หน้าหลัก >> อ่างทอง >> วัดสังกระต่าย(โบสถ์ปรกโพธิ์)

วัดสังกระต่าย(โบสถ์ปรกโพธิ์)


 วัดสังกระต่าย เป็นวัดร้าง ปัจจุบันไม่มีพระสงฆ์จำพรรษาคงเหลือไว้ให้เห็นเพียงโบสถ์เก่าแก่มากหลังหนึ่งที่ได้พังทลายลงมาเกือบหมด แต่ส่วนผนังของโบสถ์กลับถูกต้นโพธิ์ 4 ต้น ขึ้นปกคลุมแล้วยึดโครงสร้างของผนังโบสถ์เอาไว้ ไม่พังลงตามกาลเวลา เป็นที่น่าอัศจรรย์ ทางกรมศิลปากรจะได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานอีกแห่งหนึ่งของไทย ด้วยเหตุที่สร้างมาช้านาน แล้วยังถูกปล่อยร้างมานานนับร้อยปี ประวัติการสร้างวัดจึงจากที่ค้นคว้าได้ คงเหลือเป็นข้อมูลสั้นๆ ที่ติดไว้ให้เราได้อ่านดังนี้

    วัดสังกระต่าย เดิมชื่อวัดสามกระต่าย ทวดติ จันทนเสวี (เป็นมารดาพระหัสกาล) เป็นผู้สร้างแล้วมีพระสงฆ์จำพรรษาอยู่นาน อยู่ต่อมาพระสงฆ์เริ่มเกิดการทะเลาะวิวาทกันตลอด ชาวบ้านเชื่อว่า เกิดจากเจ้าที่ที่รักษาวัดแรงมาก จึงทำให้พระสงฆ์ไม่สามัคคีกัน จนทำให้ไม่มีพระสงฆ์จำพรรษาในที่สุด ประชาชนจึงเริ่มเสื่อมศรัทธา

    วัดสังกระต่ายเริ่มร้างมาได้ประมาณ 100 กว่าปีแล้ว หลังจากที่ร้างไปจึงเริ่มมีการสร้างวัดไผ่ล้อมขึ้น ประชาชนจึงได้หันมาทำบุญที่วัดไผ่ล้อมแทน
อดีตเรียกว่า "วัดสามกระต่าย" คือชื่อที่กรมศาสนาลงชื่อไว้ในสมัยโบราณ ปัจจุบันเพี้ยนมาเป็น "วัดสังกระต่าย" อดีตมีกุฏิหลายหลัง แต่ได้ทำการย้ายเอามาสร้างใหม่เป็นวัดไผ่ล้อม เหลือไว้แต่โบสถ์ที่เห็นในปัจจุบัน ซึ่งในอดีตจะมีสระน้ำอยู่ทางด้านซ้ายของตัวโบสถ์ (ปัจจุบันถมดินปิดไปแล้ว)

    หลังจากวัดสังกระต่ายเริ่มร้าง ทวดนิ่ม จันทนเสวี ได้ขอเช่าพื้นที่บริเวณวัดจากกรมศาสนา เพื่อทำสวน หลังจากนั้นมีชาวบ้านได้บริจาคที่ดินเพิ่มอีกจำนวน 2 ไร่ (ที่สร้างเทศบาลตำบลศาลาแดงในปัจจุบัน) รวมที่ดินวัดสังกระต่าย มีจำนวน 9 ไร่ ตั้งอยู่ในพื้นที่ ต.ศาลาแดง อ.เมืองอ่างทอง จังหวัดอ่างทอง ได้รับการดูแลจากชาวบ้านในพื้นที่ หลังจากที่ข่าวการค้นพบวัดสังกระต่ายแพร่ออกไปก็มีคนแวะเวียนมากราบไหว้พระ และชมความอัศจรรย์ของโบสถ์ปรกโพธิ์ อยู่ตลอดไม่ขาดสาย

ติดต่อสอบถาม:
ประชาสัมพันธ์จังหวัด โทร. 0 3562 0071
http://www.tourismthailand.org/suphanburi

โบสถ์ปรกโพธิ์ วัดสังกระต่าย

โบสถ์ปรกโพธิ์ วัดสังกระต่าย  ไม่ไกลจากตัวเมืองอ่างทองสักเท่าไหร่ หลังจากที่ได้ยินเรื่องราวของวัดนี้ เราก็เดินทางมาที่นี่เพื่อมาให้เห็นกับตา แล้วเอาภาพมาแชร์ให้เพื่อนๆ ได้ชมกัน

 คำว่าโบสถ์ปรกโพธิ์ นั้น คงเริ่มกันมาในการเรียกโบสถ์ของวัดค่ายบางกุ้งที่สมุทรสงคราม แต่ที่นั่นจะว่าไปแล้ว มีต้นไม้ปกคลุมโบสถ์อยู่ 4 ชนิด 4 ต้น ส่วนที่วัดสังกระต่าย มีโพธิ์ทั้ง 4 ต้น ปกคลุมแตกรากโอบอุ้มผนังโบสถ์ ในลักษณะเหมือน 4 มุมพอดิบพอดี อย่างน่าประหลาด

วัดสังกระต่าย(โบสถ์ปรกโพธิ์)

