หน้าหลัก >> หนองบัวลำภู >> วัดถ้ำกลองเพล

วัดถ้ำกลองเพล


 วัดถ้ำกลองเพล เป็นวัดป่าที่มีชื่อเสียงของจังหวัด ตั้งอยู่เชิงเขาภูพาน ห่างจากตัวเมืองตามทางหลวงหมายเลข 210 (หนองบัวลำภู-อุดรธานี) ไป 13 กิโลเมตร จากนั้นแยกขวาเข้าไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตร เดิมสันนิษฐานว่าเป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นในสมัยขอมเข้ามาครอบครองแผ่นดินแห่งนี้ แต่ไม่มีหลักฐานว่าสร้างมาตั้งแต่ พ.ศ.ใด ต่อมาเป็นวัดร้าง ไม่มีพระภิกษุสามเณรจำพรรษา

    จนกระทั่งเมื่อ พ.ศ. 2501 พระอาจารย์หลวงปู่ขาว อนาลโยพระวิปัสสนากรรมฐานสายพระอาจารย์มั่น ภูริทัตตะเถระ ได้อาศัยวัดแห่งนี้เป็นสถานที่วิปัสสนากรรมฐาน โดยใช้พื้นที่ที่เกิดจากหมู่ก้อนหินขนาดใหญ่ 3-4 ก้อน ที่มีหลืบและชะโงกหิน ก่อเป็นหลังคาคอนกรีตเชื่อมถึงกัน ทำให้พื้นที่บริเวณนั้นกลายเป็นห้องโถงขนาดใหญ่ สามารถจุคนได้หลายร้อยคน เพื่อใช้เป็นที่บำเพ็ญสมณธรรมอยู่ที่นั่นจนกระทั่งมรณภาพเมื่อปี พ.ศ. 2526

    ภายในบริเวณวัดบรรยากาศร่มรื่น เงียบสงบ มีเนื้อที่กว้างขวาง ปกคลุมไปด้วยแมกไม้ ป่าเขียว และสวนหินธรรมชาติรูปร่างประหลาดดูสวยงามกลาดเกลื่อนวัด มีถ้ำซึ่งภายในถ้ำมีกลองโบราณสองหน้า หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า กลองเพล ภายในถ้ำมีรูปปั้นของหลวงปู่ขาว ตามซอกหินภายในถ้ำมีพระพุทธรูปขนาดใหญ่ประดิษฐานอยู่หลายองค์ ประกอบด้วย พระพุทธรูปปางสมาธิ พระพุทธรูปปางไสยาสน์ พระพุทธรูปปัญฑรนิมิตร ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางลีลาที่จำหลักลงในก้อนหิน และมีพระสังกัจจายน์องค์ใหญ่ประดิษฐานอยู่บริเวณด้านหน้าทางเข้าถ้ำกลองเพล

    จากวัดถ้ำกลองเพลไม่ไกลนักมีถนนลาดยาง ลัดเลาะไปตามแนวป่าและหมู่ก้อนหินรูปทรงแปลกๆ เป็นระยะทาง 2 กิโลเมตร ก็จะถึงอนุสรณ์สถานของหลวงปู่ขาว ที่ประกอบด้วย

    พิพิธภัณฑ์อัฐบริขารของหลวงปู่ขาว เป็นพิพิธภัณฑ์ที่สร้างขึ้นเพื่อเก็บรวบรวมเครื่องอัฐบริขารของหลวงปู่ขาวใช้เป็นที่ระลึกและสักการะบูชาของศาสนิกชนทั่วไป

    กุฎิเก่าของหลวงปู่ขาว เป็นเรือนไม้หลังเล็กๆ ตั้งอยู่กลางดงไม้ บรรยากาศร่มรื่น ส่วนกุฏิใหม่สร้างเป็นเรือนทรงไทยทันสมัยหลังใหญ่

    พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งหลวงปู่ขาว สร้างขึ้นในรูปทรงของก้อนหินเรียงกัน 3 ก้อน เพื่อให้เข้ากับภูมิประเทศของวัดถ้ำกลองเพล ซึ่งเต็มไปด้วยสวนหิน รอบๆ บริเวณตกแต่งด้วยไม้ดอกและสนามหญ้าสีเขียวขจี ภายในพิพิธภัณฑ์มีหุ่นขี้ผึ้งของหลวงปู่ประดิษฐานอยู่ในท่านั่ง ห้องข้างๆ ยังมีเครื่องอัฐบริขารของหลวงปู่ขาวตั้งแสดงไว้ด้วย

