หน้าหลัก >> สมุทรปราการ >> วัดบางพลีใหญ่ใน

วัดบางพลีใหญ่ใน


 วัดบางพลีใหญ่ใน ตั้งอยู่ริมคลองสำโรง ตำบลบางพลีใหญ่ ห่างจากบึงตะโก้ประมาณ 500 เมตร เดิมชื่อวัดพลับพลาไชยชนะสงคราม เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปองค์ใหญ่สมัยสุโขทัยปางมารวิชัยลืมเนตร หน้าตักกว้าง 3 ศอก 1 คืบ เนื้อเป็นทองสัมฤทธิ์เป็นพระประธานในโบสถ์ เป็นที่เลื่อมใสของประชาชนโดยทั่วไปนาม หลวงพ่อโต วัดนี้จึงมีอีกชื่อว่า วัดหลวงพ่อโต ชาวบางพลีได้อัญเชิญหลวงพ่อโตจำลองลงเรือในพิธีโยนบัวหรือรับบัวทุกปี ในวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 11

    ติดกับวัดยังมีตลาดริมน้ำโบราณที่มีอายุยาวนานกว่า 140 ปี ที่ยังคงสภาพเดิมให้นักท่องเที่ยวได้เดินชมและเลือกซื้อซึ่งมีทั้งอาหารและของใช้ต่างๆ

    เปิดบริการตั้งแต่เวลา 08.00–17.00น

    การเดินทาง จากแยกบางนาเข้าทางถนน บางนา-ตราด ประมาณกิโลเมตรที่ 12.5 ข้ามสะพานคลองชวดลากข้าวเลี้ยวกลับรถเข้าถนน กิ่งแก้ว-บางพลีใหญ่ใน ประมาณ 3.5 กิโลเมตร จะพบสี่แยกเลี้ยวซ้ายไปประมาณ 1 กิโลเมตร และเลี้ยวซ้ายเข้าถนนสุขาภิบาล 6 ทางเข้าเทศบาลตำบลบางพลีประมาณ 200 เมตร ก็จะถึงวัดบางพลีใหญ่ใน

    อีกทางหนึ่งเข้าทางถนนเทพารักษ์ กิโลเมตรที่ 13 ก็ถึงวัด ส่วนทางเรือสามารถมาได้ตามคลองสำโรง

    ประวัติวัดบางพลีใหญ่ใน
    วัดบางพลีใหญ่ในเดิมชื่อ วัดพลับพลาไชยชนะสงครามชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงเรียกวัดนี้ว่า วัดใหญ่หรือ วัดหลวงพ่อโตทางประวัติศาสตร์จากโบราณคดีจารึกสืบต่อกันมาแต่ครั้งโบราณกาลว่า วัดนี้สร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช หลังจากเสียกรุงศรีอยุธยา มาถึง 2 ครั้ง ในปี พ.ศ 2112 และ พ.ศ 2310 สมเด็จพระนเรศวรมหาราชได้ทรงกอบกู้อิสรภาพ สู่ความเป็นไทยอีกครั้งหนึ่ง จนอาณาเขตของประเทศ (สยาม) ขยายออกไปอีกอย่าางกว้างขวาง

    ส่วนชื่อของตำบลนั้นได้ชื่อว่า บางพลี ก็เพราะเหตุที่สมเด็จพระนเรศวร ได้ทรงกระทำพิธีพลีกรรมบวงสรวงนั้นเอง ดังนั้นประชาชนทั้งหลายจึงเรียกว่าบางพลีและวัดพลับพลาไชยชนะสงครามวัดพลับพลาไชยชนะสงคราม เป็นวัดที่อยู่ด้านใน มีอาณาเขตใหญ่โตซึ่งต่อมาได้มีพระพุทธรูปองค์ใหญ่เป็นมิ่งขวัญของวัดจึงเรียกว่า วัดบางพลีใหญ่ใน หรือ วัดหลวงพ่อโต มาจนถึงตราบทุกวันนี้

