หน้าหลัก >> นครปฐม >> พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดท่าพูด

พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดท่าพูด


 พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดท่าพูด ตั้งอยู่ในวัดท่าพูด ตำบลไร่ขิง ริมแม่น้ำท่าจีน เป็นวัดเก่าแก่อายุกว่า 200 ปีจากหลักฐานจารึกบนแผ่นอิฐมอญบนผนังพระอุโบสถ สันนิษฐานว่าสร้างสมัยอยุธยาตอนปลายประมาณสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ โดยกลุ่มคนที่อพยพโยกย้ายมาจากกรุงศรีอยุธยาเพื่อหลบภัยสงครามหลังเสียกรุงศรีอยุธยาพ.ศ. 2310 และมาตั้งหลักแหล่งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน หลวงพ่อรดเจ้าอาวาสคนแรกเป็นอดีตพระราชาคณะกรุงศรีอยุธยา แม้ในสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชจะนิมนต์ท่านให้เข้าไปจำพรรษาในเมืองหลวง เนื่องจากทรงฟื้นฟูขนบธรรมเนียมประเพณีสมัยกรุงศรีอยุธยาและทะนุบำรุงพระพุทธศาสนาโดยสืบหาพระภิกษุสงฆ์ที่มาจากกรุงเก่าเพื่อนิมนต์เข้าไปจำพรรษาในกรุงธนบุรี แต่หลวงพ่อรดก็ประสงค์จะจำพรรษาที่วัดนี้

    สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงมิขัดข้องและทรงพระราชทานสิ่งของหลายสิ่ง เช่น พระยานมาศ(คานหาม) กระโถนถมปัทม์ กาน้ำชาและเรือกัญญาจำนวนอีก 2 ลำ ในสมัยรัชกาลที่ 5 วัดท่าพูดเป็นที่รู้จักของเชื้อพระวงศ์ ได้แก่ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เนื่องจากในขณะนั้นมีเจ้าอาวาสใหญ่และรองที่มีชื่อเสียงคือหลวงพ่อแก้วและหลวงพ่อชื่น ปีพ.ศ.2540 มีความคิดที่จะสร้างพิพิธภัณฑ์ประจำวัดขึ้นเพื่อประโยชน์ต่อการศึกษา และใช้พื้นที่การจัดแสดงเป็น 3 ส่วน คือ

    1. หอพระไตรปิฎกสมัยรัชกาลที่ 3 จัดแสดงโบราณวัตถุ เช่น สิ่งของที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงพระราชทานให้แก่พระอาจารย์รด นอกจากนั้นยังมีเครื่องถมปัทม์

    2. กุฏิอดีตเจ้าอาวาสหลังเก่าพ.ศ. 2502 จัดแสดงสิ่งของเครื่องใช้ของเจ้าอาวาส เครื่องบริขารต่างๆ สมบัติของวัด เช่น เครื่องแก้ว เครื่องกรองน้ำ เครื่องปั้นดินเผาที่งมได้จากแม่น้ำหน้าวัด รวมทั้งสิ่งประดิษฐ์ที่แสดงภูมิปัญญาท้องถิ่นเช่น เถรรอดเพล (เถร-อด-เพล) เป็นเครื่องเล่นลับสมองของคนไทยโบราณทำจากไม้ มีภาพถ่ายทางอากาศของวัด และ

    3. อาคารเรียนพระปริยัติธรรมสมัยรัชกาลที่ 5-6 เป็นอาคารไม้สักประดับลายไม้ฉลุ(ขนมปังขิง) หน้าจั่วเป็นรูปเครื่องหมาย มหามกุฏราชวิทยาลัย วัดบวรนิเวศวิหาร ชั้นบนมุมหนึ่งรวบรวมเกี่ยวกับหนังสือพิมพ์ย้อนยุคสมัยต่างๆ และยังมีหนังสือและเอกสารต่างๆที่ทางวัดเก็บไว้ ชั้นล่างใต้ถุนอาคารเก็บเครื่องวิดระหัดน้ำเข้านา

    เปิดวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.00-16.00 น. ไม่เสียค่าเข้าชม (กรุณาติดต่อล่วงหน้าก่อนเข้าชม) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร 08 1941 6637 (คุณวิรัชน์), 08 9786 4533 (คุณมานะ), 0 3428 8852, 0 3432 1122 (เจ้าอาวาส)

    การเดินทาง นั่งรถสองแถวจากปากทางเข้าวัดไร่ขิงเข้าไป (อยู่เลยวัดไร่ขิงไปแต่ก่อนถึงวัดดอนหวาย)

การเดินทางไปพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดท่าพูด นครปฐม

ติดต่อสอบถาม:
ททท. สำนักงานสมุทรสงคราม โทร. 0 3475 2847-8
http://www.tourismthailand.org/samutsongkhram

