มุมสมาชิก


 
กันยายน
 
อา
พฤ
-
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
-
-
-
-

กิจกรรมที่ใกล้จะมาถึง

ดูทั้งหมด



ที่พักออนไลน์

ค้นหาที่พัก

ที่พักภาคเหนือ

ที่พักภาคกลาง

ที่พักภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ที่พักภาคตะวันออก

ที่พักภาคใต้

ที่พักหมู่เกาะต่างๆ ของไทย

ที่พักยอดนิยม



หน้าหลัก >> สมุทรสาคร >> วัดท่าไม้
ค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวทั่วไทยในเว็บทัวร์ออนไทย



วัดท่าไม้



มหกรรมท่องเที่ยวชุมชนจังหวัดเชียงใหม่ ประจำปี 2557



    

ติดต่อสอบถาม:
089-992-2318, 087-513-8899, 080-629-8295
วัดนี้ตั้งขึ้นเมื่อปีพุทธศักราช 2520 ได้รับพระราชทาน วิสุงคามสีมา เมื่อปี พุทธศักราช 2537 นับย้อนไปเมื่อต้นปี พ.ศ. 2520 มีพระภิกษุหนุ่มอายุราว 24 ปี เป็นพระธุดงค์ชื่อ ยอดชาย ฉายา อุปติสฺโส พรรษา 1 วัดหนองโตนด (พันท้าว) ต.พงตึก อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ต้องการหาสถานที่เพื่อปฏิบัติสมณธรรม คุณทุยได้ชี้นำบริเวณปากคลองคอกหมู ริมแม่น้ำท่าจีน อยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านนั้นนัก ซึ่งวิเวกร่มรื่นสงบ อากาศดีไม่มีคนพลุกพล่าน แล้วชักชวนญาติสนิทมิตรสหาย ช่วยกันสร้างที่พักสงฆ์

    ด้วยจริยาวัตร และสามัคคีธรรมร่วมกันของพระภิกษุกับชาวบ้าน ประสงค์จะสร้างเป็นวัด จึงขออนุญาตสร้างวัด ในวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ.2520 และเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2520 จนได้รับใบอนุญาตสร้างวัดจากกรมการศาสนา ให้นามว่า "สำนักสงฆ์โพธิธรรมรังษี(ท่าไม้)"

    ท่านพระอาจารย์ยอด พัฒนาสำนักสงฆ์ ให้เจริญทั้งวัตถุธรรมและศีลธรรม ตลอดจนสาธารณประโยชน์ อาทิ ศาลาท่า, บ่อสูบน้ำบาดาลจ่ายไปยังหมู่บ้านหมู่ 11, ติดตั้งไฟฟ้า, สร้างศาลาการเปรียญ เนื่องจากการคมนาคมในสมัยนั้น ใช้ทางเข้าออกสำนัก เพียงทางเรือทางเดียว ท่านจึงดำเนินการขอถนน จากวัดท่ากระบือมายังสำนักสงฆ์ ระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตรเศษ

    ต้นฤดูหนาว คืนวันพุธที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ.2524 ก่อนวันลอยกระทง ท่านพระอาจารย์ยอด แจ้งแก่คุณทวี สมท่า ชาวบ้านอ้อมใหญ่ศิษย์ผู้ใกล้ชิดว่า "ขอฝากวัดด้วย" รุ่งขึ้นท่านได้จาริกหายไปไม่กลับคืนอีกเลย รวมเวลา 4 ปี ของท่านพระอาจารย์ยอดชาย อุปติสฺโส

    วัดถูกทิ้งร้างหลายปี แต่ท่านเจ้าคณะตำบลท่าไม้ขณะนั้นคือ ท่านพระครูธรรมรัตน์ วัดนางสาว ได้เล็งเห็นประโยชน์แก่มหาชนรุ่นหลัง ให้คงสภาพสำนักสงฆ์ต่อไป และมอบให้ ท่านพระอาจารย์ประสิทธิ์ กิตฺติภทฺโท อายุ 23 ปี พรรษา 2 นักธรรมโท มาเป็นผู้ปกครองดูแล ตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ.2527 ร่วมกับ พระวิรัตน์ ตนฺติปาโล อายุ 27 ปี พรรษา 5 นักธรรมเอก จากวัดนางสาวเช่นกัน