    ประวัติหลวงพ่อโต
    ตามตำนานประวัติของหลวงพ่อโต ที่เล่าสืบต่อกันมาว่า มีพระพุทธรูป 3 องค์ซึ่งชาวกรุงศรีอยุธยาได้อาราธนาลงสู่แม่น้ำเพื่อหลบลี้หนีภัยสงคราม พระพุทธรูปทั้ง 3 องค์ได้ล่องลอยมาตามลำน้ำและได้แสดงอภินิหารระหว่างทางจนเป็นที่โจษขานกันทั่วไป ประชาชนในท้องที่ตำบลต่าง ๆ ได้พยายามอาราธนาท่านขึ้นสู่ฝั่ง แต่ก็ไม่สำเร็จ จนในที่สุด พระพุทธรูปองค์หนึ่งได้ไปขึ้นประดิษฐานอยู่ที่ วัดบ้านแหลม จังหวัดสมุทรสงคราม
    ส่วนองค์ที่สองไปขึ้นประดิษฐานอยู่ที่วัดโสธร จังหวัดฉะเชิงเทรา และอีกองค์หนึ่งได้ล่องลอยเรื่อยมาตามลำแม่น้ำเจ้าพระยา และปาฏิหาริย์ลอยวกเข้ามาในลำคลองสำโรง ประชาชนจึงพร้อมกันอาราธนาท่านขึ้นที่ปากคลองสำโรง แต่ท่านก็ไม่ยอมขึ้น จึงได้ทำพิธีเสี่ยงทาย ต่อแพผูกชะลอกับองค์ท่าน แล้วใช้เรือพายฉุดท่านให้ลอยตามลำน้ำสำโรงและอธิษฐานว่า หากท่านประสงค์จะขึ้นโปรดที่ใดก็ขอจงได้แสดงอภินิหารให้แพที่ลอยมาจงหยุด ณ ที่นั้นเถิด จนแพลอยมาถึงบริเวณหน้าวัดพลับพลาชัยชนะสงคราม หรือวัดบางพลีใหญ่ใน ท่านจึงหยุดนิ่ง ชาวบ้านจึงได้พร้อมใจกันอาราธนาตั้งจิตอธิษฐานนำท่านขึ้นจากน้ำได้ในที่สุด และต่อมาได้สร้างพระอุโบสถสำหรับเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อโตมาจนถึงปัจจุบัน

การเดินทางไปวัดบางพลีใหญ่ใน สมุทรปราการ

ติดต่อสอบถาม:
ททท.สำนักงานฉะเชิงเทรา โทร.038 514 009
https://www.facebook.com/TAT-Chachoengsao-175554016247495/

ซุ้มประตูวัดบางพลีใหญ่ใน

ซุ้มประตูวัดบางพลีใหญ่ใน เดินทางมายังวัดบางพลีใหญ่ในมาได้หลายทาง เดิมทีเดียวในอดีตชาวบ้านเดินทางด้วยทางเรือ ก็มาทางคลองสำโรง โบสถ์ และวิหารจึงได้สร้างขึ้นมาหันหน้าไปทางคลอง หลังจากมีถนนเกิดขึ้นหลายสาย มีการขยายถนนขึ้นเรื่อยๆ เราจึงเดินทางมาวัดบางพลีใหญ่ในได้หลายทางเลือก ไม่ว่าจะมาทางบางนา-ตราด ถึงกิโลเมตรที่ 12 เลี้ยวเข้าถนนกิ่งแก้ว ขับเข้ามาอีกไม่กี่กิโลเมตร จะมีทางเลี้ยวเข้าวัดบางพลีใหญ่กลาง อยู่ตรงเชิงสะพานข้ามคลองพอดี แต่ถ้าเลยแล้วเข้าช่องซ้ายไม่ทัน ก็ข้ามสะพานข้ามคลอง ไปบรรจบถนนเทพารักษ์ เลี้ยวซ้าย ขับตรงไปอีกหน่อยก็จะมี 3 แยก ก็เลี้ยวซ้ายอีกที ก็ถึงวัดบางพลีใหญ่ในได้เหมือนกัน
 ถ้ามาจากถนนบางนา-ตราดฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ ก่อนจะถึงห้างเทสโก กับโฮมโปร มีทางแยกซ้ายมือ ชาวบ้านเรียกกันทั่วไปว่าซอยหลวงพ่อโต เลี้ยวซ้ายเข้าทางนี้เลยก็มาตามทางเรื่อยๆ ถึงวัดบางพลีใหญ่ในได้เหมือนกัน
 รูปนี้เป็นรูปซุ้มประตูวัด ในกรณีที่มาตามเส้นทางแรก ผ่านวัดบางพลีใหญ่กลาง มาถึงตรงนี้จะเลี้ยวเข้าวัดเลยไม่ได้เพราะในวัดจัดเส้นทางเป็นวันเวย์ ต้องตรงไป ถึงสี่แยกแล้วเลี้ยวขวาไปเข้าอีกประตูหนึ่ง

