หน้าหลัก >> บุรีรัมย์ >> ปราสาทหินพนมรุ้ง

ภาพอัพเดตล่าสุดของ ปราสาทหินพนมรุ้ง:
 จังหวัด บุรีรัมย์ จัดงานบวงสรวง ปราสาทหินพนมรุ้ง ในงานประเพณี ขึ้นเขาพนมรุ้ง 2560 ชมพระอาทิตย์ขึ้น ตรงประตู 15 ช่อง 3-5 เมษายน คนแห่เที่ยวคึกคัก
โพสต์เมื่อวันที่ : 2017-03-31 09:29:24


ปราสาทหินพนมรุ้ง


 ปราสาทหินพนมรุ้งเป็นโบราณสถานที่ได้รับการยอมรับว่าตั้งอยู่บนทำเลที่ยิ่งใหญ่อลังการที่สุดของไทย เพราะเป็นปราสาทหินที่ตั้งอยู่บนภูเขา ขับรถขึ้นไปผ่านทางโค้งและชันไม่เบาเหมือนกัน ลักษณะการสร้างปราสาทที่สูงใหญ่บนยอดเขาแล้วสร้างบันไดทางขึ้นจนสูงลิบที่ปราสาทหินหลังอื่นๆ ไม่มีนั้นทำให้คนที่ชอบเที่ยวปราสาทหินจะรู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ของปราสาทหินพนมรุ้งว่ายิ่งใหญ่กว่าหลังอื่น กว่าจะถ่ายรูปสวยๆ จากปราสาทหินที่มีคนมาเที่ยวทุกวันได้โล่งและสวยเหมือนอย่างที่เห็นต่อจากนี้เรามาถ่ายรูปที่นี่กันถึง 4 รอบ ในวันธรรมดา 2 รอบ และวันงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง อีก 2 รอบเลย

    ข้อมูลเชิงวิชาการ ปราสาทหินพนมรุ้ง ตั้งอยู่บนยอดภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว สูงประมาณ 200 เมตร (คำว่า "พนมรุ้ง" หรือ "วนํรุง" เป็นภาษาเขมรแปลว่า "ภูเขาใหญ่") ปราสาทหินพนมรุ้งเป็นเทวสถานในศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย มีการบูรณะก่อสร้างต่อเนื่องกันมาหลายสมัย ตั้งแต่ประมาณพุทธศตวรรษที่ 15 ถึงพุทธศตวรรษที่ 17 และในพุทธศตวรรษที่ 18 พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 แห่งอาณาจักรขอมได้หันมานับถือพุทธศาสนาลัทธิมหายาน เทวสถานแห่งนี้จึงได้รับการดัดแปลงเป็นศาสนสถานในพุทธศาสนาในช่วงนั้น ปราสาทหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ประกอบด้วย สิ่งก่อสร้างต่างๆ ที่ตั้งเรียงรายขึ้นไปจากลาดเขาทางขึ้นจนถึงปรางค์ประธานบนยอดอันเปรียบเสมือนวิมานที่ประทับของพระศิวะ บันไดทางขึ้นช่วงแรกทำเป็นตระพัง (สระน้ำ) สามชั้นผ่านขึ้นมาสู่พลับพลาชั้นแรก จากนั้นเป็นทางเดินซึ่งมีเสานางเรียงปักอยู่ที่ขอบทางทั้งสองข้างเป็นระยะๆ ถนนทางเดินนี้ ทอดไปสู่สะพานนาคราช ซึ่งเปรียบเสมือนจุดเชื่อมต่อระหว่างดินแดนแห่งมนุษย์และสรวงสวรรค์ ด้านข้างของทางเดินทางทิศเหนือมีพลับพลาสร้างด้วยศิลาแลง 1 หลัง เรียกกันว่า โรงช้างเผือก สุดสะพานนาคราชเป็นบันไดทางขึ้นสู่ปราสาท ซึ่งทำเป็นชานพักเป็นระยะๆ รวม 5 ชั้น สุดบันไดเป็นชานชลาโล่งกว้าง ซึ่งมีทางนำไปสู่สะพานนาคราชหน้าประตูกลางของระเบียงคด อันเป็นเส้นทางหลักที่จะผ่านเข้าสู่ลานชั้นในของปราสาท และจากประตูนี้ยังมีสะพานนาคราชรับอยู่อีกช่วงหนึ่งก่อนถึงปรางค์ประธาน 

