หน้าหลัก >> ลำปาง >> อุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท

อุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท


 อุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท มีเนื้อที่ประมาณ 758,750 ไร่ ลักษณะเป็นภูเขาสลับซับซ้อนปกคลุมด้วยผืนป่าอุดมสมบูรณ์ในอำเภอต่าง ๆ ได้แก่ อำเภอเมือง งาว แม่เมาะ และแจ้ห่ม จุดสูงสุดอยู่ที่ยอดดอยแม่ขวัญซึ่งมีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 1,253 เมตร พื้นที่อุทยานฯ นี้ยังเป็นทางน้ำไหลลง ทางด้านตะวันตกสู่แม่น้ำวัง ทางด้านตะวันออกไหลลงสู่แม่น้ำงาว ซึ่งไหลไปสมทบแม่น้ำยมทางตอนเหนือของอำเภอสอง จังหวัดแพร่ มีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 26 องศาเซลเซียส อากาศเย็นที่สุดในเดือนมกราคม ฝนตกหนักในเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม พบนกจำนวนมากกว่า 50 ชนิด เช่น นกปีกลายสก๊อต นกเขาเขียว นกเขาเปล้าธรรมดา นกเขาเปล้าหางเข็มทางภาคเหนือ เหยี่ยวขาว ฯลฯ มีแมลงหลากชนิด เช่น ผีเสื้อกลางวัน ด้วงหนวดยาว กว่างดาว ด้วงดีด เป็นต้น

    สถานที่น่าสนใจในอุทยานฯ
    ถ้ำผาไท สันนิษฐานว่าถูกค้นพบโดยพรานป่าล่าสัตว์ หรือจากการสำรวจทางหลวงแผ่นดิน ภายในถ้ำเป็นโถงขนาดใหญ่เกิดจากภูเขาหินปูนอายุไม่น้อยกว่าเก้าล้านปี ความลึกจากปากถ้ำเข้าไปประมาณ 1,150 เมตร ตลอดเส้นทางอุทยานฯได้ติดตั้งไฟฟ้าเพื่อให้สะดวกในการเดินชมหินงอกหินย้อยที่มีอยู่มากมายในถ้ำพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 7 เคยเสด็จประพาสเมื่อ พ.ศ. 2469 ดังปรากฏหลักฐานพระปรมาภิไธยย่อ ปปร. ภายในถ้ำ ค้างคาวจำนวนมากอาศัยอยู่ในถ้ำแห่งนี้ บริเวณใกล้เคียงมีถ้ำโจรและถ้ำเสือที่มีประวัติเก่าแก่ สามารถเดินถึงได้จากถ้ำผาไท

    ถ้ำโจร เป็นถ้ำขนาดเล็ก มี 3 ห้อง งดงามด้วยม่านหินย้อยในแต่ละโถงถ้ำ เล่ากันว่าอดีตเคยเป็นที่อาศัยของโจรมาก่อน

หล่มภูเขียว มีลักษณะเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่อยู่บนภูเขามีลักษณะคล้ายปล่องภูเขาไฟ น้ำในแอ่งลึกมากจนมองเห็นน้ำในแอ่งเป็นสีเขียว มีปลาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก การเดินทาง ใช้เส้นทางรถยนต์จากหมู่บ้านอ้อน ประมาณ 6 กิโลเมตร

    น้ำตกแม่แจ้ฟ้า หรือ น้ำตกตาดเหมย ตั้งอยู่ห่างจากบ้านทุ่งฮ้าง หมู่ 1 ตำบลทุ่งผึ้ง อำเภอแจ้ห่ม เป็นทางรถยนต์เข้าไปประมาณ 8 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่มีน้ำใสสะอาดไหลลงแอ่งน้ำรองรับลงมาเป็นชั้น มีความสูงรวม 9 ชั้น แต่ละชั้นงดงามด้วยสายน้ำสีเขียวมรกต ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของน้ำตกบนภูเขาหินปูน

