หน้าหลัก >> สมุทรปราการ >> พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ

พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ


 พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 12 ไร่ ของบริษัท ธนบุรีประกอบยนต์ จำกัด ตำบลบางเมืองใหม่ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้สร้างจากแรงบันดาลใจ และความคิดของ คุณเล็ก วิริยะพันธ์ ผู้สร้างเมืองโบราณ จ.สมุทรปราการ และปราสาทสัจธรรม เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เพื่อให้เป็นสถานที่เก็บรักษาศิลปวัตถุ มรดกทางวัฒนธรรมด้านต่าง ๆ และเพื่อสืบสานอนุรักษ์งานศิลป์ไทยให้คงอยู่สืบชั่วลูกชั่วหลานสืบไป ช้างเอราวัณหรือช้างสามเศียร เป็นประติมากรรมลอยตัวด้วยวิธีเคาะมือแห่งแรกที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทำจากโลหะทองแดง แผ่นเล็กสุดขนาดเท่าฝ่ามือนำมาเรียงต่อกันด้วยความประณีตนับแสนชิ้น ตัวช้างรวมอาคารมีความสูง 43.60 เมตร (หรือสูงขนาดตึก14-17ชั้นโดยประมาณ)

    อาคารพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณแบ่งออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ คือ

    ส่วนบนของตัวช้าง เฉพาะส่วนหัวมีน้ำหนักประมาณ 100 ตัน ลำตัวช้างหนัก 150 ตัน สูง 29 เมตร กว้าง 12 เมตร และยาว 39 เมตร ตัวช้างออกแบบให้เป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงวัตถุมีค่า เช่น ภาพวาดสีฝุ่นรูปจักรวาล พระพุทธรูปปางลีลา บริเวณท้องช้างปูด้วยไม้มะเกลือสีออกดำ

    ส่วนล่างของตัวช้าง เป็นฐาน โครงสร้างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก อาคารศาลามีความสูง 14.60 เมตร กระจายน้ำหนักตัวช้างด้วยคานวงแหวนรอบนอกและรอบในบนอาคาร ถ่ายน้ำหนักลงเสาแปดเสาภายนอกและสี่เสาภายในอาคารศาลาการตกแต่งภายในเป็นการผสมผสานศิลปะหลากหลายรูปแบบ เช่น การใช้กระจกสีแบบศิลปะตะวันตก, เครื่องเบญจรงค์สลับลวดลายสอดสี, การดุนโลหะบนแผ่นดีบุกของช่างเมืองนครศรีธรรมราช และรูปปั้นโบราณชนิดต่าง ๆ อาทิ คนธรรพ์บรรเลงดนตรี รูปพญานาค ของช่างเมืองเพชร

    ส่วนชั้นใต้ดินที่เรียกว่า ชั้นบาดาล เป็นที่จัดแสดงนิทรรศการและโบราณวัตถุจำนวนมาก อาทิ พระพุทธรูป เทวรูปสมัยต่าง ๆ และเครื่องลายครามของจีน ระเบียงรอบนอกตัวอาคารประกอบด้วยซุ้มแปดซุ้ม รอบพิพิธภัณฑ์เป็นอุทยานพรรณไม้ในวรรณคดี และพันธุ์ไม้หายากจากทุกภูมิภาคของประเทศ มีงานประติมากรรมลอยตัวเรื่อง รามเกียรติ์ วางเรียงรายล้อมรอบอาคาร

    เวลาเปิดให้เข้าชม
    จันทร์ - เสาร์ เปิดให้เข้าชมเป็นรอบ 09.00 , 10.00 , 11.00 , 12.30 , 13.30 , 15.00 , 16.00 และ 17.00 น.
    วันอาทิตย์และวันนักขัตฤกษ์ เข้าชมได้ตามอัธยาศัย

    ค่าเข้าชม ชาวไทย ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก (6-15 ปี) 100 บาท เด็กสมุทรปราการ 75 บาท ผู้สูงอายุ 100 บาท ชาวสมุทรปราการ 100 บาท
    ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 400 บาท เด็ก 200 บาท
    มี Audio Guide 3 ภาษา ไทย อังกฤษ จีน

    สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2371 3135-6 โทรสาร. 0 2380 0304