    คุณแม่จินตนา แสงวิรุณ ได้นิมนต์ให้พระอาจารย์สุรสิงห์ สุรสีโล มาพักรักษาตัวที่สำนักสงฆ์แห่งนี้ระหว่างวันที่ 20มกราคม พ.ศ.2530 จนหายอาพาธกลับไปเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน ศกเดียวกัน

    เมื่อถึงกลางปี พ.ศ.2531 ได้ริเริ่มโครงการสร้างอุโบสถ รวมกับทั้งอาราธนา ท่านพระอาจารย์สุรสิงห์ สุรสีโล พร้อมคณะ จากวัดสุมนาวาส เขากะโหลก ต.ปากน้ำ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นลูกหลานของญาติโยมในพื้นที่ มาสังกัดสำนักสงฆ์โพธิธรรมรังษีอย่างเป็นทางการ เพื่อช่วยเหลือในกิจการต่างๆ และเชิญ คุณนิวัติ โศภารักษ์ เป็นประธานสร้างอุโบสถ        

    ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2532 ได้ยกฐานะของสำนักสงฆ์โพธิธรรมรังษี ขึ้นเป็น "วัดท่าไม้" ตามประกาศของกระทรวงศึกษาธิการ เนื่องจากเป็นการสมควรที่วัดท่าไม้จะได้มีเจ้าอาวาส ท่านเจ้าคณะตำบลท่าไม้ ในขณะนั้นคือท่านพระครูสาครธรรมรัตน์ วัดสุวรรณรัตนาราม ได้อาราธนาท่านพระครูโสภณธรรมสาคร เจ้าคณะอำเภอกระทุ่มแบน วัดอ้อมน้อย มาประชุมร่วมกับพระภิกษุสามเณรและทายกทายิกาของวัดท่าไม้ นำเสนอพระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณพระราชสาครมุนี เจ้าคณะจังหวัดสมุทรสาคร วัดเจษฎาราม ให้พระอาจารย์สุรสิงห์ สุรสีโลเป็นเจ้าอาวาส ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน พ.ศ.2533

    ประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์สร้างอุโบสถในวันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ.2534 ได้ทุนดำเนินการขั้นต้นรวม 840,000 บาท ตามแบบแปลนของกรมศิลปากร เป็นอุโบสถภายในกว้าง 5 เมตร ยาว 9 เมตร มีมุขหน้าและมุขหลังรวมอีก 6 เมตร มี 6 หน้าต่างมี 4 ประตู สำเร็จในปีเดียวกัน และท่านพระครูศีลสาครวิมล ได้สร้างถาวรวัตถุไว้คู่พระศาสนามากมายจวบจบวาระสุดท้ายแห่งชีวิต ถาวรวัตถุเหล่านี้มีสภาพทรุดโทรม เนื่องจากมีน้ำท่วมเพราะเหตุที่พื้นที่บริเวณวัดต่ำกว่าเขื่อนกั้นน้ำ จนกระทั่งเมื่อ พระครูศีลสาครวิมล อดีตเจ้าอาวาสวัดท่าไม้ ได้มรณภาพลง เจ้าคณะจังหวัดสมุทรสาครจึงแต่งตั้งให้พระครูปลัดอุเทน สิริสาโร ย้ายจากวัดท่ากระบือมาดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสสืบจนถึงปัจจุบัน

    ถาวรวัตถุที่ยังหลงเหลือจากอดีตคงมีเพียงแต่ พระอุโบสถที่มีพระพุทธชินราชประดิษฐานเป็นพระประธานเท่านั้น ส่วนถาวรวัตถุอื่นได้เปลี่ยนแปรสภาพไปตามกาลเวลาและสถานการณ์ ในช่วงระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา ที่ท่านพระครูปลัดอุเทน สิริสาโรได้มาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส มีการเปลี่ยนแปลงถาวรวัตถุภายในวัดท่าไม้โดยใช้ระยะเวลาในการบูรณะเพียงแค่ 1 ปีเศษ