    ภาพเขียนก่อนประวัติศาสตร์บ้านห้วยหก เป็นภาพเขียนสีแดงของกลุ่มคนเดินเรียงแถว มีอายุประมาณ 2,000-3,000 ปี เป็นภาพยุคสังคมเร่ร่อน และลักษณะของภาพเขียนดังกล่าวไม่ค่อยได้พบเห็นมากนักในประเทศไทย สามารถเดินเท้าจากหมู่บ้านห้วยหก ระยะทางประมาณ 3.5 กิโลเมตร

    น้ำตกแม่เก้ อยู่ห่างจากบ้านแม่เก้ อำเภองาว ประมาณ 18 กิโลเมตร เป็นน้ำตกขนาดเล็กเกิดจากลำห้วยแม่เก้ ถาโถมจากผาหินเกิดเป็นชั้นน้ำตกที่งดงามท่ามกลางไม้ใหญ่ร่มรื่น

    หล่มภูเขียว แหล่งน้ำธรรมชาติที่เกิดจากการยุบตัวของดินที่อยู่บนยอดเขา เกิดเป็นแอ่งน้ำลึกและใส ล้อมรอบด้วยผาหินเป็นวงกลมคล้ายปล่องภูเขาไฟ อยู่เส้นทางเดียวกันกับน้ำตกแม่แก้ โดยมีแยกไปหล่มภูเขียว

    ถ้ำราชคฤห์ เป็นถ้ำหินปูนอีกแห่งหนึ่งมีหินงอกหินย้อยที่สวยงาม ตั้งอยู่ใกล้หมู่บ้านแม่แก้ อำเภองาว การเดินทาง ใช้เส้นทางจากอำเภองาวถึงหมู่บ้านแม่แก้ ระยะทางประมาณ 21 กิโลเมตร และเดินทางเท้าเข้าไปยังถ้ำประมาณ 300 เมตร

    สถานที่พัก อุทยานฯ มีบ้านพักรับรอง จำนวน 2 หลัง พื้นที่กางเต็นท์และสำหรับนักท่องเที่ยวประมาณ 25 คน นักท่องเที่ยวต้องนำเต็นท์มาเอง แต่ไม่มีร้านอาหารบริการ โดยต้องเตรียมอาหาร และเครื่องนอนไปเอง ติดต่อได้ที่ โทร. 0 5422 0364 , 08 3203 7330

    การเดินทาง ถ้ำผาไทตั้งอยู่บนทางหลวงหมายเลข 1 เป็นเส้นทางจากตัวจังหวัดลำปาง-พะเยา-เชียงราย ห่างจากตัวจังหวัดลำปางมาทางพะเยา ประมาณ 65 กิโลเมตร บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 665-666 จะเห็นป้ายอุทยานฯ ถ้ำผาไท ต่อจากนั้นเลี้ยวเข้าปากทาง 300 เมตร ถึงที่ทำการอุทยานฯ หรือเดินทางโดยใช้ถนนสายแพร่-งาว-เชียงราย ก่อนถึงอำเภองาว แยกซ้ายเข้าสู่จังหวัดลำปางประมาณ 15 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท

ติดต่อสอบถาม:
ศูนย์การท่องเที่ยวจังหวัดลำปาง โทร. 0 5421 6919, 0 5431 2254
http://www.tourismthailand.org/chiangmai

บรรยากาศในอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท

บรรยากาศในอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท การเดินทางมายังสถานที่แห่งนี้ตามเส้นทางลำปาง-งาว มีทางแยกเข้าอุทยานฯ อยู่ซ้ายมือ เป็นช่วงทางโค้งลงเข้า ให้มองให้ดีแล้วก็ระวังรถที่ตามมาข้างหลัง พยายามอย่าเบรคกะทันหัน เลี้ยวเข้ามาได้แล้วจะมีด่านตรวจ ซึ่งไม่ได้เก็บค่าบริการเพราะอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท เป็นอุทยานแห่งชาติเตรียมการ ยังไม่เปิดบริการอย่างเต็มรูปแบบ ลานจอดมีพอสมควรมีลานกางเต็นท์และบ้านพักซึ่งต้องจองล่วงหน้า ปกติไม่ค่อยจะมีนักท่องเที่ยวมาค้างแรมที่นี่เพราะหลังเวลา 17.00 น. เจ้าหน้าที่จะกลับกันหมด ไม่มีคนอยู่ให้ความสะดวกในเวลากลางคืน หรือพูดให้เข้าใจง่ายขึ้นคือมีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอย่างเดียวยังไม่มีที่ทำการอุทยานฯ แต่ผมก็เลือกที่จะค้างคืนที่นี่แม้ว่าจะต้องอยู่คนเดียวตลอดทั้งคืนก็ตาม เมื่อสว่างขึ้นมาอากาศเย็นมีลำแสงของพระอาทิตย์ลอดลงมาให้เก็บภาพสวยๆ กัน ที่นี่ยังไม่มีร้านอาหาร มีแต่ร้านค้าที่ขายเครื่องดื่มกับขนมขบเคี้ยว ถ้าอยากจะค้างที่นี่เหมือนผมก็ควรจะมีอาหารมาปรุงเองด้วยทั้งมื้อเย็นแล้วก็มื้อเช้า

การเดินขึ้นถ้ำผาไท

การเดินขึ้นถ้ำผาไท บันไดเพียงไม่กี่ร้อยขั้นที่เป็นทางเข้าถ้ำก็ไม่ได้สูงชันมากนักแต่ก็เหนื่อยได้เหมือนกัน เดินมาถึงครึ่งทางก็จะหอบหน่อยๆ อ้อลืมบอกไปอีกอย่าง การที่จะเข้าไปเที่ยวชมถ้ำผาไท ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่นำทางก่อน ทางอุทยานจะปั่นไฟส่องสว่างในถ้ำให้ ถ้าไม่แจ้งจะไม่เปิดไฟให้ ซึ่งคงจะเดินเที่ยวชมกันลำบาก เจ้าหน้าที่นำทางให้เราโดยไม่ต้องมีค่าใช้จ่าย แต่ถ้าหากเปิดเป็นอุทยานแห่งชาติอย่างเป็นทางการก็คงจะมีการเก็บค่าบริการกันเกิดขึ้น เจ้าหน้าที่จะมีไฟฉายไว้ให้บริการเราอยู่แล้วจึงไม่ต้องกังวล

advertize

เจดีย์ถ้ำผาไท

เจดีย์ถ้ำผาไท เป็นเจดีย์เก่าแก่ที่มีอายุนับร้อยปี คาดว่าน่าจะเป็นเจดีย์บรรจุอัฐิของบุคคลสำคัญในพื้นที่นี้ แต่ยังไม่มีหลักฐานว่าจะเป็นของผู้ใด เจดีย์นี้ตั้งอยู่ตรงปากทางเข้าถ้ำ

ถ้ำผาไท

ถ้ำผาไท ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกหลายแห่ง ได้แก่น้ำตก และหล่มภูเขียว น้ำตกที่มีอยู่ในพื้นที่เป็นน้ำตกขนาดเล็ก จะมีน้ำในฤดูฝน แต่การเดินทางค่อนข้างลำบาก จึงทำให้ไม่เป็นจุดสนใจเท่าที่ควร ส่วนหล่มภูเขียวเป็นการยุบตัวของพื้นดินบนยอดเขาตามธรรมชาติ คาดว่าส่วนที่ยุบตัวลงอาจจะเป็นเพดานถ้ำหินปูนแห่งหนึ่งเกิดเป็นหลุมใหญ่ที่มีพื้นเป็นหินปูน น้ำเข้าไปขังอยู่ตลอดทั้งปีเป็นน้ำสีเขียวมรกตสวยงามมาก การเดินทางค่อนข้างไกลจากที่ทำการอุทยานฯ รถเก๋งไปไม่ถึงต้องต่อด้วยการเดินเท้าตามทางเกวียนอีก 3 กิโลเมตร ผมก็เลยไม่ได้เดินทางไปเก็บภาพ แต่ถ้าเป็นรถกระบะก็น่าสนใจมากทีเดียว (ดูจากรูป) ฉะนั้นผมก็จะเขียนเรื่องราวเฉพาะการเที่ยวถ้ำผาไทเอาไว้ก่อน ถ้ามีโอกาสไปที่อื่นๆ จะมาอัพเดตเพิ่มเติมกันทีหลัง

