หน้าหลัก >> อ่างทอง >> วัดป่าโมกวรวิหาร

วัดป่าโมกวรวิหาร


 อยู่ในเขตเทศบาลตำบลป่าโมก ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาด้านทิศตะวันตกห่างจากอำเภอเมืองอ่างทองไป 18 กิโลเมตร ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 309 (สายอ่างทอง-อยุธยา) กิโลเมตรที่ 40 แล้วเข้าทางหลวงหมายเลข 329 จากนั้นเข้าทางหลวงหมายเลข 3501 จะเห็นป้ายทางไปวัดป่าโมก ภายในวัดแห่งนี้มีพระพุทธไสยาสน์ที่งดงามมากองค์หนึ่งของเมืองไทย องค์พระก่ออิฐถือปูนปิดทอง มีความยาวจากพระเมาลีถึงปลายพระบาท 22.58 เมตร สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยสุโขทัย มีประวัติความเป็นมาเล่าขานกันว่า พระพุทธรูปองค์นี้ลอยน้ำมาจมอยู่หน้าวัด ราษฎรบวงสรวงแล้วชักลากขึ้นมาประดิษฐานไว้ที่ริมฝั่งแม่น้ำ ในพระราชพงศาวดารกล่าวว่า สมเด็จพระนเรศวรมหาราชก่อนที่จะยกทัพไปรบกับพระมหาอุปราชได้เสด็จมาชุมนุมพลและถวายสักการะบูชาพระพุทธรูปองค์นี้

    ต่อมากระแสน้ำเซาะเข้ามาใกล้พระวิหาร " สมเด็จพระศรีสรรเพชญ์ที่ 3 โปรดเกล้าฯให้พระยาราชสงครามเป็นแม่กองงานจัดการชลอลากให้ห่างจากแม่น้ำเดิม " (สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ) ได้เสด็จมาควบคุมการชลอองค์พระให้พ้นจากกระแสน้ำเซาะตลิ่งพังและนำไปไว้ยังวิหารใหม่ที่วัดตลาดห่างจากฝั่งแม่น้ำ 168 เมตร แล้วโปรดให้รวมวัดตลาดกับวัดชีปะขาวเป็นวัดเดียวกัน พระราชทานนามว่าวัดป่าโมกเพราะบริเวณนั้นมีต้นโมกมากมาย สิ่งที่น่าสนใจในวัดนี้นอกจากพระพุทธไสยาสน์แล้วยังมี วิหารเขียนซึ่งเล่ากันว่า ผนังวิหารด้านที่หันออกสู่แม่น้ำมีแท่นสูงเข้าใจว่าเป็นแท่นที่เคยมีกษัตริย์เสด็จประทับยืนบริเวณนั้น มณฑปพระพุทธบาท 4 รอย หอไตร เป็นต้น

ติดต่อสอบถาม:
ประชาสัมพันธ์จังหวัด โทร. 0 3562 0071
http://www.tourismthailand.org/suphanburi

พระบรมราชานุสาวรีย์

พระบรมราชานุสาวรีย์  ที่เห็นอยู่ตั้งแต่ทางเข้าวัดนี้คือพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช

วัดป่าโมกวรวิหาร

  จากถนนทางเข้าวัด จะมีทางพาเราเข้ามาจนถึงลานจอดรถของวัดอยู่ติดกับแม่น้ำ มีทางเดินหลังคาคลุมยาวตั้งแต่ลานจอดรถเข้าถึงพระวิหารพระพุทธไสยาสน์ ระหว่างนั้นก็จะมีที่ทำบุญพระประจำวันเกิด ตักบาตรพระ 108 ฯลฯ

advertize

ทำบุญตักบาตร

ทำบุญตักบาตร  เป็นตู้กระจกยาวหลายเมตร ในตู้มีพระนั่งอยู่พร้อมกับบาตร ดูแล้วน่าจะเป็นพระเก่า หยากไย่เกาะไปหมด