    ถาวรวัตถุที่สำคัญภายในวัดท่าไม้ ณ ปัจจุบัน
    1.    พระอุโบสถ มีพระพุทธชินราชจำลองหน้าตัก 69 นิ้ว เป็นพระประธานในพระอุโบสถ รวมทั้งมีพระเชียงแสน พระสุโขทัย และพระอู่ทอง ร่วมประดิษฐานในพระอุโบสถด้วย
    2.    ศาลาการเปรียญ มีพระพุทธหิรัญราช เป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องกษัตริย์ปางประทานพร เป็นพระประธานในศาลาการเปรียญ
    3.    ศาลาชินบัญชร เป็นสถานที่รองรับพุทธศาสนิกชนในการปฏิบัติธรรมรักษาศีลเจริญสติปัฏฐานสี่
    4.    ศาลาบูรพาจารย์ เป็นศาลาที่ประดิษฐานพระเกจิดังในเมืองไทย ซึ่งทางวัดท่าไม้ได้อัญเชิญประดิษฐานไว้ 4 รูป มี
        4.1. หลวงปู่ทวด วัดช้างให้
        4.2. สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)
        4.3. พระไพโรจน์วุฒาจารย์ (รุ่ง ติสสโร) เทพเจ้าแห่งลุ่มน้ำท่าจีน
        4.4. หลวงพ่อยี
    5.    ศาลาเทวาพิทักษ์ เป็นที่ประดิษฐานพระราหูเป็นศาลาประกอบพิธีกรรมการสวดดาวนพเคราะห์ย้ายรวมถึงใช้เป็นศาลาเอนกประสงค์ต่างๆ
    6.    ศาลาพระธรรมจักรแก้ว
    7.    ศาลาเจ้าแม่กวนอิม เป็นที่ประดิษฐานเจ้าแม่กวนอิม เพื่อให้พุทธศาสนิกชนเชื้อสายจีนได้กราบสักการบูชา
    8.    ศาลาพระแม่สิริมหามายา
    9.    หอฉัน
    10. หอกลอง
    11. หอระฆัง
    12. หอวัตถุมงคลและของที่ระลึก

    ปัจจุบันวัดท่าไม้แห่งนี้ได้ขยายพื้นที่วัดเพิ่มขึ้นอีก 9 ไร่รวมทั้งหมดเป็น 15 ไร่ เพื่อที่ทางวัดท่าไม้จะได้ใช้ที่ดินผืนนี้สร้าง "พระอุโบสถมหาปรินิพพาน" เป็นพระอุโบสถหลังใหม่ เนื่องจากพระอุโบสถหลังเดิมมีขนาดคับแคบไม่เพียงพอต่อการทำสังฆกรรม

    วัดท่าไม้ตั้งอยู่เลขที่ 51 หมู่ 11 ถ.เศรษฐกิจ 1 ซอย 8 ต.ท่าไม้ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย

    แผนที่ | พยากรณ์อากาศสมุทรสาคร | ความคิดเห็นบนเฟสบุค | ที่พัก






Gallery รูปภาพ วัดท่าไม้


ลานจอดรถวัดท่าไม้

ลานจอดรถวัดท่าไม้ ใช้เวลาเดินทางไม่ถึงชั่วโมงดี เช้าวันนี้ผมมาอยู่ที่วัดท่าไม้ ทำไมนะเหรอครับ สิ่งหนึ่งที่จูงใจให้ผมมาที่นี่ก็เพราะสติ๊กเกอร์ท้ายรถที่ติดกันอย่างแพร่หลายว่า วัดท่าไม้ ยังไงละ ผมเชื่อว่าทุกๆ คนที่เข้ามาอ่านหน้านี้ย่อมต้องเคยเห็นสติ๊กเกอร์ดวงนี้มาแล้วไม่น้อย เกิดเป็นคำถามคาใจเล็กๆ ว่าทำไม เวลาไปไหนมาไหนต้องเห็นรถติดสติ๊กเกอร์นี้ทุกวัน วันนี้สบโอกาสดีมาหาคำตอบกันเลยดีกว่า

