้มเรือนยอดที่สวยงามแต่อยู่ด้านในแทนที่จะอยู่ด้านนอกให้มองเห็นความงดงามกันได้

advertize

พระพุทธรูปหินหยกขาว

พระพุทธรูปหินหยกขาว เมื่อได้เห็นพระพุทธรูปในพุทธลักษณะแบบนี้เราจะคิดทันทีว่าต้องเป็นฝีมือช่างชาวพม่า หรืออัญเชิญมาจากพม่า เราเรียกพระพุทธรูปในลักษณะนี้ว่าพุทธศิลป์แบบพม่า แต่ไม่ใช่ว่าจะอัญเชิญเข้ามาประดิษฐานกันเลย เพราะพระประธานวัดพระศรีอารย์ได้หลวงพ่ออุตตมะ อธิษฐานจิต

พระศรีอาริยเมตไตรยโพธิสัตว์

พระศรีอาริยเมตไตรยโพธิสัตว์ เป็นพระพุทธรูปคู่วัดพระศรีอารย์ มีขนาดเล็กประดิษฐานอยู่ด้านหน้าสุด ส่วนองค์จำลองสร้างขึ้นใหญ่กว่าองค์จริงเล็กน้อย ประดิษฐานบนฐานสูงขึ้นไปอีกชั้น เบื้องหน้าพระประธาน เพราะเหตุว่าพระศรีอาริยเมตไตรย หรือเรียกสั้นๆ ว่าพระศรีอาริย์นั้น ยังไม่ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า จึงไม่ประดิษฐานเป็นองค์พระประธานในอุโบสถ และเพราะว่าพระศรีอาริยเมตไตรย จะได้เสด็จลงมาเป็นองค์สมเด็จพระพุทธเจ้าในพุทธสมัยต่อไป ประชาชนที่นับถือศาสนาพุทธจึงมากราบไหว้ทำบุญเพื่อจะได้เกิดมาในแดนแห่งพุทธศาสนา สั่งสมบุญบารมีจนกว่าจะเข้านิพพานกันต่อไป

ซุ้มเรือนยอดภายในอุโบสถ

ซุ้มเรือนยอดภายในอุโบสถ เคยเล่าถึงซุ้มเรือนยอดที่ด้านหลังอุโบสถว่าอยู่ด้านข้างฐานของพระประธานแต่ไม่มีภาพให้ชม คราวนี้มาดูซุ้มที่ประตูหน้าอุโบสถกันครับ ความสวยงามก็ใกล้เคียงกันแต่ด้านหน้ามีประตูช่องเดียวจึงสร้างซุ้มได้มีขนาดใหญ่มากๆ และสวยงามมากๆ ไปด้วย บานประตูด้านหน้าปกติจะเปิดไว้เลยไม่ได้เห็นภาพแกะสลักแผ่นไม้ที่สวยงามและลึกหลายชั้นประมาณค่ามิได้ชิ้นนี้ ผมขออนุญาตปิดบานประตูเข้าสักครู่เพื่อเก็บภาพให้ได้สวยงามไม่ย้อนแสง เลยได้เห็นภาพแกะสลักที่ว่าบนบานประตูเดี๋ยวจะมีภาพขยายให้ชมกันครับ

บานประตูไม้แกะสลัก

บานประตูไม้แกะสลัก เป็นเรื่องแปลกอยู่เหมือนกันที่ผมปิดประตูบานนี้ถ่ายรูปบนจนเสร็จ พอขยับขาตั้งเข้ามาถ่ายใกล้ๆ ให้เห็นลวดลายงานแกะสลักชัดๆ บานประตูกลับเปิดออกเอง พอปิดเข้าไปใหม่ก็เปิดออกอีก ผมเลยถ่ายมาทั้งแบบนี้ (งงครับ ไม่รู้ว่ามีปาฏิหาริย์อะไร แต่ผมก็ขออนุญาตก่อนถ่ายแล้วนะ) เห็นมั้ยครับว่างานแกะสลักเป็นภาพทระพุทธประวัติที่สวยงามหลายเรื่อง แต่ละเรื่องแกะสลักความลึกไม่น้อยเลยทีเดียว ซ้ำยังแกะทั้งด้านนอกและด้านใน แผ่นไม้บานประตูจึงมีความหนามาก ความสูงน่าจะเท่ากับคน 2 คนต่อตัวกัน ถ้าใครได้ไปเห็นความลึกของงานแกะสลักชิ้นนี้จะสัมผัสถึงความเพียรพยายามและอดทนของเจ้าของผลงานได้เป็นอย่างดี

