หน้าหลัก >> ลำปาง >> วัดปงยางคก

วัดปงยางคก


 วัดปงยางคก ตั้งอยู่ที่ตำบลปงยางคก มีวิหารพระแม่เจ้าจามเทวีซึ่งเป็นวิหารไม้เก่าแก่ ภายในประดิษฐานมณฑปปราสาทเก่าที่มีตำนานสืบเนื่องมาตั้งแต่สมัยพระนางจามเทวี เมื่อ พ.ศ. 1253
    การเดินทาง จากอำเภอเมืองเข้าสู่ถนนสายห้างฉัตร-เกาะคา ประมาณ 5 กิโลเมตร มีทางแยกซ้ายไปประมาณ 100 เมตร

การเดินทางไปวัดปงยางคก ลำปาง

ติดต่อสอบถาม:
ศูนย์การท่องเที่ยวจังหวัดลำปาง โทร. 0 5421 6919, 0 5431 2254
http://www.tourismthailand.org/chiangmai

อุโบสถวัดปงยางคก

อุโบสถวัดปงยางคก การเดินทางที่ค่อนข้างไกลในการตามหาวัดปงยางคก ที่อยู่ในหมู่บ้านห่างจากถนนสายหลักของจังหวัดลำปางค่อนข้างมาก ถ้าเข้าทางทางหลวงหมายเลข 11 ลำปาง ลำพูน จะมีทางแยกใกล้ๆ หมู่บ้านคันทรีวิว ก่อนถึงมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์ลำปาง ประมาณ 500 เมตร เข้ามาอีกประมาณ 6.5 กิโลเมตร ตามเส้นทางสามารถออกทางเดิมหรือตรงเข้าบ้านปกยางคก มาออกวัดพระธาตุลำปางหลวงก็ได้ ขึ้นอยู่กับการวางแผนเดินทางทริปของเรา ถ้ามาจากวัดพระธาตุลำปางหลวง ระยะทางประมาณ 8.5 กิโลเมตร เส้นทางเข้าหมู่บ้านค่อนข้างเล็กและมีโค้งตามทางค่อนข้างมาก
 เมื่อเข้ามาถึงแล้ว ผมมองเห็นอุโบสถหลังนี้เป็นอุโบสถค่อนข้างใหม่ อายุน่าจะยังไม่มาก เนื่องด้วยชื่อเสียงของวัดปงยางคกนั้นไม่ค่อยเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว ผมก็หวังว่าจะได้เห็นสิ่งที่น่าสนใจในวัด ตอนเดินเข้ามาทีแรกบอกตรงๆ เลยว่าคิดไม่ออกว่าสิ่งที่น่าสนใจคืออะไร เพราะอุโบสถที่สร้างใหม่บังพื้นที่ข้างในวัดไว้หมด ตอนนี้ก็ต้องตามหาโบราณสถานหรือปูชนียสถานให้เจอก่อน

วิหารพระแม่เจ้าจามเทวี

วิหารพระแม่เจ้าจามเทวี นี่ก็คือสิ่งสำคัญประจำวัดปงยางคกที่ผมกำลังตามหาอยู่ เนืองจากวิหารหลังนี้อยู่ข้างอุโบสถพอดี และอุโบสถหันด้านข้างเข้าหากำแพงวัดก็เลยมองไม่เห็น ตามประวัติกล่าวว่า เมื่อราวๆ ปี พ.ศ. 1253 พระแม่เจ้าจามเทวีกษัตริย์ผู้ครองนครหริภุญไชย (ลำพูน) เสด็จมาเยี่ยมพระเจ้าอนันตยศราชบุตรที่มาครองนครเขลางค์ลำปาง ขณะที่เดินทัพจะนำทองคำไปบูชาพระธาตุลำปางหลวง พอไปถึงที่แห่งหนึ่งปรากฏจ๊าง (ช้าง) พระที่นั่งก็ทรุดลงในท่าคารวะ พระแม่เจ้าเห็นเป็นอัศจรรย์ จึงทรงพักพล ณ ที่นั้นหนึ่งคืน ตลอดกลางคืนทรงอธิษฐานว่า ถ้า ณ ที่นี้มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก็ขอให้ปรากฏปาฏิหาริย์ขึ้น ขาดคำพระดำรัสของพระแม่เจ้า ก็ปรากฏแสงจ้าพรรณรังสีแห่งพระบรมสารีริกธาตุ พวยพุ่งออกมาจากจอมปลวกแห่งหนึ่ง จึงทรงให้ปลูกวิหารขึ้น ณ ที่จอมปลวกนั้น พร้อมมณฑปปราสาท ก่อสิงห์ สร้างกู่จ๊างนบ ปลูกต้นไม้สะศรี (ศรีมหาโพธิ์) ก่อโขงประตูไว้พร้อมสรรพ พร้อมให้นามอารามแห่งนี้ว่า "วัดปงจ๊างนบ" คงมาหลายร้อยปีนามนี้ก็เพี้ยนเป็น "วัดปงยางคก" มาจนทุกวันนี้