 ลานจอดรถของวัดนั้นเป็นลานกว้างขวางมาก การเดินทางมายังที่นี่จะสะดวกที่สุดถ้ามาทางถนนเพชรเกษม (ผ่านพุทธมณฑลสายต่างๆ มาเรื่อยๆ) ทางแยกเข้าวัดท่าไม้นั้นจะมีป้ายบอกทางเป็นทางเดียวกันกับวัดนางสาวเลย พอเห็นโรงพยาบาลมหาชัย 2 อยู่ขวามือเป็นอันต้องเตรียมเข้าซ้ายไว้เลย ถนนที่จะเลี้ยวเข้าไปคือทางหลวง 3091 ขับเข้ามาเรื่อยๆ เห็นจูเจียพลาสติกอยู่ซ้ายมือ ซอยเข้าวัดท่าไม้จะอยู่ขวามือแต่ต้องเลยไปก่อนเพื่อที่จะกลับรถแล้วค่อยมาเลี้ยวเข้าซอย ขับไปเรื่อยๆ จนข้ามสะพานท่าจีน 4 ขัยไปอีกหน่อยก็จะถึงวัดท่าไม้ บนสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีนจะมองเห็นวัดและโบสถ์ที่กำลังสร้างได้ชัดเจน เพราะโบสถ์หลังใหม่มีขนาดใหญ่มาก

 ลานจอดรถที่กว้างขวางกลับไม่พอที่จะรองรับมหาชนจำนวนมากต้องคอยหาจังหวะรถที่ออกไปจะได้มีที่ให้เราจอดโดยเฉพาะถ้ามาวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ จากนั้นก็เดินเข้าวัด ทางวัดมีรถเข็นสำหรับผู้สูงอายุและคนพิการไว้คอยบริการด้วย ใกล้ๆ ที่จอดรถเข็นก็จะมีคอกวัวกับม้า ผ่านไปผ่านมาก็หยิบเอาหญ้าให้มันกินได้ตามสะดวกไม่เสียตังค์



advertize



พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พอเดินข้ามสะพานข้ามคลองเล็กๆ ก็จะมาถึงหน้าโบสถ์ที่กำลังก่อสร้าง จากตรงนี้จะมีเสนาสนะมากมายหลายอย่างเรียงติดกันไปทางซ้ายมือ เริ่มจาก พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่เพิ่งสร้างขึ้นมาใหม่


วิหารพระโพธิสัตว์กวนอิม

วิหารพระโพธิสัตว์กวนอิม หรือที่เราเรียกว่าเจ้าแม่กวนอิม แต่เดิมสร้างองค์พระโพธิสัตว์กลางแจ้งเรียกว่าอุทยานเจ้าแม่กวนอิม ต่อมาสร้างหลังคาคลุมลักษณะแบบวิหารจีนผสม บ้างก็เรียกว่าศาลาเจ้าแม่กวนอิม อยู่ตรงข้ามกับพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว


พระเจดีย์มหาเศรษฐี

พระเจดีย์มหาเศรษฐี ๙ โกฎิ เป็นสถานที่สัการะหลวงพ่อนาคแสงกายสิทธิ์ และอัฐิธาตุของท่านเจ้าคุณไพโรจน์ วุฒาจารย์ (หลวงปู่่รุ่ง ติสสโร) และพระอาจารย์ผั้น อาจารฃโร ปูชนียสถานนี้ตั้งอยู่ข้างพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ ๕


พระพุทธหิรัญราช

พระพุทธหิรัญราช  หรือที่เรียกว่าหลวงพ่อใหญ่ เป็นพระพุทธรูปประธานที่มีพีะพุทธศิลป์งดงาม ประดิษฐานอยู่ในศาลาพุทธหิรัญราช ศาลานี้ใช้เป็นสถานที่ทำวัตรเช้า-เย็น และงานพิธีสำคัญต่างๆ ของวัด อาทิเช่น พิธีถวายปริญญากิตติมศักดิ์ โดยมหาวิทยาลัยราชภัฎวไลอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ครั้งที่ 5/2556 อันมี พระครูปลัด (อุเทน สิริสาโร) เจ้าอาวาสวัดท่าไม้ ซึ่งได้รับถวายปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาสังคมศาสตร์เพื่อการพัฒนา ในวันที่ 4 สิงหาคม 2556