 เมื่อเข้ามาในบริเวณวัดเราจะเห็นรถมากมายจอดอยู่แน่นลานจอดของวัด เมื่อหลายปีก่อนตอนที่ผมมาทำงานในกรุงเทพฯ ใหม่ๆ วัดบางพลีใหญ่ในยังไม่ค่อยมีการมาขายของในวัดมากเหมือนทุกวันนี้ ตอนนี้มองไปทางไหนก็จะเห็นแต่ร้านค้ากับเต็นท์เต็มพื้นที่วัดไปหมด นักท่องเที่ยวนอกจากจะมาไหว้พระทำบุญแล้ว ยังมีของกินของใช้ให้เลือกกินเลือกซื้อมากมายหลายอย่าง ครบในทริปเดียว

บรรยากาศหน้าอุโบสถวัดบางพลีใหญ่ใน

บรรยากาศหน้าอุโบสถวัดบางพลีใหญ่ใน ใกล้วันวิสาขบูชาและการฉลองพุทธชยันตี 2600 ปี แห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ในปี พ.ศ.2555 ทางวัดบางพลีใหญ่ในซึ่งปกติมีชาวบ้านเดินทางมากราบไหว้องค์หลวงพ่อโตอันศักดิ์สิทธิ์อยู่เนืองแน่นเป็นประจำทุกวัน ก็ยิ่งเพิ่มจำนวนมากขึ้น ทางวัดได้จัดบรรยากาศตรงหน้าโบสถ์ให้ดูสงบเยือกเย็น มีประชาชนเดินทางมากราบไหว้องค์หลวงพ่อโตจำลอง และสรงน้ำ

advertize

ข้างโบสถ์หลวงพ่อโต

ข้างโบสถ์หลวงพ่อโต เมื่อเดินผ่านกำแพงแก้วเข้ามา เราจะเห็นโบสถ์กับวิหารอยู่ข้างกัน อุโบสถนั้นได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์อยู่ในสภาพดี ส่วนวิหารจะอนุรักษ์ให้คงสภาพเดิมเลยดูค่อนข้างเก่า ด้านข้างของอุโบสถมีหลวงพ่อโตองค์จำลองทั้ง 2 ข้าง ให้เราจุดธูปเทียนไหว้พระตรงนี้ แล้วจึงไปปิดทองคำเปลวหลวงพ่อองค์จริงในโบสถ์ ด้านซ้ายมือจะเป็นด้านที่มีประชาชนมาไหว้พระมากกว่าด้านขวา

หลวงพ่อโต วัดบางพลีใหญ่ใน

หลวงพ่อโต วัดบางพลีใหญ่ใน สำหรับตำนานประวัติหลวงพ่อโตนั้นก็มีอยู่หลายกระแส หลายที่มา รายละเอียดต่างกันเล็กน้อย ในส่วนที่เกี่ยวกับหลวงพ่อโตวัดบางพลีใหญ่ในเท่านั้น ที่ดูเหมือนจะตรงกัน บางกระแสก็ว่ามีพระพุทธรูป 5 องค์ ลอยน้ำมาตามแม่น้ำสายต่างๆ ได้แก่ หลวงพ่อโสธร แม่น้ำบางปะกง หลวงพ่อบ้านแหลม แม่น้ำแม่กลอง หลวงพ่อโต แม่น้ำเจ้าพระยา และไหลมาเข้าคลองสำโรง หลวงพ่อวัดไร่ขิง แม่น้ำนครชัยศรี หลวงพ่อทองวัดเขาตะเครา แม่น้ำเพชรบุรี
 บางตำนานก็มีเพียง 3 องค์ คือหลวงพ่อโสธร หลวงพ่อบ้านแหลม และหลวงพ่อโตวัดบางพลีใหญ่ในองค์นี้นี่เอง
 ตำนานที่เชื่อว่ามีพระพุทธรูป 5 องค์ ก็จะเรียกกันว่า พระ 5 พี่น้อง บางที่ก็เรียกขานกันว่าเป็นพระเบญจภาคีแห่งภาคกลาง ส่วนตำนานที่เชื่อกันว่ามีพระพุทธรูป 3 องค์ก็เรียกว่าพระ 3 พี่น้องโดยการลำดับอาวุโสของพระพุทธรูปทั้ง 3 องค์นั้น สันนิษฐานว่าคงจะนับองค์ที่อาราธนาขึ้นจากน้ำได้ก่อนเป็นองค์พี่ และไล่กันมาตามลำดับ กล่าวคือ

