หน้าหลัก >> ชัยนาท >> วัดมหาธาตุ

วัดมหาธาตุ


 

 วัดมหาธาตุ ตั้งอยู่หมู่ที่ 8 ตำบลแพรกศรีราชา เดิมชื่อว่าวัดพระธาตุ หรือวัดหัวเมือง เป็นวัดเก่าแก่โบราณคู่เมืองแพรกหรือเมืองสรรค์ เมื่อ พ.ศ. 2444 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จประพาสและทรงมีลายพระหัตถ์บันทึกไว โบราณสถานที่น่าสนใจและมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ได้แก่ พระปรางค์กลีบมะเฟือง (พูมะเฟือง) สร้างด้วยอิฐถือปูน 3 องค์ พระปรางค์มีลักษณะคล้ายกลีบมะเฟือง ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยม (ฐานเขียง) เป็นศิลปะสมัยลพบุรี กรมศิลปากรได้บูรณะปฏิสังขรณ์เมื่อปี พ.ศ. 2526 นอกจากนั้นยังมีพระพุทธรูปซึ่งแบ่งเป็น 2 แบบ คือ ศิลปะแบบลพบุรีและแบบอยุธยาตอนต้น ภายในวัดยังมีพิพิธภัณฑ์ซึ่งเก็บรักษาสิ่งของโบราณต่าง ๆ

    การเดินทาง อยู่ห่างจากตัวเมืองชัยนาทประมาณ 20 กิโลเมตร จากอำเภอเมือง ใช้ทางหลวงหมายเลข 340 ถึงทางแยกเข้าอำเภอสรรคบุรี จากที่ว่าการอำเภอสรรคบุรี บริเวณหอนาฬิกา เลี้ยวซ้ายไปประมาณ 500 เมตร

การเดินทางไปวัดมหาธาตุ ชัยนาท

ติดต่อสอบถาม:
ประชาสัมพันธ์จังหวัด โทร. 0 5641 1919, 0 5641 6377
http://www.tourismthailand.org/suphanburi

วัดมหาธาตุ

  หน้าวัดมหาธาตุ จากหน้าที่ว่าการอำเภอเลี้ยวมานิดเดียวเองก็ถึงรอบๆ วัดเป็นกำแพงสีขาวอาณาบริเวณกว้างขวางมากโดดเด่นเห็นแต่ไกลเลยอาศัยระหว่างรถวิ่งผ่านหน้าวัดเก็บภาพป้ายด้านหน้ามาด้วย

วัดมหาธาตุ

  เข้ามาด้านในวัดลานกว้างใหญ่ไม่รู้จะไปจอดตรงไหนดีเลยมองๆ หาร่มเงาของต้นไม้ แล้วก็เดินชมภายในของวัด สิ่งที่เห็นใหญ่ๆ นี้คือพิพิธภัณฑ์วัดมหาธาตุ พอดีวันนี้หลวงพ่อไม่อยู่เลยไม่ได้เข้าไปชมวัตถุโบราณต่างๆ ที่วัดเก็บเอาไว้

advertize

วัดมหาธาตุ

  ต้นโพธิ์ต้นใหญ่กลางวัด อยู่ด้านหน้าศาลหลักเมืองที่กำลังบูรณะ ช่าง 3-4 คนกำลังซ่อมศาลหลักเมืองอันเป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่อหมอ หรืออีกชื่อหนึ่งที่ชาวบ้านเรียกกันว่า หลวงพ่อหลักเมือง เป็นเพราะอะไรนั้นเดี๋ยวเราจะพาไปชมกัน ระหว่างนี้ทางวัดกำลังสร้างหลวงพ่อหมอองค์จำลองขึ้นมาผู้มีจิตศรัทธาก็เชิญมาร่วมทำบุญร่วมกัน