พระพุทธรูปในถ้ำ

พระพุทธรูปในถ้ำ เป็นพระพุทธรูปปางปฐมมรรค ลักษณะคล้ายปางสมาธิแต่พระหัตถ์ขวามีลักษณะคล้ายการจีบนิ้วตั้งขึ้น เชื่อว่าเป็นพระพุทธรูปปางปฐมมรรคเพียงองค์เดียวในประเทศไทย ประดิษฐานอยู่ปากถ้ำผาไท ชาวบ้านเดินทางมากราบไหว้อยู่เนืองๆ ถ้าหากมาเพื่อไหว้พระเจ้าหน้าที่จะอนุญาตให้เข้ามาในถ้ำได้โดยไม่ต้องติดต่อเจ้าหน้าที่นำทาง ประวัติการสร้างพระพุทธรูปองค์นี้ก็ยังไม่ชัดเจน

เสาหินเก้าล้านปี

เสาหินเก้าล้านปี เป็นเสาหินที่อยู่ด้านหลังองค์พระพุทธรูป ปกติหินงอกหินย้อยในถ้ำจะมีชื่อเรียกกันตามลักษณะของหินงอกหินย้อย สำหรับเสาหินต้นนี้ผมก็ลืมชื่อไปแล้ว แต่จากข้อมูลที่เจ้าหน้าที่บรรยายให้ความรู้ก็เลยรู้ว่าเสาหินต้นนี้มีอายุประมาณ 9 ล้านปี ปกติหินงอกหินย้อยในถ้ำมีอัตราการเจริญเติบโตประมาณปีละครึ่งเซนติเมตร ความสูงของเสาต้นนี้ใช้เวลาไม่ถึง 9 ล้านปีในการเติบโตจนเป็นเสาสูงถึงเพดานถ้ำ แต่มีการส่งตัวอย่างหินและดินที่พบในบริเวณเสาต้นนี้ส่งไปเข้าแลบในต่างประเทศจนรู้ว่าเสาต้นนี้มีอายุไม่ต่ำกว่า 9 ล้านปีมาแล้ว

พระปรมาภิไธยย่อ ป.ป.ร.

พระปรมาภิไธยย่อ ป.ป.ร. ถ้ำผาไทเป็นสถานที่ที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่ห้วรัชกาลที่ ๗ เคยเสด็จประพาสในปี พ.ศ. 2469

พระนามพระบรมวงศ์

พระนามพระบรมวงศ์ นอกเหนือจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวที่เคยเสด็จประพาสถ้ำผาไท ยังมีพระบรมวงศ์หลายพระองค์ได้เสด็จมาที่นี่ และจารึกพระนามลงบนผนังหินของถ้ำผาไท และยังมีพระยาพหลพลพยุหเสนาและคุณหญิง ได้มาที่นี่เมื่อ 29/8/2477

หินเกล็ดแก้ว

หินเกล็ดแก้ว เป็นหินงอกจากพื้นถ้ำที่มีขนาดใหญ่มาก อยู่ห่างจากเสาหินไม่มากนัก บริเวณนับแต่จุดนี้เป็นต้นไปเจ้าหน้าที่ได้ทำที่กั้นด้วยไม้เพื่อไม่ให้นักท่องเที่ยวเข้าไปสัมผัสกับหินงอกหินย้อยภายในถ้ำ เพราะในถ้ำผาไทนับว่ามีหินงอกหินย้อยจำนวนมากที่ยังเป็นอยู่ คือยังมีการทำปฏิกิริยาทางเคมีและตกตะกอนงอกยาวขึ้นอยู่ ส่วนหินที่ไม่มีการงอกเติบโตแล้วเรียกว่าหินตาย การท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาในถ้ำอย่างไม่มีความรู้มักจะไปจับ หรือปีน หินงอกหินย้อยเหล่านี้ ทำให้หินเป็นกลายเป็นหินตายไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์และเป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่งสำหรับอนุชนรุ่นหลังที่จะไม่ได้เห็นหินเป็นที่สวยงาม การทำปฏิกิริยาของน้ำและกรดกัดเซาะเราแร่ธาตุบางชนิดมาตกตะกอนรวมกันหินงอกหินย้อยที่เกิดขึ้นก็จะมีรูปร่างสีสันแตกต่างกันไปตามแร่ธาตุเหล่านั้น ส่วนหนึ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากคือหินงอกหินย้อยที่มีประกายแวววับระยิบระยับเมื่อโดนแสงจากไฟฉายคล้ายกับเพชร ก็เลยเรียกหินนี้ว่าเกล็ดแก้ว หินงอกหินย้อยบริเวณนี้มีอายุประมาณ 5 ล้านปี