ซุ้มประตูกำแพงแก้ววัดท่าพูด

ซุ้มประตูกำแพงแก้ววัดท่าพูด จากถนนวัดไร่ขิงที่จะเชื่อมไปถึงวัดดอนหวายซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมแห่งหนึ่งของนครปฐมนั่นก็คือตลาดดอนหวาย หรือตลาดน้ำดอนหวาย เกือบกึ่งกลางของระยะทางจากทั้ง 2 แห่ง มีวัดอยู่แห่งหนึ่งเป็นสถานที่เก็บรักษาโบราณวัตถุหลายชิ้น และเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน นั่นคือวัดท่าพูด จากกำแพงของวัดท่าพูดเลี้ยวเข้าซุ้มประตูวัดมาจะเป็นลานกว้างมีต้นไม้ใหญ่หลายต้น เป็นที่จอดรถได้ด้วย หรือจะเข้าไปจอดลานคอนกรีตของวัดที่ใกล้ๆ ท่าน้ำก็ได้ แต่ตอนนี้จอดตรงนี้แหละพอดีมีร่มเงาต้นไม้อยู่
 เดินเข้าภายในบริเวณวัดท่าพูดจะเป็นกำแพงแก้วล้อมพระอุโบสถซึ่งถือว่าแปลกที่เข้ามาปุ๊บจะเป็นพระอุโบสถทันที แต่ในสมัยก่อนที่จะมีถนนหนทางมากมาย ด้านนี้คงเป็นด้านหลังวัดเพราะแม่น้ำที่ผ่านท่าน้ำของวัดน่าจะเป็นด้านหน้า ตามทิศทางแล้วทางนี้ก็เป็นด้านหลังของพระอุโบสถด้วย กำแพงแก้วด้านนี้มีซุ้มประตูอยู่ตรงกลาง ทำให้เห็นพระอุโบสถด้านขวามือ และวิหารด้านซ้ายมือ

พระสังกัจจายน์

พระสังกัจจายน์ รอบพระอุโบสถมีใบเสมาคู่และไม่ได้มีการทาสีใหม่จึงทำให้เห็นถึงอายุของใบเสมา ถึงแม้ว่าจะมีการทาสีพระอุโบสถให้คงความสวยงามเอาไว้ ด้านหน้าพระอุโบสถมีเต็นท์กางตามแนวยาวให้เป็นทางเดินไปยังซุ้มประตูด้านหน้าเพื่อไปยังหน้าวัดและท่าน้ำ

advertize

พระประธานวัดท่าพูด

พระประธานวัดท่าพูด พระอุโบสถปกติแล้วจะดูเหมือนปิดประตูเอาไว้ แม้ว่าจะเดินทางมาในวันเสาร์-อาทิตย์ ซึ่งปกติวัดทั่วไปหลายวัดจะมีการเปิดให้ประชาชนได้เข้าชมและสักการะพระประธานในพระอุโบสถ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัดท่าพูดเป็นวัดที่มีโบราณวัตถุและเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ แต่ดูเหมือนจะไม่ได้เป็นอย่างนั้น เพราะประตูพระอุโบสถจะปิดไว้ตลอดเวลา แต่เมื่อมีคนเข้ามาสักการะองค์พระประธานจะถามผู้ดูแลซึ่งจะได้คำตอบว่า ประตูนั้นปิดไว้เฉยๆ ไม่ได้มีการล๊อคหากจะเข้าไปก็เปิดเข้าไปได้ หลังจากเวลาที่โบสถ์ปิดในตอนเย็นจึงจะมีการล๊อกประตูโบสถ์พระพุทธรูปในพระอุโบสถมีด้วยกันสามองค์บนฐานด้านหน้ามีโต๊ะหมู่บูชาประดับด้วยงาช้างคู่

บรรยากาศภายในโบสถ์

บรรยากาศภายในโบสถ์ เนื่องจากเราขอเข้ามาเพียงกลุ่มเดียวในวันนี้ก็เลยเปิดประตูบานเดียวแสงที่ลอดเข้ามาส่องสว่างภายในอุโบสถที่ปิดประตูอีกบานหนึ่งและหน้าต่างทั้งหมดไว้กับแสงไฟนิดหน่อยที่ทำให้เรามองเห็นพระพุทธรูปองค์ประธาน บรรยากาศที่เงียบสงบเหมาะกับความเป็นศาสนสถาน