 ศาลาใหญ่หรือศาลาพุทธหิรัญราช เป็นศาลาแรกที่พระเดชพระคุณท่านพระครูปลัดอุเทน สิริสาโร ได้จัดสร้างขึ้นเมื่อครั้งได้รับตราตั้งตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดท่าไม้ ซึ่งด้านในศาลาประดิษฐานพระประธานพระนามว่า "พระพุทธหิรัญราช สุวรรณมุณีปฏิมากร (พระเจ้าน้ำเงิน น้ำทอง) เป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องกษัตริย์ปางประทานพร ที่มีความงดงามมากที่สุดในสยามประเทศ ด้านหน้าพระประธานประดิษฐานพระพุทธรูปอีกหลายองค์ เช่นพระพุทธรูปสามสมัย (หลวงพ่อเชียงแสน หลวงพ่ออู่ทอง หลวงพ่อสุโขทัย) และมีพระพุทธรูปสัมฤทธิ์ ที่ได้ทำการเททองหล่อครั้งเดียวกับหลวงพ่อพระประธาน และพระพุทธรูปปาฏิหาริย์ ซึ่งประดิษฐานอยู่ด้านตรงข้ามบริเวณทางเข้าศาลาบริเวณรายรอบศาลามีรูปภาพพุทธประวัติพร้อมคำอธิบายภาพเพื่อให้บุคคลทั่วไปสามารถรักษาพุทธประวัติและฉากสำคัญๆ ที่ควรรู้และนำมาเป็นข้อคิดประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน


ศาลาพระพิฆเณศ

ศาลาพระพิฆเณศ เป็นศาลาหลังเล็กๆ ที่อยู่ด้านหน้าของศาลาใหญ่ (พระพุทธหิรัญราช) ด้านหน้าของศาลาหลังนี้ตกแต่งด้วยน้ำตกและต้นไม้ร่มรื่นมาก ในระหว่างที่เดินอยู่ในวัดท่าไม้ไม่มีพื้นที่ส่วนไหนที่ไม่มีต้นไม้เลย ภายในศาลาประกอบไปด้วยพระพุทธเมตตา หลวงพ่อองค์ดำประดิษฐานอยู่ซ้ายมือ พื้นที่ที่เหลือทั้งหมด ประดิษฐานพระพิฆเณศ พระศิวะ และพระแม่อุมาเทวี มีปางต่างๆ กัน ขนาดแต่ละองค์เล็กบ้างใหญ่บ้าง แต่ละปางมีข้อมูลรายละเอียดประกอบไว้ให้ศึกษาหาความรู้


ศาลาชินบัญชร

ศาลาชินบัญชร  เป็นศาลาที่อยู่ถัดจากศาลาพระพิฆเณศ ศาลาชินบัญชรเป็นศาลาหลังใหญ่สูง 3 ชั้น ชั้นล่างเป็นสถานที่รองรับพุทธศาสนิกชน ลูกศิษย์ลูกหา และชั้น 2 เป็นสถานที่ในการปฏิบัติธรรมรักษาศีลเจริญสติวิปัสสนากรรมฐานตามหลักสติปัฏฐาน ๔ หลังจากที่พระครูปลัดอุเทน เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางในฐานะผู้ทำนายดวงชะตา (ดูดวง) อย่างแม่นยำ ศาลาหลังนี้ก็ได้ต้อนรับประชาชนที่เดินทางมาจากทุกสารทิศอย่างเนืองแน่นทุกวัน เนื่องจากเป็นศาลาสำหรับการฝึกวิปัสสนา การที่เราเดินมาบริเวณนี้ควรจะรักษาความสงบ อย่าส่งเสียงดังรบกวนผู้ปฏิบัติธรรม ที่ชั้น 3 เป็นพระเจดีย์บรรจุกรุพระพุทธรูป

 สำหรับรูปปั้นพระยืนบิณฑบาตร ที่อยู่ตรงทางเข้าหน้าศาลาชินบัญชรเป็นกุศโลบายอย่างหนึ่ง อย่าเพิ่งเอาสตางค์ไปใส่บาตร ให้ลองมองไปที่เท้าของรูปปั้นพระจะพบว่าท่านบิณฑบาตรอะไร ไม่ใช่เงินทองข้าวของ ท่านขอบิณฑบาตรผู้แต่งกายไม่เหมาะสม ตั้งแต่เสื้อคอกว้าง แขนกุด ไหล่หลุด กระโปรงบานสั้นๆ กางเกงสั้นๆ ทั้งหลายเหล่านี้ขออย่าได้ใส่มาที่วัดอันเป็นสถานที่สำหรับเหล่าภิกษุผู้ละซึ่งกิเลส และยังเป็นเขตของพระพุทธเจ้า