 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานกิตติบัตรแก่ วัดปงยางคกผู้ครอบครองอาคาร วิหารจามเทวี ได้รับรางวัลอนุรักษ์ดีเด่นประจำปี พ.ศ.2543 เนื่องในนิทรรศการ "สถาปนิก 43"

advertize

กู่จ๊างนบ

กู่จ๊างนบ เป็นเสนาสนะที่สร้างขึ้นพร้อมกับวิหารพระแม่เจ้าจามเทวี ในปีพ.ศ. 1253 ต่อมาได้มีการบูรณะเมื่อ ปี พ.ศ.2507 กู่จ๊างนบเป็นอาคารเล็กๆ หันเข้าหาวิหาร

วิหารพระแม่เจ้าจามเทวี

วิหารพระแม่เจ้าจามเทวี วิหารหลังนี้มีขนาดไม่ใหญ่มากนักหากเทียบขนาดกับวิหารในวัดต่างๆ ที่เราเห็นด้านข้างของวิหารส่วนล่างไม่มีผนัง จึงดูโล่งตลอดแนววิหาร ด้านในวิหารเป็นที่ตั้งของมณฑปปราสาทเก่าแก่ที่สร้างขึ้นพร้อมกัน ภายในมีองค์พระแม่เจ้าจามเทวี ประชาชนชาวลำปางเดินทางมากราบไหว้ไม่ขาด

วัดปงยางคก

 

advertize

วัดปงยางคก

 

หอตุ๊เจ้าติ๊บจ๊าง

หอตุ๊เจ้าติ๊บจ๊าง เป็นชื่อของอาคารที่เขียนตามสำเนียงการออกเสียงของชาวเหนือ หมายถึง ศาลเจ้าพ่อทิพย์ช้าง หมายถึง หนานทิพย์ช้าง (พระเจ้าทิพย์จักรสุลวะฤๅไชยสงคราม) ย้อนหลังกลับไปในยุคที่มีเจ้าผู้ครองนครลำปาง เป็นตำแหน่งที่เริ่มมาตั้งแต่สมัยหริภุญชัย โดยกษัตริย์พระองค์แรกของนครลำปาง คือ พระเจ้าอนันตยศ ราชบุตรของพระนางจามเทวี พระเจ้าอนันตยศทรงสร้างนครลำปางและขึ้นครองเมืองเมื่อ พ.ศ. 1231 ซึ่งลูกหลานของพระเจ้าอนันตยศยังคงขึ้นครองลำปางสืบต่อมา จนถึงรัชสมัยของ พระยาเบิก ในปี พ.ศ. 1838 พระยามังรายแห่งเชียงใหม่ ได้ให้ขุนสงครามยกทัพมาตีนครลำปาง พระยาเบิกทรงช้างออกมากระทำยุทธหัตถี กองทัพนครลำปางแตกพ่าย และพระยาเบิกได้รับบาดเจ็บ พระยาเบิกถูกขุนสงครามปลงพระชนม์ที่บ้านตาล ในเขตนครลำปาง ถือเป็นการสิ้นสุดยุคราชวงศ์หริภุญชัยในนครลำปาง

 เมื่อพระยามังรายมีอำนาจเหนือล้านนา ทรงแต่งตั้งให้ขุนมาครองนครลำปางสืบต่อมาเป็นเวลาหลายร้อยปี จนกระทั่งพระเจ้าบุเรงนอง กษัตริย์พม่าได้กรีฑาทัพยึดล้านนาไว้ได้ทั้งหมด จึงสิ้นสุดยุคราชวงศ์มังรายในนครลำปาง ตลอดระยะที่พม่าได้ครอบครองอาณาจักรล้านนามาเป็นเวลา 200 ปีนั้น ได้กดขี่ข่มเหงชาวบ้านอย่างมากมาย จนเกิดกบฏหลายครั้ง จนกระทั่งหนานทิพย์ช้างได้ชัยชนะเหนือท้าวมหายศแห่งนครลำพูน(ซึ่งอยู่ในอำนาจของพม่า) และชาวเมืองพร้อมใจสถาปนาหนานทิพย์ช้างเป็น พระเจ้าทิพย์จักรสุลวะฤๅไชยสงคราม แห่งนครลำปาง และเริ่มต้นยุคราชวงศ์ทิพย์จักราธิวงศ์ หรือราชวงศ์เจ้าเจ็ดตนในนครลำปาง ลูกหลานของพระเจ้าทิพย์จักรหรือเจ้าเจ็ดตน ได้ให้ความร่วมมือกับกรุงธนบุรีและกรุงรัตนโกสินทร์ในการขจัดอิทธิพลพม่าออกจากอาณาจักรล้านนาได้ทั้งหมด และสิ้นสุดยุคประเทศราชของพม่าในสมัยรัชกาลที่ 1 แห่งราชวงศ์จักรี เชื้อสายเจ้าเจ็ดตนได้ครองนครลำปางจนถึง พ.ศ. 2465 ในสมัยเจ้าบุญวาทย์วงศ์มานิต

 ที่มา รายพระนามเจ้าผู้ครองนครลำปาง

แผนที่ วัดปงยางคก และสถานที่ใกล้เคียง

เส้นทางไปวัดปงยางคก ลำปาง