ทางเดินภายในถ้ำผาไท

ทางเดินภายในถ้ำผาไท ถ้ำแห่งนี้เป็นถ้ำที่มีโถงกว้างขวางหลายแห่ง เพดานค่อนข้างสูง แม้จะมีความลึกถึง 405 เมตร แต่ก็มีอากาศหายใจได้สะดวก มีโพรงที่เพดานอยู่ 2 จุด ทางเดินบางช่วงค่อนข้างแคบต้องเดินผ่านซอกหินงอกไป ผู้ชายหุ่นธรรมดาๆ ไม่อ้วนก็ยังผ่านไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ ถ้าหากว่าหุ่นไม่ดีจริงคงจะผ่านไปไม่ได้

หินย้อยสีขาว

หินย้อยสีขาว การเกิดขึ้นของหินย้อยมาจากรอยแตกร้าว รอยรั่วของเพดานและผนังของถ้ำ ทำให้น้ำและกรดกรัดเซาะเอาแร่ธาตุในดินมาตกตะกอนรวมกัน ถ้าจุดไหนของเพดานถ้ำมีรอยร้าวขนาดใหญ่เราจะเห็นหินย้อยขนาดใหญ่ แต่ถ้าเป็นรอยเล็กๆ เราก็จะเห็นหินย้อยเป็นสายเล็กๆ ยาวลงมาเรื่อยๆ สีของหินย้อยที่เป็นอยู่จะค่อนข้างขาว หรืออาจจะมีสีอื่นตามแร่ธาตุที่ไหลลงมาแต่สีจะต่างกับผนังถ้ำที่เกิดขึ้นมานานแล้วอย่างชัดเจน

อุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท

 

สร้อยอโนดาษ

สร้อยอโนดาษ เป็นการเกิดหินย้อยแบบคล้ายน้ำตก ด้านบนเป็นแอ่งกว้าง น้ำที่ไหลลงมาจากเพดานถ้ำมาขังอยู่ในแอ่งในฤดูฝน ชาวบ้านจะมาตักเอาไปกินกันเพราะเชื่อว่าเป็นน้ำทิพย์ศักดิ์สิทธิ์ น้ำที่ล้นออกจากแอ่งทีละนิดๆ เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดหินย้อยรอบๆ แอ่งน้ำเป็นความสวยงามยิ่งเมื่อได้เห็น

มหัศจรรย์หินงอกหินย้อย

มหัศจรรย์หินงอกหินย้อย เป็นลักษณะการเกิดของหินงอกที่แตกต่างกัน 2 แบบ แต่เกิดอยู่ใกล้กัน หินงอกแบบนี้พบเห็นได้ไม่บ่อยนัก ด้านซ้ายเป็นแบบฟองสบู่ ส่วนด้านขวาเป็นเกล็ดมีประกายระยิบระยับ

หินน้ำตก

หินน้ำตก การเกิดหินย้อยจากผนังถ้ำมีขนาดใหญ่คล้ายม่านน้ำตก เป็นลักษณะหินย้อยที่สวยงามมากแบบหนึ่งที่เห็นได้ในถ้ำ

หินย้อยตาย

หินย้อยตาย เป็นตัวอย่างของหินตาย หินย้อยเหล่านี้ได้หยุดการเจริญเติบโตไปแล้ว เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า มีคนค้นพบถ้ำนี้เมื่อหลายร้อยปีก่อน แล้วคงจะหักเอาปลายหินย้อยไปเพื่อวัตถุประสงค์บางอย่าง หินย้อยก็เลยมีรูปร่างแปลกๆ เหมือนหินด้วน หลังจากนั้นการเติบโตของหินย้อยจุดนี้ก็หยุดลง