พระประธานในศาลาชินบัญชร

พระประธานในศาลาชินบัญชร  เนื้องจากการวางผังของอาคารเป็นลักษณะเรียงกันเป็นแถว มีทางเดินตรงกลาง เมื่อเข้าไปในศาลาหรือโบสถ์ จะเห็นพระพุทธรูปผินพระพักตร์ไปทางเดียวกันหมด คือหันไปทางแม่น้ำท่าจีน อันเป็นทิศตะวันออก ถ้าประตูของศาลาใดหันมาทางทางเดินเข้าศาลาไปแล้วพระจะอยู่ซ้ายมือ พระพุทธปฏิมากรจากประเทศพม่า ซึ่งมีอายุกว่า 600 ปี และเป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลองซึ่งประดับประดาไปด้วยมงคล 108 ประการ ซึ่งด้านหน้ามีพระพุทธรูปเก่าแก่พระองค์หนึ่งซึ่งมีพระนามว่า หลวงพ่อทอง


พระครูปลัดอุเทน

พระครูปลัดอุเทน สิริสาโร  พระนักพัฒนาที่มีลูกศิษย์อยู่ทั่วทุกสารทิศนำลูกศิษย์ทำงานอย่างมีอัธยาศัยไมตรีที่ดีอยู่ตลอดเวลา แม้ว่าใกล้จะถึงเวลางานถวายปริญญาบัตรกิติมศักดิ์แล้วก็ตาม ด้วยวัยเพียง 38 ปี จึงมีวิสัยทัศน์ในการพัฒนาที่สอดคล้องไปกับยุคสมัย ทำให้วัดท่าไม้เจริญอย่างยิ่งยวดในเวลาอันรวดเร็ว แต่ก็ยังคงมีพื้นที่ที่จะจัดให้เป็นพื้นที่สีเขียวอันร่มรื่นด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ กระจายอยู่ทั่วบริเวณวัด


ศาลาบูรพาจารย์

ศาลาบูรพาจารย์  เป็นศาลาไม้หลังเล็กๆ อยู่ติดกับศาลาชินบัญชร เป็นที่ประดิษฐานพระเกจิดังในเมืองไทย ซึ่งทางวัดท่าไม้ได้อัญเชิญประดิษฐานไว้ 4 รูป มี
  4.1. หลวงปู่ทวด วัดช้างให้
  4.2. สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)
  4.3. พระไพโรจน์วุฒาจารย์ (รุ่ง ติสสโร) เทพเจ้าแห่งลุ่มน้ำท่าจีน
  4.4. หลวงพ่อยี
 มีประชาชนมากราบไหว้สักการนมัสการอยู่ตลอดทั้งวัน โคมสีแดงเป็นโคมสำหรับเขียนชื่อติดแล้วเอาไปแขวนไว้ ตอนนี้แน่นหลังคาจนหาที่แขวนได้ยาก

 ใกล้ๆ กันก็จะมีศาลาสุทธิจิตต์ เดินต่อไปอีกหน่อยก็จะเป็นท่าน้ำหน้าวัด ซึ่งตอนนี้ก็เป็นวังมัจฉา สถานที่สำหรับเลี้ยงอาหารปลา แล้วก็มีแพมีร้านขายอาหารหลายอย่าง เดี๋ยวอีกหน่อยจะพาไปครับ


อุโบสถวัดท่าไม้

อุโบสถวัดท่าไม้  จากท่าน้ำเดินย้อนกลับขึ้นมาจะมีศาลาวัตถุมงคล เห็นชาวบ้านบางคนก็เรียกว่าตู้กระจก เพราะเป็นห้องที่มีกระจกรอบด้าน ภายในเป็นสถานที่สำหรับบูชาวัตถุมงคลต่างๆ ของวัดท่าไม้ และแน่นอนว่าจะต้องมีสติ๊กเกอร์ที่ทำให้เราสงสัยที่เห็นติดอยู่ทั่วไปที่ท้ายรถอยู่ด้วย สรุปได้ความว่า สติ๊กเกอร์ดวงนี้ได้ผ่านการปลุกเสกอธิษฐานจิต โดยท่านพระครูปลัด อุเทน สิริสาโร มาแล้วทุกดวง จึงทำให้มีผู้ศรัทธานำไปติดบนรถเพื่อความเป็นสิริมงคลกันอย่างแพร่หลาย ผู้ที่มาทำบุญที่วัดจะไปรับสติ๊กเกอร์ได้คนดวงฟรี แต่ถ้าอยากได้เพิ่มให้ทำบุญแผ่นละ 9 บาท และก็ยังมีวัตถุมงคลมากมายหลายพิมพ์ที่สร้างขึ้นมาในฤกษ์เสาร์ ๕ เดือน ๕ ปี ๒๕๕๕ ที่ผ่านมา ศิษยานุศิษย์ทั้งประชาชนทั่วไปและดาราที่มีชื่อเสียงพกพาติดตัว เท่าที่เห็นๆ ก็ได้แก่ ณเดชน์ ญาญ่า เป็นต้น