    การเดินทาง พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท (สายเก่า) ผ่านแยกบางพลี ก่อนถึงแยกปากน้ำ ตั้งอยู่บริเวณซ้ายมือ รถโดยสารประจำทางธรรมดา สาย 25, 142, 365 และรถปรับอากาศสาย 102, 507, 511, 536
ติดต่อสอบถาม:Tel. 0 2371 3135-6 Fax. 0 2380 0304
http://ancientcitygroup.net/erawan/

การเดินทางไป พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ สมุทรปราการ << คลิกเลย


แนะนำที่เที่ยว ที่พัก ร้านอาหาร ส่งภาพและข้อมูลได้ที่ แฟนเพจทัวร์ออนไทย
ทางเข้าพิพิธภัณฑ์

ทางเข้าพิพิธภัณฑ์  อธิบายเส้นทางมายังที่นี่สำหรับไม่คุ้นทางแถวปากน้ำ หรือสมุทรปราการแบบง่ายๆ ใช้ถนนสุขุมวิทตรงมาทางเมืองสมุทรปราการที่คุ้นชื่อว่าปากน้ำนั่นแหละครับ พิพิธภัณฑ์เอราวัณที่เราเรียกกันติดปากว่า ช้างสามเศียร อยู่ติดถนน หรือจะมาทางด่วนกาญจนาภิเษกที่เรียกกันว่าวงแหวนอุตสาหกรรมก็มีด่านทางลงข้างช้างสามเศียรได้เลย สะดวกที่สุด พื้นที่อันกว้างใหญ่ใต้ทางด่วนจัดสรรให้เป็นลานจอดรถ แล้วจะมีรถบริการรับส่งจากลานจอดใต้ทางด่วนมาที่พิพิธภัณฑ์ นี่เป็นวิธีที่สะดวกที่สุดยิ่งกว่าไปตระเวนหาที่จอดที่น่าจะเต็มอยู่ใกล้ๆ ทางเข้า ประตูทางเข้าก็มีทั้งด้านข้างและด้านหน้า นี่คือประตูด้านข้าง ถ้าด้านหน้าจะมองเห็นช้างสามเศียรแบบตรงๆ เลย

พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ

 

advertize

บรรยากาศรอบๆ ช้างสามเศียร

บรรยากาศรอบๆ ช้างสามเศียร  พอเข้าประตูมาแล้วต่างคนต่างก็มุ่งหน้าไปยังทางเดินที่จะตรงไปยังช้างสามเศียร ใครที่ไม่เคยเข้ามาก็คงไม่รู้ว่าข้างในบริเวณอันกว้างขวางไม่ได้มีรูปช้างยืนตระหง่านอยู่ตรงกลางเท่านั้น แต่รายล้อมไปด้วยหมู่พรรณไม้นานาชนิด และมีน้ำล้อมรอบ ให้บรรยกาศร่มรื่นน่าพักผ่อนอีกด้วย

อาหารและเครื่องดื่ม

อาหารและเครื่องดื่ม  ไม่เพียงแต่สวนพรรณไม้สวยๆ ร่มเย็น แต่ที่นี่มีบริการที่พร้อมสรรพอย่างเช่นอาหารเครื่องดื่ม ร้านกาแฟสด ฯลฯ อยู่ใกล้ๆ กับห้องขายตั๋ว จะเข้าไปชมพิพิธภัณฑ์ ก็จะต้องซื้อตั๋ว ถ้าเกิดว่ามาในวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ก็สามารถเดินเข้าไปชมกันได้เลย แต่ถ้ามาจันทร์ - เสาร์ จะเข้าชมได้เป็นรอบๆ ละประมาณ 1 ชั่วโมง ดังนี้

 09.00 , 10.00 , 11.00 , 12.30 , 13.30 , 15.00 , 16.00 และ 17.00 น.

