หน้าหลัก >> แม่ฮ่องสอน >> พระตำหนักปางตอง

พระตำหนักปางตอง


 พระตำหนักปางตอง อยู่ในเขตตำบลหมอกจำแป๋ สามารถเดินทางไปโดยใช้เส้นทางเดียวกับทางเข้าวนอุทยานผาเสื่อต่อไปอีกประมาณ 5 กิโลเมตร ตัวเรือนประทับแรมตั้งอยู่บนยอดเขาสูงที่บ้านปางตอง ในโครงการพัฒนาพื้นที่สูงปางตอง เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30 - 16.30 น. บริเวณพระตำหนักมีแปลงสาธิตการปลูกดอกไม้ไทย และต่างประเทศ ปลูกผลไม้และการเลี้ยงสัตว์ เช่น แกะ ไก่ฟ้า ในฤดูหนาวจะมีบรรยากาศหมอกยามเช้าที่บริเวณทะเลสาบ(อุ๋ง) ที่สวยงาม

ติดต่อสอบถาม:
ศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน โทร. 0 5361 2982-3
http://www.tourismthailand.org/maehongson

ศาลมหาราช

ศาลมหาราช เป็นสถานที่แห่งแรกที่จะได้พบเมื่อเข้ามาในเขตพระตำหนักปางตอง การเดินทางมายังพระตำหนักใช้เส้นทางเดียวกันกับโครงการพระราชดำริปางตอง 2 หรือที่รู้จักกันดีในนาม ปางอุ๋ง แต่พระตำหนักจะมีทางแยกก่อนถึงทางขึ้นปางอุ๋ง เป็นทางแยกที่สังเกตุง่ายแต่การขึ้นไปเป็นเส้นทางขึ้นเขาที่ชันมากๆ ชันมากกว่าไปปางอุ๋งจึงต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมากโดยเฉพาะช่วงขาลง เข้ามาจะมีด่านตรวจ ตรงด่านตรวจนี้จะมีศาลมหาราชซึ่งมีพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ในสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฏราชกุมาร เสด็จสักการะที่ศาลมหาราชแห่งนี้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 18 มีนาคม พุทธศักราช 2534 เจ้าหน้าที่จะแนะนำให้นักท่องเที่ยวเข้าสักการะศาลมหาราชก่อนที่จะเดินทางเข้าในเขตพระตำหนักปางตอง

ศาลทหารเสือ

ศาลทหารเสือ เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่ควรสักการะอยู่ตรงข้ามกับศาลมหาราชโดยสร้างให้มีขนาดเล็กกว่าเล็กน้อย

advertize

พระตำหนักปางตอง

พระตำหนักปางตอง ภาพนี้เป็นบรรยากาศอันร่มรื่นตั้งแต่ศาลมหาราชเข้าไปตามเส้นทางพระตำหนักปางตอง ในที่นี้เราขอบอกไว้ก่อนว่าเราคงไม่ได้พาเข้าไปชมเรือนที่ประทับในเขตพระตำหนัก แต่จะพาเข้าไปชมโครงการพัฒนาพันธุ์แกะ เลี้ยงนม และอุ้มลูกแกะสีขาวๆ น่ารักๆ กัน ตามวัตถุประสงค์ของโครงการพัฒนาที่สูงปางตอง ตามพระราชดำริอันมีความเป็นมาดังนี้