 เดินต่อขึ้นมาอีกหน่อย ก็จะเห็นโบสถ์หลังเล็กๆ อยู่กลางพื้นที่วัด ตอนนี้เรียกกันว่าโบสถ์หลังเก่า เพราะกำลังจะมีการก่อสร้างพระอุโบสถมหาปรินิพพาน แต่ก็ต้องการปัจจัยอีกมาก ภายในโบสถ์หลังนี้ประดิษฐานพระพุทธรูปหลายองค์ ภายในไม่มีการตกแต่งมากนัก


ทำบุญพระประจำวันเกิด

ทำบุญพระประจำวันเกิด เป็นเต็นท์ที่กางขึ้นมาตรงทางเดินใกล้ๆ กับโบสถ์และศาลา เพื่อให้ประชาชนได้ทำบุญเสริมบารมีตามวันเกิดของแต่ละคน


วัดท่าไม้

 


ศาลาเทวาพิทักษ์

ศาลาเทวาพิทักษ์  เป็นที่ประดิษฐานพระราหูเป็นศาลาประกอบพิธีกรรมการสวดดาวนพเคราะห์ย้ายรวมถึงใช้เป็นศาลาเอนกประสงค์ต่างๆ ศาลาหลังนี้อยู่ในแถวศาลาด้านตรงข้ามกับศาลาใหญ่ การสวดมนต์บูชาพระราหูจะเป็นพิธีที่ประกอบกันในวันพุธ จึงมีพระพุทธรูปประจำวันเกิดปางป่าเลไลยก์สำหรับผู้เกิดวันพุธกลางคืนอยู่ด้วย


พระราหู

พระราหู 


วิหารเซียน

วิหารเซียน เป็นศาลาที่อยู่ระหว่างศาลาเทวาพิทักษ์ กับศาลาพระโพธิสัตว์กวนอิม ถ้าหากย้อนดูภาพในอดีตของวัดท่าไม้ วิหารเซียนนี้เดิมเป็นศาลาเจ้าแม่กวนอิมมาก่อนก่อนที่จะมีการสร้างองค์ใหม่ที่ใหญ่ขึ้น


วัดท่าไม้

 


ศาลาอโรคยาปรมาลาภา

ศาลาอโรคยาปรมาลาภา เป็นศาลายาสมุนไพรชนิดต่างๆ มากมาย ด้านหน้ามีรูปหมอชีวกโกมารภัจจ์ แน่นอนว่าในศาลาหลังนี้ก็จะเป็นที่ที่มีผู้คนเดินเข้าออกมากมายตลอดทั้งวัน เลือกซื้อเอายาสมุนไพรกลับบ้าน


พิธีถวายปริญญาบัตรกิติมศักดิ์

พิธีถวายปริญญาบัตรกิติมศักดิ์  สำหรับงานพิธีในวันที่ 4 ที่ผ่านมา ผมก็ได้มีโอกาสได้เข้าไปเก็บภาพมาด้วยเลยเอามาฝากศิษย์วัดท่าไม้กันครับ