    เจดีย์หลวงปู่ขาวและมณฑปหลวงปู่ขาว อยู่วัดถ้ำกลองเพล โดยมีทางแยกทางขวามือเข้าไปประมาณ 300 เมตร สร้างอยู่บนลานหินมีบันไดเป็นทางเดินขึ้นไปสู่องค์เจดีย์
    เจดีย์หลวงปู่ขาว เป็นเจดีย์ที่สร้างขึ้นเมื่อใช้บรรจุอัฐิหลวงปู่ขาว
    มณฑปหลวงปู่ขาว เป็นมณฑปจตุรมุขที่หลวงปู่ขาวสร้างไว้ครั้งยังมีชีวิตอยู่เพื่อใช้เป็นที่ประกอบพิธีสังฆกรรม รอบๆ บริเวณ เงียบสงบและร่มรื่น
ติดต่อสอบถาม:ททท.สำนักงานเลย โทร. 0 4281 2812,0 4281 1405
http://www.tourismthailand.org/loei

การเดินทางไป วัดถ้ำกลองเพล หนองบัวลำภู << คลิกเลย


แนะนำที่เที่ยว ที่พัก ร้านอาหาร ส่งภาพและข้อมูลได้ที่ แฟนเพจทัวร์ออนไทย
ทางเข้าวัดถ้ำกลองเพล

ทางเข้าวัดถ้ำกลองเพล จากตัวเมืองหนองบัวลำภู มุ่งหน้าไปยังอุดรธานีด้วยทางหลวงหมายเลข 210 เป็นถนนที่ค่อนข้างใหญ่ เดินทางได้สะดวก ระหว่างทางจะมองเห็นทางเข้าวัดถ้ำกลองเพลอยู่ขวามือ โดยมีรูปเหมือนหลวงปู่ขาวพร้อมที่สำหรับสักการะ จุดธูปเทียน แจกันดอกไม้พร้อมอยู่ริมทาง ถนนลาดยางเข้าวัดมีป้ายอยู่เหนือถนนบอกให้รู้ได้เลยว่ามาไม่ผิดทางแน่ๆ ถ้ามาจากตัวเมืองหนองบัวลำภูจะเลี้ยวขวาเข้าวัดเลยไม่ได้ ต้องตรงไปก่อนเพื่อหาที่กลับรถ เนื่องจากบริเวณนี้เป็นทางโค้งลาดลงเขาจะเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย เข้าถนนเข้าวัดแล้วขับตรงไปเรื่อยๆ จะผ่านชุมชนหมู่บ้านตรงอย่างเดียวจะถึงวัดถ้ำกลองเพลในที่สุด

ไหว้พระวัดถ้ำกลองเพล

ไหว้พระวัดถ้ำกลองเพล เข้ามาในกำแพงวัดถ้ำกลองเพล จะเห็นลานจอดรถอยู่ข้างพระอุโบสถ แต่พระอุโบสถวัดถ้ำกลองเพล จะมีลักษณะแตกต่างจากวัดอื่นๆ อย่างเห็นได้ขัด เมื่อแรกเข้ามาหากไม่มีป้ายบอกว่าเป็นพระอุโบสถหลายคนจะมองไม่ออกเลยด้วยซ้ำ อุโบสถวัดถ้ำกลองเพลนั้น เป็นการก่อสร้างผนังและหลังคาบางส่วนแทรกเข้าไประหว่างก้อนหินขนาดใหญ่ ที่อยู่ใกล้ๆกัน เดิมทีเดียวจะมีลักษณะคล้ายหลืบหรือเพิงหิน เมื่อสร้างผนังก่อปิดช่องว่างแล้วก็เป็นอาคารก่ออิฐสลับกับหินที่มีอยู่เดิม ก่อนที่จะเป็นประตูเข้าอุโบสถจะเห็นมีพระพุทธรูปองค์เล็กๆ บนฐานที่สร้างเป็นชั้นๆ ระหว่างซอกหิน เราจะไหว้พระตรงนี้ก่อนที่จะเข้าไปภายในอุโบสถ พระพุทธรูปบริเวณนี้หากจะเปรียบกับอุโบสถทั่วไปที่สร้างด้วยการก่ออิฐทั้งหลังก็คล้ายพระพุทธรูปที่อยู่ด้านหน้าประตูอุโบสถนั่นเอง