  หลังจากที่ข่าวแพร่ออกไป โบสถ์หลังนี้ก็มีผู้คนเดินทางเข้ามาชม และไหว้พระกันมากขึ้น รอบๆ โบสถ์ มีเพียงร้านดอกไม้ กับน้ำดื่มเล็กๆ ไว้คอยบริการให้เราได้นำดอกไม้ธูปเทียนมาไหว้พระ แม้ที่ดินวัดจะกว้างถึง 9 ไร่ แต่ก็ไม่มีสิ่งปลูกสร้างใดๆ หลงเหลือ หลังคาของโบสถ์หลังนี้ก็พังลงมาเกือบหมด เหลือเพียงผนังทั้ง 4 ด้าน ที่พอให้เราเห็นถึงความแปลกของโบสถ์ที่มี 3 ห้อง หลังนี้

advertize

วัดสังกระต่าย(โบสถ์ปรกโพธิ์)

  โบสถ์หลังนี้มี 3 ห้อง มองจากด้านที่เราจอดรถจะดูไม่รู้ เพราะประตูเข้าโบสถ์อยู่อีกด้านหนึ่ง ห้องกลางเป็นห้องที่ประดิษฐานพระประธาน และพระพุทธรูปองค์เล็กอีก 2 องค์ ส่วนอีก 2 ห้องจะไม่มีหน้าต่าง

วัดสังกระต่าย(โบสถ์ปรกโพธิ์)

 

Unseen Ang Thong

Unseen Ang Thong  มุมอันซีนวัดสังกระต่าย ช่องหน้าต่างที่มองเข้าไปตรงกับองค์พระพอดี กับผนังที่ถูกอุ้มไว้ด้วยรากของต้นโพธิ์

วัดสังกระต่าย(โบสถ์ปรกโพธิ์)

  เดินอ้อมมาอีกด้านหนึ่งของโบสถ์ หน้าต่างด้านนี้จะมีรากโพธิ์ล้อมรอบ คล้ายๆ กับที่วัดค่ายบางกุ้ง เกิดเป็นภาพแปลกตาอีกแห่งหนึ่งที่น่าทึ่งในเรื่องราวของธรรมชาติระหว่างโพธิ์ ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ กับศาสนสถาน โดยเฉพาะโบสถ์ที่ประดิษฐานพระพุทธรูป สร้างความน่าศรัทธาเลื่อมใสให้แก่ผู้พบเห็น

วัดสังกระต่าย(โบสถ์ปรกโพธิ์)

 

วัดสังกระต่าย(โบสถ์ปรกโพธิ์)

  โบสถ์ที่บอกไปแล้วว่ามี 3 ห้อง แต่มีประตูทางเข้า 2 บาน บานแรกอยู่ที่ห้องด้านหน้าพระประธาน ส่วนอีกบานอยู่ที่ห้องด้านหลังองค์พระประธาน ในห้องแรกนี้จะเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางนาคปรก จากคำบอกเล่าของชาวบ้าน ได้ความว่า พระพุทธรูปองค์นี้เดิมมีเพียงเศียรเท่านั้น ชาวบ้านได้นำเศียรพระเก่าแก่นั้นมาสร้างต่อเติมองค์พระให้เกิดเป็นพระพุทธรูปที่สมบูรณ์ปรางนาคปรก หลายคนขนานนามว่า "หลวงพ่อวันดี" ช่องประตูด้านหน้าหลวงพ่อมีรากโพธิ์หุ้มอยู่เหมือนเป็นกรอบของประตู ส่วนผนังด้านหลัง มีรากโพธิ์ยึดเหนี่นวผนังโบสถ์เอาไว้อย่างแข็งแรง เป็นที่น่าอัศจรรย์ เหนือพระพุทธรูปปางนาคปรกยังคงเห็นส่วนหลังคาของโบสถ์เหลืออยู่นิดหน่อย

วัดสังกระต่าย(โบสถ์ปรกโพธิ์)

  สิ่งที่น่าทึ่งอีกอย่างคือแรงศรัทธาของประชาชน ที่ช่วยกันสร้างองค์พระมาประกอบกับเศียรที่เหลืออยู่ได้อย่างงดงาม ลงตัว ดูไม่ออกเลยว่าส่วนเศียรและองค์พระสร้างจากคนละยุคคนละสมัย

วัดสังกระต่าย(โบสถ์ปรกโพธิ์)

  จากห้องที่ประดิษฐานพระนาคปรก มีประตูเชื่อมเข้ามาห้องกลางของโบสถ์ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระประธาน ส่วนอีกห้องที่อยู่หลังพระประธานเป็นห้องว่างเปล่า มีหน้าต่าง 2 บาน เดินทะลุมาห้องพระประธานไม่ได้ ถึงแม้ว่าโบสถ์หลังนี้จะชำรุดไปมากแล้ว แต่ลักษณะการสร้างโบสถ์ที่ไม่เหมือนที่อื่น ก็นับว่าเป็นเรื่องแปลก ต้นโพธิ์ทั้งสี่ต้น ก็ยังคงรักษาสภาพของผนังโบสถ์หลังนี้ต่อไป นี่แหละ Unseen Ang Thong อีกเรื่องมหัศจรรย์ของเมืองไทย Amazing Thailand ขนานแท้

ขอขอบคุณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยภูมิภาคภาคกลาง มา ณ โอกาสนี้ ด้วยครับ

แผนที่ วัดสังกระต่าย(โบสถ์ปรกโพธิ์) ที่เที่ยว ที่พัก ร้านอาหาร