 รอบสุดท้ายเสร็จเวลา 18.00 น. ได้เวลาปิดพอดีครับ

พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ

  จากประตูด้านข้างเดินประมาณ 100 เมตร เราก็จะมาถึงด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ที่สร้างเป็นอาคารทรงกระบอกกลมๆ เป็นฐานของช้างเอราวัณ หลายคนก็เดินพุ่งตรงเข้าไปด้านในเพราะอยากจะเห็น หลายคนก็สักการะช้างสามเศียรอยู่ตรงศาลาด้านหน้าก่อนที่จะเข้าไป ส่วนผมก็เดินมาให้สุดทางเดินก่อนจะได้รู้ว่ามีอะไรอีกบ้างก่อนที่จะเข้าไปด้านใน

advertize

พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ

 

ขั้นตอนการก่อสร้างช้างสามเศียร

ขั้นตอนการก่อสร้างช้างสามเศียร  ช้างเอราวัณหรือช้างสามเศียร เป็นประติมากรรมลอยตัวด้วยวิธีเคาะมือแห่งแรกที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทำจากโลหะทองแดง แผ่นเล็กสุดขนาดเท่าฝ่ามือนำมาเรียงต่อกันด้วยความประณีตนับแสนชิ้น ตัวช้างรวมอาคารมีความสูง 43.60 เมตร (หรือสูงขนาดตึก14-17ชั้นโดยประมาณ)

พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ

  ความสูงเท่าๆ กับตึกประมาณ 17 ชั้น ทำให้เรามองเห็นช้างสามเศียรได้แต่ไกล โดยเฉพาะเมื่อขับรถอยู่บนทางด่วนสายกาญจนาภิเษกไปทางพระประแดงยามรุ่งสางเห็นพระอาทิตย์ค่อยๆ ลอยสูงขึ้นมา อยากจอดถ่ายรูปเป็นที่สุดแต่นั่นเป็นการทำผิดกฏจราจรและเสี่ยงอันตรายเกินไป จนทุกวันนี้เลยไม่มีภาพพระอาทิตย์ขึ้นสวยๆ ใกล้ๆ ช้างเอราวัณมาให้ชมกันเลย

 ช้างที่เราเห็นสร้างกันใหญ่โตนั้น ถ้าหากเราลองหาข้อมูลความรู้เกี่ยวกับช้างเอราวัณจริงๆ แล้วละก็จะเห็นว่าความใหญ่โตที่สร้างห่างไกลจากความจริงมากครับ

  *ช้างเอราวัณ (อังกฤษ: Erawan : Airavata) ในเรื่องรามายณะ และ ความเชื่อของศาสนาฮินดู กล่าวถึงพระอินทร์มีร่างสีเขียว มีพาหนะเป็นช้าง 3 เชือก เชือกหนึ่งพระศิวะเป็นผู้ประทานให้ชื่อว่า เอราวัณ เชือกหนึ่งพระพรหมป็นผู้ประทานให้ชื่อว่า คีรีเมขล์ไตรดายุค และอีกเชือกหนึ่งพระวิษณุเป็นผู้ ประทานให้ชื่อว่า เอกทันต์ ช้างเอราวัณเป็นช้างที่มีพละกำลังมากที่สุดในหมู่ ช้างทั้ง 3 เชือก และเป็นที่โปรดปรานมากที่สุด ของพระอินทร์ เชื่อกันว่าช้างเชือกนี้เป็นเทพบุตรองค์หนึ่ง เมื่อพระอินทร์ต้องการจะเสด็จ ไปไหนเอราวัณเทพบุตร ก็จะแปลงกายเป็นช้างเผือก มี 33 เศียร แต่ละเศียรมีงา 7 งา งาแต่ละงายาวถึง 4 ล้านวา
งาแต่ละงามีสระบัว 7 สระ แต่ละสระมีดอกบัว 7 ดอก แต่ละดอกมีกลีบ 7 กลีบ มี 7 เกสร แต่ละเกสรมีปราสาทอยู่ 7 หลัง ปราสาทแต่ละหลังมี 7 ชั้น แต่ละชั้นมี 7 ห้อง แต่ละห้องมี 7 บัลลังก์ แต่ละบัลลังก์มีเทพธิดาสถิต 7 องค์ เทพธิดาแต่ละองค์มีบริวาร องค์ละ 7 นาง เทพธิดาบริวารแต่ ละนางมีนางทาสีนางละ 7 ทาสี รวมทั้งนางเทพอัปสรทั้งหมดประ มาณ 190,248,433 นาง เทพธิดา บริวารรวมกันทั้งหมดประมาณ 13,331,669,031 นาง เศียรทั้ง 33 ของช้างเอราวัณมีอุเปนทเทพยดา สถิตเศียรละ 1 องค์ โดยปกติศิลปินไทยมักจะทำช้าง เอราวัณ เป็นช้าง 3 เศียร

