หน้าหลัก >> ลำปาง >> วัดม่อนพญาแช่

วัดม่อนพญาแช่


 วัดม่อนพญาแช่ หรือพระยาแช่ ตั้งอยู่ที่ตำบลพิชัย บนเส้นทางสายลำปาง-งาว ห่างจากตัวเมือง 5 กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข 1 และเลี้ยวขวาตรงหลักกิโลเมตรที่ 605 เข้าไปประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นปูชนียสถานเก่าแก่ของจังหวัดลำปาง แต่เดิมไม่มีพระภิกษุสงฆ์จำพรรษาอยู่ประจำ วัดนี้อยู่ในความอุปถัมป์ดูแลของท่าเจ้าคุณพระธรรมจินดา นายกวัดป่าตัวะ จนถึงปี พ.ศ. 2479 ท่านได้ชราภาพลง จึงได้มอบธุระให้ท่านเจ้าคุณพระอินทวิชยาจารย์ เจ้าคณะจังหวัดลำปาง วัดคะตึกเชียงมั่นเป็นองค์อุปถัมป์ และเป็นประธานในการพัฒนา ภาระในหน้าที่ของอาจารย์ท่านมีมาก ท่าเจ้าคณะพระอินทวิชยาจารย์จึงได้แต่งตั้ง พระครูประโชติ คณารักษ์ เป็นเจ้าอาวาสวัดม่อนพระยาแช่ เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2522

    พระครุประโชติ คณารักษ์ ได้ทำการพัฒนาตามที่ท่านได้ไปเห็นมาแล้ว กรมชลประทาน (ลำปาง) ได้สร้างอ่างเก็บน้ำห้วยโจ้ และในปี พ.ศ. 2524 ดร. ชูวงศ์ ฉายะบุตร ผู้ว่าราชการจังหวัดและสมาชิกสภาจังหวัดได้จัดสรรเงินงบประมาณสร้างถนนลาดยางตลอดสาย ระยะทาง 5 กิโลเมตร วัดแห่งนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วยพระเจ้าลูกเธอทั้ง 2 พระองค์ ทรงเสด็จนมัสการ พระธาตุม่อนพระยาแช่ ณ วัดม่อนพระยาแช่ ตำบลพิชัย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง เมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2515 นอกจากนี้ภายในวัดยังมีพระเจดีย์ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้กราบไหว้นมัสการ บริเวณโดยรอบมีบรรยากาศสงบร่มรื่นแบบธรรมชาติ เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ มีพระเจดีย์ตั้งอยู่บนเนินเขาที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของจังหวัดลำปางได้อย่างชัดเจน ทางวัดได้พัฒนาเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจและร่วมกับสำนักงานป่าไม้เขตลำปางจัดให้เป็น วนอุทยานม่อนพญาแช่ อยู่ก่อนถึงวัดม่อนพญาแช่ 1 กิโลเมตร เป็นที่ตั้งที่ทำการวนอุทยานฯ เป็นจุดชมวิว และเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางอุทยานได้จัดให้มี เส้นทางศึกษาธรรมชาติ บริเวณรอบอ่างเก็บน้ำห้วยโจ้จัดเฉพาะในช่วงฤดูฝนเท่านั้น ระยะทาง 1 กิโลเมตร จะพบเฟิร์นชนิดต่าง ๆ และสามารถพักแรมได้ แต่ต้องไปเป็นหมู่คณะ โดยติดต่อล่วงหน้าที่ โทร. 0 5422 6828
ติดต่อสอบถาม:ศูนย์การท่องเที่ยวจังหวัดลำปาง โทร. 0 5421 6919, 0 5431 2254
http://www.tourismthailand.org/chiangmai

การเดินทางไป วัดม่อนพญาแช่ ลำปาง << คลิกเลย


แนะนำที่เที่ยว ที่พัก ร้านอาหาร ส่งภาพและข้อมูลได้ที่ แฟนเพจทัวร์ออนไทย
ซุ้มประตูวัดม่อนพระยาแช่