บานประตูและซุ้ม

บานประตูและซุ้ม ภาพนี้เป็นงานแกะสลักบานประตูบานเดียวกันกับภาพบน แต่เป็นด้านนอกซุ้มเรือนยอดสูงใหญ่จนต้องแหงนคอถ่ายกันอย่างที่เห็นละครับ

งานปูนปั้นอุโบสถทองคำ

งานปูนปั้นอุโบสถทองคำ มาที่ด้านนอกกันบ้าง ผมให้ดูรูปอุโบสถทองคำวัดพระศรีอารย์ทั้งหลังไปแล้ว มาดูรายละเอียดปลีกย่อย ความปราณีตในการสร้างลวดลายปูนปั้นรอบอุโบสถก่อนที่จะลงสีทองทั้งหลัง ซุ้มหน้าต่างจำนวนมากที่เรียงรายกันอยู่ทั้ง 2 ด้านของอุโบสถสร้างความตระการตาได้เป็นอย่างดี ชาวบ้านละแวกนี้จะรู้ว่าอุโบสถที่สร้างอย่างอลังการที่สุดคือที่ไหน เพราะตอนที่ผมถามทางแม่ค้าเค้าจะบอกว่าโบสถ์ที่อลังการสวยๆ นั้นใช่ไหม ไปทางนั้นทางนี้ เรียกว่าบอกตรงกันหมดครับ

เสมาวัดศรีอารย์

เสมาวัดศรีอารย์ เป็นการสร้างใบเสมา 3 ใบซ้อนบนฐานเดียวกัน บนใบเสมาแต่ละใบแต่ละด้านจะมีลายนูนต่ำเรื่องพระพุทธประวัติไม่ซ้ำกันเลยทีเดียว

สรีระสังชารหลวงพ่อขันธ์

สรีระสังชารหลวงพ่อขันธ์ หลังจากที่ได้ชมความงามของอุโบสถกันจนทั่วดีแล้วต่อไปก็เดินไปที่ศาลาการเปรียญ สักการะสังขารหลวงพ่อขันธ์เก็บไว้ในโลงแก้วโดยไม่เน่าเปื่อยมาเป็นเวลานานถึง 28 ปี
 นอกเหนือไปจากนี้แล้วในวัดพระศรีอารย์ยังมีสิ่งอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกได้แก่ สระโบราณ อยู่คู่กับอุโบสถหลังเก่ามานาน อุโบสถแม้ว่าจะสร้างหลังใหม่ขึ้นมาแล้วทางวัดก็ยังคงรักษาหลังเก่าเอาไว้โดยมีการบูรณะเป็นอย่างดี ลักษณะโบสถ์หลังเก่าเรียกว่าเป็นโบสถ์มหาอุตต์ มีทางเข้าออกคือช่องประตูช่องเดียว ไม่มีหน้าต่าง ตามความเชื่อโบราณยังเชื่อว่าการสร้างโบสถ์มหาอุตต์อาจจะเนื่องมาจากพระอุโบสถลักษณะนี้นิยมสร้างในสมัยอยุธยาตอนกลาง ซึ่งส่วนใหญ่มีการสร้างจิตรกรรมฝาผนังภายในเต็มไปทั้งผืน การเปิดช่องหน้าต่างมากอาจทำให้ความต่อเนื่งของภาพนั้นสะดุดลงก็เป็นได้ หรืออีกความเห็นหนึ่งอธิบายว่า เนื่องเพราะต้องการจะใช้เป็นที่ประกอบพิธีกรรมทางไสยศาสตร์ ในการลงอาคมของขลัง การทำเป็นอาคารทึบก็เพื่อให้อาคมคงอยู่และมีพลังความศักดิ์สิทธิ์ยิ่งขึ้น

 เอาละครับ จบการนำเที่ยววัดพระศรีอารย์ไว้เพียงเท่านี้มีเรื่องอัพเดตอะไรก็จะนำมาบอกเล่ากันในโอกาสต่อไป ขอขอบคุณที่ติดตามจนจบ....

แผนที่ วัดพระศรีอารย์ และสถานที่ใกล้เคียง

เส้นทางไปวัดพระศรีอารย์ ราชบุรี