วัดมหาธาตุ

 นี้คือหลวงพ่อหมอองค์จริง ประดิษฐานอยู่หน้าเสาหลักเมือง น่าจะเป็นเพียงองค์เดียวเท่านั้นที่ประดิษฐานอยู่ในลักษณะนี้ เสาหลักเมืองสรรคบุรีเป็นหินขนาดใหญ่ฝังอยู่ในดิน คนที่มากราบไหว้หลวงพ่อถ้าไม่รู้ก็คงไม่ได้เดินมาดูด้านหลัง ว่ามีเสาหลักเมืองตั้งอยู่ด้วย

วัดมหาธาตุ

  พระธาตุองค์ใหญ่ประธานของวัดมหาธาตุ เป็นที่มาของชื่อวัดมหาธาตุด้วยขนาดที่ใหญ่ดังที่เห็น ลักษณะของการหักพังเหมือนกับวัดที่เชียงใหม่ ขนาดก็คงจะไม่ต่างกันมาก ด้านหลังของพระธาตุมีพระพุทธรูป 2 องค์ จากนั้นก็เป็นโบสถ์อยู่ด้านหลังสุดของวัด

advertize

วัดมหาธาตุ

  จากองค์พระธาตุเดินย้อนกลับมาที่ศาลหลักเมือง แล้วจากนั้นก็เดินตามทางเดินรอบวัดแบบเวียนขวาเหมือนเวียนเทียน ตรงนี้จะมีศาลาสร้างคลุมวิหารโบราณที่พังลงหมดแล้ว เป็นหลังคากันแดดกันฝนให้กับพระพุทธรูปเก่าแก่คู่กับวัดมหาธาตุซึ่งมีอายุถึง 900 ปีแล้ว

วัดมหาธาตุ

 

วัดมหาธาตุ

  ใกล้ๆ กับศาลาพระพุทธรูปเก่าแก่ จะมีศาลาหลังเล็กๆ อีกหลังสร้างขึ้นคลุมรอยพระพุทธบาทที่เรียกกันว่า พระพุทธบาทหัวเมืองตามชื่อวัดแต่โบราณมานั่นเอง

วัดมหาธาตุ

 

วัดมหาธาตุ

  จากรอยพระพุทธบาทมองไปทางเหนือมีวิหารหลังเล็กๆ ที่ยังอยู่ในสภาพค่อนข้างสมบูรณ์มากจนไม่น่าเชื่อว่าผ่านเวลายาวนานถึง 100 ปี

วัดมหาธาตุ

  ข้างวิหารเป็นระเบียงคดแต่ปัจจุบันไม่ค่อยเหลือเค้าของระเบียงคดสักเท่าไหร่ มีพระพุทธรูปที่ชำรุดไปมากแล้วประดิษฐานเรียงรายตามแนวระเบียงคด เหมือนๆ กับที่เราเห็นระเบียงคดในวัดที่สร้างใหม่ๆ

วิหารพระพุทธสรรค์สิทธิ

วิหารพระพุทธสรรค์สิทธิ  ตัวเลขที่หน้าบันของวิหารเขียนพ.ศ.ไว้ว่า 2456 แสดงว่าวิหารหลังนี้มีอายุ 100 ปี ภายในเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปที่งดงาม นามว่า พระพุทธสรรค์สิทธิ เป็นพระพุทธรูปศิลปะสุโขทัย มีอายุประมาณ 700 ปี ชาวบ้านเคารพศรัทธานับถือกันมาก แต่ก็น่าเสียดายอีกเช่นกันที่วันนี้หลวงพ่อไม่อยู่ จึงไม่ได้ชมพระพุทธรูปในวิหาร

เจดีย์ารายวัดมหาธาตุ

เจดีย์ารายวัดมหาธาตุ จากวิหารพระพุทธสรรค์สิทธิ ทางเดินยังทอดยาวไปตามแนวของระเบียงคดเก่า เจดีย์ที่ตั้งอยู่ตรงนี้มีหลายองค์แม้ว่าจะสร้างด้วยรูปทรงที่คล้ายกันมากแต่การตกแต่งรายละเอียดต่างๆ แตกต่างกัน แต่ที่เห็นเหมือนกันคือจะมีซุ้มพระพุทธรูปรอบองค์เจดีย์

