หน้าหลัก >> ลำปาง >> ศาลเจ้าพ่อประตูผา

ศาลเจ้าพ่อประตูผา


 ศาลเจ้าพ่อประตูผา อยู่ห่างจากตัวจังหวัดลำปางตามเส้นทางสายลำปาง - งาว ประมาณ 50 กิโลเมตร ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 649 - 650 ศาลตั้งอยู่ริมถนนใหญ่ด้านขวามือ เป็นศาลเล็กๆ ก่ออิฐถือปูน ภายในมีรูปปั้นเจ้าพ่อประตูผาและเครื่องบูชามากมาย บริเวณใกล้เคียงมีศาลพระภูมิเล็กๆ มากมายเรียงรายอยู่ ศาลเจ้าพ่อประตูผานี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ผู้ที่สัญจรไปมาบนเส้นทางนี้มักแวะนมัสการและจุดประทัดถวายเจ้าพ่อประตูผาเดิมชื่อ พญาข้อมือเหล็ก เป็นผู้อยู่ยงคงกระพัน เป็นทหารเอกของเจ้าผู้ครองนครลำปาง ครั้งหนึ่งได้ทำการต่อสู้กับพม่าที่ช่องประตูผาจนกระทั่งถูกรุมแทงตายในลักษณะถือดาบคู่ยืนพิงเชิงเขา ทหารพม่ากลัวจึงไม่กล้าบุกเข้าไปตีนครลำปาง ด้วยเหตุนี้เอง ชาวบ้านจึงเกิดศรัทธาและเคารพสักการะโดยตั้งศาลขึ้นบูชาเป็นที่นับถือของชาวลำปาง

ติดต่อสอบถาม:
ศูนย์การท่องเที่ยวจังหวัดลำปาง โทร. 0 5421 6919, 0 5431 2254
http://www.tourismthailand.org/chiangmai

โค้งหน้าศาลเจ้าพ่อประตูผา

โค้งหน้าศาลเจ้าพ่อประตูผา  ศาลเจ้าพ่อประตูผา ตั้งอยู่ที่ถนนพหลโยธินระหว่างลำปางเดินทางมุ่งไปทางเหนือสู่อำเภองาวและจังหวัดพะเยา ช่วงนี้เป็นทางโค้งลงจากเขา ถ้าเรามาจากงาวเลี้ยวซ้ายก็ให้เปิดไฟแต่เนิ่นๆ เพราะรถแถวนี้ลงเขากันเร็วทีเดียว ถ้ามาจากลำปางก็ต้องหาจังหวะกลับรถดีๆ นะครับ

ศาลเจ้าพ่อประตูผา

  พอมาจอดรถที่บริเวณหน้าศาลเจ้าพ่อประตูผาได้แล้ว ต้องหาดอกไม้ธูปเทียนมาไหว้เจ้าพ่อเพื่อความเป็นสิริมงคลให้เจ้าพ่อคุ้มครองระหว่างการขับรถเดินทางกันครับ สำหรับคนที่ไม่ใช่ชาวลำปางอาจจะไม่ค่อยรู้จักท่านมากนัก ก็เลยขอเอาประวัติความเป็นมาของศาลเจ้าพ่อประตุผามาให้อ่านกันหน่อย

 เจ้าพ่อประตูผาหรือพญามือเหล็ก เป็นคนบ้านต้า (บ้านหวด อำเภองาว ปัจจุบัน) เป็นเด็กกำพร้าบิดามารดา ได้ศึกษาวิชาอาคมอยู่ยงคงกระพันกับเจ้าอธิการวัดนายาง (เขตอำเภอแม่ทะ ในปัจจุบัน) สามารถใช้แขนแทนโล่ จนชาวบ้านเรียกว่า "หนานข้อมือเหล็ก" ต่อมาได้เป็นทหารเอกของท้าวลิ้นก่าน เจ้าผู้ครองนครเขลางค์ เป็นผู้เสียสละ กล้าหาญชาญชัย จิดใจรักชาติบ้านเมือง ดังวีรกรรมที่จะกล่าวต่อไปนี้

 ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ประมาณ พ.ศ. 2251 ถึง พ.ศ. 2275 แคว้นล้านนาไทย และเขลางค์นคร ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของพม่า ท้าวลิ้นก่านมีกำลังน้อยต่อสู้ไม่ไหว จึงหนึมาต้้งหลักอยู่ที่ดอยประตูผา (สถานที่แห่งนี้) และมอบให้ขุนนางทั้ง 4 คน คือ แสนเทพ, แสนหนังสือ, แสนบุญเรือง และจเรน้อย ดูแลนครเขลางค์แทน แต่ขุนนางทั้ง 3 หาได้คิดจะดูแลบ้านเมืองไม่ มีแต่คอยแย่งกันเป็นใหญ่ ดังนั้นเจ้าอธิการวัดนายางจึงได้ร่วมกับชาวบ้านออกมาต่อสู้เพื่อกอบกู้เขลางค์นคร แต่ไม่สำเร็จ ท้าวมหายศ พม่าผู้ปกครองนครลำพูน เมื่อได้ชัยชนะแล้วก็หวังที่จะยึดนครเขลางค์ไว้ จึงได้ส่งหาญฟ้าง้ำ หาญฟ้าฟื้น และหาญฟ้าแมบ และได้ไปเจรจากับขุนนางทั้ง 4 แต่ไม่สำเร็จ พม่าจึงฆ่าขุนนางทั้ง 3 เหลือแต่จเรน้อยที่หนีรอดไปสมทบกับกำลังของท้าวลิ้นก่านที่ดอยประตูผา พม่าไล่ติดตามมาจนทัน พญามือเหล็กจึงให้จเรน้อยนำท้าวลิ้นก่านไปหลบซ่อนหลังถ้ำ ตนเองถือดาบขวางทางเอาไว้ และได้ต่อสู้กับทหารพม่าจนดาบหัก ฆ่าฟันทหารพม่าล้มตายเป็นอันมาก ในที่สุดพญามือเหล็กได้อ่อนกำลังลงและได้เอนกายพิงหน้าผา โดยมือทั้งสองข้างถือดาบที่หักอย่างสง่างามและสิ้นใจในที่สุด ทหารพม่าเห็นดังนั้นคิดว่าเป็นกลอุบายของพญามือเหล็ก เกิดความกลัวไม่คิดที่จะต่อสู้และได้หลบหนีไปหมด เมื่อเหตุการณ์สงบท้าวลิ้นก่านและจเรน้อยได้ออกจากถ้ำที่หลบซ่อน ได้พบว่าพญามือเหล็กได้สิ้นใจเสียแล้ว จึงได้ตั้งศาลเพียงตาขึ้นและอัญเชิญดวงวิญญาณของพญามือเหล็กมาสิงสถิตอยู่ตั้งชื่อว่า "ศาลพญามือเหล็ก" เพื่อเป็นที่เคารพสักการะแก่อนุชนรุ่นหลังสืบไป ปัจจุบันเรียกว่า "ศาลเจ้าพ่อประตูผา"

advertize

ศาลเจ้าพ่อประตูผา

 

ศาลเจ้าพ่อประตูผา

  นอกเหนือจากการแวะเข้ามาสักการะขอพรเจ้าพ่อประตูผาแล้ว บริเวณโดยรอบอันกว้างขวางและร่มรื่นก็มีสภาพไม่ต่างจากตลาดเล็กๆ เลยทีเดียว จะหาเครื่องดื่มหรืออาหาร ของฝาก และอื่นๆ มีให้ครบครันเลย จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมที่นี่จึงมีรถมาจอดกันเยอะ เพราะเป็นเหมือนจุดแวะพักรถ และขอพรระหว่างเดินทาง ไม่เท่านั้นหลายคนมาบนบานศาลกล่าวได้ตามวัตถุประสงค์กันไปก็มาแก้บนกันเยอะ จนต้องมีป้ายระเบียบการแก้บนศาลเจ้าพ่อประตูผาติดไว้ด้านหน้าด้วย โบราณว่า ไปลา มาไหว้ ผ่านพื้นที่ของท่านก็ควรจะไหว้ท่านซะหน่อยนะครับ

 นอกจากนี้ หน้าผาบริเวณนี้ยังมีภาพเขียนก่อนประวัติศาสตร์ ให้ศึกษาด้วย อยู่ในพื้นที่ดูแลของอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท แต่เนื่องจากภาพเขียนนั้นอยู่บนผา ตากแดดตากฝนมานานนับพันปี ตอนนี้เหลือเป็นรอยจางๆ แทบมองไม่เห็นแล้วละ

แผนที่ ศาลเจ้าพ่อประตูผา ที่เที่ยว ที่พัก ร้านอาหาร