advertize

อุโบสถวัดถ้ำกลองเพล

อุโบสถวัดถ้ำกลองเพล ความสำคัญอย่างหนึ่งของเสนาสนะแห่งนี้นอกเหนือจากเป็นอุโบสถวัดแล้ว ยังเป็น สัญลักษณ์สถาน การเสด็จพระราชดำเนินทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่พสกนิกร ณ สถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ถึงแม้ว่าสถานที่เหล่านั้นจะทุรกันดาร หรือมีภัยอันตรายมากเพียงใด พระองค์ท่านก็มิได้ย่อท้อ หรือกลัวเกรงภัยอันตรายนั้นแต่อย่างใด เพื่อเป็นการสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงมีต่อชาติบ้านเมือง และพสกนิกรทั้งมวล จังหวัดหนองบัวลำภู จึงได้สร้างสัญลักษณ์ แห่งสถานที่พระราชดำเนินทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ประชาชน เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ธรรมชาติของวัดถ้ำกลองเพลจะมีหินน้อยใหญ่กระจัดกระจายอยู่ทั่วพื้นที่ แม้แต่ด้านหน้าของอุโบสถ ก็มีหินขนาดใหญ่ 2 ก้อน มีช่องว่างระหว่างก้อนหินกว้างพอที่จะเดินผ่านไปยังบันไดอุโบสถได้

พระพุทธรูปในอุโบสถ

พระพุทธรูปในอุโบสถ เมื่อเข้ามาด้านในอาคารที่มีผนังด้านหนึ่งเป็นหินขนาดใหญ่ จะพบพระพุทธรูปจำนวนหลายองค์ประดิษฐานอยู่ด้านซ้ายมือ เป็นพระประธานในอุโบสถ

พระพุทธรูปในอุโบสถ

พระพุทธรูปในอุโบสถ ผนังอีกด้านหนึ่งของอุโบสถวัดถ้ำกลองเพลมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ปางมารวิชัยประดิษฐานอยู่ จากพระพุทธรูปองค์นี้ไปด้านขวามือจะมีผนังหินสูงใหญ่มีพระพุทธรูปและรูปเหมือนของหลวงปู่ขาว หลวงปู่มั่น เป็นต้น

advertize

ภายในอุโบสถวัดถ้ำกลองเพล

ภายในอุโบสถวัดถ้ำกลองเพล มีซอกหลืบหินตามธรรมชาติหลายแห่ง ใช้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูป และรูปเหมือนของพระบูรพาจารย์ รวมทั้งภาพถ่าย จัดเรียงไว้ในตำแหน่งตามความเหมาะสมของลักษณะผาหินที่นำมาใช้เป็นผนังด้านหนึ่งของโถงที่สร้างขึ้นเป็นพระอุโบสถ และด้านหนึ่งมีกลอง 2 หน้า ที่ชาวบ้านจะเรียกว่ากลองเพล เพราะพระจะใช้การตีกลองนี้บอกเวลาฉันภัตตาหารเพล (อาหารกลางวัน) ผนังที่ก่อขึ้นตรงที่ตั้งกลองเพลมองเห็นว่ามีผนังชั้นในที่ก่อสร้างไว้ก่อนหน้านี้เพราะดูค่อนข้างมีอายุเก่าแก่ ก่อนที่จะมีการสร้างผนังด้านนอกปิดทับอีกชั้นหนึ่งทั้งหลัง

พระพุทธรูปใกล้อุโบสถ

พระพุทธรูปใกล้อุโบสถ ด้านหนึ่งของอุโบสถวัดถ้ำกลองเพลถ้าสังเกตุให้ดีจะมีบันไดเหมือนจะขึ้นไปบนชั้น 2 แต่ความจริงเป็นบันไดขึ้นไปยังโถงหินแห่งหนึ่ง มีลักษณะเป็นถ้ำที่ไม่ลึกมากนัก มองเห็นพระพุทธรูปที่อยู่ด้านในสุดของถ้ำได้ ตรงปากทางเข้าถ้ำแห่งนี้ประดิษฐานพระพุทธรูป 3 องค์ องค์ที่อยู่ด้านซ้ายมือของรูปนี้คือ หลวงพ่อพระโกนาคม มีจารึกที่ฐานแบบเขียนลงในเนื้อหินด้วยลายมือ ข้อความว่า "ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายมีจิตศรัทธา ปาสาทะความเลื่อมใสเสียสละกำลังกาย กำลังทรัพย์ สร้างไว้ในพระบวรพุทธศาสนา เมื่อ 1 พฤศจิกายน 2513 หลวงปู่หนา ปุญญาพโย หลวงปู่เสาร์ พระบุญเรือง พระประสาร ส ณ สำอางค์ เป็นนายช่างทำ" พระโกนาคมนพุทธเจ้า เป็นพระพุทธเจ้าองค์ที่ 23 ถัดจากพระกกุสันธพุทธเจ้า ที่พระองค์มีพระนามเช่นนี้เนื่องจากพระประยูรยาติขนานนามของพระองค์ว่า โกนาคมน์ เพราะในขณะที่พระองค์ประสูติ ฝนทองได้ตกลงมาทั่วทั้งชมพูทวีป พระองค์ทรงแสดงธรรมโปรดภิยโยสราชกุมารและอุดรราชกุมาร พร้อมด้วยบริวาร ทรงมีพระชนมายุ 30,000 ปี ที่มา http://th.wikipedia.org/wiki/พระโกนาคมนพุทธเจ้า

