หน้าหลัก >> ตราด >> หมู่เกาะช้าง

หมู่เกาะช้าง


 

 เกาะช้างเดิมเป็นส่วนหนึ่งของอำเภอแหลมงอบ แต่ปัจจุบันถูกตั้งเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดตราด มีสถานที่ราชการทั้งที่ว่าการอำเภอ สถานีตำรวจ โรงพยาบาล และก่อตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง มีเนื้อที่ประมาณ 429 ตารางกิโลเมตร หรือกว่า 2.6 แสนไร่ เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะทะเลอ่าวไทย และใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศไทย รองจากเกาะภูเก็ต ห่างจากฝั่งแหลมงอบประมาณ 8 กิโลเมตร มีเกาะบริวารประมาณ 52 เกาะ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามที่รู้จักกันดี เช่น เกาะคลุ้ม เกาะเหลายา เกาะง่าม เกาะไม้ซี้ใหญ่ เกาะหวาย เกาะกระ เกาะรัง เกาะมันนอก เกาะมันใน เกาะกระดาด เกาะหมาก เกาะขาม ฯลฯ จึงเรียกรวมๆ ว่า หมู่เกาะช้าง บนเกาะช้างมีหาดทรายขาวสะอาดหลายแห่ง พื้นที่บางส่วนเป็นเขา ยอดเขาที่สูงที่สุดมีความสูง 743 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง บางส่วนเป็นป่าชายเลน ชาวบ้านส่วนใหญ่ทำอาชีพประมง แต่ก็มีชาวสวนปลูกผลไม้และยางพาราบนเกาะด้วย ชายหาดธรรมชาติสวยงามอยู่มากมายเรียงรายอยู่ตลอดชายฝั่งด้านตะวันตก เช่น หาดทรายขาว หาดคลองพร้าว หาดไก่แบ้ เชื่อมโยงกันด้วยถนนสายหลักสายเดียวที่มีความคดเคี้ยวลาดชันไปตามสภาพ รวมระยะทางประมาณเกือบ 50 กิโลเมตร (บางเบ้า - สลักเพชร) มีปั๊มน้ำมัน ปตท. เป็นปั๊มหลัก

    เกาะช้างตั้งอยู่ทำเลที่มีลมมรสุมผัดผ่าน ได้รับอิทธิพลทั้งจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ในช่วงเดือน พฤษภาคม-ตุลาคม ชายฝั่งด้านตะวันตกซึ่งเป็นด้านรับลมจะมีคลื่นลมแรง การไปเที่ยวเกาะช้าง ควรไป ประมาณเดือนพฤศจิกายน-พฤษภาคม

    เรือข้ามฟากเกาะช้าง

ท่าเทียบเรือแหลมงอบ
เป็นเรือโดยสาร (เรือประมงดัดแปลง) ค่าเรือโดยสาร 50 บาท
ใช้เวลาประมาณ 45 นาที มีเรือออกทุกชั่วโมง
ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น.
เรือกลับจากเกาะช้างมีหลายเที่ยว ตั้งแต่เวลา 07.00-16.00 น.
โทร. 0 3959 7197, 0 3959 7299

ท่าเรือเซ็นเตอร์พอยท์เฟอร์รี่
จากท่าเรือแหลมงอบอยู่ห่างลงมาทางใต้ประมาณ 500 เมตร
อัตราค่าโดยสารไปกลับราคาคนละ 100 บาท รถยนต์ 4 ล้อ ไปกลับ ฟรี
ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 45 นาที
มีเรือออก เที่ยวไป ตั้งแต่เวลา 06.00–18.00 น.
เที่ยวกลับ เวลา 06.00–19.00 น.
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 3953 8196.

ท่าเรือเฟอร์รี่อ่าวธรรมชาติ รถยนต์ 4 ล้อ พร้อมคนขับคันละ 150 บาท นักท่องเที่ยวคนละ 60 บาท
ใช้เวลาในการเดินทาง 45 นาที
มีเรือออกทุกๆ 30 นาที
เที่ยวไป ตั้งแต่เวลา 07.00–19.00 น.
เที่ยวกลับ 07.00–18.00 น.
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0 3959 7143, 0 3959 7434, 0 3952 1661 (เบอร์โทรที่ฝั่งอ่าวสับปะรด เกาะช้างเฟอร์รี โทร. 0 3952 8288-9.)

ท่าเรือเฟอร์รี่เกาะช้าง โทร. 039-518588, 081-9435872

หมายเหตุ ราคาอาจจะมีการเปลี่ยนแปลง สอบถามราคาและสภาพอากาศก่อนเดินทาง

การเดินทางไปหมู่เกาะช้าง ตราด

ติดต่อสอบถาม:
ททท.สำนักงานตราด โทร. 0 3959 7259-60
http://www.tourismthailand.org/trat

เรือเฟอร์รี่เกาะช้าง

เรือเฟอร์รี่เกาะช้าง  การเดินทางไปยังเกาะช้างก็เหมือนเกาะอื่นๆ คือต้องอาศัยเรือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกาะที่สามารถเอารถข้ามไปขับบนเกาะได้เรือข้ามฟากก็ต้องลำใหญ่กว่าเกาะที่เอารถข้ามไปไม่ได้ การเลือกบริการเรือเฟอร์รี่ก็แล้วแต่ประสบการณ์ของแต่ละคน ถ้าใครมาหลายครั้งก็จะรู้ว่าของใครบริการดีกว่ากัน แต่ทุกครั้งที่เราไปเกาะช้างเราใช้บริการของอ่าวธรรมชาติ เราบอกไม่ได้ว่าที่นี่ดีที่สุดหรือเปล่าเพราะเราไม่เคยใช้บริการเจ้าอื่น แต่เรื่องราคานับว่าไม่ต่างกันมาก จะอยู่ที่เวลามากกว่าที่มีผล ใครมาเที่ยวก็อยากจะข้ามฟากไปเร็วๆ ด้วยกันทั้งนั้น ถ้าเป็นไปได้แนะนำให้มาเที่ยววันธรรมดา การต่อคิวขึ้นเรือจะบางตากว่าวันหยุด อีกเทคนิคหนึ่งของเราก็คือมาให้ถึงทันขึ้นเรือเที่ยวแรก เวลา 7.00 น. แทบจะไม่มีใครข้ามฟาก เรามาถึงก็ได้ข้ามทันที คุ้มกับที่ออกจากกรุงเทพฯ ตั้งแต่เที่ยงคืนแล้วมาจอดนอนรอเวลา อีกไม่นานก็ได้ไปแล้ว

