หน้าหลัก >> นครราชสีมา >> ผาเก็บตะวัน

ผาเก็บตะวัน


ผาเก็บตะวัน เป็นจุดชมวิวที่สวยงามแห่งหนึ่งของอุทยานแห่งชาติทับลาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีข่าวต้นลานออกดอกพร้อมกันเป็นจำนวนมาก ทำให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางมากันอย่างเนืองแน่น ไม่ขาดสาย รถวิ่งสวนกันเข้าออกตลอดวันเสาร์-อาทิตย์ อยู่ในพื้นที่อำเภอวังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ห่างจากถนนสาย 304 กบินทร์บุรี-ปักธงชัย ประมาณ 12 กิโลเมตร เข้าไปตามทางหมู่บ้านไทยสามัคคี มองเห็นวิวทิวทัศน์ได้กว้าง

    แผนที่ | พยากรณ์อากาศนครราชสีมา |
ติดต่อสอบถาม:
ททท. สำนักงานนครราชสีมา โทร. 0 4421 3666, 0 4421 3030
http://www.tourismthailand.org/nakhonratchasima

ผาเก็บตะวัน

 แวะพักชุมชนร่วมใจพัฒนา ภาพบนซ้าย ก่อนออกเดินทางสู่ผาเก็บตะวัน เนื่องจากเราเพิ่งออกมาจากน้ำตกสวนห้อม ก็เลยหาเสบียงติดไว้บ้างโดยเฉพาะเครื่องดื่มอย่างน้ำและก็น้ำอัดลม (ข้าวเที่ยงยังไม่ได้กินเลยเพราะยังไม่เห็นทุ่งดอกลานกินข้าวไม่ลง)
กลับรถประมาณ กม.83 ภาพบนขวา กลับรถที่ประมาณกม. 83 ออกมาจาก กม.79 ชุมชนร่วมใจพัฒนามาอีก ประมาณ 3-4 กิโลเมตรก็กลับรถ หรือจะให้ง่ายก็คือยูเทิร์นที่ 2 กลับรถมาจะเห็นโรงเรียนบุไผ่ก็เตรียมชิดซ้าย เพื่อเลี้ยวเข้าบ้านไทยสามัคคี ทางเข้าจะเป็นทางโค้ง ต้องระวังเป็นพิเศษทั้งรถที่จะออกมาจากทางแยกด้วย
ทางเข้าบ้านไทยสามัคคี ภาพล่างซ้าย ตรงนี้คือทางเข้าผาเก็บตะวันจุดสังเกตุก็ง่ายๆ แบบนี้ละครับ ทางแยกตรงทางโค้งพอดีดูป้ายไทยสามัคคีอย่างเดียว เลี้ยวเข้าไปจะเห็นร้าน Coffee Hut อยู่ปากซอยด้านขวามือ
 เมื่อเลี้ยวเข้ามาแล้วจะเห็นรถหนาแน่นมากกว่าซอยอื่นๆ เพราะที่ซอยนี้มีถนนตัดเข้าไปได้ลึก มีรีสอร์ท และฟาร์มสเตย์จำนวนมากรองรับนักท่องเที่ยวที่รักธรรมชาติ

advertize

รีสอร์ทให้เลือกมากมายที่ผาเก็บตะวัน

รีสอร์ทให้เลือกมากมายที่ผาเก็บตะวัน บริเวณทางเข้าผาเก็บตะวันตอนนี้มีรีสอร์ท บ้านพักต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ท่ามกลางขุนเขา

ทางเข้าผาเก็บตะวัน

ทางเข้าผาเก็บตะวัน ร้านกาแฟน่าแวะ (ภาพบนซ้าย) ขับตรงเข้ามาเรื่อยๆ จะผ่านร้านกาแฟร้านนี้ เห็นรูปร่างกับทำเลแล้วน่าแวะนั่งสักพักดูเหมือนกัน
 เข้ามาตามทางเรื่อยๆ จะมีสามแยกอยู่ต้องเลี้ยวขวา โดยให้สังเกตุรีสอร์ทภาพกลางซ้าย หรือถ้าเห็นรีสอร์ทภาพบนขวา ก็เป็นอันเลยทางแยกแล้วครับ
 ระหว่างทางจะเห็นแปลงเกษตรปลูกพืชผักของชาวบ้านในพื้นที่ เป็นแปลกผักปลอดสารพิษเป็นส่วนใหญ่
 เลี้ยวเข้ามาแล้วทางจะเล็กลงและขรุขระ หลุมเล็กหลุมใหญ่จำนวนมาก แต่ก็มีนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาด้วยรถเก๋งโดยไม่หวั่นปัญหาช่วงล่างเลย เพราะยังไม่ถึงขั้นทรหดครับ
 มาตามทางเรื่อยๆ จะเห็นป้ายเขียนชื่อโครงการ ๙ ล้านกล้า เป็นการปลูกป่าในพื้นที่ เดิมทีผาเก็บตะวันและพื้นที่โดยรอบแห้งแล้งมากไม่มีต้นไม้มากมายอย่างทุกวันนี้ครับ แม้แต่ตอนนี้ก็ยังคงปลูกไปเรื่อยๆ เพื่อให้ได้จำนวนมากเพียงพอ

