หน้าหลัก >> เพชรบุรี >> แหลมผักเบี้ย

แหลมผักเบี้ย


 

 เป็นแหลมเล็กๆ ยื่นลงไปในอ่าวทะเลไทย เป็นจุดที่เรียกว่า ทรายเม็ดแรกของทะเลอ่าวไทย เนื่องจากที่บริเวณปลายแหลมระยะทางยาวกว่า 2 กิโลเมตร เป็นจุดเริ่มต้นของหาดทรายริมฝั่งทะเลอ่าวไทย เพราะทะเลตั้งแต่กรุงเทพฯ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม มาจนถึงเพชรบุรีจะเป็นทะเลโคลนทั้งหมด บริเวณแหลมผักเบี้ยเหมาะแก่การดูนกชายทะเล มีนกมากมายหลายชนิด อาทิ นกนางนวลแกลบธรรมดา นกตีนเทียน นกกระติ๊ดขี้หมู นกกาน้ำ ฯลฯ นอกจากเดินทางเข้าถึงได้โดยทางรถยนต์แล้ว ก็สามารถเดินทางได้โดยทางเรือเช่นกัน ผู้ที่สนใจจะล่องเรือมาที่ปลายหาดที่เป็นที่ตั้งของทรายเม็ดแรก ก็สามารถลงเรือล่อง ตามคลองอีแอด ระยะทาง 5 กิโลเมตรจากท่าเทียบเรือแหลมผักเบี้ย ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง จะได้เห็นชีวิตสองฝั่งคลอง การล่องเรือจากคลองอีแอดต้องตรวจสอบระดับน้ำก่อนการเดินทาง เพราะจะมีเวลาน้ำขึ้น-น้ำลง 

    การเดินทาง แหลมผักเบี้ยอยู่ระหว่างเส้นทางเลียบชายทะเลจากหาดเจ้าสำราญไปยังอำเภอบ้านแหลม ระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร ทางเข้าแหลมผักเบี้ยอยู่ข้างวัดสมุทรโคดม

การเดินทางไปแหลมผักเบี้ย เพชรบุรี

ติดต่อสอบถาม:
ททท. สำนักงานเพชรบุรี โทร. 0 3247 1005-6
http://www.tourismthailand.org/phetchaburi

บ่อบำบัดน้ำเสีย

บ่อบำบัดน้ำเสีย ไม่เคยมาเที่ยวแหลมผักเบี้ยมาก่อน วันนี้เพิ่งรู้ว่าที่นี่เป็นส่วนหนึ่งของโครงการวิจัยพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย มีหน้าที่บำบัดน้ำเสียจากชุมชนใกล้เคียงบริเวณนี้ทั้งหมด รวมทั้งการกำจัดขยะด้วย ถ้าเราติดต่อโครงการไว้ก่อนเราจะได้นั่งรถรางชมโครงการพร้อมเจ้าหน้าที่บรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมหลายอย่างด้วย ถือว่าโชคดีมากที่เราจะได้ความรู้ในการจัดการขยะที่เป็นประโยชน์เอาไปใช้ในบ้านและชุมชนของเราได้จริง โดยเฉพาะเรื่องการบำบัดน้ำเสีย มีวิธีการบำบัดให้น้ำเสียกลายเป็นน้ำที่มีคุณภาพในระดับที่ปลาอาศัยอยู่ได้จริงๆ และตรวจสอบแล้วว่าไม่มีสารตกค้างที่เป็นพิษ ตอนเข้ามาบ่อแรกกลิ่นน้ำเสียจะแรงมากแต่แปลกตรงที่กลิ่นมันแรงเฉพาะในวงกลมแคบๆ ที่เค้ากั้นเอาไว้ พอออกห่างจากวงกลมนี้ไปแล้วกลิ่นจะเบาลงเรื่อยๆ 

