หน้าหลัก >> ชัยนาท >> วัดทรงเสวย

วัดทรงเสวย



วัดทรงเสวย ตั้งอยู่ ณ บ้านหนองแค หมู่ที่ 1 ต.หนองน้อย อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2451 (ร.ศ.127) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินตรวจสอบลำน้ำเก่าโดยทางรถไฟถึงจังหวัดนครสวรรค์ แล้วเสด็จประทับเรือพระที่นั่งครุฑเหิรเห็จ เพื่อตรวจลำแม่น้ำมะขามเฒ่า (แม่น้ำท่าจีน) ทรงประทับแรมที่วัดหัวหาด อ.มโนรมย์ ปัจจุบันเรียกวัดนี้ว่าวัดพิกุลงาม นับเป็นการเสด็จเมืองชัยนาทเป็นครั้งที่ 3 ต่อจากนั้นวันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ.2451 เสด็จ ฯ ตามลำน้ำมะขามเฒ่าผ่านตลาดวัดสิงห์ ลำน้ำมะขามเฒ่าสมัยนั้นเต็มไปด้วยผักตบชวาและตอไม้ ประชาชนจึงได้ช่วยกันตัดตอไม้ และเก็บผักตบชวา พระองค์ประทับแรมที่หนองแค ซึ่งสมัยนั้นขึ้นกับตำบลคลองจันทร์ ปัจจุบันอยู่ในเขตตำบลหนองน้อย อำเภอวัดสิงห์

    ในครั้งนั้น พระอธิการคล้อยเป็นเจ้าอาวาสได้ชักชวนราษฎรสร้างพลับพลารับเสด็จ พระองค์ทรงมีพระราชประสงค์เสวยยอดหวายโปง ตาแป้นมรรคนายกวัดหนองแคจึงได้ให้ชาวบ้านไปหายอดหวายโปงมาเผาไฟ หยวกกล้วยต้ม น้ำพริกปลามัจฉะ มาถวาย พระองค์ทรงเสวยอย่างเจริญพระกระยาหาร และตรัสกับชาวบ้านว่า ต่อไปนี้ให้เรียกวัดนี้ว่าวัดเสวย แต่ชาวบ้านได้เติมคำว่า ทรง ไปด้วย จึงเรียกวัดนี้ว่า วัดทรงเสวย จนทุกวันนี้

    และที่วัดทรงเสวย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ถวายของที่ระลึกแด่พระอธิการคล้อย เป็นของที่ระลึกงานพระศพของพระเจ้าอุรุพงศ์รัชสมโภช ของที่ถวายได้แก่ บาตร ฝาบาตรมีตราสีทองรูปวงรี มีข้อความว่า ร.ศ. 128 งานพระศพพระเจ้าอุรุพงศ์รัชสมโภช ปิ่นโตขนาดใหญ่ที่ฝาปิ่นโตมีข้อความเช่นเดียวกับฝาบาตร พระขรรค์ ตาลปัตรใบลาน (ปัจจุบันได้สูญหายไป) ตะเกียงลาน เรือสำปั้น ป้านน้ำชา 1 ชุด สิ่งของเหล่านี้ปัจจุบันทางวัดยังเก็บรักษาไว้อย่างดี


    แผนที่ | พยากรณ์อากาศชัยนาท | ความคิดเห็นบนเฟสบุค | ที่พัก
ติดต่อสอบถาม:
ประชาสัมพันธ์จังหวัด โทร. 0 5641 1919, 0 5641 6377
http://www.tourismthailand.org/suphanburi