 - หลวงพ่อวัดบ้านแหลม จังหวัดสมุทรสงคราม เป็นองค์พี่
 - หลวงพ่อโสธร วัดโสธรวราราม จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นองค์กลาง
 - หลวงพ่อโต วัดบางพลีใหญ่ใน จังหวัดสมุทรปราการ เป็นองค์น้อง

หลวงพ่อโต วัดบางพลีใหญ่ใน

หลวงพ่อโต วัดบางพลีใหญ่ใน ไม่ว่าจะเชื่อตำนานไหนก็ไม่สำคัญเท่ากับความศรัทธาของประชาชนที่เดินทางมากราบไหว้สักการะบูชาหลวงพ่อโตองค์นี้ไม่ขาดสาย เดิมทีเดียวเคยเห็นร้านค้ามากมายมาเปิดร้านขายของ มักจะขายดีเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ แต่ปัจจุบันดูเหมือนว่าประชาชนจะเข้ามาไหว้องค์หลวงพ่อโตแทบทุกวัน และมากันแบบเนืองแน่น จนบ้างครั้งทำให้การจราจรบริเวณสี่แยกข้างวัดมีรถติดแน่นอยู่นานกว่าจะขับผ่านไปได้
 เรื่องราวความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อโตคงขจรขจายไปทั่ว จึงทำให้มีคนเข้ามากราบไหว้เป็นประจำได้มากขนาดนี้ เมื่อจุดธูปเทียนไหว้พระข้างโบสถ์แล้วนำแผ่นทองคำเปลวมาปิดองค์หลวงพ่อ มีเรื่องราวปาฏิหาริย์เล่ากันมาหลายเรื่องว่า เล่ากันว่า เมื่อคราวสร้างพระอุโบสถเสร็จใหม่ ๆ ได้วัดช่องประตูพระอุโบสถกับองค์หลวงพ่อโต ปรากฏว่า ช่องประตูใหญ่กว่าองค์พระประมาณ 5 นิ้ว ซึ่งสามารถนำองค์หลวงพ่อโตผ่านเข้าไปได้ แต่พอถึงคราวอาราธนาจริง ๆ กลับปรากฏว่าองค์หลวงพ่อใหญ่กว่าประตูมาก คณะกรรมการและประชาชนจำนวนหนึ่งเห็นว่าควรทุบช่องประตูทิ้ง แต่อีกจำนวนหนึ่งเชื่อในความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อโต จึงได้พร้อมใจกันอธิษฐานขอให้หลวงพ่อโตสามารถผ่านเข้าประตูได้เพื่อเป็นมิ่งขวัญคุ้มครองชาวบางพลีสืบไป เมื่ออธิษฐานเสร็จก็อาราธนาหลวงพ่อโตผ่านเข้าประตูได้โดยสะดวก

 อีกเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับน้ำมนต์ หลวงพ่อเลื่องลือในด้านการรักษาผู้เจ็บป่วยให้ทุเลาลงจนหายเป็นปกติได้ เหรียญหลวงพ่อโตที่ชาวบ้านนำมาคล้องคอบุตรหลานก็เป็นที่เลื่องลือในความศักดิ์สิทธิ์เช่นกัน เล่ากันว่าเมื่อเด็ก ๆ พลัดตกน้ำกลับลอยได้ไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด

 อีกเรื่องหนึ่ง เล่าว่าหลวงพ่อโตได้แสดงปาฏิหาริย์เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2520 กล่าวคือ องค์พระซึ่งเป็นทองสำริดกลับนิ่มดั่งเช่นเนื้อคน หนังสือพิมพ์แทบทุกฉบับพากันลงข่าวที่น่าอัศจรรย์ใจนี้และมีประชาชนจากทั่วทุกสารทิศพากันมาชมบารมี ต่อมาในปี พ.ศ. 2522 ได้เกิดปรากฏการณ์เช่นนี้อีกครั้ง ซึ่งนับเป็นเรื่องแปลกมหัศจรรย์