ศาลเจ้าพ่อเกาะช้าง

ศาลเจ้าพ่อเกาะช้าง  เราก็เหมือนกับนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ ระหว่างที่เรือพาเราข้ามฟากใช้เวลาประมาณ 45 นาที ระหว่างนั้นก็หาอะไรถ่ายไปเรื่อย โดยเฉพาะฝั่งที่เรากำลังเคลื่อนออกมาเรื่อยๆ แล้วก็วิวเกาะช้างที่กำลังจะใหญ่และชัดขึ้นตามระยะทางของเรือที่เหลือน้อยลงไปทุกนาที เช้าวันนี้อากาศไม่แจ่มใสเท่าไหร่ มีเมฆปกคลุมเยอะมากจนน่ากลัวว่าฝนจะตกลงมาระหว่างการเดินทางเก็บภาพของเรา ซึ่งนั่นก็หมายความว่าเราจะได้ภาพที่ไม่สวยเอาซะเลย เหมือนกับเมื่อครั้งที่เราเคยมาเกาะช้างแล้วไม่ได้รูปอะไรมาเขียนรีวิวเมื่อหลายปีก่อนจนทำให้เราต้องกลับมาใหม่ในปีนี้

 หลังจากที่เรือเฟอร์รี่จอดเทียบท่าบนเกาะช้าง ทีแรกกะว่าจะหาจังหวะถ่ายท่าเรือมาด้วยแต่รถที่ลงจากเรือที่อยู่ข้างหลังเราคงไม่ค่อยพอใจแน่ถ้าอยู่ดีๆ เราจะจอดรถถ่ายรูป เราก็เลยได้แต่ขับออกจากท่าเรือแล้วก็เลี้ยวขวาไปตามป้ายบอกชื่อสถานที่ท่องเที่ยวที่มีมากกว่าด้านซ้าย ถึงแม้ว่านี่จะเป็นการมาครั้งที่สอง แต่ข้อมูลเก่าๆ ในความทรงจำแทบไม่มีเลยเพราะมัวแต่หลบฝนอยู่ในห้องนั่นเอง

 จากท่าเรือมาไม่ไกลเส้นทางก็เริ่มเป็นทางขึ้นเขาไม่กี่โค้งเราก็มาถึงศาลเจ้าพ่อเกาะช้างก่อนเลย ด้วยเหตุที่ว่าเป็นทางขึ้นเขาพอดีและเป็นทางโค้งมีรถตามหลังมาเยอะ เลยยังไม่ได้เลี้ยวเข้ามาที่ศาลเจ้าพ่อ แต่ขับเลยลงเขาไปอีกหน่อยเจอร้านอาหารตามสั่งก็เลยแวะจัดการอาหารเช้ากันก่อน แล้วค่อยย้อนขึ้นมาศาลเจ้าพ่อเกาะช้างเพื่อขอพรเป็นสิริมงคลระหว่างการเดินทาง แน่นอนละว่าต้องขอเจ้าพ่อเกาะช้างให้บันดาลท้องฟ้าที่สดใส เพื่อให้ได้ภาพสวยๆ มาบอกต่อให้เพื่อนๆ ชมกัน ช่วงที่เรามาเป็นหน้าร้อนปกติท้องฟ้าควรจะสดใสสวยงาม แต่บังเอิญมีพายุเล็กๆ พัดเข้ามาใกล้บ้านเราส่งผลให้มีฝนตกในภาคตะวันออก และตรงกับวันที่เรากำหนดว่าจะเดินทางพอดี (ให้มันได้ยังงี้สิ) แต่พอได้มาไหว้ศาลเจ้าพ่อเกาะช้างขอพรให้ฟ้าใส ลองดูกันสิว่าเราได้ฟ้าสวยขนาดไหนกลับมาฝากจากเกาะช้างบ้าง เรื่องนี้ผมเชื่อ 100% เลยครับว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง (ผมขอแบบนี้ทุกครั้งเวลาออกทริปเก็บภาพ ได้ผลทุกครั้งครับ) เพราะฉะนั้นเลยแนะนำว่าเวลามาเที่ยวเกาะช้างยังไงก็มาไหว้ศาลเจ้าพ่อเกาะช้างก่อนเป็นสิริมงคลแก่ตัวครับ