นมัสการพระสิวลี

นมัสการพระสิวลี  เดินมาตามทางเดินเรื่อยๆ ก่อนที่จะตรงเข้าพระวิหาร ลองแวะด้านข้างๆ จะมีสิ่งอื่นๆ อีกมากมายในวัดป่าโมกที่บางทีหลายคนอาจจะไม่ได้นึกถึง เรือสำเภามีเจดีย์อยู่บนเรือแบบนี้คล้ายกับที่วัดยานนาวา ที่กรุงเทพฯ แต่ขนาดย่อมกว่าเยอะ

วัดป่าโมกวรวิหาร

 

วิหารพระพุทธไสยาสน์

วิหารพระพุทธไสยาสน์  ตอนนี้เราเดินมาสุดทางเดินแล้วครับ ที่เราเห็นอยู่ตรงหน้าเป็นพระวิหารพระพุทธไสยาสน์ครับ ด้านซ้ายมือเป็นที่ประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ดังนั้นถ้ามาในช่วงวันปิยะมหาราช 23 ตุลาคม เราจะเห็นข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน นำพวงมาลามาถวายเป็นเครื่องราชสักการะแด่พระองค์กันเยอะมากครับ

ภายในวิหารพระพุทธไสยาสน์

ภายในวิหารพระพุทธไสยาสน์  ดังเช่นพระพุทธไสยาสน์ในหลายๆ วัด เมื่อสร้างวิหารคลุมองค์พระแล้วภายในจะมีลักษณะยาว มีพื้นที่ไม่มากนัก มุมที่จะเก็บภาพองค์พระพุทธไสยาสน์ก็มีไม่มากนักเช่นกัน ในพื้นที่เล็กๆ นี้ ถ้ามาในวันหยุดจะเห็นประชาชนเดินทางมานมัสการขอพรพระกันเต็มแน่นวิหารเลยทีเดียว ลืมบอกไปอย่างหนึ่งว่า ถ้าจะไหว้พระจุดธูปเทียนบูชาด้านหน้าวิหาร ปิดทองที่องค์พระจำลองด้านหน้า เพราะภายในนี้ห้ามจุดธูปเทียนครับ

พระพุทธไสยาสน์วัดป่าโมก

พระพุทธไสยาสน์วัดป่าโมก  เดิมทีพระพุทธรูปไม่ได้ประดิษฐานอยู่ที่นี่ ภายในวิหารมีรูปวาดการชลอองค์พระพุทธไสยาสน์จากวัดป่าโมกเดิมมาประดิษฐาน ณ วัดป่าโมกวรวิหาร เมื่อปี พ.ศ. 2270 สมัยพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ มีพระยาราชสงครามเป็นนายกองการชลอ เพราะพระวิหารประสบอุทกภัย สร้างด้วยการก่ออิฐถือปูนลงรักปิดทองในสมัยสุโขทัย พระพักตร์งามที่สุดในประเทศไทย ความยาวตลอดองค์ 24 เมตร พระมหาเถระไลลายอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมาให้มหาพุทธสาครเชื่อกษัตริย์ไทย บรรจุที่พระอุระ 36 พระองค์ ท่านเป็นพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์เก่าแก่เป็นที่เล่าขานกันมาช้านาน

วัดป่าโมกวรวิหาร

  อีกสิ่งหนึ่งที่อยากจะกล่าวถึงก็คือรูปพระพักตร์ขององค์พระนอนที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นพระพักตร์ของพระนอนที่งดงามที่สุดของไทยครับ

ด้านหลังองค์พระพุทธไสยาสน์

ด้านหลังองค์พระพุทธไสยาสน์  ภายในวิหารมีพื้นที่รอบองค์พระนอนเดินได้รอบครับ ด้านหลังนั้นว่าง