พระพุทธรูปบนผนังถ้ำ

พระพุทธรูปบนผนังถ้ำ จุดเด่นอย่างหนึ่งภายในถ้ำที่อยู่ใกล้กับอุโบสถ มีพระพุทธรูปปางต่างๆ หลายองค์ติดอยู่บนผนังหินเรียงรายอยู่เป็นจำนวนมาก

พระกัสสปพุทธเจ้า

พระกัสสปพุทธเจ้า เป็นพระพุทธรูปที่อยู่ด้านในสุดของถ้ำ ด้านหลังองค์พระมีหินขนาดใหญ่เกือบปิดถ้ำ พระกัสสปะพุทธเจ้า เป็นพระพุทธเจ้าในภัทรกัปป์นี้ ทรงจุติลงมาในโลกมนุษย์หลังจากสิ้นสุดศาสนาของพระโกนาคมพุทธเจ้าแล้ว โดยนับตั้งแต่อายุมนุษย์ลดลงจากสองหมื่นปีเหลือ 10 ปี แล้วเพิ่มขึ้นจนถึงสองหมื่นปีอีกครั้ง พระองค์จึงเสด็จลงมาตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า พระองค์เกิดในตระกูลพราหมณ์ บิดานามว่าพรหมทัต มารดานามว่าธนวดี มเหสีนามว่าสุนันทา มีโอรสชื่อว่าวิชิตเสน ทรงเป็นฆราวาสอยู่ 2,000 ปี เมื่อเห็นเทวทูตทั้งสี่ จึงออกผนวช บำเพ็ญเพียรอยู่ 7 วันก็ได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า พระอัครสาวกของพระองค์คือพระติสสเถระและพระภารทวาชเถระ พระอัครสาวิกาคือพระอนุลาเถรีและพระอุรุเวลาเถรี อัครอุบาสกคือ สุมงคลอุบาสกและฆฏิการอุบาสก อัครสาวิกาคือวิชิตเสนาอุบาสิกาและภัททาอุบาสิกา พระกายสูง 20 ศอก รัศมีพระกายเหมือนจันทร์ทรงกลด มีพระชนมายุได้สองหมื่นปี พระศาสนาของพระองค์อยู่ได้สองหมื่นปี ในสมัยพุทธกาลนี้ พระโคตมพุทธเจ้าได้เกิดเป็นโชติปาลมานพ สหายของฆฏิการอุบาสก ได้ฟังธรรมแล้วมีจิตเลื่อมใสจึงออกบวช และได้รับพุทธพยากรณ์ว่าต่อไปภายหน้าโชติปาลภิกษุจะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าองค์ต่อไป ที่มา http://th.wikipedia.org/wiki/พระกัสสปพุทธเจ้า

บรรยากาศอันร่มรื่นของวัดถ้ำกลองเพล

บรรยากาศอันร่มรื่นของวัดถ้ำกลองเพล นอกเหนือจากสภาพสวนหินขนาดใหญ่ที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วพื้นที่ ในวัดแห่งนี้ยังมีต้นไม้น้อยใหญ่นานาชนิดสร้างความรู้สึกร่มรื่นให้กับผู้ที่เข้ามาในวัด หลังจากที่กราบพระในอุโบสถและพระพุทธรูปหลายองค์ใกล้ๆ กับอุโบสถ จากด้านหน้าอุโบสถมีถนนลาดยางเข้าไปภายในพื้นที่อันกว้างขวางของวัด ยังมีสถานที่ที่น่าสนใจอีกหลายอย่างภายในวัดถ้ำกลองเพลแห่งนี้ซึ่งเราจะพาเข้าไปชมกันครับ