การเดินทางไปปราสาทหินพนมรุ้ง บุรีรัมย์

ติดต่อสอบถาม:
ททท.สำนักงานสุรินทร์ (สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ) 0 4451 8152
http://www.tourismthailand.org/surin

อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง

อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง เดินทางมาถึงอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง เพิ่งรู้ถึงความใหญ่โตของปราสาทหินหลังนี้ก็ตอนมาครั้งแรก ที่นี่ตั้งเป็นอุทยานประวัติศาสตร์มีปราสาทหินพนมรุ้งอยู่ในพื้นที่ล้อมรอบด้วยเชิงเขาตรงทางขึ้นมีประตูทางเข้า 3 ทาง แต่ปกติจะเข้าประตู 1 กับ 3 สำหรับคนที่มาที่นี่ครั้งแรกหลายคนจะไปประตู 1 แต่พอมาบ่อยๆ หลายๆ ครั้งก็จะเริ่มลัดเข้าประตู 3 เพราะเดินใกล้กว่า แต่ถ้าเข้าประตู 1 จะได้อรรถรสในการเดินสัมผัสความอลังการของปราสาทได้ดีกว่า อันนี้แล้วแต่ถนัดของแต่ละกลุ่มเนาะ

ปราสาทหินพนมรุ้ง

 ปราสาทหินพนมรุ้งเป็นปราสาทที่มาเที่ยวได้หลายเวลามีความสวยงามต่างกันไปในแต่ละช่วง เล่าไปอาจจะนึกภาพไม่ออกเดี๋ยวมีภาพให้ดูว่าทำไมมันสวยไม่เหมือนกัน หลังจากที่ลงจากรถได้แล้วจะมีทางเดินไปตัวปราสาทในกรณีที่เข้าประตู 1 ทางเดินไกลหายห่วงเลยแต่ถ้าเราเช่ารถมาเข้าประตู 1 ออกทางประตู 3 ให้คนขับรถไปรับเป็นวิธีที่ดีที่สุด ถ้าเราขับกันไปเองก็เลือกเอาว่าจะเข้าประตูไหนอะนะ ถ้าจะถ่ายรูปสวยๆ จริงๆ มันเดินไกลเหมือนกันทุกประตู ตรงลานจอดรถประตู 1 มีร้านขายของฝากของที่ระลึกเยอะแยะไปหมดจะช้อปก่อนหรือกลับมาช้อปตอนกลับก็ว่ากันไป

advertize

ด่านเก็บค่าเข้า

ด่านเก็บค่าเข้า จากลานจอดรถเดินมาไม่ใช่ใกล้เล้ยกว่าจะมาถึงด่านเก็บค่าเข้า วันนี้เราเลือกเข้ามาปราสาทตอนเย็นเป็นสถานที่สุดท้ายของวันนี้ก่อนที่เราจะไปที่พัก เดินถ่ายรูปช่วงเย็นก็สบายหน่อยแต่ถ้าอยากได้แสงสวยๆ ฟ้าสวยๆ เวลานี้ไม่เหมาะเลยละ

ปราสาทหินพนมรุ้ง

 ระหว่างทางเดินจากด่านเก็บเงินไปปราสาทหนทางยังอีกยาวไกลเราจะเห็นคนเอาหินมาเรียงตั้งๆ เป็นเจดีย์เล็กๆ เต็มไปหมด ช่วงนี้งดเรียงหินเราก็จะได้เห็นแต่ของที่เรียงไว้นานแล้ว เป็นความเชื่อที่มีอยู่ทุกที่จริงๆ