วัดมหาธาตุ

 

วัดมหาธาตุ

 

หลวงพ่อทองดำ

หลวงพ่อทองดำ เป็นพระพุทธรูปที่แกะด้วยหินทรายทั้งองค์ มีอายุประมาณ 1000 ปี (พิมพ์ไม่ผิดครับ พันปีจริงๆ) ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์มาก ขออะไรก็ได้ดังปรารถนา พอขอได้ผลแล้วก็จะมาแก้บนด้วยการรำกลองยาว จนชาวบ้านพูดกันติดๆ ไปเลยว่า หลวงพ่อทองดำชอบรำกลองยาว

หลวงพ่อทองดำประดิษฐานอยู่ในวิหารคู่ ประมาณช่วงเจดีย์รายองค์ที่ 2 ถัดจากหลวงพ่อทองดำจะเป็นวิหารหลังใหญ่ของวัดมหาธาตุ แต่ตอนนี้เราเดินไปเรื่อยๆ ก่อน

วัดมหาธาตุ

 

ระฆังหินหรือฆ้องหิน

ระฆังหินหรือฆ้องหิน  แหล่งความรู้ใหม่ทางประวัติศาสตร์ ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าหิน จะมาเป็นเครื่องมือในการส่งสัญญาณต่างๆ ประมาณว่าเหมือนฆ้องหรือกลองสำหรับบอกเวลาอะไรอย่างงั้น แต่หินที่นำมาทำเป็นระฆังเป็นหินใหญ่มากทำให้เป็นรูสำหรับแขวนได้ด้วย คนโบราณนี่ช่างคิดจริงๆ

พระพุทธรูปปูนปั้นโบราณ

พระพุทธรูปปูนปั้นโบราณ เป็นจุดที่น่าสนใจมากที่เราได้เห็นพระพุทธรูปปางต่างๆ ที่ไม่เคยเห็นลักษณะศิลปะเป็นแบบเฉพาะในสมัยนั้นที่ยังคงความสมบูรณ์ให้เราได้เห็นจนถึงทุกวันนี้ที่วัดมหาธาตุ

ปรางค์กลีบมะเฟือง

ปรางค์กลีบมะเฟือง  ปูชนียสถานที่สำคัญของวัดมหาธาตุที่บ่งบอกให้เห็นถึงยุคสมัยในการสร้างวัดนี้ขึ้น

หลวงพ่อใหญ่ วัดมหาธาตุ

หลวงพ่อใหญ่ วัดมหาธาตุ พระพุทธรูปอายุ 700 ปีมีขนาดใหญ่มากเป็นพระประธานในวิหาร 9 ห้อง ข้างอุโบสถของวัด ลักษณะของการสร้างงดงามมีความคล้ายพระพุทธรูปทางเหนืออยู่บ้าง

วัดมหาธาตุ

  เนื่องจากหลวงพ่อใหญ่ (ชาวบ้านเรียกกันตามขนาดขององค์พระจนติดปาก) เป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่ แม้ว่าจะประดิษฐานบนฐานชุกชีของวิหาร แต่ก็ยังคงต้องสร้างส่วนค้ำด้านหลังขององค์พระ และนี่ก็อาจจะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยรักษาหลวงพ่อใหญ่ให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์มาจนทุกวันนี้ ตอนนี้ชาวบ้านและหน่วยงานราชการได้ร่วมแรงร่วมใจกันบูรณะวิหารขนาด 9 ห้อง นี้เพื่อให้อยู่ในสภาพแข็งแรงสวยงามต่อไป

วัดมหาธาตุ

  เดินจากวิหารเก้าห้องมาอีกหน่อยถึงมุมด้านในสุดของวัดมหาธาตุ มีต้นสาละออกดอกสวยงามบานสะพรั่งอยู่ใกล้ๆ โบสถ์