กุฎิบนหิน

กุฎิบนหิน จากอุโบสถขับรถตรงเข้าไปตามทางเรื่อยๆ ประมาณ 300 เมตร จะมีทางแยกขวามือมีป้ายบอกทางเขียนว่า มณฑปหลวงปู่ขาว และ เจดีย์หลวงปู่ขาว เลี้ยวขวาเข้ามาไม่ไกลก็จะเห็นกุฎิหลังหนึ่งเป็นการสร้างกุฎิที่พักสงฆ์อยู่บนหินขนาดใหญ่ แสดงให้เห็นถึงความใกล้ชิดธรรมชาติเพื่อการฝึกจิตใจให้สงบ กุฎิที่สร้างลักษณะเดียวกันนี้มีให้เห็นอยู่หลายจุดในวัด จอดรถไว้ที่ก้อนหินนี้เพื่อเดินขึ้นไปบันไดไปยังเจดีย์หลวงปู่ขาวครับ

เจดีย์หลวงปู่ขาว

เจดีย์หลวงปู่ขาว สร้างอยู่บนลานหินสูงไม่มากนัก มีบันไดนาคทอดขึ้นไปประมาณสิบกว่าขั้น ขึ้นบันไดมาแล้วเจดีย์หลวงปู่ขาวองค์สีขาวนี้โดดเด่นอยู่บนลานประทักษินสูงขึ้นไปไม่มากอีกชั้นหนึ่ง อยู่ด้านซ้ายมือของเรา เยื้องไปด้านหน้าจากที่เรายืนอยู่ที่บันไดเป็นมณฑปหลวงปู่ขาว ความสำคัญของเจดีย์หลวงปู่ขาวคือเป็นที่เก็บอัฐิธาตุของหลวงปู่ขาว มีรูปหลวงปู่ขาวอยู่ด้านหน้ามีการปิดทองคำเปลวบนรูปหลวงปู่ พร้อมกับอักษรจารึกว่า เจดีย์อังคารอนาลโย สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2509 มีชาวบ้านนำเอาดอกไม้ธูปเทียนมาสักการะอัฐิหลวงปู่ขาวอยู่เป็นประจำ จากคำบอกเล่าของผู้ดูแลสถานที่เล่าว่า ในระยะหลังเมื่อมีการสร้างพิพิธภัณฑ์อัฐบริขารหลวงปู่ขาว อนาลโย ขึ้นมาที่อีกด้านหนึ่งของวัด คนที่จะขึ้นมาชม มาสักการะอัฐิหลวงปู่ขาวที่เจดีย์แห่งนี้ก็ลดลงไปมาก

มณฑปหลวงปู่ขาว

มณฑปหลวงปู่ขาว หรือมณฑปอนาลโย เป็นสถานที่สำหรับประกอบพิธีทางสงฆ์ มณฑปแห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยหลวงปู่ขาวยังมีชีวิตอยู่ ปี พ.ศ. 2511 เดิมทีเปิดให้เข้าชมได้ ปัจจุบันเป็นสถานที่เก็บข้าวของเครื่องใช้บางอย่างของหลวงปู่ขาว อนาลโย และปิดตายไว้ ด้านหลังของมณฑปจะมีระเบียงเดินชมวิวทิวทํศน์ได้รอบบริเวณ จนกาลเวลาผ่านไปหลายปี ต้นไม้ใกล้ๆ ระเบียงเติบโตขึ้นจนปิดทิวทัศน์ไปหมดแล้ว

พระพุทธรูปหินแกะสลัก

พระพุทธรูปหินแกะสลัก เป็นงานสลักลงบนหินขนาดใหญ่ที่อยู่ใกล้ๆ บริเวณบันไดขึ้นมณฑปอนาลโย หินขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บริเวณนี้มีอยู่มาก แต่ที่เห็นการสลักหินแบบนี้มีอยู่เพียงจุดเดียว พระพุทธรูปบนหินก้อนใหญ่นี้มีพระนามว่า "พระพุทธศิลามหาจำเริญ"