ดูนกที่แหลมผักเบี้ย

ดูนกที่แหลมผักเบี้ย ระหว่างนั่งรถรางชมโครงการเราจะเห็นนกหลายชนิดบินมาหากินในบ่อของโครงการเพราะในบ่อมีปลาเลี้ยงไว้ปลาพวกนี้อยู่ในน้ำได้อย่างสบายและนกก็คอยบินวนเวียนมาหาปลากินอยู่ตลอดวัน การบำบัดน้ำเสียที่เจ้าหน้าที่บรรยายให้ฟังมีหลายวิธีมาก ที่เห็นด้วยตาชัดๆ คือกังหัน และการทำน้ำล้น แค่เอาน้ำเสียจากชุมชนที่ไหลมาทุกวันๆ เข้ามาในบ่อแล้วปล่อยให้น้ำล้นลงข้างบ่อจากนั้นก็ไหลไปเข้าระบบบำบัดของบ่ออื่นต่อ แค่น้ำล้นออกจากขอบบ่อก็เพิ่มปริมาณออกซิเจนเข้าไปในน้ำได้อย่างไม่น่าเชื่อ

advertize

บำบัดน้ำเสียด้วยแปลงหญ้า

บำบัดน้ำเสียด้วยแปลงหญ้า อีกหนึ่งวิธีที่เราไม่เคยรู้มาก่อนเหมือนกัน ปลูกหญ้าบางชนิดลงไปในแปลงกว้างๆ เอาน้ำเสียรดด้านหนึ่งของแปลงดินให้มันไหลลงไปทางเดียวกันอีกด้านหนึ่งของแปลงแค่นี้ก็บำบัดน้ำเสียได้แล้ว พอหญ้าโตเต็มที่ก็ตัดขายแล้วปลูกใหม่ ฟังดูแล้วมันดูเหมือนเรื่องง่ายๆ แค่นี้เองนะ

ชมป่าชายเลน

ชมป่าชายเลน จากระบบบำบัดน้ำเสียจนกลายเป็นน้ำดี เลยไปอีกหน่อยจะมีระบบหมักขยะให้กลายเป็นปุ๋ยหมัก สร้างห้องคอนกรีตสี่เหลี่ยมสูงๆ เอาขยะใส่ลงไปให้ได้ความหนาแล้วสลับกับชั้นดินแดงหมักไว้ 30 วัน ขยะ 2 ตันจะกลายเป็นปุ๋ยประมาณ 500 กิโลกรัม ขายสร้างรายได้ให้หน่วยงานที่ดูแลชุมชน อย่างเทศบาล หรืออบต. ปีละนับล้านบาท มีหน่วยงานต่างๆ มาศึกษาดูงานของที่นี่อยู่เป็นระยะ ถ้าเราเอาหลักการนี้มาใช้ในบ้านสร้างกล่องหรือห้องสี่เหลี่ยมให้เล็กลงตามปริมาณขยะของบ้านเราก็สามารถเปลี่ยนขยะเป็นปุ๋ยได้เหมือนกัน

    ผ่านบ่อหมักขยะได้ความรู้กันเพียบ ตอนนี้ได้เวลาที่เราจะไปเที่ยวป่าโกงกางในโครงการกันบ้างซึ่งเป็นที่ที่คนรู้จักดี คนมาเที่ยวส่วนใหญ่มาเที่ยวที่ป่าชายเลนแต่ไม่เคยรู้เลยว่าอีกด้านหนึ่งของโครงการเค้าทำอะไรที่ไม่เหมือนที่อื่นเลย ระหว่างนั่งรถเข้าไปจุดเริ่มต้นเดินชมป่าชายเลนเราก็จะได้เห็นพืชผักอีกหลายชนิดโดยเฉพาะใบชะครามที่หลายๆ คนโปรดปราน ผักชนิดนี้ขึ้นที่น้ำกร่อยมีอยู่เยอะด้วยที่แหลมผักเบี้ย