 เนื่องจากจังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นจังหวัดที่อยู่ห่างไกล การเดินทางเข้าถึงยากลำบากมีพื้นที่ชายแดนติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้านเป็นระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร ประกอบด้วยราษฎรชาวไทยภูเขาเผ่าต่างๆ คือ ไทยใหญ่ กระเหรี่ยง ม้ง มูเซอ ลีซอ และ ลั๊วะ โดยมีวัฒนธรรมประเพณีที่แตกต่าง ประกอบอาชีพด้วยการทำลายป่า ทำไร่เลื่อนลอย ปลูกฝิ่น รับจ้างขนยาเสพติด เสบียงและยุทธปัจจัยต่างๆ ให้แก่ชนกลุ่มน้อยในพม่า จากปัญหาดังกล่าว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีความเป็นห่วงต่อราษฎรและความมั่นคงของประเทศ จึงมีพระราชดำริให้ดำเนินการพัฒนาอาชีพ ให้ความรู้ และฝึกกำลังประชาชนให้ปกป้องแผ่นดินไทย ในการนี้ทรงมีพระราชดำริให้กองทัพบก โดยกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ ร่วมกับหน่วยงานราชการในพื้นที่ จัดตั้งโครงการพัฒนาตามพระราชดำริ จังหวัดแม่ฮ่องสอน ขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2522
ที่ตั้ง ตำบลหมอกจำแป๋ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน
สภาพพื้นที่ ลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบสูงและหุบเขา ซึ่งอยู่ระหว่างภูเขาสูงชัน พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ (ป่าแม่ปายฝั่งขวาตอนล่าง) ซึ่งเป็นป่าดิบเขา มีพื้นที่ทำการเกษตรน้อย ประชาชนส่วนใหญ่เป็นชาวไทยภูเขา ได้แก่ ชาวไทยใหญ่ ม้ง กะเหรี่ยง ประชาชนบริเวณนี้อาศัยที่ราบเล็กๆ และพื้นที่ตามไหล่เขาทำการเกษตรกรรม และการรับจ้างทั่วไป เส้นทางคมนาคมทางรถยนต์ ใช้เส้นทางของกรมเร่งรัดพัฒนาชนบทและกรมโยธาธิการ ซึ่งแยกจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1095 ประมาณ 37 กิโลเมตร มีพื้นที่ของศูนย์ฯ ประมาณ 5,483 ไร่
ภารกิจ ทำการผลิตและส่งเสริมการปลูกพืชและการเลี้ยงสัตว์บนพื้นที่สูง โดยมีหมู่บ้านเป้าหมายของศูนย์ ในเขตตำบลปางหมู ตำบลผาบ่อง ตำบลหมอกจำแป๋ ตำบลห้วยผา ตำบลห้วยโป่ง และตำบลห้วยปูลง

ฝูงแกะในโครงการตามพระราชดำริ

ฝูงแกะในโครงการตามพระราชดำริ ฝูงแกะที่เราเห็นอยู่นี้เป็นโครงการปรับปรุงพันธุ์แกะเพื่อเผยแพร่สู่เกษตรกร เป็นกิจกรรมของโครงการตามพระราชดำริ จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่ได้ดำเนินการต่อเนื่องมาจากกิจกรรมเดิมที่สถานีวิจัยทดสอบพันธุ์สัตว์แม่ฮ่องสอนได้เริ่มดำเนินการไว้เมื่อ พ.ศ.2537 โดยขอสนับสนุนและลูกผสม จากสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์ ปลวกแดง จำนวน 50 ตัว ไปเลี้ยงที่ สถานีวิจัยทดสอบพันธุ์สัตว์ย่อยปางตอง และผลิตลูกนำออกส่งเสริมเกษตรกรในพื้นที่โครงการฯ ต่อมาในปี 2538 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงมีพระราชเสาวนีย์ ให้ปรับปรุงสายพันธุ์และให้มีคุณภาพดีขึ้น ทั้งคุณภาพของขนและเนื้อ เนื่องจากแกะเดิมนั้นไม่มีการปรับเปลี่ยนสายพันธุ์มานานแล้วทำให้ผลผลิตด้อยคุณภาพ