เส้นทางภายในวัด

เส้นทางภายในวัด ออกจากเจดีย์หลวงปู่ขาวและมณฑปอนาลโย กลับเข้าถนนสายหลักของวัดเลี้ยวขวาเดินทางลึกเข้าไปตามแนวป่าที่มีต้นไม้เรียงรายจำนวนมากแตกต่างจากบรรยากาศพื้นที่อื่นๆ นอกวัดที่ค่อนข้างจะมีต้นไม้อยู่น้อย แสดงให้เห็นความเป็นวัดป่า หรือวัดสำหรับพระปฏิบัติ ระยะทางยาว เกือบ 2 กิโลเมตร ถึงพิพิธภัณฑ์เครื่องอัฐบริขารหลวงปู่ขาว อนาลโย เส้นทางลาดยางยาวตลอดทาง มีเพียงบางช่วงที่ลาดขึ้นเนินลงเนินตามสภาพของเนินเขา มีบางช่วงมีหินอยู่ระหว่างทางจนทำให้ต้องตัดถนนลัดเลาะก้อนหินเหล่านี้เป็นทางโค้งหักศอกที่ต้องระวังเป็นพิเศษ แนะนำว่าให้ขับช้าๆ ครับ อีกอย่างจะได้ไม่รบกวนพระท่านผู้กำลังปฏิบัติธรรมในบริเวณวัดด้วย

พิพิธภัณฑ์เครื่องอัฐบริขารหลวงปู่ขาว อนาลโย

พิพิธภัณฑ์เครื่องอัฐบริขารหลวงปู่ขาว อนาลโย ก่อนที่จะเดินทางมาถึงจุดนี้จะผ่านอาคารหลังหนึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งหลวงปู่ขาว อนาลโย ซึ่งมีทางแยกไปยังกุฏิหลวงปู่ขาวอยู่ซ้ายมือ แต่ด้วยแนวคิดที่ว่าพิพิธภัณฑ์เครื่องอัฐบริขาร อยู่ลึกสุดในวัดก็เลยเข้ามาที่นี่ก่อนแล้วค่อยย้อนกลับออกไปยังกุฏิหลวงปู่ขาว และพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งทีหลัง เส้นทางเข้ามายังพิพิธภัณฑ์เครื่องอัฐบริขาร เป็นเส้นทางเดินรถทางเดียว มีลานจอดรถขนาดใหญ่มาก น่าจะใหญ่ที่สุดในบรรดาลานจอดรถในบริเวณวัดถ้ำกลองเพลก็ว่าได้ มีประชาชนเดินทางมาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์เครื่องอัฐบริขาร ซึ่งมีรูปร่างของอาคารแบบประยุกต์สวยงามนี้กันจำนวนมากในแต่ละวัน

พิพิธภัณฑ์เครื่องอัฐบริขารหลวงปู่ขาว อนาลโย

พิพิธภัณฑ์เครื่องอัฐบริขารหลวงปู่ขาว อนาลโย ด้านหน้าของอาคารสร้างบันไดขึ้นมายังอาคารท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่นด้วยต้นไม้ ไม้ดอก ไม้ประดับหลายอย่าง หลายชนิด มีรูปปั้นช้าง 1 คู่ อยู่ข้างทางเดินด้านหน้าอาคารเด่นเป็นสง่าแต่ไกล หลวงปู่ขาวมาจำพรรษาอยู่ปฏิบัติธรรมที่ถ้ำกลองเพลเมื่อปี พ.ศ. 2501 หลังจากมรณภาพ ปี พ.ศ. 2526 ทางการและศิษยานุศิษย์ได้จัดสร้างพิพิธภัณฑ์ของท่านไว้ 2 แห่ง คือพิพิธภัณฑ์เครื่องอัฐบริขาร เป็นหินอ่อน สร้างขึ้นเพื่อเก็บรวบรวมเครื่องอัฐบริขารของท่าน เป็นที่ระลึกและเป็นที่เคารพสักการะของบรรดาพุทธศาสนิกชนทั่วไป ส่วนอีกแห่งหนึ่งคือพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งของหลวงปู่ขาว

พิพิธภัณฑ์เครื่องอัฐบริขารหลวงปู่ขาว อนาลโย

พิพิธภัณฑ์เครื่องอัฐบริขารหลวงปู่ขาว อนาลโย อาคารทรงประยุกต์ดูทันสมัยหลังนี้สร้างแบบจตุรมุข เหมือนกันทั้ง 4 ด้าน มีประตูเข้าออกเป็นบานกระจกใส 3 ด้าน ส่วนอีกด้านคือด้านหลังเป็นที่ตั้งรูปเหมือนหลวงปู่ขาว จึงไม่มีช่องประตูเข้าออก รูปร่างที่สวยงามแปลกตาของอาคารหลังนี้เป็นจุดสนใจของประชาชนที่เดินทางมา ทุกๆ คนที่มาถึงที่นี่จะเอาโทรศัพท์ หรือกล้องถ่ายรูปออกมาเก็บภาพอาคารสวยหลังนี้กันทุกคน