ทางเดินเชื่อมไปยังปราสาท

ทางเดินเชื่อมไปยังปราสาท  ในที่สุดเราก็มาถึงตรงนี้ใช้เวลาไปพอสมควรกับทางเดินจากลานจอดรถมาตรงนี้สำหรับใครที่มาเป็นครอบครัวมีผู้สูงอายุมาด้วยแนะนำประตู 3 สถานเดียวเถอะครับไม่งั้นจะแย่ซะก่อนได้เที่ยวชมปราสาท วิวจากตรงนี้ถ้ามาตอนเช้ามันจะถ่ายตามแสงแบบสวยๆ เลย แต่พอมาบ่ายหรือเย็นก็เป็นอันว่ามันย้อนแสงเลยบอกไว้แต่แรกว่าที่นี่มันสวยต่างกันตามช่วงเวลาที่มาด้วย ทางเดินนี้ดูอลังการงานสร้างมากมายเพราะเสานางเรียงที่เรียงรายอยู่ 2 ข้างทางเป็นจุดที่จะมีนางสาวสวยๆ มายืนโปรยดอกไม้ระหว่างที่กษัตริย์เดินผ่าน เป็นเรื่องที่สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นอย่างงั้นในสมัยขอม

    วิวนี้เป็นวิวยอดฮิตที่ทุกคนจะมายืนถ่ายรูปปราสาทหินพนมรุ้ง เป็นวิวที่เห็นในหนังสือท่องเที่ยวด้วยนะ 

advertize

ปราสาทหินพนมรุ้ง

 พอเราเดินผ่านทางเดินที่ยาวไม่น้อยแล้วต้องขึ้นบันไดไปหาปราสาทที่อยู่บนเขา ลองมองย้อนกลับมาทางที่เราเดิน อั้ยหยา ไกลนี่ฝ่า บันไดทางขึ้นสู่ปราสาท ทางขึ้นด้านหน้าปราสาทเป็นบันไดสูง ทำเป็นชานพักเป็นระยะๆ รวม 5 ชั้น เดินขึ้นก็ออกแนวเหนื่อยอยู่เหมือนกัน ทางเดินนี้เชื่อมกับสะพานนาคราช ซึ่งเปรียบเสมือนจุดเชื่อมต่อระหว่างดินแดนแห่งมนุษย์และสรวงสวรรค์ พอเราเดินพ้นมาขึ้นบันไดปราสาทเหมือนกำลังขึ้นสวรรค์ตามความเชื่อของชาวขอมผู้สร้างปราสาทนี้

ปราสาทหินพนมรุ้ง

ปราสาทหินพนมรุ้ง  ที่เมื่อเรามาถึงพระอาทิตย์ก็ค่อยๆ ลับหายไปด้านหลังปราสาท ลักษณะของปราสาทหินที่นี่และอีกหลายๆ ที่อย่างพิมาย หรือสด๊กก๊อกธม จะเห็นปรางสูงเด่นอยู่ตรงกลางแล้วล้อมรอบด้วยกำแพงหินมีช่องประตูทางเข้าเรียกว่าโคปุระ บางทีเห็นจากรูปนึกว่าเป็นอาคารหลังเดียวยาวๆ แต่ความจริงเป็นแค่กำแพงล้อมสี่ด้านข้างในมีพื้นที่กว้างขวางมีอาคารอีกเยอะแยะเลย จะว่าไปก็เหมือนกับวัดที่มีโบสถ์หลังใหญ่ๆ มีกำแพงแก้วล้อมรอบมีเจดีย์มีวิหารอยู่ในกำแพงอะไรทำนองนั้น

    ที่ปราสาทหินพนมรุ้งนี้ถ้าสังเกตุดูจะเห็นอะไรแปลกๆ วันที่พระอาทิตย์ขึ้นตรงประตู 15 ช่อง วันนั้นพระอาทิตย์จะตกไม่ตรงช่องประตู แต่วันไหนที่พระอาทิตย์ตกตรงประตู 15 ช่อง วันนั้นพระอาทิตย์จะขึ้นไม่ตรงประตู งงมั้ย งงเด้ งงเด้ ไม่เชื่อลองไปดู วันที่พระอาทิตย์ตกตรงประตูกับขึ้นตรงช่องประตูจะต่างกัน 1 เดือน เป็นเรื่องมหัศจรรย์พันลึกที่เกินขึ้นมานานนับพันปี สุดยอดจริงๆ