กิจกรรมเลี้ยงแกะ

กิจกรรมเลี้ยงแกะ เป็นการให้บริการการท่องเที่ยว ในช่วงเดือนตุลาคม - กุมภาพันธุ์ ของทุกปี จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวในจังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นจำนวนมาก ทางสถานีได้จัดกิจกรรมท่องเที่ยวขึ้นมาเพื่อวัตถุประสงค์ประชาสัมพันธ์ในเรื่องกิจกรรมการเลี้ยงแกะ การนำผ้าทอขนแกะจากกลุ่มทอผ้าขนแกะมาจำหน่ายตลอดจนให้ความรู้แก่ผู้มาเยี่ยมชมโดยมีกิจกรรมต่างๆ ดังนี้ การให้อาหารแกะ ถ่ายรูปกับลูกแกะ ขี่ม้า การทอผ้าขนแกะ การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ของที่ระลึก นอกจากนี้ยังจัดทำจุดสาธิตการจัดทำบ่อก๊าซชีวภาพขึ้นโดยทดลองใช้มูลแกะเป็นวัตถุดิบในการหมัก ให้เกิดก๊าซขึ้นและนำก๊าซที่ได้มาใช้ในการหุงต้ม เป็นการประหยัดการใช้พลังงานและนำกากที่ได้มาใช้เป็นปุ๋ยในการปลูกพืชได้อีกด้วย
 แกะที่นำมาใช้ในโครงการนี้ได้แก่
 แกะพันธุ์บอนด์ ได้รับการปรับปรุงพันธุ์ในออสเตรเลีย ให้น้ำหนักขนประมาณ 5-6 กก./ครั้ง/ปี โตเต็มที่ เพศผู้หนัก 80-85 กก. เพศเมียหนัก 60-65 กก. ให้ขนที่ดี เมื่อนำไปทอผ้าขนแกะจะได้ผลิตภัณฑ์ที่นุ่ม และเป็นที่ต้องการของกลุ่มทอผ้าขนแกะ
 แกะพันธุ์คอร์ริเดล ได้รับการปรับปรุงพันธุ์ในประเทศออกสเตรเลีย ให้น้ำหนักขนประมาณ 5 กก./ครั้ง/ปี เป็นแกะกึ่งเนื้อกึ่งขน โดยให้ขนมีคุณภาพใกล้เคียงแกะพันธุ์บอนด์ สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพอากาศในเมืองไทยเป็นอย่างดี ขนแกะพันธุ์คอร์ริเดล ก็เป็นที่ต้องการของกลุ่มผู้ทอผ้าขนแกะเช่นกัน โตเต็มที่ เพศผู้หนัก 70-85 กก. เพศเมียหนัก 55-65 กก.

ลูกแกะ

ลูกแกะ ภาพน่ารักๆ ของลูกแกะในโครงการที่ได้ทำความสะอาดอาบน้ำให้จนขาวสะอาด จะนำมายืนอยู่บนเกวียน นักท่องเที่ยวก็สามารถถ่ายรูปคู่กับลูกแกะเล็กๆ น่ารักๆ แบบนี้ได้ตามสบาย มีอาหารสำหรับป้อนแกะรวมทั้งให้นมแกะก็ได้ด้วยครับ

อุ้มลูกแกะ

อุ้มลูกแกะ ภาพความประทับใจของการเล่นกับลูกแกะตัวเล็กๆ สีขาวๆ ของนักท่องเที่ยว

ผ้าขนแกะ

ผ้าขนแกะ มีวางจำหน่ายอยู่ในโครงการ นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางค์ชนิดต่างๆ เช่นสบู่ ซึ่งเป็นวัสดุสมุนไพรไม่ใช้สารเคมีรุนแรง

ลูกแกะ

ลูกแกะ ปิดท้ายการนำเที่ยวชมโครงการตามพระราชดำริ ในเขตพระตำหนักปางตองไว้ด้วยภาพลูกแกะน่ารักๆ ครับ มีโอกาสไปปางอุ๋งอย่าลืมแวะเข้าไปเยี่ยมลูกแกะเหล่านี้กันนะครับ

ลูกแกะ

ลูกแกะ 

แผนที่ พระตำหนักปางตอง ที่เที่ยว ที่พัก ร้านอาหาร