พระโพธิสัตว์

พระโพธิสัตว์  ทั้งพระแม่กวนอิมและพระสังกัจจายนะ อยู่ด้านข้างวิหารพระพุทธไสยาสน์ เดินอ้อมไปไหว้ขอพรกันได้

พระอุโบสถ

พระอุโบสถ  เสร็จจากการไหว้พระนอนในวิหาร ลองเดินดูอะไรรอบๆ วัดอีกหน่อยครับ ที่จริงในวัดนี้มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่หลายอย่างด้วยกัน อย่างเช่นพระอุโบสถหลังนี้ก็ประดิษฐานพระพุทธรูปประธาน เรียกกันว่า หลวงพ่อใหญ่ พระนามจริงคือ พระศรีสรรเพชญ์นวบพิธ สันนิษฐานตามพงศาวดารเหนือ น่าจะมีอายุ 500 ปีเศษ พระอุโบสถสร้างอย่างศิลปะอยุธยา จะเห็นแนวเส้นโค้งคล้ายเรือสำเภาที่ด้านนอกของโบสถ์

พระศรีสรรเพชญ์นวบพิธ

พระศรีสรรเพชญ์นวบพิธ  หรือหลวงพ่อใหญ่ พรพุทธรูปที่งดงามเป็นพระประธานในโบสถ์วัดป่าโมก ชาวบ้านมาสักการะขอพรกันมาก สามารถร่วมทำบุญห่มผ้าจีวรที่องค์พระได้

ต้นสาละหลังโบสถ์

ต้นสาละหลังโบสถ์  ไหว้พระแล้วเดินออกไปด้านหลัง จะมีต้นสาละต้นใหญ่ออกดอกให้ชมทุกครั้งที่มาที่วัดป่าโมก ต้นสาละเป็นต้นไม้ที่ปรากฏในพระพุทธประวัติว่าเป็นที่ประสูติของพระพุทธองค์

ศาลาบูรพาจารย์

ศาลาบูรพาจารย์  อยู่ด้านข้างทางเดินที่คลุมหลังคาที่เราเดินเข้ามาตอนแรก ภายในมีรูปเหมือนอดีตเจ้าอาวาสวัดป่าโมก

ท่าน้ำหน้าวัด

ท่าน้ำหน้าวัด 

ฝั่งตรงข้ามวัด

ฝั่งตรงข้ามวัด 

พระพุทธบาทสี่รอย

พระพุทธบาทสี่รอย  หลายคนคงสงสัยเหมือนผมมั้ยครับว่า พระพุทธบาทสี่รอยนี้คืออะไร ทำไมต้องมีสี่รอย เห็นอยู่หลายที่เหมือนกัน ผมได้คำตอบมาแล้วครับว่า กล่าวกันว่าเป็นรอยพระพุทธบาทของพระพุทธเจ้า 4 พระองค์ในภัทรกัลป จนถึงพระพุทธเจ้าในปัจจุบันนี้คือ พระกกุสันธะ (รอยพระบาทใหญ่ที่สุด) , พระโกนาคมนะ , พระกัสสปะ , พระพุทธโคดม (รอยพระบาทเล็กสุด) ตามที่ผมได้ศึกษาเรื่องราวของพระพุทธประวัติ พระพุทธเจ้าเมื่อเสด็จไปยัง ณ ตำบลใด จะพึงกระทำสิ่งเดียวกันกับพระพุทธเจ้าองค์ก่อน เช่นการประทับรอยพระพุทธบาทก็จะประทับลง ณ ที่เดียวกัน จึงได้ปรากฏรอยพระพุทธบาทที่เดียวกัน 4 รอย ครับ ส่วนรอยพระพุทธบาทนี้ ได้ทำการเคลื่อนย้ายนมัสการมาจากเมืองพิษณุโลกในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย

แผนที่ วัดป่าโมกวรวิหาร ที่เที่ยว ที่พัก ร้านอาหาร