advertize

จุดชมวิวต้นไม้แห่งรัก

จุดชมวิวต้นไม้แห่งรัก  ไม่รู้ว่าที่นี่มีที่มายังไง หลังจากขับรถออกจากศาลเจ้าพ่อเกาะช้างเราก็มาถึงอีกเนินหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลกันมาก มีรถจอดเรียงกันหลายคันทั้งรถยนต์รถมอเตอร์ไซค์แล้วเราก็เห็นวิวนี้จนต้องแวะเข้าไปจอดเรียงกับเค้าด้วยอีกคัน มองลงไปเบื้องล่างเป็นวิวที่ทำให้รู้ทันทีเลยว่าถ่ายมาจากเกาะช้างแน่นอน หมู่บ้านด้านล่างจะเป็นหาดแรกๆ ของเกาะช้างในกรณีที่เราเลี้ยวขวามาจากท่าเรือ เพราะถ้าเลี้ยวซ้ายมันก็จะมีหาดอื่นๆ อีก ในแผนที่ไม่ยักกะเขียนว่า จุดชมวิวต้นไม้แห่งรัก บนเนินเขานี้มีต้นไม้อยู่ต้นเดียวใหญ่ๆ รายล้อมด้วยหินก้อนโตๆ บนต้นไม้มีป้ายเขียนว่าต้นไม้แห่งรัก เราก็ยึดเอาชื่อนี้มาใช้ซะเลย ดูจากแผนที่เที่ยวเกาะช้างคาดว่าข้างล่างน่าจะเป็นหาดทรายขาว ซึ่งทรายก็ขาวสมชื่อน้ำทะเลใสๆ สีเขียวทำให้เกาะช้างเป็นสถานที่พักผ่อนที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของบ้านเรานอกเสียจากว่าจะมาช่วงมรสุมอะนะ

ต้นไม้แห่งความรัก Tree of Love

ต้นไม้แห่งความรัก Tree of Love  ป้ายไม้แผ่นเล็กๆ เขียนชื่อเอาไว้แบบง่ายๆ ก็เลยเรียกตามป้ายไปเลย ต่อไปถ้าจะมีใครเอาสลิงมาขึงเป็นแนวป้องกันการพลัดตกผา แล้วใช้เป็นที่คล้องกุญแจรักเหมือนเกาหลีจะไม่แปลกใจเลยละ

ที่ทำการอุทยานฯ

ที่ทำการอุทยานฯ  จากต้นไม้แห่งรักขับมาเรื่อยๆ ด้วยความที่เราเป็นคนมาเที่ยวเกาะช้างแบบมือใหม่ข้อมูลอะไรก็ไม่มีมาก ก็ต้องการที่พึ่งสักหน่อยเห็นที่ทำการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้างตั้งอยู่ซ้ายมือเลยแวะเข้าไปเผื่อว่าจะได้ข้อมูลดีๆ ประกอบการเดินทาง ซึ่งเราก็ได้โบรชัวร์ที่เที่ยวภายในอุทยานมา พร้อมกับคำแนะนำว่าในช่วงหน้าร้อนมีน้ำตกน่าเที่ยวอยู่ที่เดียวก็คือน้ำตกคลองพลู ที่เหลือก็เที่ยวทะเลและหมู่เกาะบริวารของเกาะช้าง เอาละได้ข้อมูลแล้วก็เดินทางกันต่อ ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่อุทยานฯ มา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ อ้อสิ่งสำคัญที่จะต้องบอกกล่าวกันหน่อยก็คือ 1 มิถุนายนนี้ จะเริ่มเก็บค่าเข้าเกาะรัง คนไทยผู้ใหญ่ 40 บาทนะครับ (ก่อนหน้านี้ไม่เก็บ) จึงประกาศมาเพื่อทราบ

advertize

บ้านคนช้าง

บ้านคนช้าง  เป็นปางช้างหนึ่งใน 6 แห่งบนเกาะช้าง แต่ละแห่งมีจำนวนช้างไม่เท่ากัน ที่นี่มีช้างประมาณ 11 เชือก ปกติจะมีการขึ่ช้าง การให้อาหารช้าง โชว์ช้างเล่นน้ำ ที่เราเลือกแวะเข้ามาปางช้างที่นี่เพราะอยู่ตรงทางเข้าน้ำตกคลองพลูที่เราจะไปอยู่พอดี ระหว่างทางจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้างมายังที่นี่ก็ผ่านที่เที่ยวหลายแห่งแต่เห็นท้องฟ้าครึ้มทำท่าไม่ดีถ่ายหาดก็คงไม่สวย การจัดการกับเวลาในระหว่างออกทริปก็เป็นกลยุทธที่ดีให้ได้ภาพดีๆ กลับมา ฟ้าครึ้มเข้าน้ำตก ฟ้าใสออกทะเล เป็นกฎง่ายๆ แต่เห็นผลชะงัดนัก

น้ำตกคลองพลู

น้ำตกคลองพลู  เป็นน้ำตกที่สวยที่สุดในเกาะช้าง ในระหว่างฤดูแล้งที่ทะเลสวยน้ำตกก็จะมีน้อย ถ้าอยากได้ภาพน้ำตกสวยๆ ก็ต้องมาหน้าฝนซึ่งทะเลก็จะขุ่น อันนี้ปฏิเสธกันไม่ได้ น้ำตกคลองพลูต้องเดินเข้าไปประมาณ 500 เมตร ไม่ลำบากลำบนอะไร แต่จะบอกว่าไม่เหนื่อยก็คงไม่จริง โดยเฉพาะช่วงอากาศร้อนๆ นี่อย่าบอกใครเชียว น้ำตกสายนี้มีน้ำตลอดปีในหน้าแล้งถ้าไปน้ำตกอื่นอาจจะผิดหวังกลับมาก็ได้ ด้วยเหตุผลนี้ทำให้นักท่องเที่ยวโดยเฉพาะฝรั่งเค้าชอบเข้ามาเที่ยวที่นี่ ถึงแม้ว่าคนอยากมาเกาะช้างเพื่อมาเที่ยวทะเลแต่บางทีเราก็อยากเล่นน้ำจืดมากกว่า ไหนๆ ก็มาแล้วเที่ยวให้ครบเลยดีกว่าว่ามั้ยละ พอเราเข้ามาถึงน้ำตกดูเหมือนว่าคนไทยจะกลายเป็นชนกลุ่มน้อยไปเลยเพราะฝรั่งเข้ามากันเยอะจริงๆ

