หน้าหลัก >> ลำปาง >> วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์

วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์


 “ดอยปู่ยักษ์” เป็นเขาที่ทอดยาวอยู่ในพื้นที่อำเภอแจ้ห่ม เป็นเขาที่โดดเด่น มองเห็นแต่ไกลจากทุกด้าน ยอดเขามีลักษณะเป็นผาหินสูงชัน บนยอดของภูเขาที่สูงที่สุดนั้น มีรอยพระพุทธบาทศักดิ์สิทธิ์ประดิษฐานอยู่ แต่ก่อนการที่จะขึ้นไปสักการะรอยพระพุทธบาทนั้นจะต้องอาศัยศรัทธาอย่างแรงกล้า เพราะเส้นทางลำบาก ต้องผ่านผาสูงชัน แต่ก็มีการขึ้นไปสักการะรอยพระพุทธบาทนี้จนกลายเป็นประเพณี ต่อมามีการสร้างวัดขึ้น ณ ยอดเขาแห่งนี้ เนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 พระราชสมภพครบ 200 ปี (18 ตุลาคม 2547) ทางคณะสงฆ์มีมติให้สร้างวัดเฉลิมพระเกียรติแด่พระองค์ท่าน 2 แห่ง เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันใหญ่หลวงของพระองค์ท่านที่มีต่อปวงชนชาวไทย คือ วัดพระมหาธาตุ กรุงเทพฯ และวัดพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ (เฉลิมพระเกียรติ ครบ 200 ปี) ต.วิเชตนคร อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง ดำเนินการโดย พระเทพวิสุทธิญาณ (หลวงพ่อไพบุลย์ สุมังคโล) เจ้าอาวาส วัดอนาลโยทิพยาราม (ดอยบุษราคัม) ต.สันป่าม่วง อ.เมือง จ.พะเยา ปัจจุบันเมื่อผ่านไปทางอำเภอแจ้ห่ม หรืออำเภอเมืองปาน ก็จะสามารถมองเห็นยอดเจดีย์บนยอดเขาได้ชัดเจนจากระยะไกลหลายกิโลเมตร ประกายแวววับบนยอดเจดีย์ทำให้ผมได้หาทางขึ้นไปบนยอดเขาให้ได้

    กล่าวถึงหลวงพ่อไพบุลย์ สุมังคโล วัย 76 พรรษา เป็นพระที่มีเมตตาสูง ในอดีตท่านสร้างวัดแห่งแรกคือ วัดรัตนวราราม ต่อมาเป็นวัดอนาลโย คล้ายกับชื่อหลวงปูขาว อนาลโย ที่พุทธบริษัทเคารพนับถือ แต่ถ้าได้ศึกษาประวัติของวัดอนาลโยแล้ว ท่านมีเหตุผลอื่นในการใช้ชื่อวัดว่าอนาลโย ปัจจุบันท่านพัฒนาสร้างวัดพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ฯ มีพระครูสังวรศีลคุณ (ครูบาคำปอน) เป็นเจ้าอาวาส มีพื้นที่ให้เยี่ยมชม 2 ส่วน คือ พื้นที่วัดส่วนล่าง เป็นที่พักของสงฆ์ 6 รูป ศาลาพระพุทธรูปสมปรารถนา ศาลาสวดมนต์ อุโบสถ พระบรมเจดีย์องค์ใหญ่ มีพระประธาน 4 ทิศ อยู่ภายใน มีศาลาชมวิว ห้องอาหาร โรงครัว และเรือนพักรับรองที่ออกแบบกลมกลืนกับธรรมชาติ
    พื้้นที่วัดด้านบน ดอยภูผาหมอก กำลังก่อสร้างศาลาพระแม่กวนอิม ศาลาสำหรับประดิษฐานพระพุทธรูปอู่ทองอุดมทรัพย์ 49 นิ้ว (บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ) ข้างศาลาเป็นเนินสูงวางแผ่นศิลาฤกษ์สร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ดอยภูผาโชค มีศาลาพระนั่งดอย มีกุฏิพักของหลวงพ่อไพบูลย์ ทางเดินจัดสวนหย่อมสวยงามกลมกลืนกับธรรมชาติ ถัดจากกุฏิพักด้านบนมีรอยพระพุทธบาทใหญ่ 3 รอย