 ที่มา http://board.palungjit.com

 เมื่อกล่าวถึงการปิดทององค์พระพุทธรูป ในบรรดาพระพุทธรูปที่เรียกขานกันว่า พระ 3 พี่น้อง (หรือ 5 พี่น้องก็แล้วแต่ความเชื่อของแต่ละพื้นที่) พระพุทธรูปที่ยังเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มาปิดทององค์จริงได้ก็มีหลวงพ่อโตวัดบางพลีใหญ่ใน หลวงพ่อทองวัดเขาตะเครา และหลวงพ่อบ้านแหลม วัดเพชรสมุทร ส่วนหลวงพ่อโสธรและหลวงพ่อวัดไร่ขิง จะให้ปิดได้เพียงองค์จำลองเท่านั้น ในแต่ละวันก็จะได้เห็นประชาชนจำนวนมากรอคิวขึ้นไปปิดทององค์หลวงพ่อแน่นโบสถ์ไปหมด

advertize

วิหารวัดบางพลีใหญ่ใน

วิหารวัดบางพลีใหญ่ใน ออกจากโบสถ์หลวงพ่อโตแล้วเดินมาทางด้านข้างมีวิหารเก่าแก่ของวัดอยู่ มีองค์พระสังกัจจายน์ขนาดใหญ่สร้างอยู่หน้าวิหาร ลักษณะของวิหารเจาะช่องเข้าไปในผนังค่อนข้างลึก เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปทั้งที่อยู่ข้างช่องประตูและตรงกลางช่องประตูอย่างที่เห็น เป็นลักษณะแปลกตากว่าที่เห็นในวัดอื่นๆ

วิหารวัดหลวงพ่อโต

วิหารวัดหลวงพ่อโต ภายในวิหารเป็นที่เก็บพระพุทธรูปเก่าแก่ของวัด รวมทั้งพระพุทธรูปใหม่ๆ ที่มีคนสร้างมาถวายประดิษฐานอยู่รวมกันในวิหารจำนวนหลายองค์ โดยทางวัดได้จัดให้พระพุทธรูปใหม่ที่สร้างมาถวายกันไม่นานนัก อยู่ตรงกลางของวิหาร ส่วนพระพุทธรูปเก่าแก่จะอยู่ด้านข้าง

วิหารวัดหลวงพ่อโต

วิหารวัดหลวงพ่อโต 

หมอชีวกโกมารภัจจ์

หมอชีวกโกมารภัจจ์ บรมครูด้านวิชาการแพทย์ในศาสนาพุทธ อยู่ใต้ต้นโพธิ์ใหญ่หน้าวิหารมีคนมากราบไหว้บูชากันมาก เพราะเชื่อกันว่าการบูชาหมอชีวกโกมารภัจจ์ จะทำให้สุขภาพดี หายจากโรคภัยไข้เจ็บ

พระสิวลี

พระสิวลี พระแห่งโชคลาภ อยู่ใต้ต้นโพธิ์ใหญ่ข้างหมอชีวกโกมารภัจจ์

ระเบียงคดวัดบางพลีใหญ่ใน

ระเบียงคดวัดบางพลีใหญ่ใน ทั้งวิหารและอุโบสถอยู่ในพื้นที่เดียวกัน มีระเบียงคด 2 ด้านคือด้านหลังอุโบสถและด้านข้างวิหาร เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยหรือปางสะดุ้งมารหลายองค์เรียงรายกัน ส่วนด้านหน้าและด้านข้างของโบสถ์เป็นกำแพงแก้วธรรมดา ปกติการสร้างระเบียงคดมักจะนิยมสร้างให้รอบทั้ง 4 ด้าน แต่ที่วัดบางพลีใหญ่ในมีพื้นที่จำกัดบริเวณด้านหน้าของโบสถ์จึงไม่สามารถสร้างเป็นระเบียงคดได้