โพรงถ้ำ

โพรงถ้ำ เป็นโพรงบนเพดานถ้ำที่อยู่ตรงบริเวณเกือบสุดทางเดินชมถ้ำ เจ้าหน้าที่เล่าให้ฟังว่าภายในถ้ำไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ พอเดินมาถึงโพรงนี้ก็จะมีสัญญาณลอดเข้ามาพอให้ใช้โทรศัพท์ได้ อีกเหตุผลหนึ่งที่เราควรจะให้เจ้าหน้าที่เป็นผู้นำทางเที่ยวถ้ำผาไทก็คือ ในถ้ำแห่งนี้มีค้างคาวอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก และมีงูบางชนิดที่อาศัยอยู่ในถ้ำแห่งนี้เป็นสัตว์ประจำถิ่น คืองูกาบหมากหางนิล เจ้าหน้าที่บอกว่างูในถ้ำส่วนใหญ่ไม่มีพิษแต่บางครั้งบางฤดูงูนอกถ้ำก็จะหลงเจ้ามาทางโพรงเหล่านี้เช่นฤดูแล้งงูหนีไฟป่าเข้ามา อาจจะมีงูพิษได้แก่ งูเห่า งูจงอาง เจ้าหน้าที่นำทางจะดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวได้ด้วย

สุดทางถ้ำผาไท

สุดทางถ้ำผาไท จบระยะการเดินทางเที่ยวชมถ้ำผาไทที่จุดนี้ครับ ระยะทาง 405 เมตรของความลึกของถ้ำผมก็เดินมาจนถึงสุดทางแล้ว ที่หลังหินงอกหินย้อยในรูปนี้ยังคงมีโพรงเล็กๆ ไปทางด้านหลัง เจ้าหน้าที่เล่าว่า ที่จริงแล้วถ้ำแห่งนี้มีความลึกประมาณ 1 กิโลเมตร แต่ทางเดินนับจากจุดนี้ไปเป็นทางเดินที่ลำบาก มีโพรงแคบๆ หลายจุดที่ต้องลอดเข้าไป บางช่วงค่อนข้างอันตรายและลื่น เจ้าหน้าที่จึงเปิดให้เข้าชมได้เพียงครึ่งเดียวของความลึกทั้งหมด

ประกายหินงอกหินย้อย

ประกายหินงอกหินย้อย อีกหนึ่งครั้งที่พยายามจะถ่ายภาพประกายเล็กๆ บนหินงอกในถ้ำให้ได้ ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร คราวหน้าคงจะต้องลองใช้เลนส์มาโครถ่ายมาให้ได้ แต่ที่เห็นในรูปนี้เราก็จะเห็นประกายจำนวนมากมายบนผิวหิน จบการนำเที่ยวถ้ำผาไทไว้เท่านี้ครับ ว่างๆ แวะลองไปชมกัน เจ้าหน้าที่เข้มงวดกับการเข้าชมถ้ำของนักท่องเที่ยวมาก หินงอกหินย้อยที่นี่จึงค่อนข้างสมบูรณ์ไม่มีร่องรอยของการสัมผัสหรือเหยียบปีนหินจนเสียหาย

 นอกจากนี้ที่เที่ยวก็ยังมีภาพเขียนโบราณอันเป็นจุดเด่นหนึ่งของอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท ใกล้ๆ กับศาลเจ้าพ่อประตูผา ปัจจุบันภาพได้ลบเลือนไปจนเกือบมองไม่เห็นแล้ว

หล่มภูเขียว

หล่มภูเขียว  สถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของอุทยานฯ เป็นแหล่งน้ำธรรมชาติที่เกิดจากดินบนยอดเขายุบตัวลง กลายเป็นแอ่งน้ำลึกมาก และใสจนมองเป็นสีฟ้าอมเขียว การเดินทางและข้อมูลโดยละเอียดของหล่มภูเขียว

แผนที่ อุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท ที่เที่ยว ที่พัก ร้านอาหาร