แหลมผักเบี้ย

 จากโครงการในพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตอนนี้แหลมผักเบี้ยสร้างประโยชน์มากมายทางด้านสิ่งแวดล้อม และป่าชายเลนที่เคยถูกทำลายลดจำนวนลงอย่างมากกลายเป็นพื้นที่ป่าชายเลนขนาดใหญ่และเป็นที่พักผ่อนของคนทุกเพศทุกวัย ทุกวันหยุดเราจะเห็นครอบครัวมาพักผ่อนกันเนืองๆ

advertize

ปูก้ามดาบ

ปูก้ามดาบ เป็นสัตว์หาพบได้มากในบริเวณป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์ ที่แหลมผักเบี้ยมีทั้งปูก้ามดาบและปลาตีนตัวใหญ่มากและมีอยู่เยอะเหมือนหมู่บ้านปูก้ามดาบเลยถ้าโชคดีเราจะได้เห็นปูมันดวลดาบกันแย่งสิทธิ์ในการหากินในพื้นที่ของมันเองด้วย ปูก้ามดาบมีก้ามใหญ่ข้างเดียวเอาไว้สู้แต่ปกติมันจะสู้แค่พอรู้ฝีมือแล้วจะแยกจากกันไปตัวแพ้จะยอมถอยแต่โดยดีไม่สู้กันดุเดือดจนก้ามหักดูแล้วก็ตลกดี ปูที่ก้ามเล็กกว่าจะไม่เข้ามาใกล้ปูก้ามใหญ่กว่าเพราะมันรู้ว่ามันสู้ไม่ได้แน่ๆ

วิวแหลมผักเบี้ย

วิวแหลมผักเบี้ย กลางป่าชายเลนมีหอชมวิวสูง 3 ชั้น สูงพอพ้นยอดป่าโกงกางพอได้เห็นวิวกว้างๆ ของป่าชายเลน ชื่อหอภูมิทัศนา

แหลมผักเบี้ย

 ชมวิวชมนกชมไม้กันจนพอใจแล้วออกเดินทางกันต่อตามสะพานไม้ไปที่ปลายแหลมนั่งชมวิวเป็นกิจกรรมสุดท้ายของการเดินชมแหลมผักเบี้ย ที่นี่หันไปทางตะวันออกพระอาทิตย์ขึ้นสวยมากแต่พระอาทิตย์ตกแม้ว่าจะมีแนวป่าชายเลนบังแต่ก็มีโอกาสที่จะได้เห็นวิวแจ่มๆ ตอนเย็นได้เหมือนกัน

แหลมผักเบี้ย

 สุดสะพานของแหลมผักเบี้ยเป็นจุดชมวิวยอดนิยม ใครๆ ก็มานั่งรับลมชมวิวกันที่ปลายสะพานนี้ ยิ่งใกล้พระอาทิตย์ตกคนยิ่งเยอะ

แหลมผักเบี้ย

 ชาวบ้านที่นี่มาหาจับปูจับหอยไม่แน่ใจแต่น่าจะเป็นหอย เค้าเดินอยู่ไกลๆ ลิบๆ จนถามไม่ได้เลย แต่ดูเหมือนเค้าจะออกมากันตอนเย็นๆ แล้วกลับค่ำๆ เพราะมีไฟฉายที่หัวกันทุกคนด้วย

พระอาทิตย์ตกแหลมผักเบี้ย

พระอาทิตย์ตกแหลมผักเบี้ย นั่งรับลมคุยกันตามประสาเพื่อนๆ ฝูงๆ เผลอแป๊บเดียวพระอาทิตย์จะลับขอบฟ้า คว้ากล้องขึ้นมาถ่ายกันใหญ่เลย ด้านตะวันตกมีป่าโกงกางกั้น ถ้ามาดูพระอาทิตย์ขึ้นที่นี่จะเห็นพระอาทิตย์โผล่จากน้ำทะเลเลย สวยอย่าบอกใครกะว่าคราวหน้าจะลองมารอพระอาทิตย์ขึ้นตรงนี้มั่ง

แหลมผักเบี้ย

 

แหลมผักเบี้ย

 ถ่ายรูปกันจนฟ้าเริ่มหมดแสง เริ่มจะมืดลงทุกทีๆ เลยเป็นอันต้องเดินกลับเป็นอันจบการนำเที่ยวแหลมผักเบี้ยของเราในวันนี้มีอัพเดตอะไรเราจะมาเล่าสู่กันฟังอีกครั้ง

ขอบคุณการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเพชรบุรี

แผนที่ แหลมผักเบี้ย และสถานที่ใกล้เคียง

เส้นทางไปแหลมผักเบี้ย เพชรบุรี