วิหารวัดท่าพูด

วิหารวัดท่าพูด อยู่ด้านข้างพระอุโบสถ นอกจากพระอุโบสถกับพระวิหาร ส่วนที่เหลือของวัดอยู่นอกกำแพงแก้ว วิหารเองปกติก็ไม่ได้เปิดให้เข้าชม นอกจากจะติดต่อกับทางวัดไว้ล่วงหน้า

advertize

กำแพงแก้วด้านหน้า

กำแพงแก้วด้านหน้า หลังจากชมบริเวณอุโบสถในกำแพงแก้วแล้วคราวนี้เดินทะลุซุ้มประตูออกมานอกกำแพงแก้วด้านหน้าพระอุโบสถ เพื่อไปยังพิพิธภัณฑ์

พระจุฬามณีวัดท่าพูด

พระจุฬามณีวัดท่าพูด สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 ผู้สร้างชื่อ นายช่วงเป็นผู้เลื่อมใสในพระพุทธศาสนาอย่างมาก และสนใจเรื่องพระกัมมัฏฐาน คราวหนึ่งได้เกิดนิมิตมองเห็นพระจุฬามณีเจดีย์บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ด้วยเหตุแห่งความเลื่อมใสจึงได้ขายที่นา 50 ไร่ นำมาสร้างพระจุฬามณีเจดีย์ถวายไว้ในพระพุทธศาสนา เพื่อให้ประชาชนได้มากราบไหว้สักการะบูชา

 เมื่อมีการบูรณะในปี พ.ศ.2527 ได้พบพระเขี้ยวแก้วภายในพระจุฬามณีเจดีย์ลักษณะเป็นแก้วใสเจือสีเหลืองเล็กน้อย กว้างยาวประมาณ 2x4 เซนติเมตร คล้ายลูกโป่งในท้องปลาตะเพียน ชาวบ้านเรียกว่า "โป่งปลาตะเพียน" ภายหลังบูรณะได้ทำพิธีและนำบรรจุไว้ที่เดิม

 การจำลองเอาโลกสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ลงมาสร้างไว้ ณ วัดท่าพูด แห่งนี้ ทุกคนจึงมีโอกาสมากราบไหว้ และสักการะพระจุฬามณีเจดีย์เพื่อเป็นพุทธบูชา เช่นเดียวกับเหล่าเทพยดาทั้งหลายทั้งปวง และยังเป็นพระธาตุประจำผู้เกิดปีจอ ดังนั้น บุญที่ได้จากการไหว้บูชาและสร้างกุศลกับพระธาตุนั้น เชื่อกันว่าแรงนัก หากผู้ใดปฏิบัติบูชาด้วยจิตใจบริสุทธิ์และหมั่นกราบไหว้บูชาตามกำลังจะเกิดสิริมงคลต่อตนเองและครอบครัว

พระด้านหน้าพระจุฬามณีเจดีย์

พระด้านหน้าพระจุฬามณีเจดีย์ ด้านหน้าพระจุฬามณีเจดีย์ของวัดท่าพูดเป็นที่ประดิษฐานพระหลายองค์ ได้แก่ พระมาลัยเทพเถระ (ภาพซ้าย) สมเด็จพระอมรินทราธิราชเจ้า (พระอินทร์) ประทับบนช้างเอราวัณ เป็นพาหนะ อยู่ตรงกลาง สมเด็จพระศรีอริยเมตไตรย์ (พระศรีอาริย์) ภาพขวา มีบันไดทางเดินขึ้นไปยังลานประทักษินรอบพระจุฬามณีเจดีย์ทั้ง 2 ข้าง

พระจุฬามณีเจดีย์วัดท่าพูด

พระจุฬามณีเจดีย์วัดท่าพูด พระจุฬามณีเจดีย์กล่าวกันว่าเป็นเจดีย์ที่บรรจุพระเกศโมลีและพระบรมธาตุเขี้ยวแก้วของพระพุทธเจ้า พระเจดีย์นี้ประดิษฐานอยู่บนดาวดึงส์เทวโลกขั้นที่ 2 องค์เจดีย์ทำด้วยแก้วอินทนิล ส่วนบนทำด้วยทองคำและประดับด้วยแก้ว 7 ประการ อันเป็นสัตตพิธรัตนะ สมเด็จพระอมรินทราธิราชเจ้าผู้เป็นใหญ่ (พระอินทร์) ทรงสร้างขึ้นไว้ ในวันพระ 8 ค่ำ และ 15 ค่ำ เหล่าเทพเจ้าในเทวโลกเบื้องบนทั้งหลายซึ่งมีพระศรีอาริยเมตไตรย์ (พระพุทธเจ้าในอนาคตกาล) เสด็จลงมาถวายนมัสการพระจุฬามณีเจดีย์อยู่มิได้ขาด แม้แต่พระมาลัยเทพเถระได้เคยเสด็จไปโดยครั้งนั้นได้รับถวายดอกบัวจากชายยากจน แล้วนำไปบูชาพระจุฬามณีเจดีย์ ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เมื่อเสด็จกลับลงมายังโลกมนุษย์ได้นำมาบอกเล่าแก่ชาวชมพูทวีป เพื่อให้ทุกคนกระทำแต่ความดีและหลีกเลี่ยงความชั่ว เพื่อจะได้พบพระศรีอาริย์ ในภพหน้าอีกด้วย

พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดท่าพูด

พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดท่าพูด อยู่ด้านข้างพระจุฬามณีเจดีย์วัดท่าพูด ภายในมีโบราณวัตถุหลายอย่างซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะไม่บันทึกภาพเพื่อเอามาเผยแพร่ถือว่าเพื่อเป็นการรักษาความปลอดภัยแก่ของเหล่านั้นด้วย และอีกเหตุผลหนึ่งคือภายในมีแสงสว่างน้อยมากการถ่ายภาพทำได้ยากและมักจะไม่ได้ภาพสวยๆ ออกมาเท่าไหร่

เรือเก่าแก่วัดท่าพูด

เรือเก่าแก่วัดท่าพูด เรือ 2 ลำนี้เป็นเรือที่เก่าแก่มาก แม้ว่าพื้นเรือจะผุพังหายไปจนเหลือเพียงส่วนด้านข้างของลำเรือ มีประชาชนเดินทางมาสักการะกราบไหว้และมีการบูชาถวายชุดไทย อยู่ด้านข้างของพิพิธภัณฑ์

หอระฆังวัดท่าพูด

หอระฆังวัดท่าพูด หลังจากนี้ก็เป็นการเดินชมบริเวณวัดให้ทั่วๆ ครับ

ลานจอดรถ

ลานจอดรถ ลานคอนกรีตอันกว้างขวาง เป็นลานจอดรถของวัดท่าพูด จึงไม่ต้องกังวลเรื่องที่จอดรถหากจะเดินทางมาที่นี่ ถัดไปมีต้นไม้หลายต้น ริมแม่น้ำท่าน้ำนี้ยาวมาก มีศาลาตั้งไว้ให้เป็นที่พักผ่อนริมน้ำของประชาชน 6 หลัง

ก๋วยเตี๋ยวเรือสองแถว

ก๋วยเตี๋ยวเรือสองแถว ร้านอาหารเพียงหนึ่งเดียวที่ทำเป็นแพอยู่หน้าวัดท่าพูด มีเส้นเล็กเส้นใหญ่ให้เลือก ก๋วยเตี๋ยวหมูต้มยำ น้ำใส หรือก๋วยเตี๋ยวแห้ง เย็นตาโฟก็มีให้เลือก มีคำเตือนอยู่ที่ป้ายบนหลังคาว่าชิมก่อนปรุงนะจ๊ะ ท่าน้ำแห่งนี้เป็นสถานที่สำหรับการล่องหลวงพ่อวัดไร่ขิง (องค์จำลอง) ในประเพณีช่วงวันที่ 13-14 เมษายนของทุกปี เวลาในการล่องเรือเริ่มต้นที่วัดไร่ขิงเวลา 08.09 น. ถึงวัดท่าพูด เวลาประมาณ 18.00 น. เส้นทางอัญเชิญองค์หลวงพ่อวัดไร่ขิง วันที่ 14 เมษายน เริ่มต้นที่วัดท่าพูด เวลา 07.30 น. ถึงวัดไร่ขิงเวลาประมาณ 08.30 น.

เจดีย์และต้นโพธิ์

เจดีย์และต้นโพธิ์ อยู่ที่ด้านหน้าของกำแพงแก้วพระอุโบสถ ซึ่งเดินผ่านระหว่างการเดินกลับไปที่รถ

ซุ้มประตูกำแพงแก้ว

ซุ้มประตูกำแพงแก้ว เพิ่งสังเกตุได้ว่าซุ้มประตูที่กำแพงแก้วด้านหน้าพระอุโบสถมี 2 ซุ้มด้านหนึ่งจะตรงกับหน้าพระอุโบสถพอดี ส่วนกำแพงแก้วด้านหลังมีซุ้มเดียวจึงสร้างไว้ตรงกลางระหว่างพระอุโบสถกับวิหารของวัดท่าพูด จบการนำเที่ยววัดท่าพูดไว้เท่านี้ครับ อย่าลืมว่าหากต้องการไปชมพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดท่าพูดต้องติดต่อไปล่วงหน้า เปิดวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.00-16.00 น. ไม่เสียค่าเข้าชม (กรุณาติดต่อล่วงหน้าก่อนเข้าชม) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร 08 1941 6637 (คุณวิรัชน์), 08 9786 4533 (คุณมานะ), 0 3428 8852, 0 3432 1122 (เจ้าอาวาส)

แผนที่ พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดท่าพูด และสถานที่ใกล้เคียง

เส้นทางไปพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดท่าพูด นครปฐม