 *ที่มา http://th.wikipedia.org/wiki/ช้างเอราวัณ

ชั้นโลก (Hall of Earth)

ชั้นโลก (Hall of Earth)  เป็นห้องโถงชั้นแรกที่เราเดินเข้ามาหลังจากที่จุดธูปเทียนสักการะช้างเอราวัณที่ศาลาด้านหน้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในห้องโถงชั้นแรกเรียกกันว่าชั้นโลก ส่วนชั้นบนขึ้นไปตามบันไดจะมีชั้นจักรวาล บางคนเรียกว่าชั้นสวรรค์ ส่วนชั้นล่างก็จะมีชั้นสุวรรณภูมิ เห็นคนที่เดินเข้ามาบอกว่าชั้นบาดาล ก็เอาเถอะเรียกกันไปตามความถนัดก็แล้วกัน มีเสียงคุยกันระหว่างผู้คนที่เข้ามาชมภายในช้างเอราวัณว่า "ชั้นโลกสวยขนานี้ ชั้นจักรวาลสวยยิ่งกว่านี้อีก" โอ้โห เฉพาะที่เราเห็นอยู่นี้ก็ว่าสวยมากแล้ว แล้วที่จะสวยกว่านี้จะขนาดไหน ทุกคนที่เข้ามายืน ณ จุดนี้ ไม่มีใครเลยที่ไม่ถ่ายรูป ต่างคนต่างก็พยายามที่จะถ่ายรูปตรงนี้ โดยเฉพาะคนที่เป็นสื่อจะใช้รูปเพื่อไปประชาสัมพันธ์ ก็เลยต้องรอให้คนเดินขึ้นไปให้หมด จะได้ภาพสวยๆ ว่างๆ ไม่มีคนเดินผ่าน พอสบโอกาสก็ถ่ายรูปกันใหญ่ ยืนซ้อนๆ กันอยู่ตรงกลางบันได หามุมที่จะเก็บได้มากที่สุดทั้งบันได เสา และเพดานที่สวยงาม บันไดทั้ง 2 ข้างที่พาเราขึ้นไปชั้นบน แลดูเหมือนมังกร 2 ตัวพาดจากสวรรค์ลงมายังโลก ให้เราเดินบนหลังมังกรขึ้นไปยังไงยังงั้น

พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ

 

พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ

 

พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ

  หลังจากเดินขึ้นบันไดมาเราก็มาอยู่ที่จุดสูงสุดของฐานช้างสามเศียร ตรงนี้คือชั้นจักรวาลหรือสวรรค์หรือ ไม่น่านะ ก็เห็นบอกว่าชั้นบนสวยกว่าชั้นล่าง ก็ต้องไม่ใช่ตรงนี้สิ มองไปรอบๆ ก็เลยเห็นบันไดเดินต่อขึ้นไปอีก คราวนี้เราจะได้เดินเข้าไปในตัวช้างสามเศียรละครับ ฐานสีชมพูด้านนอกที่เราเห็นมาสุดลงตรงนี้นี่เอง

ชั้นจักรวาล

ชั้นจักรวาล  จากจุดสูงสุดของชั้นโลก มีบันไดเล็กๆ พาเราขึ้นมาที่ยังชั้นจักรวาลนี้ ตลอดทางเดินของบันไดที่วกไปวกมาหลายขั้น คนที่ขึ้นมาก่อนก็บอกว่าเราต้องขึ้นไปให้ได้เพราะชั้นจักรวาลนั้นสวยงามมาก พอเดินพ้นบันไดขึ้นมาก็เห็นเพดานสีฟ้า มีคนยืนอออยู่ตรงบันไดจนเดินไปไม่ได้ คนที่เค้ายืนจับกลุ่มอยู่ก็เพราะพยายามจะเก็บภาพโดมนี้โดยไม่ติดคนที่นั่งอยู่ด้านใน ก็ทำได้แค่รอไปเรื่อยๆ พอได้จังหวะทั้งเสียงชัตเตอร์และแสงแฟลชทำงานวูบวาบๆ ไม่รู้ของใครเป็นของใคร ชั้นจักรวาลมีเจ้าหน้าที่ดูแลอยู่ จะคอยเตือนนักท่องเที่ยวเรื่องจุดที่ห้ามถ่าย ได้แก่พระพุทธรูปเก่าแก่ที่ประดิษฐานอยู่ในตู้กระจกทั้ง 2 ด้านของห้องโถง ห้ามถ่ายรูปครับ

พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ

  ตรงกลางห้องโถงมีรอยพระพุทธบาทประดิษฐานอยู่ ทุกคนที่มาที่นี่ก็ทำบุญด้วยการเอาเงินวางลงในรอยพระพุทธบาทจนเต็มอย่างที่เห็นนี้ละครับ

พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ

  นอกจากห้องโถงชั้นจักรวาลแล้วทางเดินขึ้นลงจะมีทางแยกเล็กๆ พอให้วางศิลปะวัตถุอื่นๆ ไว้ด้วย ส่วนในชั้นสุวรรณภูมิเป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงโบราณวัตถุจำนวนมาก ผมขอข้ามไปก่อนในวันนี้มีโอกาสคงได้ไปเก็บภาพเพิ่มเติมในส่วนอื่นๆ มาให้ แต่ผมว่าเพียงเท่าที่เอามาให้ชมนี้ ก็เพียงพอแล้วที่จะตัดสินใจเลือกไปชช้างสามเศียรในวันหยุดที่กำลังจะมาถึง ใช่มั้ยละครับ

แก้ไขล่าสุด 0000-00-00 00:00:00 รับชม 11741

แผนที่ พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ และสถานที่ใกล้เคียง

เส้นทางไปพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ สมุทรปราการ << คลิกเลย

 



จองที่พักทั่วโลก


บ้านอัมพวา

บ้านอัมพวา รีสอร์ทแอนด์สปา

บ้านอิ่มอุ่น

บ้านอิ่มอุ่น

โรงแรมบ้านเพียงตะวัน

โรงแรมบ้านเพียงตะวัน

เดอะเลเจ้นท์

เดอะเลเจ้นท์ แม่กลอง

เรือนไทย

เรือนไทย บางกุ้ง รีสอร์ท

เจริญรัตน์

เจริญรัตน์ รีสอร์ท

บ้านสีรีน

บ้านสีรีน แอ็ท สมุทรสงคราม

บ้านปลาทับทิม

บ้านปลาทับทิม รีสอร์ท

เขตต์วารินทร์

เขตต์วารินทร์ รีสอร์ท

ชบาบานฉ่ำ

ชบาบานฉ่ำ รีสอร์ท

ปฏิทินท่องเที่ยว

 
กรกฏาคม
 
อา
พฤ
-
-
-
-
-
-
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
-
-
-
-
-

กิจกรรมในสมุทรปราการ

ไม่มีกิจกรรมในสมุทรปราการ
ดูทั้งหมด


ที่เที่ยวใน สมุทรปราการ



ตลาดบางน้ำผึ้ง


ฟาร์มจระเข้ และสวนสัตว์สมุทรปราการ


เมืองโบราณ Ancient City


สวนศรีนครเขื่อนขันธ์


วัดบางพลีใหญ่ใน


สถานตากอากาศบางปู


สะพานภูมิพล (วงแหวนอุตสาหกรรม)


วัดบางพลีใหญ่กลาง


ตลาดริมน้ำโบราณบางพลี


วัดทรงธรรมวรวิหาร

ใหม่/อัพเดต


วัดสระมณี อุดรธานี

Feelsion Cafe ฟีลฉัน คาเฟ่

Sweet Addict

ร้านอาหารข้าวต้มโฟนลิงค์ หัวหิน

ร้านอาหารบ้านอีสาน นครสวรรค์

Maguro Sushi บางนา

อะหมัดรสดี ครัวไทย

Fin Market ฟินมาร์เก็ต เชียงใหม่

ร้านกาแฟ My Cup สุราษฎร์ ดอนนกซอย 14

เจ็กบั๊กแต่เตี้ยม สุราษฎร์ธานี