จุดชมวิวไก่แบ้

จุดชมวิวไก่แบ้  ออกจากน้ำตกคลองพลูก็ไปยังจุดต่อไป พอดีเห็นท้องฟ้าเริ่มมีสีฟ้าสดใสเราก็เลือกจุดชมวิวไก่แบ้เป็นเป้าหมายต่อไปเพราะอยู่ไม่ไกลจากน้ำตกมากนัก ที่นี่เป็นจุดชมวิวที่ว่ากันว่าสวยที่สุดบนเกาะช้าง แต่ในบางที่เค้าก็บอกว่ามีจุดชมวิวที่สวยกว่านี้แต่ต้องเดินป่าขึ้นเขาเรียกว่าเกาะช้างใต้ แต่ในเมื่อเรายังไม่เห็นกับตาเราก็ว่าไก่แบ้สวยที่สุดไว้ก่อน ชื่ออย่างเป็นทางการของที่นี่ก็คือ จุดชมวิวฐานเฝ้าระวังที่ 4 ไก่แบ้ เรียกได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง (ซึ่งที่จริงก็ทั้งเกาะรวมเกาะบริวารด้วย จะเขียนเรื่องเกาะช้างหรืออุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้างก็คงจะเป็นเรื่องเดียวกัน)

 คนที่มาเกาะช้างยังไงๆ ก็ต้องแวะมาถ่ายรูปที่นี่จนรูปมุมนี้กลายเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของเกาะช้างไปแล้ว

หาดไก่แบ้

หาดไก่แบ้  หลังจากที่ยืนชมวิวอยู่บนจุดชมวิวได้พักใหญ่ แดดก็เริ่มส่องแสงแรงขึ้นๆ แน่นอนว่าเราต้องรีบย้ายจากจุดชมวิวไปยังชายหาด สภาพอากาศครึ้มๆ แดดๆ แบบนี้คาดเดาอะไรไม่ได้ รู้แต่ว่าถ้าแดดออกต้องไปหาด ถ้าไม่มีแดดก็เที่ยวตามน้ำตกหรือไม่ก็ตลาดหมู่บ้านชุมชน ฯลฯ หาดบนเกาะช้างมีอยู่หลายหาดด้วยกันแต่ที่รู้จักกันจริงๆ มีไม่กี่หาด แต่ละหาดมีรีสอร์ทคลุมพื้นที่ไปหมดแต่เราจะลงเล่นน้ำที่หาดไหนก็ได้ ทางรีสอร์ทเองก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรมากแต่ตอนเดินลงไปหาดมันอาจจะเขินๆ อยู่สักหน่อย อย่างที่นี่ก็มีรีสอร์ทชื่อไก่แบ้ฮัทรีสอร์ทจะจองจะสอบถามราคาเข้าไปเว็บเค้าเลยครับ

www.kaibaehutresort.com
www.facebook.com/kaibaehutresort
081-8628426, 039-557142

 มีบริการสปิดโบ๊ทด้วย ชื่อ น.ไก่แบ้ฮัทสปีดโบ๊ท 081-9829870, 081-8176832

 จากหาดไก่แบ้เดินทางต่อไปยังหาดคลองพร้าวใช้เวลาไม่ถึงอึดใจเพราะเป็นหาดที่อยู่เกือบต่อกันเลย ที่หาดคลองพร้าวก็จะมีคลองพร้าวรีสอร์ทเป็นรีสอร์ทค่อนข้างหรู หาดสวยน้ำใส ปกคลุมไปด้วยแนวต้นสน ฝรั่งจะชอบหาดคลองพร้าวมากส่วนคนไทยจะเห็นเป็นส่วนน้อย

แหลมไชยเชษฐ์

แหลมไชยเชษฐ์  เป็นจุดชมวิวที่สวยงามแปลกตาด้วยโขดหินสูงใหญ่ยื่นเข้าไปในทะเล ก่อนที่จะเดินเข้ามาถึงที่แหลมไชยเชษฐ์ต้อผ่านไชยเชษฐ์รีสอร์ท ดังนั้นก็ต้องเข้าไปติดต่อที่ล็อบบี้เพื่อขอผ่านเข้ามา จุดนี้สามารถชมวิวพระอาทิตย์ตกได้ แต่วันนี้เวลาไม่เอื้ออำนวยให้เราได้รอ แหลมแห่งนี้อยู่ห่างจากจุดชมวิวไก่แบ้ไม่มากตามเส้นทางที่เรามาจากที่ทำการอุทยานหมู่เกาะช้างมาน้ำตกคลองพลู ไปถึงไก่แบ้แล้วเราก็วกกลับ เพราะว่าแสงแดดกำลังสวยตอนมุ่งหน้ามาน้ำตกคลองพลูเราผ่านหาดต่างๆ มาเยอะ ถ้าจะเที่ยวเลยจากจุดชมวิวไก่แบ้ไปแล้วหาดไม่สวยเท่ากับขับย้อนกลับทางที่เรามา

 ทางเข้าแหลมไชยเชษฐ์สังเกตุป้ายชื่อรีสอร์ทก็เลี้ยวเข้ามาได้เลย จอดตรงลานว่างหน้าล็อบบี้

หาดไข่มุก

หาดไข่มุก  เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งบรรยากาศค่อนข้างเงียบสงบและแน่นอนว่ามีรีสอร์ทตั้งอยู่ แต่เข้ามาเที่ยวชมได้ ชื่อของหาดไข่มุกได้มาจากหินจำนวนมากที่ริมหาดที่ถูกคลื่นลมขัดเกลาจนมีรูปร่างกลมเกลี้ยงทั้งหาด เสียงคลื่นซัดเข้ามาที่หาดเป็นระลอกๆ ฟังเพลินดี บ้านพักหลังเล็กๆ เรียงรายกันเป็นที่ชื่นชอบของฝรั่งที่รักความสงบจนทำให้คนไทยอย่างเราอยากพักบ้าง