รูปเหมือนหลวงปู่ขาว

รูปเหมือนหลวงปู่ขาว อยู่ด้านในพิพิธภัณฑ์เครื่องอัฐบริขารหลวงปู่ขาว อนาลโย

พิพิธภัณฑ์เครื่องอัฐบริขาร

พิพิธภัณฑ์เครื่องอัฐบริขาร ภายในอาคารที่สร้างขึ้นมา ทุกๆ ด้านตกแต่งให้เป็นตู้กระจกแบบฝังติดผนัง ภายในตู้กระจกมีเครื่องอัฐบริขารของหลวงปู่ขาวที่หลวงปู่ใช้ในระหว่างการออกธุดงค์ จาริก ปลีกวิเวกไปยังพื้นที่ต่างๆ เป็นที่เคารพนับถือและศรัทธาของประชาชนทั่วประเทศ

สมุดประจำตัวพระภิกษุ

สมุดประจำตัวพระภิกษุ เป็นเอกสารเพื่อแสดงว่าเป็นพระภิกษุ เหมือนกับการมีบัตรประจำตัวประชาชนของบุคคลทั่วไป สำหรับหลวงปู่ขาวอนาลโยก็มีเอกสารนี้ เป็นเอกสารที่เก่ามีอายุมากอย่างที่เห็นครับ

ความร่มรื่นรอบอาคาร

ความร่มรื่นรอบอาคาร หลังจากสักการะรูปเหมือนหลวงปู่ขาว อนาลโยแล้วก็เดินชมรอบๆ พิพิธภัณฑ์ สังเกตุเห็นสวนรอบๆ อาคาร กับป่าไม้ที่อยู่ในละแวกใกล้เคียงมีความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด ในฤดูแล้งเดือน มกราคม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคอิสานของไทยเข้าสู่สภาวะขาดน้ำ หลายๆ พื้นที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง ต้นไม้ในภาคอิสานส่วนใหญ่จะเป็นสีเหลืองหรือทิ้งใบจนหมด แต่สวนรอบๆ พิพิธภัณฑ์เครื่องอัฐบริขารหลวงปู่ขาว อนาลโย ซึ่งอยู่ห่างจากอุโบสถเกือบ 2 กิโลเมตร กลับได้รับการดูแลจนมีสีเขียวขจีแตกต่างจากต้นไม้ที่อยู่ใกล้เคียงเป็นอย่างมาก

พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งหลวงปู่ขาว อนาลโย

พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งหลวงปู่ขาว อนาลโย พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งหลวงปู่ขาว หลังนี้ปัจจุบันเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูป ส่วนหุ่นขี้ผึ้งหลวงปู่ขาว อนาลโย ได้ย้ายไปอยู่ที่กุฏิหลวงปู่ขาว ที่ท่านใช้ในสมัยที่ยังมีชีวิตอยู่แทน หลวงปู่ขาว อนาลโย เป็นพระวิปัสสนากัมมัฏฐานที่มีชื่อเสียงมากองค์หนึ่งในสายพระธุดงค์กรรมฐาน ศิษย์พระอาจารย์ มั่น ภูริทัตตะเถระ เป็นคนอำเภออำนาจเจริญ จังหวัดอุบลราชธานี (ในปัจจุบันคือ จังหวัดอำนาจเจริญ) มีนามเดิมว่า ขาว โคระถาา สมัยเป็นฆราวาสมีอาชีพทำนา ได้ครองเพศฆราวาสจนอายุ 31 ปี จึงได้ออกบวช ได้อยู่จำพรรษาเพื่อศึกษาหลักธรรมวินัยในวัดโพธิ์ศรีอยู่ 6 ปี จากนั้น ได้ออกเที่ยวธุดงค์กรรมฐาน และได้เป็นศิษย์ของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตตะเถระ ท่านได้ย้ายที่จำพรรษาไปหลายแห่งเช่นที่ถ้ำเป็ด บ้านชุมพล ภูเขาค้อ ถ้ำค้อ จนท้ายที่สุดได้มาจำพรรษาที่ถ้ำกลองเพล ซึ่งในสมัยนั้นเป็นป่าดงหนาทึบเต็มไปด้วยถ้ำหิน ภูเขา และโขดหินใหญ่น้อยมากมาย เป็นที่เหมาะแก่การบำเพ็ญภาวนาและได้จำพรรษาอยู่จนมรณภาพเมื่อ วันที่ 16 พฤษภาคม 2526 ศิษยานุศิษย์ ประชาชนทั่วไปที่รักเคารพและศรัทธาในหลวงปู่ขาวได้ร่วมกันสร้างพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ขึ้นเป็นรูปทรงหินเรียงกัน 3 ก้อน ให้เข้ากับภูมิประเทศในบริเวณวัดซึ่งเต็มไปด้วยหินขนาดใหญ่มากมายกระจัดกระจายทั่วพื้นที่