ซุ้มประตูวัดม่อนพระยาแช่ เส้นทางสู่วัดม่อนพระยาแช่ เข้าได้หลายเส้นทาง จากตัวเมืองลำปางมุ่งหน้าไปทางเหนือตามถนนพหลโยธิน มีป้ายชี้เข้าวัดนี้หลายจุด เส้นทางหนึ่งที่ค่อนข้างสะดวกก็คือข้างสนามกอล์ฟเขลางค์นคร ระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร ด้วยถนนลาดยางเรียบร้อย แทบไม่มีบ้านคนอยู่ในละแวกนี้เลย

ภายในวัดม่อนพระยาแช่

ภายในวัดม่อนพระยาแช่ ระหว่างเดินทางมาที่วัด จะผ่านวนอุทยานม่อนพระยาแช่ เป็นสวนป่าขนาดใหญ่บรรยากาศร่มรื่น เรื่องบ้านคนก็ยังคงไม่ค่อยมีให้เห็นตลอดทาง สิ่งหนึ่งที่เห็นก็คือหมาจรจัดจำนวนมาก คาดว่าจะถูกนำมาปล่อยแล้วก็ออกลูกออกหลานมากขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่วนอุทยาน มาจนถึงวัด หมาแมวเหล่านี้แทบจะหาอาหารไม่ได้เลย เพราะบ้านเรือนคนมีน้อย มันก็จะเข้ามาหาเศษอาหารในวัด สร้างความเดือดร้อนให้กับพระภิกษุสามเณร จนทางวัดต้องติดป้ายว่า หมาแมววัดมีเยอะแล้วไม่ต้องนำมาถวายอีก เป็นที่น่าสังเวชใจ ขับรถมาตามทางนี้ต้องระวังลูกหมาให้มากๆ เพราะมีวัยกำลังซนอยู่ด้วย

advertize

พระพุทธชินราช

พระพุทธชินราช 

พระพุทธคันธราราช

พระพุทธคันธราราช  เป็นพระพุทธรูปปางขอฝน เป็นนิมิตหมายถึงความอุดมสมบูรณ์ของพืชพรรณธัญญาหาร ประดิษฐานอยู่ข้างวิหารพระพุทธชินราช ถัดไปเป็นศาลพระโพธิสัตว์กวนอิม และศาลาเอนกประสงค์

ทางเดินขึ้นพระธาตุม่อนพระยาแช่

ทางเดินขึ้นพระธาตุม่อนพระยาแช่  การมาที่วัดม่อนพระยาแช่ สิ่งแรกที่ต้องนึกถึงคือการเดินขึ้นไปนมัสการพระธาตุบนยอดเขา ก่อนที่จะเดินขึ้นมาให้เดินไปที่ศาลาเอนกประสงค์หลังเล็กๆ หยิบน้ำไปด้วยสักขวดเผื่อว่าระหว่างทางจะเกิดหิวน้ำขึ้นมา ส่วนค่าน้ำก็ทำบุญตามศรัทธา

advertize

บันไดวัดม่อนพระยาแช่

บันไดวัดม่อนพระยาแช่ ทางเดินขึ้นนมัสการองค์พระธาตุ เป็นบันได 3 ช่วง ช่วงแรกเป็นบันไดนาค จำนวน 182 ขั้น ช่วงที่สองเป็นบันได 64 ขั้น มีศาลาพักร้อน มีทางเดินแยกออกไปเดินศึกษาธรรมชาติรอบอ่างเก็บน้ำ

ศาลาพักร้อน

ศาลาพักร้อน 

บันไดช่วงที่ 3

บันไดช่วงที่ 3 เป็นช่วงที่ยาวที่สุดมีบันได 339 ขั้น รวมทั้งหมด 585 ขั้น ปกคลุมด้วยต้นไม้เป็นระยะๆ พอได้หลบร้อน

วัดม่อนพญาแช่

  สุดปลายบันได เราจะมายืนอยู่เบื้องหน้าพระธาตุม่อนพระยาแช่ ด้านขวามือมีวิหารหลวงแต่ระยะหลังไม่ได้เปิดให้เข้าสักการะองค์พระประทาน คงมีเพียงพระธาตุเจดีย์สีขาวเด่นตระหง่าน รอบล้อมไปด้วยต้นไม้ มีลมพัดเย็นสบาย มีมุมให้เราเดินไปชมวิวเบื้องล่างได้บ้าง