โฆษณา Advertisement พื้นที่โฆษณา

Gallery รูปภาพ วัดทรงเสวย

จากวัดพระบรมธาตุสู่วัดทรงเสวย

จากวัดพระบรมธาตุสู่วัดทรงเสวย เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ผมจะเปิดการรีวิวที่เที่ยวด้วยภาพของแผนที่ ซึ่งเป็นภาพ snap shot จาก Google Map นี่เอง เป็นเพราะวัดทรงเสวยนั้นอยู่ห่างจากตัวเมืองชัยนาทค่อนข้างมาก แถมเส้นทางก็เป็นถนนสายเล็กๆ ผ่านหมู่บ้านสลับกับทุ่งนาเป็นหลัก เส้นทางที่วกวนมีทางแยกหลายจุด ผมเริ่มเดินทางจากวัดพระบรมธาตุวรวิหาร เส้นทางก็เป็นอย่างที่เห็น เส้นสีน้ำเงินคือเส้นทางที่เราจะต้องเดินทางไป ดีว่าในโทรศัพท์สมัยนี้มีฟังก์ชั่นสำหรับการนำทางบนแผนที่ของ Google ภาพจากจอมือถือก็เหมือนๆ กับที่เราเปิดในคอมพิวเตอร์นี่แหละ

advertize
ภาพริมทาง

ภาพริมทาง จากวัดพระบรมธาตุวรวิหารใช้ทางหลวงหมายเลข 3183 ตรงมาจนถึงท่าชัย จากนั้นจะมีทางแยกเลี้ยวซ้ายมือ สังเกตุป้ายวัดทรงเสวย พอเลี้ยวเข้ามาแล้วก็จะเห็นหมู่บ้านเล็กๆ จากนั้นก็เป็นทุ่งนาทันทีเลย วันที่เดินทางมีน้ำป่าไหลทะลักเข้าศรีสัชนาลัยของจังหวัดสุโขทัย ชาวบ้านที่ชัยนาทโดยเฉพาะคนที่ทำนาเป็นอาชีพต่างก็พากันติดตามข่าวสารอยู่ตลอดเวลา ก็เพราะว่าข้าวในนากำลังอยู่ในระหว่างการเติบโต บางคนเริ่มออกรวง บางคนก็เพิ่งจะปักดำ แต่รวมๆ แล้วก็เป็นบรรยากาศที่ดีวิวสวยๆ ของท้องทุ่งเขียวขจีทำให้จิตใจสงบสบายอย่างบอกไม่ถูก (ภาพที่เห็นอยู่นี้เป็นภาพที่ถ่ายผ่านกระจกรถที่ติดฟิล์มอาจจะดูสีเพี้ยนๆ แปลกๆ ไปหน่อยนะครับ เมื่อเลี้ยวซ้ายที่ท่าชัยขับตามทางหลักเข้ามาเรื่อยๆ ถนนลาดยางอันมีหลุมบ้างบนถนนพอเป็นบรรยากาศของการขับรถในพื้นที่ห่างไกลจากตัวเมือง
 ภาพบนขวา เป็นทางแยกที่เราจะต้องเลี้ยวขวา จุดสังเกตุก็คือโกดังขนาดใหญ่ อยู่ปากทางแยก ระวังว่าจะเลยไปเพราะทางแยกนี้มันเล็กๆ (ในแผนที่ดูเหมือนไม่ค่อยมีแยกให้เลี้ยวแต่ความจริงในพื้นที่จริงจะมีทางแยกตรงนี้ครับ
 ภาพล่างซ้าย ตรงนี้ก็จะเป็นสามแยกที่อยู่ห่างจากสามแยกแรกอยู่พอสมควรกว่าจะมาถึงตรงนี้ก็รับรองได้ว่าขับมองวิวเพลินจนลืมเลยว่ากำลังจะเดินทางไปที่ไหน ถนนลาดยางอันเป็นสายหลักมันโค้งไปทางซ้ายมือ ส่วนที่แยกเป็นทางรองเข้าหมู่บ้าน เห็นทางแยกแบบนี้ให้โค้งซ้ายนะครับ (ป้ายบอกทางเขียนว่าบ้านหนองแคให้ตรงไป แต่ที่จริงถนนมันโค้งครับเดี๋ยวจะงง วัดทรงเสวยไปทางเดียวกับบ้านหนองแค)
 ภาพล่างขวา ท้องทุ่งนาอีกแห่งที่เพิ่งจะดำนา สมัยนี้การทำนาต้องพึ่งพาเทคโนโลยี รถดำนาเป็นเครื่องมือที่ได้รับความนิยมสูงในจังหวัดชัยนาท แทบจะไม่เห็นทุ่งนาผืนไหนที่ยังดำนาด้วยวิธีแบบโบราณบ้านๆ เพราะต้นข้าวเรียงเป็นแถวเป็นแนวแต่ละต้นห่างกันในระยะที่เท่าๆ กันอย่างที่มือคนจะไม่มีทำได้แน่ ทุ่งนาโล่งกว้างใต้ผืนฟ้าสีสดใส ทำเอาเราเสียเวลาไปมากเพราะมัวแต่ถ่ายรูปแต่นี่ละของแถมจากการเดินทางในแต่ละทริป