 ทางเข้าหาดไข่มุกอยู่ข้างที่ทำการไปรษณีย์ ด้านหน้าที่ทำการมีป้ายเขียน ไปรสนีย์เกาะช้าง ตัวสะกดแปลกตาน่ารักดี

แวะชมวิวระหว่างทาง

แวะชมวิวระหว่างทาง  ถนนสายเล็กๆ บนเกาะช้างที่ยาวหลายสิบกิโลเมตรพาเราผ่านจุดต่างๆ ไปเรื่อยๆ บางจุดเป็นสวน บางจุดเป็นทะเล บางช่วงเป็นเขาสูง นับเป็นเส้นทางที่น่าตื่นตาเพราะวิวที่เปลี่ยนไปไม่ซ้ำกันเลย บางช่วงก็ถูกจัดให้เป็นที่พักผ่อนนั่งรับลมเล่นๆ ชมวิวสวยๆ จุดนี้อยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ น้ำตกท่ามะยมไม่ไกลเท่าไหร่ กลางวันคนมาแวะเวียนกันเรื่อยๆ แต่ตอนเย็นก็เป็นจุดที่คนมานั่งพัก และออกกำลังกายกันพอสมควร

วัดสลักเพชร

วัดสลักเพชร  เป็นสถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งที่เราควรจะเข้าไป อย่างน้อยได้ไหว้พระทำบุญ ชมความสวยงามของพิพิธภัณฑ์ของวัด ความสำคัญของวัดแห่งนี้คือเป็นสถานที่ตั้งพลับพลาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ เมื่อครั้งเสด็จประพาสต้นเกาะช้าง

ป่าชายเลนเกาะช้าง

ป่าชายเลนเกาะช้าง  ด้านหลังของวัดสลักเพชรมีคลองสายหนึ่ง ชื่อ คลองห้วงเสด็จ เป็นคลองที่รัชกาลที่ ๕ ทรงลงสรงน้ำ และทรงสำราญพระอิริยาบถ พร้อมข้าราชบริพารที่ตามเสด็จ ข้ามคลองมาแล้วจะมีเส้นทางคอนกรีตเล็กๆ ผ่านสวนมะพร้าวเข้าไปอีกไกลพอสมควรก่อนจะถึงทางดินที่ปกติคงไม่ค่อยมีใครขับรถเข้ามาทางดินนี้ เพราะมีขนาดเล็กมาก เส้นทางทั้งหมดประมาณ 3 กิโลเมตรกว่าๆ ก็จะมาถึงจุดเริ่มต้นเส้นทางเดินศึกษาป่าชายเลนของเกาะช้างที่อยู่ในพื้นที่บ้านสลักเพชร และอีกเส้นทางหนึ่งคือบ้านสลักคอก ซึ่งมีบริการล่องเรือมาดชมบรรยากาศป่าชายเลนด้วย

 เส้นทางเดินชมป่าชายเลนที่สลักเพชร ยาวหลายร้อยเมตรสะพานปูด้วยแผ่นไม้พาเรามาสุดที่ปากอ่าววิวกว้างๆ สวยสุดสายตาระหว่างทางยังมีทุ่งโปรงทองป่าโกงกางที่ยังต้นเล็กเสมอสะพานให้ถ่ายรูปสวยๆ มาอีกด้วย

หมู่เกาะช้าง

 

หาดทรายขาว

หาดทรายขาว  หลังจากที่เดินชมป่าชายเลนอยู่จนได้เวลาอันสมควรแล้ว เราออกเดินทางจากป่าชายเลนบ้านสลักเพชรประมาณ 4 โมงเย็น ย้อนกลับตามเส้นทางสายเดิมที่มีอยู่สายเดียวบนเกาะช้าง เป็นระยะทางมากกว่า 20 กิโลเมตร เพื่อมายังหาดทรายขาวแห่งนี้ หาดทรายขาวเป็นหาดทรายที่มีทรายสีขาวสะอาดทอดยาว เป็นหาดขึ้นชื่อแห่งหนึ่งของเกาะช้าง มีรีสอร์ทมากมายเรียงรายเต็มพื้นที่ กว่าจะหาทางเดินลงหาดได้ก็ต้องอาศัยการสังเกตุป้ายที่อยู่ข้างทางว่าซอยไหนจะเขียนว่าเป็นทางลงหาดที่ไม่ต้องเดินลัดเข้ารีสอร์ทได้บ้าง เหตุเพราะเราไม่ได้พักที่รีสอร์ทจะเดินทะลุเข้าไปดื้อๆ คงไม่ดีแน่ ริมถนนช่วงไหนมีหาดสวยรีสอร์ทเยอะจะเป็นย่านการค้าของเกาะช้างไปด้วย ร้านรวงต่างๆ มากมายให้เลือกใช้บริการ แหล่งบันเทิงก็มีสลับกันไปเหมือนกับที่หาดอื่นๆ ในประเทศไทย หาดทรายขาวนอกจากจะเป็นสถานที่สำหรับลงเล่นน้ำทะเลของนักท่องเที่ยวแล้วยังเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่สวยงามมากแห่งหนึ่งของเกาะช้าง ปกติคนมาเที่ยวเกาะช้างจำนวนไม่น้อยก็จะเลือกไปรอชมพระอาทิตย์ตกที่จุดชมวิวไก่แบ้ แต่โปรแกรมการเดินทางของเรามีเวลาจำกัดและอยากจะนำเสนอที่เที่ยวบนเกาะช้างให้ได้มากที่สุด ก็เลยจัดให้หาดทรายขาวเป็นสถานที่ชมพระอาทิตย์ตกแทนแต่ก็น่าเสียดายอีกว่าวันนี้เมฆมากเหลือเกินจนแทบไม่มีหวังจะได้เห็นดวงตะวัน