ตำนานม่อนพระยาแช่

ตำนานม่อนพระยาแช่ หลักฐานจากจารึกใบลานเกี่ยวกับพระธาตุม่อนพระยาแช่และวัดมีดังนี้

ในกาลครั้งหนึ่ง เมื่อพระพุทธเจ้าได้เสด็จมาเทศนาสั่งสอนสัตว์โลก ลุมาถึง กุกกุตตะนครในเมืองเวียงดิน พร้อมด้วยพระฤๅษี 5 องค์ ได้ติดตามอุปฐากพระองค์มาแต่ลังกาทวีป พระองค์ทรงฉันภัตตาหาร ณ ที่นั้น เมื่อทรงฉันแล้ว ก็ทรงบ้วนพระโอษฐ์ พระฤๅษีทั้ง 5 ได้เอาภาชนะแก้วผลึกมารองรับ ในทันใดนั้นเอง น้ำบ้วนพระโอษฐ์ ก็เกิดกระด้างกลายเป็นพระธาตุแข็งขึ้นมา พระฤๅษีทั้ง 5 เห็นดังนั้น ก็เกิดความอัศจรรย์ใจยิ่งนัก เกิดความเลื่อมใสและมีความปีติยิ่ง ทูลถามพระพุทธองค์ว่า

 "ภันเต ภควา ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้เจริญ ภาชนะแก้วผลึกที่เต็มไปด้วยพระธาตุนี้ จะให้พวกข้าพระองค์นำไปประดิษฐาน ณ ที่ตรงไหน จึงสมควร"

 พระพุทธองค์จึงทรงพิจารณาส่องญาณ เล็งเห็นว่าต่อไปข้างหน้าสถานที่นี้จะเป็นบ้านเมืองมีผู้คนมากมาย พระพุทธองค์ทรงใคร่ครวญ ที่จะให้เป็นประโยชน์และเป็นที่พึงแก่คนทั้งปวง จึงตรัสแก่พระฤๅษีทั้ง 5 ว่า ทางทิศตะวันออกของตัวเมืองนี้มีภูเขาอยู่ลูกหนึ่งชื่อว่าเขลางค์บรรพต สมควรที่ท่านทั้งหลายจะเอาพระธาตุนี้ไปบรรจุไว้ ณ ที่นั่น ครั้นแล้วพระองค์ทรงอธิษฐานถอดเอาพระนขา (เล็บ) และพระเกศา (ผม) ให้แก่พระฤๅษีทั้ง 5 เพื่อเอาไปบรรจุไว้ด้วยกัน และเพื่อให้เป็นประโยชน์แก่ผู้คนซึ่งมีความเลื่อมใส ได้สักการะบูชาต่อไป เมื่อพระพุทธเจ้าตรัสเช่นนั้นแล้ว พระฤๅษีทั้ง 5 พร้อมด้วยพระอินทร์ ก็รับเอาพระธาตุจากพระหัตถ์พระพุทธองค์แล้วก็ทูลลา มุ่งหน้าไปสู่เขลางค์บรรพต ม่อนพระยาแช่ ส่วนพระฤๅษีทั้ง 5 ก็ผลัดเปลี่ยนกันอุปฐากรักษาพระเจดีย์ในที่ต่างๆ ดังนี้

 ฤๅษีองค์ที่ 1 รักษายังต้นศรีมหาโพธิ์ วัดศรีล้อม
 ฤๅษีองค์ที่ 2 ให้รักษายังพระมหาชินะธาตุเจ้า วัดม่อนคีรีชัย
 ฤๅษีองค์ที่ 3 ให้รักษายังพระมหาชินะธาตุเจ้า วัดพระธาตุดอยแล
 ฤๅษีองค์ที่ 4 ให้รักษายังพระมหาชินะธาตุเจ้า วัดพระธาตุดอยสุเทพ
 ฤๅษีองค์ที่ 5 ให้รักษายังพระมหาชินะธาตุเจ้า ดอยยัสสะกิตติ (เขลาค์บรรพต วัดม่อนพระยาแช่)