กุฎิธรรมชาติ

กุฎิธรรมชาติ อีกภาพหนึ่งที่จะนำมาฝากกันเป็นภาพสุดท้ายจากวัดถ้ำกลองเพลก็คือกุฎิที่สร้างแบบกลมกลืนกับบรรยากาศธรรมชาติโดยสร้างบนหินที่มีอยู่ทั่วไปในวัด ว่างๆ ผ่านไปทางหนองบัวลำภู เข้าไปสักการะรำลึกถึงพระสุปฏิปันโณ ผู้มีจริยวัตรงดงาม เป็นที่ศรัทธาของประชาชนทั่วประเทศที่วัดถ้ำกลองเพลกันครับ

แก้ไขล่าสุด 2017-06-11 11:42:24 รับชม 17014

แผนที่ วัดถ้ำกลองเพล และสถานที่ใกล้เคียง

เส้นทางไปวัดถ้ำกลองเพล หนองบัวลำภู << คลิกเลย

 



จองที่พักทั่วโลก


ที่พักแนะนำ

ดิ ไอยาปุระ เกาะช้าง
ดิ ไอยาปุระ เกาะช้าง
เกาะช้าง รีสอร์ท แอนด์ สปา
เกาะช้าง รีสอร์ท แอนด์ สปา
โรงแรมบ้านปู เกาะช้าง
โรงแรมบ้านปู เกาะช้าง
บาราลี บีช รีสอร์ท
บาราลี บีช รีสอร์ท
โรงแรมดิ เอ็มเมรัล โคฟ เกาะช้าง
โรงแรมดิ เอ็มเมรัล โคฟ เกาะช้าง
สันธิญา ทรี เกาะช้าง รีสอร์ต
สันธิญา ทรี เกาะช้าง รีสอร์ต
รามายานา เกาะช้าง รีสอร์ท แอนด์ สปา
รามายานา เกาะช้าง รีสอร์ท แอนด์ สปา
เกาะช้าง คลิฟ บีช รีสอร์ท
เกาะช้าง คลิฟ บีช รีสอร์ท
เซ็นทารา เกาะช้าง ทรอปิคานา รีสอร์ท
เซ็นทารา เกาะช้าง ทรอปิคานา รีสอร์ท
คลองพร้าว รีสอร์ท
คลองพร้าว รีสอร์ท

ปฏิทินท่องเที่ยว

 
กรกฏาคม
 
อา
พฤ
-
-
-
-
-
-
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
-
-
-
-
-

กิจกรรมในหนองบัวลำภู

ไม่มีกิจกรรมในหนองบัวลำภู
ดูทั้งหมด


ที่เที่ยวยอดนิยมใน หนองบัวลำภู


พี.ซี.แรนช์ PC Cowboy Town

วัดถ้ำกลองเพล

ศูนย์หัตถกรรมปั้นหม้อบ้านโค้งสวรรค์

หอพระบางวัดมหาชัย

ถ้ำเอราวัณ

พิพิธภัณฑ์หอยหินโบราณ

ใหม่/อัพเดต


ครัวคุณยาย ขนมจีน เกาะสมุย

ทองใบ เบเกอรี่ นครสวรรค์

โลหะปราสาท

น้ำตกตาดโตน มุกดาหาร

วัดถ้ำสุวรรณคูหา หนองบัวลำภู

Reef Sports Bar & Restaurant เกาะเต่า

วัดสระมณี อุดรธานี

Feelsion Cafe ฟีลฉัน คาเฟ่

Sweet Addict

ร้านอาหารข้าวต้มโฟนลิงค์ หัวหิน