พระอาทิตย์ตกหาดทรายขาว

พระอาทิตย์ตกหาดทรายขาว  ปิดท้ายการเดินทางเที่ยวเกาะช้างของเราในวันแรกอย่างไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ เมฆที่รวมตัวอยู่ทางด้านตะวันตกของเกาะมาปิดดวงอาทิตย์ในระหว่างที่กำลังจะเลื่อนลงมาแตะขอบฟ้า ยังโชคดีนักแล้วที่วันนี้ได้ภาพหาดสวยๆ มาเกือบหมดทั้งๆ ที่พยากรณ์อากาศของจังหวัดตราดจะมีฝนถึง 30% จากหาดทรายขาวที่อยู่ใกล้ท่าเรือเฟอร์รี่ ตอนนี้เราก็ต้องออกเดินทางไปหาข้าวเย็นกินกันก่อนที่จะเดินทางเข้าที่พักที่หาดใบลาน ที่เราเลือกใบลานฮัทเป็นที่พักเพราะมีราคาประหยัด และอีกอย่างก็อยู่ไม่ไกลจากบางเบ้าซึ่งเป็นท่าเรือสำหรับไปเที่ยวดำน้ำดูปะการังตามหมู่เกาะอื่นๆ มากนัก แต่ระยะทางจากหาดทรายขาวไปบางเบ้านี่อย่าให้เซด เพราะเราต้องขับผ่านหาดไข่มุก หาดคลองพร้าว แหลมไชยเชษฐ์ หาดไก่แบ้ ฯลฯ ทั้งหมดที่เราขับผ่านมาแล้วในตอนกลางวัน จากไก่แบ้ไปบางเบ้าอีกไกลโข แต่ถ้าไม่เรียงโปรแกรมตามนี้แล้วภาพที่ได้อาจจะไม่สวยเท่านี้ก็เป็นได้ ถ้าจะไปกันจริงๆ ไม่ต้องยึดตามนี้เป๊ะๆ ให้พิจารณาความเหมาะสมความสะดวกและสภาพอากาศ ณ วันนั้นจะดีกว่าโดยเฉพาะคนถ่ายรูปต้องคิดให้ละเอียดหน่อยก่อนที่จะเดินทาง

ท่าเรือบางเบ้า

ท่าเรือบางเบ้า  เป็นท่าเรือยอดนิยมมากสำหรับโปรแกรมดำน้ำดูปะการัง ปกติบนเกาะช้างมีแผงขายแพคเกจดำน้ำอยู่ทั่วไปตามย่านการค้า หรือจะให้ง่ายสุดสอบถามรีสอร์ทที่เราพักนั่นแหละ ใบลานฮัทที่เราพักเลือกให้เราไปดำน้ำ 4 เกาะ เรียกว่าวันเดย์ทริป คือใช้เวลาทั้งวันเช้ายันเย็น 4 เกาะที่ว่านั้นประกอบไปด้วย เกาะยักษ์ใหญ่ เกาะรัง เกาะโล้น และเกาะหวาย โปรแกรมนี้ทำให้เราเลือกแบบไม่ต้องคิดมาก เหตุผลข้อแรกคือ เราไม่เคยไปซักเกาะ เหตุผลอีกข้อหนึ่งคือ เราต้องการไปเกาะหวาย ที่จริงอยากไปเกาะหวายเกาะเดียวเลย แต่เนื่องจากไปกันแค่ 2 คน ถ้าจะเหมาเรือไปกันเองก็ใช่ที่ ราคาจะสูงลิบลิ่วเลยล่ะ ก็เลยเลือก 4 เกาะแบบจอยกับคนอื่นที่ใครๆ ก็นิยมทำกัน รถสองแถวที่เขียนบนหลังคาว่า Taxi มารับเราตอน 8 โมงหลังจากที่จิบกาแฟ กินข้าวต้มของรีสอร์ทเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ปรากฏว่ารถเต็มจนขึ้นไม่ได้เพราะวันนี้มีแขกใช้บริการทัวร์ตามรีสอร์ทต่างๆ เยอะมากโดยไม่ได้โทรบอกทางเรือล่วงหน้าเลยเตรียมรถมาให้ไม่พอ โชคดีว่าเราเอารถมาเองนอกจากได้ตระเวนเที่ยวรอบเกาะตามอำเภอใจแล้ว เรายังขับรถเราตามสองแถวไปยังท่าเรือบางเบ้าได้ด้วย

 ชุมชนบางเบ้าเป็นชุมชนที่ชาวบ้านอาศัยอยู่เยอะพอสมควร ตั้งอยู่เกือบสุดถนนบนเกาะช้าง มีสถานีอนามัย และรีสอร์ทสไตล์มัลดีฟอยู่หลายแห่ง เดินเรื่อยลงมาสุดถนนก็จะเป็นสะพานยาวลงไปกลางทะเลเป็นท่าเทียบเรือมีวิวสวยๆ ให้เราถ่ายรูปเรื่อยๆ ไป ระหว่างทางก็มีร้านขายของมากมายหลายอย่างเรียงรายกันเหมือนเดินอยู่กลางตลาด ไม่ว่าจะเป็นของทะเล ของฝาก เสื้อผ้า อาหาร ซอยเล็กๆ แบ่งแยกออกไปเข้ารีสอร์ท เกสต์เฮาส์ อีกหลายแห่ง พอเดินมาถึงเรือที่รีสอร์ทของเราติดต่อให้ทุกคนขึ้นเรือแล้วเรือก็ออกทันที เหมือนกับเรือของบริษัทอื่นๆ ก็พากันทะยอยออกทะเลไปตามๆ กันเพื่อใช้เวลาในการเที่ยวดำน้ำให้คุ้มค่า สะพานเทียบเรือเป็นสามแฉกเหมือนกับที่บาลีไฮของพัทยาแต่รู้สึกว่าที่นี่สวยกว่านะ