 ฤๅษีองค์ที่ 5 ผู้เป็นน้องสุดท้อง เป็นผู้มีวิชา ปัญญาเฉลียวฉลาดยี่งนัก มีความสามารถทำทองได้ และรู้วิธีผสมยาสามารถชุบคนแก่ให้กลายเป็นคนหนุ่มได้

 ที่มาของชื่อม่อนพระยาแช่
 ในขณะนั้น ยังมีพระยาลัวะคนหนึ่งซึ่งพระยาวุฑโฒ มีอายุได้ 100 ปี อยู่ขุนแม่ระมิงค์เชียงใหม่ได้ทราบข่าวจากพรานป่าว่า พระฤๅษีน้องสุดท้องมีความสามารถชุบคนแก่ให้กลายเป็นคนหนุ่มได้ พระยาวุฑโฒก็มีใจอยากจะเป็นหนุ่ม จึงสั่งให้เตรียมไพร่พลโยธาและให้พรานป่าเป็นผู้นำทาง ใช้เวลาเดินทางประมาณครึ่งเดือนจึงเดินทางมาถึงวัดม่อนพระยาแช่ พอมาถึงพระฤๅษีจึงถามว่า "พระองค์เสด็จมาที่นี้ด้วยมีธุระประสงค์สิ่งใด" พระวุฑโฒตอบว่า "ข้าพเจ้าทราบว่าท่านสามารถชุบคนแก่ให้กลายเป็นหนุ่มได้" วันรุ่งขึ้นพระฤๅษีก็จัดแจงผสมยาขนานต่างๆ รวมได้ 4 ขนาน ใส่หม้อดินต้มทิ้งไว้ให้เย็น แล้วพระฤๅษีจึงบอกให้พระยาวุฑโฒลงไปนอนในอ่างยา พระยาวุฑโฒเห็นดังนั้นก็เกิดความกลัวไม่ยอมลง ขอให้พระฤๅษีทดลองให้ดูก่อน ก่อนจะลงท่านพระฤๅษีก็ได้อธิบายให้พระยาวุฑโฒให้รู้จักวิธีผสมยาจนเป็นที่เข้าใจ โดยให้ใส่ยาเป็นระยะดังนี้

 ระยะที่ 1 พอนอนลงไปในอ่างยาแล้วเนื้อตัวจะสลายละลายไปแล้วให้เอายาขนานที่ 1 ใส่ลงไป เนื้อตัวจะกลายเป็นน้ำขุ่นข้นขึ้นมาเหมือนกับข้าวยาคู
 ระยะที่ 2 ให้เอายาขนานที่ 2 ใส่ลงไปก็จะเป็นตัวไหวดิ้นขึ้นมาได้
 ระยะที่ 3 ให้เอายาขนานที่ 3 ใส่ลงไป พอใส่ยาแล้วจะมีชีวิตชีวาขึ้นมาได้อย่างเก่า
 ระยะที่ 4 ให้เอายาขนานที่ 4 ใส่ลงไป พอใส่ยาแล้วจะรู้จักพูดจาได้และกลับกลายเป็นหนุ่มขึ้นมาเลย