ท่าน้ำวัดท่าไม้

ท่าน้ำวัดท่าไม้ หิวกันแล้ว หาอะไรกินกันดีกว่าครับ อยู่ในวัดท่าไม้ไม่ต้องไปหาร้านอาหารที่ไหน เดินมาตรงท่าน้ำแม่น้ำท่าจีนจะมีวังมัจฉา จะเลี้ยงอาหารปลา หรือจะหาอาหารใส่ท้องตัวเองก็ได้ บนแพที่ต่อกันยาวๆ มีร้านอาหารหลายร้าน ได้แก่ร้านส้มตำประกอบด้วยส้มตำหลากหลายแมนู ก๋วยเตี๋ยวลงเรือ ไก่ทอดและคอหมูย่าง ก๋วยจั๊บ ของหวานและเครื่องดื่มพร้อมสรรพ จะขาดอยู่หน่อยคือที่นั่งไม่ค่อยพอกับจำนวนคนที่มาวัดในวันเสาร์-อาทิตย์


ก๋วยเตี๋ยวลงเรือ

ก๋วยเตี๋ยวลงเรือ 24 อร่อยหรือไม่อร่อย ดูพรีเซนเตอร์ของร้านก่อนนะ


นมัสการแสดงมุทิตาจิต

นมัสการแสดงมุทิตาจิต  หลังจากพิธีถวายปริญญาบัตรกิตติมศักดิ์ แด่พระครูปลัด (อุเทน สิริสาโร) เจ้าอาวาสวัดท่าไม้ ซึ่งได้รับถวายปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาสังคมศาสตร์เพื่อการพัฒนา จากมหาวิทยาลัยราชภัฎวไลอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เสร็จสิ้นลง เหล่าศิษยานุศิษย์ก็นำพวงมาลัยเข้ากราบนมัสการ โดยมีดารานักร้องนักแสดงมาร่วมพิธี อาทิ ป๋อ ณัฐวุฒิ - เอ๋ พรทิพย์


วัดท่าไม้

 


    แผนที่ | พยากรณ์อากาศสมุทรสาคร |

อัพโหลดรูปภาพสำหรับสมาชิก

  เพื่อความรวดเร็วและสะดวก ทดลองใช้ ฟอร์มสำหรับโหลดรูปแบบครั้งละหลายๆ รูป ด้วยระบบอัตโนมัติ คลิกที่ Flash Upload ถ้า Browser ของคุณไม่รองรับการอัพโหลดด้วยระบบนี้ จะมีข้อความเตือนเกี่ยวกับ Flash 9.028 คลิกที่แท็บ Classic Upload เพื่อใช้ระบบปกติ


ที่เที่ยวแนะนำ/ยอดนิยมในจังหวัด สมุทรสาคร
  • ลานวัฒนธรรมคลองอำแพง (วัดสุนทรสถิต หรือวัดอำแพง)
  • อุทยานประวัติศาสตร์พันท้ายนรสิงห์
  • วัดนางสาว
  • วัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร
  • อุทยานพระโพธิสัตว์กวนอิม
  • วัดโกรกกราก
  • วัดท่าไม้
  • วัดสุทธิวาตวราราม (วัดช่องลม)
  • วัดเจษฎาราม
  • ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร (เจ้าพ่อวิเชียรโชติ)
  • วัดป้อมวิเชียรโชติการาม
  • ตลาดสดมหาชัย
  • วัดตึกมหาชยาราม
  • นากุ้งนาเกลือ
  • สะพานปลา
  • ท่าเรือมหาชัย
  • วัดป่าชัยรังสี
  • ศาลเจ้าพ่อกวนอู
  • พื้นที่ศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนอ่าวมหาชัย
  • วัดโคกขาม
  • 5 อันดับที่เที่ยวมาใหม่

    ฟาร์มปูนิ่มบ้านคันนา

    ภาพ 4 มิติหัวหิน For Art’s Sake

    โอเอซีส ซี เวิลด์

    บ่อน้ำร้อนผาเสริฐ

    วัดพระธาตุผาเงา
    5 ที่เที่ยวยอดนิยมในหมวดหมู่นี้

    เขาคิชฌกูฏ(ยอดเขาพระบาท) กลางคืน

    วัดพระธาตุผาแก้ว (ผาซ่อนแก้ว)

    วัดเจดีย์หอย

    วัดม่วง

    ภูทอก (วัดเจติยาคีรีวิหาร หรือวัดภูทอก)



    ความคิดเห็นบนเฟสบุค





    ที่พักและโปรโมชั่น


    จองตั๋วรถ ตั๋วเรือ ตั๋วรถไฟ ตั๋วเครื่องบิน


    กลับด้านบน