เกาะยักษ์ใหญ่

เกาะยักษ์ใหญ่  โปรแกรมดำน้ำ 4 เกาะ 1 วันของเราเริ่มต้นที่นี่ หลังจากที่นั่งเรือออกจากเกาะช้างนานทีเดียวเกือบ 1 ชั่วโมงครึ่ง กว่าจะมาจอดที่นี่เด็กในเรือกระโดดลงน้ำพร้อมกับเชือก 1 เส้นไปผูกไว้ที่หินบนเกาะเพื่อยึดเรือไว้ให้อยู่กับที่ แล้วจากนั้นนักท่องเที่ยวทั้งหลายก็ลงน้ำ สิ่งที่เราเห็นในทะเลที่เกาะยักษ์ใหญ่ ก็คือฝูงปลา ปะการัง นอกจากจะเป็นที่ดำน้ำตื้นแล้ว ที่นี่ยังใช้เป็นสถานที่เรียนการดำน้ำลึกได้ด้วย เห็นแล้วอยากเรียนด้วยจริงๆ เพราะใฝ่ฝันมานานแล้วแต่ค่าเล่าเรียนแพงเหลือเกิน

ใต้ทะเลเกาะช้าง

ใต้ทะเลเกาะช้าง  นับว่าหมู่เกาะช้างรวมทั้งเกาะบริวารมากมายหลายแห่งยังคงความอุดมสมบูรณ์ใต้ท้องทะเลอยู่มาก แม้ว่าจะไม่ได้เห็นปลาที่มีสีสันสวยงาม ดอกไม้ทะเลหลากสีเหมือนทะเลแห่งอื่นๆ แต่ก็ไม่ไร้ชีวิตชีวาซะทีเดียว ปะการังหลายชนิดที่นี่ยังคงมีอยู่มากเพียงพอในการดำรงชีวิตของปลามากมายหลายชนิดแต่ก็มีบ้างที่เห็นปลาสวยๆ แล้วถ่ายรูปไม่ทัน ปลาการ์ตูนก็ยังคงความนิยมในหมู่นักดำน้ำเด็กๆ อยู่เหมือนเดิม

เกาะรัง

เกาะรัง  เป็นเกาะที่มีหาดทรายสวยงามขาวสะอาด ขนาดของเกาะรังใหญ่กว่าเกาะบริวารอื่นๆ หลายเกาะ เป็นแหล่งดำน้ำและพักผ่อนที่สำคัญของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 57 เกาะรังจะเก็บค่าเข้าชม 40 บาทสำหรับคนไทยและ 300 บาทสำหรับชาวต่างชาติ

เกาะรัง

เกาะรัง  อยู่ห่างจากเกาะยักษ์ใหญ่ไม่ไกลน่าจะเรียกว่าใกล้จนนึกไม่ถึงใช้เวลาไม่นานก็มาถึงแล้ว ได้เวลาเที่ยงบนเรือก็ทำการปรุงอาหารนักท่องเที่ยวต่อแถวตักแบบบุฟเฟต์ ข้าวสวย แกงเขียวหวาน ผัดวุ้นเส้น ชาวต่างชาติบางคนก็ลองชิมแกงเขียวหวานบางคนก็ไม่กล้ากิน เรานี่โชคดีจังที่กินได้ทุกอย่าง กินข้าวไปชมวิวไปเกาะรังนี่ผมไม่ลงจากเรือเพราะมองจากข้างบนเรือก็เห็นว่าใต้น้ำไม่ค่อยมีอะไรเท่าไหร่คนลงไปจะเน้นเล่นน้ำมากกว่าดำน้ำ กินข้าวอิ่มแล้วพักอีกซักหน่อยก็ได้เวลาที่เรือจะต้องออกจากเกาะรังไปยังเกาะต่อไป แต่ละเกาะเราจะมีเวลา 45 นาทีในการลงเล่นน้ำและดำน้ำ ถ้าเกาะไหนสวยจะรู้สึกว่าเวลาเร็วไปถ้าเกาะไหนไม่ค่อยมีอะไร 45 นาทีนี้ก็จะนานขึ้นมาทันที

เกาะโล้น

เกาะโล้น  เป็นเกาะเล็กๆ เหมือนเกาะยักษ์ใหญ่ อยู่ใกล้กับเกาะรังมาก นั่งเรือไม่เท่าไหร่ก็ถึงแล้วเหมือนกัน เกาะโล้นเหมือนก้อนหินใหญ่โผล่มาจากน้ำ ไม่ค่อยมีโซนน้ำตื้นเท่าไหร่ลงจากเรือไปก็ลึกเลย ความลึกของทะเลรอบเกาะโล้นเลยทำให้ดำน้ำเห็นแต่ฝูงปลา ไม่ค่อยได้เห็นปะการังเหมือนที่เราเห็นที่เกาะยักษ์ใหญ่ แต่ถ้ามาเรือเล็กเค้าจะพาเราไปจอดที่โซนน้ำตื้นที่เราเห็นในรูป ใต้น้ำตรงนั้นน่าจะมีอะไรน่าสนใจมากกว่าที่เรือใหญ่ของเราจอดอยู่

ของว่างและฝูงปลา

ของว่างและฝูงปลา  เราใช้เวลา 45 นาทีที่มีอยู่อย่างคุ้มค่า คนบนเรือรับของว่าง คนที่ลงน้ำก็ดูปลาสนุกสนานกันไป ถึงแม้ว่าจุดจอดเรือของเราเป็นจุดน้ำลึกมองไม่เห็นพื้นและปะการังแต่ก็ได้เห็นฝูงปลาฝูงใหญ่ที่มากินขนมปังที่เอาลงไปล่อมัน ได้เห็นปลาแปลกๆ ไม่เหมือนที่เกาะยักษ์ใหญ่อีกหลายชนิด จากนั้นเรือก็ออกเดินทางจากเกาะโล้นเพื่อไปยังเกาะสุดท้ายคือเกาะหวาย