 พระฤๅษีได้อธิบายให้พระยาวุฑโฒถึง 2-3 ครั้งจนเข้าใจแล้ว พระฤๅษีก็ลงนอนในอ่างยาแล้วสลายกลายเป็นน้ำไป พระยาวุฑโฒก็เอายาขนานที่ 1 ใส่ลงไป น้ำก็ขุ่นข้นเหมือนข้าวยาคู แล้วก็เอายาขนานที่ 2 ใส่ลงไป พระฤๅษีก็ไหวตัวดิ้นเป็นเกลียวเหมือนงูเกี้ยวกัน ชูคอขึ้นมาเหมือนงูเห่า พระยาวุฑโฒเห็นดังนั้นก็ตกใจกลัวตัวสั่นเกิดความประหม่า เลยหยิบเอายาผิดหยิบยาขนานที่ 4 ใส่ลงไป เนื้อตัวพระฤๅษีก็เกิดกระด้างไปเลย ไม่ไหวติงกาย พระยาวุฑโฒก็เอายาขนานที่ 3 ใส่ลงไปอีก พระฤๅษีก็แน่นิ่งไปไม่ไหวติงกายแต่ประการใด เป็นอันว่าพระฤๅษีสิ้นใจตายอยู่ ณ ที่นั้น พระยาวุฑโฒก็เสียใจเป็นอย่างยิ่ง เมื่อกลับไปถึงบ้านแล้วก็เกิดโรคาพาธมีอาการกระวนกระวาย จิตใจก็ระลึกถึงแต่เหตุการณ์ที่ได้กระทำมานั้น จิตใจคิดอยากกลับมายังที่อยู่ของฤๅษีตลอดเวลา ในที่สุดก็เดินทางกลับมายังดอยยัสสะกิตติ (เขลางค์บรรพต) เมื่อมาถึงล้วก็ให้คนตักน้ำใส่อ่างยา แล้วตนเองก็นอนเช่ ก็รู้สึกว่าสบาย พอลุกขึ้นมาจากอ่างยา ก็ร้อนกระสับกระส่าย ทำอยู่อย่างนี้หลายครั้งจนทนไม่ไหว ก็บอกเสนาว่า เราเห็นจะมีชีวิตอยู่ไม่รอดแล้ว เวลาเราตายไปแล้วขอให้เอาศพไปเผาทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ครั้งสั่งเสร็จแล้วก็สิ้นใจตาย สถานที่ที่พระวุฑโฒนอนแช่ตายอยู่นั้น จึงเรียกว่า "ม่อนพระยาแช่" มาจนถึงทุกวันนี้

แก้ไขล่าสุด 2017-02-10 13:00:44 รับชม 11063

แผนที่ วัดม่อนพญาแช่ และสถานที่ใกล้เคียง

เส้นทางไปวัดม่อนพญาแช่ ลำปาง << คลิกเลย

 



จองที่พักทั่วโลก


ที่พักแนะนำ

เดอะ บลูสกาย รีสอร์ท แอท เกาะพยาม
เดอะ บลูสกาย รีสอร์ท แอท เกาะพยาม
บัฟฟาโล เบย์ วาเคชั่น คลับ
บัฟฟาโล เบย์ วาเคชั่น คลับ
ชมจันทร์ บีช รีสอร์ต
ชมจันทร์ บีช รีสอร์ต
พีพี แลนด์ บีช อีโค รีสอร์ท
พีพี แลนด์ บีช อีโค รีสอร์ท
เฮฟเว่น บีช อีโค รีสอร์ท แอนด์ อาร์ต
เฮฟเว่น บีช อีโค รีสอร์ท แอนด์ อาร์ต
นิธิพร รีสอร์ท
นิธิพร รีสอร์ท
ลัคกี้ รีสอร์ท
ลัคกี้ รีสอร์ท
แร็บบิท บังกะโล
แร็บบิท บังกะโล
ฟร็อก บีช เฮาส์
ฟร็อก บีช เฮาส์
พยาม โคโค่นัท บีช รีสอร์ท
พยาม โคโค่นัท บีช รีสอร์ท

ปฏิทินท่องเที่ยว

 
กรกฏาคม
 
อา
พฤ
-
-
-
-
-
-
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
-
-
-
-
-

กิจกรรมในลำปาง

ไม่มีกิจกรรมในลำปาง
ดูทั้งหมด


ที่เที่ยวยอดนิยมใน ลำปาง


วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์

เขื่อนกิ่วลม

วัดพระธาตุลำปางหลวง

มณฑป หลวงพ่อเกษม สุสานไตรลักษณ์

ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย

บ้านเสานัก

ฟาร์มแกะฮักยู (Hug You)

อุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท

อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน

เหมืองแม่เมาะ

ใหม่/อัพเดต


น้ำตกตาดโตน มุกดาหาร

วัดถ้ำสุวรรณคูหา หนองบัวลำภู

Reef Sports Bar & Restaurant เกาะเต่า

วัดสระมณี อุดรธานี

Feelsion Cafe ฟีลฉัน คาเฟ่

Sweet Addict

ร้านอาหารข้าวต้มโฟนลิงค์ หัวหิน

ร้านอาหารบ้านอีสาน นครสวรรค์

Maguro Sushi บางนา

อะหมัดรสดี ครัวไทย