ปราสาทปรางค์ประธาน

ปราสาทปรางค์ประธาน เอาข้อมูลเชิงวิชาการนะ ปรางค์ประธานตั้งอยู่ตรงศูนย์กลางของลานปราสาทชั้นใน องค์เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุมมณฑป ห้องโถงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าเชื่อมอยู่ทางด้านหน้าที่ส่วนประกอบของปรางค์ประธานตั้งแต่ฐานผนังด้านบนและด้านล่าง เสากรอบประตู เสาติดผนัง ทับหลัง หน้าบัน ซุ้มชั้นต่าง ๆ ตลอดจนกลีบขนุน ก่อด้วยหินทรายสีชมพูมีผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุมกว้าง 8.20 เมตร สูง 27 เมตร ด้านหน้าทำเป็นมณฑปโดยมีอันตราละหรือฉนวนเชื่อมปราสาทประธานนี้ เชื่อว่า สร้างโดย นเรนทราทิตย์ ซึ่งเป็นผู้นำปกครองชุมชนที่มีปราสาทพนมรุ้งเป็นศูนย์กลาง ราวพุทธศตวรรษที่ 17

    ภายในลานชั้นในด้านตะวันตกเฉียงใต้ มีปรางค์ขนาดเล็ก 1 องค์ ไม่มีหลังคา (มุมซ้ายของภาพ) ด้านในมีรอยพระพุทธบาทจำลอง จากหลักฐานทางศิลปกรรมที่ปรากฏ เช่น ภาพสลักที่หน้าบัน ทับหลัง บอกให้ทราบได้ว่าปรางค์องค์นี้สร้างขึ้นก่อนปรางค์ประธาน มีอายุในราวพุทธศตวรรษที่ 16

    นอกจากนี้ยังมีฐานปรางค์ก่อด้วยอิฐซึ่งมีอายุเก่าลงไปอีก คือประมาณพุทธศตวรรษที่ 15 อยู่ด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือขององค์ประธาน และที่มุมทิศตะวันออกเฉียงเหนือและทิศตะวันออกเฉียงใต้ มีอาคารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าก่อด้วยศิลาแลง มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 18 ร่วมสมัยกันกับพลับพลาที่สร้างด้วยศิลาแลงข้างทางเดินที่เรียกว่า "โรงช้างเผือก"

ทั้งหมดนี้ก็ลองๆ ไปศึกษากันเพิ่มเติมดูนะ เราขอไม่บรรยายสาระหนักจนเกินไปดีกว่า เอาแบบว่าอันไหนน่าสนใจก็จะเก็บรายละเอียดมาให้อ่านๆ กัน

อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง

อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง เอาละเมื่อเดินมาถึงปราสาทตรงกลางที่เรียกว่าปรางค์ประธานแล้วก็ไม่มีอะไรนอกจากเดินถ่ายรูปรอบๆ ชมความสวยงามเท่าที่เราจะมองเห็นได้ ถ้ามองทั้งปราสาทก็จะเห็นความสวยงามที่เป็นปราสาท แต่ลองมองดูจุดเล็กๆ ที่มาประกอบกันเป็นปราสาทเราจะเห็นก้อนหินแต่ละก้อนแกะสลักลายต่างๆ สวยมากๆ และยังอยู่สมบูรณ์อยู่หลายก้อนจนไม่น่าเชื่อ

ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์

ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ บนกรอบประตูด้านหน้าปรางค์ประธานเป็นและภาพศิวนาฏราช สิ่งที่เป็นไฮไลท์ของปราสาทหินพนมรุ้ง คือทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ที่ถูกโจรกรรมไป ดังที่คาราบาวเขาแต่งเพลงทับหลังร้องขึ้นมา ว่า เอาไมเคิล แจ็คสันคืนไป เอาพระนารายณ์คืนมาาาาา จนเป็นเพลงฮิตมากในช่วงนั้น

    ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ ที่ปราสาทหินพนมรุ้ง นับเป็นโบราณวัตถุที่มีชื่อเสียงมากที่สุด ที่ถูกโจรกรรมไป เมื่อราวปี พ.ศ. 2503 และถูกนำไปจัดแสดงอยู่ที่สถาบันศิลปะชิคาโก ประเทศสหรัฐอเมริกา แต่ในที่สุดชาวไทย นำโดยรัฐบาลและหม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล ก็ได้ทับหลังชิ้นนี้กลับคืนมา ทันวันพิธีเปิดอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งพอดี เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2531 คำว่า "ทับหลัง" หมายถึงแผ่นศิลา หรือ แผ่นหินที่วางทับอยู่บริเวณเหนือกรอบประตู จึงเรียกว่าทับหลัง ส่วนมากจะมีการสลัก หรือ จำหลักเป็นรูปภาพ หรือลวดลายต่างๆตามคติความเชื่อของศาสนาพราหมณ์ ภาพจำหลักรูป นารายณ์บรรทมสินธุ์ หรือ พระวิษณุอนันตศายินปัทมนาภา เป็นเรื่องเล่าในศาสนาพราหมณ์ ลัทธิไวษณพนิกาย ซึ่งเรื่องนี้จะแสดงถึงคติความเชื่อ การสร้างโลกและการสิ้นสุดของโลก เป็นเรื่องของการวนเวียนไม่มีที่สิ้นสุดของธรรมชาติ

ทับหลังประตูหน้าปราสาท

ทับหลังประตูหน้าปราสาท ประตูพลับพลาชั้นแรก สร้างด้วยศิลาแลงสีชมพู ยังปรากฏลวดลายงดงามอยู่ โดยตามจุดต่างๆจะมีภาพจำหลักลายที่ซุกซ่อนเรื่องราวต่างๆไว้ ผู้ที่ต้องการชมความงดงามของลายต่างๆ ต้องดูให้ดีๆ จะเห็นลวดลายแปลก เช่น ฤาษีนั่งอ่านตำราแต่ออกแนวนู้ด ภาพสตรีผู้สูงศักดิ์เปลือยอก นางอัปสรรำ ภาพกลุ่มนักดนตรีในขบวนแห่งานพิธี ไม่เชื่อก็ลองไปพิสูจน์ด้วยตัวเองนะ

ศิวลึงค์

ศิวลึงค์ ตั้งอยู่กลางปรางประธานไม่ว่าจะเดินมาจากทางทิศไหน ศิวลึงค์ ก็จะอยู่ตรงกลาง ถือเป็นสิ่งสำคัญของปราสาทขอม

    นอกจากศิวลึงค์ในปราสาทหินพนมรุ้งยังมีอะไรในปราสาทให้เราได้ชมอีกลองไปเดินๆ ดู ยิ่งถ้าอ่านตรงป้ายที่เขียนกำกับเอาไว้เราก็จะยิ่งได้ความรู้มาก แต่ถ้าเน้นถ่ายรูปกับเซลฟี่ที่นี่มีมุมให้เยอะเลยละแต่งตัวสวยๆ ไปลองเดินๆ ถ่ายสักรอบแปบเดียวรูปเพียบแน่นอน

โคนนทิ

โคนนทิ  วัวเผือกเพศผู้ เป็นพาหนะของศิวะเจ้า กำเนิดของโคนนทินั้น บ้างก็ว่าเป็นเทวดาองค์หนึ่ง นับถือกันว่าเป็นเทพเจ้าแห่งสัตว์จตุบาท มีวิมานอยู่บนเขาไกรลาส เมื่อพระอิศวรจะเสด็จ จึงเปลี่ยนร่างกลายเป็นโคให้พระองค์ทรงไป แต่บางตำราก็ว่าเกิดจากแม่ซึ่งเป็นของวิเศษที่ได้จากการกวนเกษียรสมุทร กับพ่อที่เป็นมหาเทพ ซึ่งได้ถวายลูกตนให้เป็นพาหนะของศิวะ ในประเทศไทยมีโคนนทินั่งอยู่ที่ปราสาทหินพนมรุ้งเท่านั้น