    หลวงพ่อไพบูลย์ สุมังคโล (พระเทพวิสุทธิญาณ) ท่านผู้หญิงพันธุ์สวลี กิติยากร (หม่อมเจ้าหญิงพันธุ์สวลี ยุคล) และ อ.อัครเดช สุภัคกุล ได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ 9 พระองค์ และพระเกศาของ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เพื่อประดิษฐานที่วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ นับเป็นสิริมงคลอันสูงยิ่งแก่ชาว อ.แจ้ห่ม เมื่อปี พ.ศ.2549

    การเดินทาง ควรเตรียมอาหารและน้ำให้พร้อม ใช้รถกระบะ (รถเก๋งเกียร์อัตโนมัติไม่แนะนำ) ขับบนถนนคอนกรีตขึ้นเขาไปประมาณ 3 กิโลเมตร (ทางชันมาก) ถึงจุดจอดรถดอยภูผาหมอก
    ปัจจุบันมีรถกระบะคอยบริการประชาชน ขึ้น-ลง คนละ 60 บาท ที่บริเวณวัดที่เชิงเขา หากต้องการขึ้นไปชมยอดดอยภูผาโชค ต้องเดินเท้าไปอีก 700 เมตร มีบันไดเหล็กให้เดินสะดวกมากขึ้น จุดสูงสุดดอยภูผาโชคจะมีพลับพลาเตรียมรับเสด็จ 1 หลัง พระบรมเจดีย์ ขนาดเล็ก 5 องค์ รอยพระพุทธบาทขนาดเล็ก 1 คู่ จุดชมวิวจากพลับพลา มองได้ไกลสุดขอบฟ้า เห็น อ.แจ้ห่ม อ.เมืองปาน และพื้นที่วัดด้านล่าง

    ในวัดที่เชิงเขามีร้านอาหาร และลานจอดรถภูผาหมอกมีร้านค้า บะหมี่ น้ำดื่ม

การเดินทางไปวัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ ลำปาง

ติดต่อสอบถาม:

ศูนย์การท่องเที่ยวจังหวัดลำปาง โทร. 0 5421 6919, 0 5431 2254
http://www.tourismthailand.org/chiangmai

ทางเข้าวัดเฉลิมพระเกียรติฯ

ทางเข้าวัดเฉลิมพระเกียรติฯ จากตัวเมืองลำปางใช้ทางหลวงหมายเลข 1035 ไปแจ้ห่ม จากตัวเมืองแจ้ห่มเลยไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตรเศษๆ จะมีทางแยกซ้ายมืออยู่ตรงทางโค้งพอดี ซุ้มประตูเขียนว่าเข้าหมู่บ้านใหม่เหล่ายาว ให้เลี้ยวเข้าไปประมาณ 200 เมตร จะมีแยกซ้ายมือเขียนว่าไปวัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ ระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นทางคอนกรีตอย่างดีไปจนถึงวัด ระหว่างทางจะเห็นแนวเขาสูงตระหง่าน โดยมองเห็นพระเจดีย์สีขาวหลายองค์บนยอดเขาซึ่งมีลักษณะเป็นหน้าผาสูง ภาพที่เห็นเป็นภาพเดียวกันกับที่มองเห็นได้ไกลหลายกิโลเมตร แสงประกายแวววาวของเจดีย์เป็นสิ่งที่เรียกให้ผมมาที่วัดนี้ ก่อนที่จะเลี้ยวมาทางนี้ผมเจอร้านขายเนื้อตุ๋น ลองเข้าไปสอบถามรายละเอียดการเดินทาง เพราะดูเหมือนว่าเขาที่เป็นผาหินแบบนี้น่าจะขึ้นได้ลำบาก แม่ค้าก็บอกว่าถนนสายที่จะขึ้นไปบนวัดชั้นที่ 2 เป็นทางชันมาก จำเป็นต้องใช้รถขับเคลื่อน 4 ล้อ เท่านั้นซึ่งจะหาได้ในวัดชั้นที่ 1 หลังจากขับเข้ามาตามคำบอกเล่าก่อนถึงวัดประมาณ 500 เมตรจะมีทางแยก มีป้ายบอกทางซ้ายไปวัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ ส่วนทางขวาไปพระไพรีพินาศองค์ใหญ่ และอุทยานเฉลิมพระเกียรติ ร.๔ แล้วก็มีวงเล็บว่าเฉพาะรถโฟร์วิลเท่านั้น เป็นป้ายที่ตอกย้ำว่าผมไม่ควรเสี่ยงขับขึ้นไปเองเด็ดขาดก็เลยไปทางแยกซ้ายมือ