 ขับไปเรื่อยๆ เราจะเจอสามแยกซึ่งต้องเลือกว่าจะไปซ้ายหรือขวา สามแยกนี้จะเป็นตลาดนัดมีคนมาขายของ และซื้อของกันเยอะ ต้องขับระวังให้มากขึ้น เราต้องเลี้ยวไปทางซ้ายเลียบคลองไปเรื่อยๆ (สังเกตุจุดสีขาวๆ ในแผนที่ครับ) ประมาณ 1.7 กิโลเมตร จากสามแยกตรงตลาด จะมีสะพานข้ามคลองที่เราจะต้องเลี้ยวขวาข้ามสะพานคอสะพานจะค่อนข้างสูง ส่วนตัวสะพานก็ค่อนข้างแคบดูรถสวนให้ดีๆ ก่อนค่อยเลี้ยว พอข้ามสะพานแล้วขับไปตามทางเรื่อยๆ เจอสามแยกให้เลี้ยวซ้าย ถึงสามแยกถัดไปให้เลี้ยวขวาเป็นแยกสั้นๆ เลี้ยวขวาเสร็จต้องเตรียมเลี้ยวซ้ายต่อเลย จะมีสะพานสีขาวยาวๆ สูงๆ ชื่อสะพานสาธุกิจ ลงสะพานปุ๊บ ถึงวัดทรงเสวยปั๊บเลยครับ

โบสถ์วัดทรงเสวย

โบสถ์วัดทรงเสวย หลังจากการเดินทางเก็บภาพและข้อมูลวัดต่างๆ ในเมืองชัยนาทมาซะเยอะ กว่าจะมาถึงวัดทรงเสวยก็เย็นพอดี เป็นอันอดได้เข้าไปไหว้พระในโบสถ์ เพราะเป็นเวลาที่สงฆ์จะเข้าไปทำศาสนกิจ คือการทำวัตรเย็น ส่วนการถ่ายรูปก็ลำบากด้วยความที่เป็นทางย้อนแสงอย่างมาก แต่สำหรับวัดทรงเสวยแล้วจุดเด่นของวัดไม่ใช่การได้มาไหว้พระ ชมสถาปัตยกรรม เหมือนๆ กับวัดอื่นๆ จุดสำคัญของการมาวัดนี้คือได้รำลึกถึงการเสด็จประพาสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ หลายๆ คนจะเรียกการเดินทางในลักษณะนี้ว่า ตามรอยเสด็จประพาสต้น

ศาลาริมน้ำวัดทรงเสวย

ศาลาริมน้ำวัดทรงเสวย จากอุโบสถของวัดเราเลี้ยวมาทางซ้าย หน้าวัดก่อนจะมีการคมนาคมทางรถยนต์ ใช้การสัญจรทางเรือเป็นหลัก แต่ละวัดก็จะสร้างศาลาบริเวณท่าน้ำเพื่อเป็นที่ ขึ้น-ลง เรือและเป็นจุดสังเกตุสำหรับเรือโดยสารด้วยอีกอย่างหนึ่ง ที่ท่าน้ำของวัดจะมีแพสำหรับลงไปพักผ่อนและให้อาหารปลา ก่อนที่จะลงไปที่แพเราไปชมให้ทั่วบริเวณวัดกันก่อนครับ

วัดทรงเสวย

 