เกาะหวาย

เกาะหวาย  เราออกเดินทางจากเกาะโล้นใช้เวลานานเอาเรื่องเลยทีเดียวกว่าจะเห็นเกาะหวายอยู่เบื้องหน้า ตั้งแต่ 13.10 - 14.30 เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที ดูทางทิศทางแล้วดูเหมือนว่าเราออกไปดำน้ำรอบเกาะต่างๆ ทางทิศใต้ของเกาะหวาย และเกาะหวายก็อยู่ทิศใต้ของเกาะช้างอีกที พอมาถึงเกาะหวายเรือต้องอ้อมเกาะไปด้านหน้าเกาะที่หันเข้าหาเกาะช้าง บนเกาะหวายมีสะพานเทียบเรืออยู่ 2 แห่ง ต่างก็เป็นของรีสอร์ททั้งคู่ คือเกาะหวายปะการัง และเกาะหวายพาราไดซ์ สำหรับสะพานเทียบเรือของเกาะหวายพาราไดซ์ให้เฉพาะนักท่องเที่ยวที่มาพักที่รีสอร์ทเท่านั้น เรือนำเที่ยวดำน้ำจึงต้องเทียบสะพานของเกาะหวายปะการังกันหมด

หาดเกาะหวายปะการัง

หาดเกาะหวายปะการัง  อันที่จริงแล้วเราก็อยากจะลงไปสำรวจรอบๆ เกาะหวาย แต่บนเกาะหวายไม่มีรถและถนน จะไปไหนก็ต้องเดินลัดเลาะรอบเกาะเอา ทางเดินก็จะมีทำไว้บางช่วงของรีสอร์ท แต่ทางเดินจากรีสอร์ทหนึ่งไปอีกรีสอร์ทหนึ่ง เป็นทางไม่สู้ดีนัก แต่ก็พอเดินได้ เรามีเวลา 45 นาทีเหมือนกับทุกๆ เกาะที่ผ่านมา เลยได้แต่ภาพรอบๆ หวายปะการังแห่งนี้เท่านั้นเอง แต่ความสวยงามที่เราเห็นก็บอกถึงความสวยงามของเกาะหวายว่าเป็นตามคำเล่าลือกัน ไว้มีโอกาสเราจะกลับไปที่เกาะแห่งนี้เพื่อเอาภาพและข้อมูลรอบเกาะมาให้ชมกันใหม่

มุมสงบของเกาะหวายปะการัง

มุมสงบของเกาะหวายปะการัง  ภาพวิวสวยๆ ที่แสนสงบอีกด้านหนึ่งของรีสอร์ทช่างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับมุมที่เราลงจากเรือเพราะจุดนั้นเป็นจุดที่ให้นักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำ ส่วนพื้นที่ด้านนี้ได้ข้อมูลมาว่าเป็นพื้นที่อนุรักษ์ที่เจ้าของรีสอร์ทตั้งใจเก็บรักษาเอาไว้ และยังมีโครงการปล่อยลูกปลากะรังหงษ์เป็นปลาที่ใกล้ศูนย์พันธุ์ในพื้นที่จังหวัดตราดที่เพาะได้ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งตราด โครงการนี้มีข่าวจะจัดขึ้นในช่วงเดือนมิถุนายนนี้ แต่ก็ต้องติดตามกันต่อไปว่าจะสำเร็จมากน้อยขนาดไหน

 ปกตินักท่องเที่ยวที่ลงมาจากเรือก็เดินเข้าร้านขายของหรือไม่ก็ลงเล่นน้ำ ส่วนน้อยจะเดินหามุมถ่ายรูปสวยๆ รอบๆ รีสอร์ท พื้นที่ส่วนนี้ก็เห็นมีแขกที่พักที่นี่ไม่กี่คนมานั่งพักผ่อนชมวิวทำให้หาดสองหาดที่อยู่ติดกันดูต่างกันลิบลับเลย

ลิงทะเล

ลิงทะเล  จบการเดินทางตามโปรแกรมดำน้ำ 4 เกาะ เรือพาเราอ้อมไปดูฝูงลิงที่อาศัยอยู่บนเกาะ ท่ามกลางคลื่นทะเลซัดตลอดเวลา นักท่องเที่ยวผ่านมาทางนี้ก็เอาอาหารที่ลิงน่าจะกินได้โยนไปให้ บางทีเราก็จะได้เห็นลิงว่ายน้ำทะเลเพื่อลงมาหยิบเอาของที่โยนไปไม่ถึง หนึ่งวันของเราช่างผ่านไปเร็วเหลือเกิน 4 เกาะๆ ละ 45 นาที สำหรับเงิน 600 บาท บริการอาหารเครื่องดื่มครบ นับเป็นความสุขที่คุ้มค่ากับการมาเกาะช้างในเวลา 2 วันของเรา นี่ถ้ามีเวลา 3-4 วันก็คงจะหาเรื่องเที่ยวได้อีกเยอะ เพราะเท่านี้ยังไม่หมดทั่วเกาะช้างเลย แล้วยังมีเกาะบริวารขึ้นชื่ออีกมากมายอย่างเกาะกูด เกาะหมาก เกาะขาม ฯลฯ แบบนี้ต้องมีต่อภาคสองซะแล้ว แล้วมาติดตามชมกันอีกนะครับ

แผนที่ หมู่เกาะช้าง และสถานที่ใกล้เคียง

เส้นทางไปหมู่เกาะช้าง ตราด