พระอุโบสถ

พระอุโบสถ เมื่อสุดเส้นทางคอนกรีตก็จะมาถึงลานกว้างในวัด พื้นที่ตรงนี้เรียกกันว่าชั้นล่าง ประกอบไปด้วยพระอุโบสถเป็นหลัก ด้านหน้าซุ้มประตูลวดลายสวยงาม แต่ตอนที่มาถึงไม่มีวี่แววเลยว่าจะหารถที่ไหนขึ้นไปชั้นบนได้ ในวัดก็เงียบกริบผมไม่เห็นพระภิกษุบริเวณนี้เลย มีหลายคนเดินทางผ่านเข้ามาด้วยรถเก๋งเหมือนกับผม ก็มองหาวิธีที่จะติดต่อหลวงพ่อหารถขึ้นเขา แต่คิดว่าช่วงนี้เป็นช่วงเพล พระอาจจะไม่อยู่ หรือไปฉันที่บนเขาในระหว่างนี้ก็เข้าไปไหว้พระในพระอุโบสถเก็บภาพรอบๆ บริเวณวัดไปพลางๆ

advertize

พระประธานในพระอุโบสถ

พระประธานในพระอุโบสถ 

พระบรมเจดีย์องค์ใหญ่

พระบรมเจดีย์องค์ใหญ่ อยู่ด้านหลังของพระอุโบสถ เดินทะลุประตูหลังออกมาก็จะเห็นเลย

พระประธาน 4 ทิศ

พระประธาน 4 ทิศ พระพุทธรูปปางมารวิชัยองค์ใหญ่เท่ากัน 4 องค์ประดิษฐานอยู่ในพระบรมเจดีย์ โดยผินพระพักตร์ไปทิศต่างๆ 4 ทิศ ตรงกับซุ้มประตูทางเข้าของเจดีย์

advertize

วิหารพระสมปรารถนา

วิหารพระสมปรารถนา เป็นวิหารขนาดกลางอยู่อีกด้านหนึ่งของพื้นที่วัดชั้นล่าง ห่างจากพระอุโบสถประมาณ 100 เมตร คล้ายสร้างหันหน้าเข้าหากัน รอบๆ ลานประทักษินจะมองเห็นยอดเขาและบริเวณอุทยาน ร.๔ ที่เรียกกันว่า วัดชั้นบน

พระสมปรารถนา

พระสมปรารถนา พระพุทธรูปองค์เล็กๆ ประดิษฐานอยู่บนบุษบกที่สวยงามและสูง มองสมส่วนกับขนาดของวิหาร เนื่องจากพระนามพระสมปรารถนา ผมก็เลยลองเสี่ยงขอพรพระ ว่าถ้าหากข้าพเจ้ามีบุญ ของให้มีโอกาสได้ขึ้นไปบนยอดเขานี้ในวันนี้ด้วยเทอญ หลังจากนั้นไม่ถึงนาทีก็มีรถกระบะคันหนึ่งเลี้ยวเข้ามาจอดหน้าโบสถ์ เจ้าของรถลงไปไหว้พระในโบสถ์ ผมก็เลยลองไปถามดูว่าพี่จะขึ้นบนยอดเขาหรือเปล่า พี่เขาคิดอยู่ครู่เดียวก็ตกลงกันว่าขึ้น ก็เลยได้อาศัยรถพี่เขาขึ้นไป เชื่อได้เลยว่า การขอพรพระสมปรารถนาในวิหาร เห็นผลทันตาเห็นจริงๆ

วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์

วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ นี่เป็นภาพที่ผมถ่ายจากลานประทักษินข้างวิหารพระสมปรารถนา เรียกภาษาง่ายๆ ว่าไปเดินถ่ายรูปที่ระเบียงข้างวิหารนั่นแหละที่เห็นพระองค์สีขาวอยู่เชิงเขาเป็นตรงทางแยกที่จะไปวัดชั้นบน ส่วนที่ยอดเขาเห็นเจดีย์สีขาวองค์เล็กๆ คงจะมองไม่ค่อยชัดเพราะย่อรูปลงมาเยอะ นั่นแหละคือเป้าหมายที่ผมจะไป ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตรสำหรับการขึ้นเขา แต่ด้วยความชันของเส้นทางรู้สึกนานเหมือนขับรถไกลเป็น 10 กิโลเมตรเลยครับ ระหว่างทางผมไม่ได้เอากล้องออกมาถ่ายรูปเพราะนั่งลุ้นอยู่ ไม่นานเท่าไหร่ก็ขึ้นถึงยอดเขา

วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์

 

ลานจอดรถ

ลานจอดรถ จุดนี้เป็นลานจอดรถระหว่างทางขึ้นยอดภูผาหมอก มีการสร้างถ้ำจำลองบริเวณนี้มีพระพุทธรูปอยู่ด้านใน ทางขวาเป็นทางไปยอดเขา ส่วนทางซ้ายเป็นทางไปนมัสการรอยพระพุทธบาทใหญ่

วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์

 

ทางเดินขึ้นบันไดสู่ยอดเขา

ทางเดินขึ้นบันไดสู่ยอดเขา วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ชั้นบนพอขับรถมาจนสุดทางแล้วจะต้องเดินขึ้นบันไดนี้ไปเรื่อยๆ ประมาณคร่าวๆ น่าจะ 300 กว่าขั้น แต่เดิมใช้การเดินเท้าล้วนๆ ซึ่งแน่นอนว่าต้องแกร่งทั้งกายและใจ และศรัทธาด้วย ข้างทางเดินจะมีป้ายเขียนบอกให้ภาวนาพุทโธในระหว่างการเดินก้าวเรื่อยๆ ไปจะไปถึงได้ในที่สุด แต่ก็เล่นเอาเหนื่อยสุดๆ ไปเลย ทั้งพี่เจ้าของรถ ทั้งผม ก็หยุดพัก ประมาณ 3 ช่วง กว่าจะถึงปลายทาง

ยอดเขาภูผาหมอก

ยอดเขาภูผาหมอก ในที่สุดเราก็มาถึงบริเวณยอดเขา ที่ผมสงสัยว่าพระภิกษุน่าจะอยู่บนนี้เพราะที่วัดชั้นล่างไม่มีพระ แต่ผมก็คิดผิด บนเขานี้ก็ไม่มีพระเหมือนกัน เลยไม่รู้ว่าท่านไปไหนหมด สิ่งแรกที่เราเจอก็คือพลับพลารับเสด็จกับเจดีย์หลายองค์บนยอดเขา อีกด้านหนึ่งมีทางเดินเชื่อมต่อกันไปได้ โดยอ้อมไปตามซอกหิน เริ่มจากที่เราเห็นอยู่ตรงหน้าก่อน คือเจดีย์ที่อยู่บนศาลาหลังนี้มีบันไดเหล็กเดินขึ้นไปได้ จากเจดีย์ที่เห็นในรูปก็มีทางเดินสูงขึ้นไปได้อีก เป็นเจดีย์อีกองค์หนึ่ง เราใช้เวลาพอสมควรในการเดินชมรอบๆ บริเวณยอดเขาโดยขึ้นไปตามเจดีย์องค์ต่างๆ แล้วก็ถ่ายรูปวิว ผมเลือกเอาวิวบางส่วนมาให้ชมทั้งๆ ที่มีวิวที่ถ่ายไว้หลายรูปหลายมุมมาก

วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์

 สิ่งหนึ่งที่เราจะเห็นหรือต้องพูดว่าจะมองหาเป็นสิ่งแรกๆ เมื่อเราอยู่บนเขาก็คือมองหามุมชมวิว เราต้องการที่จะได้เห็นวิวที่สวย มองลงไปแล้วเห็นอะไรบ้างก็ต้องเดินไปรอบๆ แต่ตอนนี้ผมอยู่บนศาลาเลยเดินรอบๆ ไม่ได้ มองวิวได้ด้านเดียวคือด้านที่เห็นวัดชั้นล่างที่เชิงเขา พระบรมเจดีย์สีทองอยู่หลังอุโบสถแลดูสวยงามเมื่อเราอยู่บนเขา

วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์

 ตอนนี้เปลี่ยนเลนส์เพื่อซูมให้เห็นวัดชัดมากขึ้นอีกหน่อย มองเห็นรถที่เราจอดไว้ใกล้ๆ หน้าโบสถ์ด้วยละ

จุดชมวิว

จุดชมวิว นี่ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่สร้างระเบียงเอาไว้เป็นที่สำหรับสักการะพระเจดีย์องค์หนึ่งที่อยู่สูงมากกว่าเจดีย์องค์อื่นเก้าอี้มีจัดวางไว้หลายจุดบนยอดเขาแห่งนี้ ถ้าว่างๆ ลองมานั่งพักผ่อนชมวิวรับลมเย็นๆ กันดูครับ

วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์

 ภาพบนยอดเขาสูงมากๆ จะเห็นได้ชัดว่าเจดีย์แต่ละองค์สร้างบนยอดที่ไม่น่าเชื่อว่าจะสร้างกันได้ ที่เราเห็นศาลาหรือกุฏิสงฆ์แต่ละหลังจะมีบันไดสร้างให้เดินขึ้นไปได้ แต่จากมุมนี้เราจะไม่เห็นบันไดที่ขึ้นไปยังศาลาฝั่งตรงข้ามเพราะบันไดอยู่หลังผาหิน

วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์

 เจดีย์บนหน้าผาเป็นกลุ่มเจดีย์องค์เล็กสีขาวที่มองเห็นจากเชิงเขาเพียงจุดสีขาวเล็กๆ ขึ้นมาบนยอดเขาก็ยิ่งประหลาดใจว่าสร้างกันได้ยังไง หลังจากที่ได้ชมวิวจนทั่วบริเวณแล้ว (แม้ว่ายังมีเจดีย์อีกหลายองค์ที่เราขึ้นไปไม่ได้เพราะต้องเดินผ่านกุฏิพระที่ล็อคไว้ก็ตาม) ตอนนี้เราก็เดินลงจากยอดเขาเพื่อกลับไปที่รถ ต่อจากนี้ไปเราจะไปที่รอยพระพุทธบาท ซึ่งเป็นจุดสำคัญอย่างยิ่งยวดของวัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์แห่งนี้ เราขับรถไปที่ลานจอดรถ (ย้อนกลับไปรูปที่ 10) แล้วจากนั้นก็เดินไปยังรอยพระพุทธบาท ระยะทาง 200 เมตร