ลานที่ระลึก 100 ปี เสด็จประพาสต้น

ลานที่ระลึก 100 ปี เสด็จประพาสต้น เป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของวัดทรงเสวยและชาวไทย เพราะสถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสต้น เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2450 และทรงประทับแรม เสวยพระกระยาหาร ณ สถานที่แห่งนี้ แล้วพระราชทานนามวัดว่า วัดทรงเสวย ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และยังเป็นที่สร้างมณฑปหลวงพ่อคล้อย และพระครูวิชัยสาธุกิจ (ย้อย) ที่ชาวบ้านละแวกนี้เคารพศรัทธา

ประวัติวัดทรงเสวย

ประวัติวัดทรงเสวย ภายในวัดจะมีป้ายบันทึกเหตุการณ์ในระหว่างการเสด็จประพาสต้น อันเป็นที่มาของชื่อวัดทรงเสวย ดังนี้
 เมื่อวันพุธที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2451 (ร.ศ.127) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินตรวจสอบลำน้ำเก่าโดยทางรถไฟ ถึงจังหวัดนครสวรรค์แล้วเสด็จประทับเรือพระที่นั่งครุฑเหิรเท็จ เพื่อมาตรวจสอบแม่น้ำมะขามเฒ่า (แม่น้ำท่าจีน) ทรงประทับแรมที่วัดหัวหาด อำเภอมโนรมย์ นับเป็นการเสด็จเมืองขัยนาท เป็นครั้งที่ 3
 ต่อจากนั้นวันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2451 เสด็จตามแม่น้ำมะขามเฒ่า ผ่านตลาดวัดสิงห์ ลำน้ำมะขามเฒ่า สมัยนั้นเต็มไปด้วยผักตบชวา และตอไม้ พระองค์ประทับแรมที่บ้านหนองแค ซึ่งในสมัยนั้นขึ้นกับตำบลคลองจันทน์ ปัจจุบันอยู่ในเขตตำบลหนองน้อย อำเภอวัดสิงห์ ในครั้งนั้นพระอธิการคล้อยเป็นเจ้าอาวาส ได้ชักชวนราษฎรสร้างพลับพลารับเสด็จ พระองค์มีพระราชประสงค์เสวยยอดหวายโปง ตาแป้นมัคทายกวัดหนองแคจึงให้ชาวบ้านไปหายอดหวายโปงมาเผาไฟ หยวกกล้วยต้ม น้ำพริกปลาร้า (ปลามัจฉะ) มาถวาย พระองค์ทรงเจริญพระกระยาหาร (เสวยอย่างเอร็ดอร่อย) และตรัสกับชาวบ้านว่า ต่อไปนี้ให้เรียกวัดนี้ว่า วัดเสวย แต่ชาวบ้านเติมคำว่า ทรง ไปด้วย จึงเรียกว่า วัดทรงเสวย

สะพานสาธุกิจ

สะพานสาธุกิจ ตอนนี้ผมก็ลงมาให้อาหารปลาที่ท่าน้ำหน้าวัด รับลมชมวิวไปเรื่อยๆ ก็เลยถ่ายรูปสะพานสาธุกิจ ซึ่งเป็นสะพานหน้าวัดที่เราเพิ่งจะข้ามมาตอนแรกนั่นเอง

ปรากฏการณ์ธรรมชาติแสงสีรุ้ง

ปรากฏการณ์ธรรมชาติแสงสีรุ้ง ระหว่างที่กำลังจะเตรียมตัวออกเดินทางกลับจากวัด พอดีมองบนท้องฟ้าเห็นแสงสีรุ้งปรากฏขึ้นมา จังหวะที่ตอนนั้นอยู่ตรงหน้าศาลาของวัด ก็เลยดูเหมือนปฏิหาริย์เกิดบนหลังคา

ทุ่งนาเขียวๆ

ทุ่งนาเขียวๆ จบด้วยภาพทุ่งนาใกล้ๆ กับจุดที่ถ่ายตอนขามา คิดว่าวันนี้คงจะไม่ได้ไปไหนต่อแล้ว ไปดูพระอาทิตย์ตกที่ยอดเขาวัดเขาพลองกันดีกว่า



    แผนที่ | พยากรณ์อากาศชัยนาท |




ความคิดเห็นบนเฟสบุค