    จากศิวลึงค์มองออกไปประตูด้านข้างเราจะเห็นร่องน้ำต่อออกจากปราสาทยาวออกไปที่ลานด้านข้างเกือบถึงกำแพง

พระอาทิตย์ขึ้นตรงประตู 15 ช่อง

พระอาทิตย์ขึ้นตรงประตู 15 ช่อง พระอาทิตย์ขึ้นที่ปราสาทหินพนมรุ้ง พระอาทิตย์ขึ้นตรงประตู 15 ช่องจะเกินขึ้นที่นี่ 6 วันใน 1 ปี ที่คนนิยมมาดูมากที่สุดคือช่วงต้นเดือน เมษายน ส่วนอีก 3 วันจะเกิดในเดือน ตุลาคม นอกจากพระอาทิตย์ขึ้นตรงประตู 15 ช่อง ยังมีวันที่พระอาทิตย์ตกตรง 15 ช่องด้วยนะ จะเกิดขึ้นในเดือน มีนาคม กับ กันยายน เป็นแบบนี้ทุกปี เมื่อก่อนคนไม่ค่อยรู้จะมาดูเดือนเมษายนอย่างเดียว แต่ตอนนี้ไม่ว่าเดือนไหนคนก็เยอะ แต่ช่วงตุลาคมคนจะน้อยกว่าอีก 3 เดือนเพราะช่วงนั้นเป็นหน้าฝนบางทีมาดูแต่ไม่เห็นพระอาทิตย์ขึ้นเลยก็มี

    ปล. ปรากฏการณ์นี้เป็นปรากฏการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นไม่บ่อย แม้แต่วันที่พระอาทิตย์ขึ้นตรงที่มีไม่กี่วันในแต่ละปียังมีวันที่ฝนฟ้าไม่เป็นใจเมฆหมอกมาบดบังซะอีกก็เป็นไปได้ คนก็แห่มาดูด้วยความอยากเห็นกันทั้งนั้น จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะถ่ายรูปสวยๆ ได้อย่างเมื่อก่อน ภาพนี้เราเลยอาศัยการซ้อนภาพปราสาทกับพระอาทิตย์ขึ้นตรงประตู 15 ช่องด้วยการถ่ายคนละวันกันนะ

พระอาทิตย์ขึ้นที่พนมรุ้ง

พระอาทิตย์ขึ้นที่พนมรุ้ง  ในความเป็นจริงถ่ายได้ประมาณนี้เพราะคนเยอะมากเลยถ่ายเจาะเอาแต่ข้างในประตู บางคนโชคดีเอามือถือมาถ่ายแต่ได้ทั้งบานประตูมาสวยๆ ก็เป็นไปได้ อยากมาชมก็ต้องลองดูนับเป็นประสบการณ์แปลกใหม่ที่น่าตื่นเต้นและหายากมากทีเดียวเลยนะ

ปราสาทหินพนมรุ้ง

 ปิดท้ายกันด้วยภาพปราสาทหินพนมรุ้งในตอนเช้าแต่เป็นภาพเก่าที่ถ่ายตั้งแต่ปี 2008 เอามาพอให้ได้รู้ว่าถ้ามาจุดนี้ตอนเช้าภาพตามแสงของปราสาทสวยๆ จะเป็นแบบนี้จ้า

ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงตรงนี้ ขอบคุณที่ติดตามทัวร์ออนไทย ไว้พบกันใหม่เรื่องต่อไป ประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง จ้า

ขอบคุณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานสุรินทร์ 

แผนที่ ปราสาทหินพนมรุ้ง และสถานที่ใกล้เคียง

เส้นทางไปปราสาทหินพนมรุ้ง บุรีรัมย์