สุขาไฮเทควัดบางพลีใหญ่ใน

สุขาไฮเทควัดบางพลีใหญ่ใน เมื่อมาวัดหลายต่อหลายครั้งที่เราจำเป็นจะต้องอาศัยห้องน้ำของวัดกันบ้าง ปกติห้องน้ำของวัดมักจะสร้างเป็นแบบเรียบง่าย เพราะผู้คนก็เข้ามาใช้และไม่ได้สนใจอะไรมากนัก ต่อมาในระยะหลังๆ ได้เริ่มมีการก่อสร้างห้องน้ำหรือห้องสุขาให้ดูดี ตกแต่งสวยงาม และเริ่มมีการติดแอร์เข้าไป อย่างเช่นที่วัดท่าการ้อง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้มีผู้คนเดินทางไปทำบุญที่วัดมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ที่วัดบางพลีใหญ่ในก็นำมาใช้บ้าง ทางไปห้องน้ำไฮเทคติดแอร์จะอยู่ตรงช่องประตูกำแพงด้านซ้ายของโบสถ์ เดินมาถึงหน้าห้องน้ำจะมีที่ฝากรองเท้า ประตูเป็นบานกระจกใสมองเห็นด้านในเดี๋ยวเข้าไปดูกันเลยดีกว่า

ห้องน้ำติดแอร์วัดบางพลีใหญ่ใน

ห้องน้ำติดแอร์วัดบางพลีใหญ่ใน พอเข้ามาด้านใน จะเห็นคนหลายคนตื่นตาตื่นใจอยู่กับการตกแต่งห้องน้ำที่มีดอกไม้ปลูกอยู่ตรงกลาง มีอ่างล้างหน้าและบานประตูห้องน้ำตกแต่งอย่างสวยหรูเหมือนในโรงแรม พอเข้ามาห้องน้ำกันแล้วก็ใช้เวลาอยู่ในห้องนี้กันนานเพราะจะถ่ายรูปมุมนั้นมุมนี้อยู่ตลอดเวลาอย่างที่เห็นกันในรูปนี้ละครับ

ห้องน้ำติดแอร์วัดบางพลีใหญ่ใน

ห้องน้ำติดแอร์วัดบางพลีใหญ่ใน บานประตูห้องน้ำสวยหรูเรียงติดกันเหมือนในโรงแรม

เจดีย์วัดบางพลีใหญ่ใน

เจดีย์วัดบางพลีใหญ่ใน เป็นองค์พระเจดีย์ที่กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ปัจจุบันที่ไปก็ใกล้เสร็จมากแล้วเหลือกการตกแต่งขั้นสุดท้ายเท่านั้น เจดีย์องค์นี้อยู่ที่ริมท่าน้ำวัดบางพลีใหญ่ใน ขับรถเข้ามาในวัดก็จะเห็นเจดีย์เด่นตระหง่านอยู่ท่ามกลางเต็นท์หลายหลังที่เปิดให้พ่อค้าแม่ค้ามาขายของในวัดเหมือนเป็นตลาดนัดที่เปิดทุกวัน

ให้อาหารปลาวัดบางพลีใหญ่ใน

ให้อาหารปลาวัดบางพลีใหญ่ใน เดินจากองค์เจดีย์มาอีกหน่อยมีศาลาท่าน้ำ ประชาชนส่วนใหญ่ชอบมาเลี้ยงปลาที่คลองสำโรงหน้าวัด เพียงโปรยอาหารลงไปก็จะได้เห็นปลาตัวใหญ่ๆ จำนวนนับไม่ถ้วนขึ้นมากินอาหาร

ล่องเรือชมวิถีชีวิตบางพลี

ล่องเรือชมวิถีชีวิตบางพลี นอกจากที่ให้อาหารปลาท่าน้ำของวัด อีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจคือมีเรือบริการนำเที่ยวล่องคลองสำโรง ค่าบริการผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ได้ไหว้พระ 3 วัดด้วยครับ จากท่าน้ำหน้าวัดบางพลีใหญ่ใน เดินไปทางขวามือ จะเป็นตลาดน้ำโบราณบางพลี อายุ 150 ปีแล้วด้วย ถ้าสนใจจะชมก็คลิกเข้าไปที่ ตลาดน้ำโบราณบางพลี

แผนที่ วัดบางพลีใหญ่ใน และสถานที่ใกล้เคียง

เส้นทางไปวัดบางพลีใหญ่ใน สมุทรปราการ