ทางเดินไปยังรอยพระพุทธบาท

ทางเดินไปยังรอยพระพุทธบาท 

รอยพระพุทธบาทคู่

รอยพระพุทธบาทคู่ เมื่อเดินมาจนสุดทางตามลูกศรชี้ผ่านศาลาพระพุทธรูปและกุฏิสงฆ์หลายหลัง เราจะมาอยู่ที่ศาลาที่มีรอยพระพุทธบาทจำลองให้สักการะ เดินทะลุศาลาหลังนั้นออกมาด้านหลังจะเห็นพระพุทธรูปปางลีลายืนอยู่เหนือรอยพระพุทธบาท เสมือนหนึ่งว่าเมื่อครั้งสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จมาที่นี่ได้ประทับยืนและประทับรอยพระพุทธบาทลงบนหินขนาดใหญ่ ในรูปนี้เราคงจะนึกภาพขนาดรอยพระพุทธบาทคู่ไม่ค่อยออก ลองคิดดูว่าหลุมที่เห็นอยู่เบื้องหน้ามีขนาดใหญ่พอที่เราจะลงไปนอนขดในนั้นได้ ผู้ที่นำทางผมมายังที่นี่เป็นชาวลำปาง เล่าให้ฟังว่าเมื่อครั้งเรียนมัธยมปลายเคยมาที่นี่ครั้งหนึ่ง ตำนานรอยพระพุทธบาทที่เคยได้ยินมาตั้งแต่เป็นเด็กก็คือเรื่องนายพรานล่ากวาง ได้ยิงกวางตัวหนึ่งได้รับบาดเจ็บ กวางตัวนั้นวิ่งหนีเขาป่ามาถึงผาที่มีรอยพระพุทธบาท ก็เหนื่อยแล้วก้มลงกินน้ำที่ขังอยู่ตรงนี้ปรากฏว่ากวางที่บาดเจ็บก็หายเป็นปลิดทิ้ง ส่วนนายพรานมาเจอรอยพระพุทธบาทนี้เข้าก็ไปเล่าต่อ ชาวบ้านก็ขึ้นมากราบไหว้รอยพระพุทธบาทนี้ตั้งแต่นั้นมา

รอยพระพุทธบาทใหญ่

รอยพระพุทธบาทใหญ่ เหนือจากรอยพระพุทธบาทคู่ขึ้นมา จะมีรอยพระพุทธบาทขนาดใหญ่ยิ่งกว่ามากอยู่บนหินอีกก้อนหนึ่งที่ใหญ่และสูงกว่ารอยพระพุทธบาทคู่ จนผมต้องพยายามหามุมที่จะถ่ายรูปแล้วเห็นรอยพระพุทธบาททั้ง 3 สิ่งที่เห็นอยู่นี้ยากที่จะอธิบายการเกิดขึ้นของรอยบนหินเหล่านี้ด้วยวิธีการอื่นได้ นอกเหนือจากพระพุทธเจ้าได้เสด็จมายังสถานที่แห่งนี้แล้วประทับรอยพระพุทธบาทให้ปรากฏขึ้นและคงอยู่ถึง 2 พันกว่าปีแล้วนั่นเอง

ชมวิวเมืองแจ้ห่มและเมืองปาน

ชมวิวเมืองแจ้ห่มและเมืองปาน ก่อนที่จะกลับลงมาจากเขา เราได้นั่งชมวิวบนศาลาที่ลานจอดรถ ภาพที่มองเห็นเบื้องล่างคือเมืองเล็กๆ เมืองหนึ่ง กับเทือกเขาสลับซับซ้อนเป็นฉากหลัง จบการนำเที่ยววัดที่รวมศรัทธาอันสูงส่งตลอดระยะเวลาในการสร้างและการเดินทางมาเยี่ยมชม วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ไว้เพียงเท่านี้ครับ หลายภาพที่เห็น ไม่อาจจะบรรยายได้ทั้งหมด ขอเชิญสาธุชนทุกท่านได้มาร่วมชมวัดแห่งนี้ด้วยตัวเองสักครั้ง รวมถึงวัดที่มีความเกี่ยวข้องกับวัดแห่งนี้ วัดอนาลโยทิพยาราม จังหวัดพะเยา อีกด้วย

แก้ไขล่าสุด 2017-02-12 03:40:03 รับชม 69648

แผนที่ วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ และสถานที่ใกล้เคียง

เส้นทางไปวัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ ลำปาง