อุโบสถวัดมหาธาตุ

อุโบสถวัดมหาธาตุ  เป็นโบสถ์ที่ค่อนข้างใหญ่แต่มีประตูเข้าออกด้านเดียว ด้านหลังเป็นผนังทึบฐานด้านข้างเรียบเป็นเส้นตรงแต่ด้านหน้า หลัง กลับทำเป็นโค้งเรือสำเภา ตรงข้ามกับแบบโบสถในสมัยอยุธยาสวยแปลกตาดีครับ

ททท. สำนักงานสุพรรณบุรี และชาวจังหวัดชัยนาท กำลังปรับปรุงบูรณะส่วนต่างๆ ของวัด เพื่อที่จะเปิดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์แห่งใหม่ ต่อไปคงจะมีคนรู้จักและมากราบไหว้ทำบุญที่วัดแห่งนี้กันเยอะขึ้น ผ่านไปทางสรรคบุรีลองแวะเข้าไปกราบขอพรพระพุทธรูปอายุเกือบพันปีกันได้นะครับ ช่วยกันดูแลรักษาให้คงอยู่กับลูกหลานไทยตราบนานเท่านาน

ประวัติวัดมหาธาตุ จากอีกตำราหนึ่งบันทึกว่า

 วัดมหาธาตุ ตั้งอยู่หมู่ที่ 8 ตำบลแพรกศรีราชา อำเภอสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท เป็นศาสนสถานสำคัญของเมืองโบราณแพรกศรีราชา ซึ่งเป็นเมืองโบราณริมฝั่งแม่น้ำน้อย ที่มีความสำคัญมาตั้งแต่สมัยทวารวดี เจริญสูงสุดในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี และคงอยู่ต่อมาจนกระทั่วปัจจุบัน วัดมหาธาตุเดิมเรียกว่า วัดหัวเมืองหรือศีรษะเมือง มีบริเวณพื้นที่ด้านหน้าเรียกว่า "หน้าพระลาน" เช่นเดียวกับบริเวณศูนย์กลางของเมืองใหญ่ทั้งอยุธยา และกรุงเทพมหานคร จึงน่าจะเป็นวัดศูนย์กลางของเมืองแพรกศรีราชามาแต่โบราณ

 วัดมหาธาตุ เป็นวัดที่มีสถาปัตยกรรมตามความเชื่อในพุทธศาสนา ก่อสร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนต้น (พุทธศตวรรษที่ 19-20) เป็นอย่างน้อย ประกอบด้วย พระอุโบสถรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า และพระเจดีย์ซึ่งปรากฏเหลือเพียงส่วนฐานรูปสี่เหลี่ยมซ้อนกันหลายชั้นเป็นประธานของวัด หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ล้อมรอบด้วยระเบียงคต ซึ่งมีร่องรอยของการก่อสร้างขยายออกไปล้อมพระวิหารทางด้านทิศเหนือซึ่งเป็นอาคารขนาดเก้าห้อง เหลือเพียงฐานเสาแปดเหลี่ยมยอดบัวจงกล และผนังบางส่วน ภายในโดยรอบระเบียงคตประดิษฐานพระพุทธรูป ที่กึ่งกลางระเบียงคตด้านทิศตะวันตกประดิษฐานหลวงพ่อหมอ หรือหลวงพ่อหลักเมือง เป็นพระพุทธรูปสกุลช่างเมืองสรรค์ที่สมบูรณ์องค์หนึ่ง นอกจากนี้ยังมีเจดีย์รายรูปทรงต่างๆ ตั้งอยู่ทางทิศเหนือนอกระเบียงคต ที่สำคัญคือ เจดีย์กลีบมะเฟืองประดับรูปเทพพนม มีซุ้มจรนำประดิษฐานพระพุทธรูปทั้งสี่ทิศ รูปแบบอิทธิพลปรางค์กลีบมะเฟืองที่เมืองลพบุรี

 กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 52 ตอนที่ 75 วันที่ 8 มีนาคม 2478

แผนที่ วัดมหาธาตุ และสถานที่ใกล้เคียง

เส้นทางไปวัดมหาธาตุ ชัยนาท