ภาพแนวแอพสแทรค

ภาพแนวแอพสแทรค เอาง่ายๆ เข้าว่าไม่ต้องจัดองค์ประกอบกันให้วุ่นวาย ต้นไม้แห้งทั้งต้นแบบนี้มีไม่มากนักครับสำหรับในฤดูฝนแบบนี้ นานๆ เห็นสักต้นนึง

ถึงแล้วผาเก็บตะวัน

ถึงแล้วผาเก็บตะวัน ร้านสวัสดิการผาเก็บตะวัน แต่วันนี้ปิด ก่อนเข้าเขตของผาเก็บตะวันมีด่านเก็บเงิน จะเก็บค่าธรรมเนียมเฉพาะค่ารถ คันละ 30 บาท สำหรับนักท่องเที่ยวไม่เก็บ ตรงด่านมีที่ประทับตราสำหรับคนที่มี Passport อุทยานแห่งชาติ สำหรับคนที่ยังไม่มีก็ไปซื้อที่ร้านขายเมล็ดพันธุ์สำหรับปลูกป่า ซึ่งวางขายรวมกับของที่ระลึกที่มาอุทยานแห่งชาติทับลาน

ร่วมกันปลูกป่า

ร่วมกันปลูกป่า ร้านนี้มีเมล็ดมะค่ากับเมล็ดลานขายสำหรับนักท่องเที่ยวจะได้ร่วมกันปลูกป่าในราคาถุงละ 10 บาท แต่ที่น่าสนใจคือมีหนังสะติ๊กให้ยืมด้วย ไม้กอล์ฟก็มีครับ เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการปลูกป่าของที่นี่

หนังสะติ๊กอุปกรณ์ปลูกป่า

หนังสะติ๊กอุปกรณ์ปลูกป่า เอาละเราก็ซื้อเมล็ดมะค่ามาถุงนึง เดี๋ยวไปช่วยกันปลูกป่ากันหน่อย วิธีการปลูกป่าของที่นี่น่าสนใจมากครับ ด้วยการยิงเมล็ดพืชออกไปให้ไกลตามทิศทางที่ต้องการด้วยหนังสะติ๊ก หรือว่าท่านที่นิยมกีฬากอล์ฟ ก็มีไม้กอล์ฟให้ยืม สำหรับลานกว้างที่ผาเก็บตะวัน มีหนังสะติ๊กอันใหญ่ตั้งไว้ให้หนึ่งอันสำหรับผู้ที่ใช้อันเล็กไม่ค่อยเป็นเดี๋ยวจะได้รับบาดเจ็บ บางกลุ่มก็มาปลูกเป็นกีฬาปลูกป่าทีมหญิงไปอย่างที่เห็น

 ส่วนภาพล่างกลาง นี่คือลูกลานที่แห้งแล้วที่ร่วงลงมาจากต้นลานก่อนที่ต้นลานจะเหี่ยวตายไป เป็นวัฏจักรของลาน ต้นหนึ่งออกดอกได้ครั้งเดียวแล้วเหี่ยวแห้งตายไปหลังจากดอกลานติดลูกและร่วงลงดินแล้ว อายุของลานอาจจะมีตั้งแต่ 20-70 ปี กว่าจะออกดอก ปกติลานในอุทยานแห่งชาติทับลานมีอายุไม่เท่ากัน ดังนั้นจึงไปดูดอกลานได้ทุกปี เพียงแต่ในปี 2552 จะมีดอกออกพร้อมกันหลายต้นเป็นพิเศษ

 เอาละเมื่อเข้าใจวิธีการปลูกป่าของที่นี่ดีแล้ว ก็เอาหนังสะติ๊กที่ยืมมาจากร้านขายเมล็ดพืชนั่นแหละ ยืดให้สุดแขน แล้วยิงออกไปไกลๆ แบบนี้เรียกว่าการยิงหนังสะติ๊กลดโลกร้อน

ดอกลานบนผาเก็บตะวัน

ดอกลานบนผาเก็บตะวัน เอาละปลูกป่ากันมานานแล้ว ก็เริ่มชมวิวบนผาเก็บตะวัน มองไปรอบๆ หาดอกลาน ก็เห็นอยู่เป็นหย่อมๆ แต่ละต้นออกดอกมากมายสมกับที่เป็นข่าวจนนักท่องเที่ยวเดินทางมาดูกันมากเป็นพิเศษในปี 2552
 จากผาเก็บตะวันมองลงไปจะเห็นลานอยู่ที่พื้นราบด้านล่างกระจัดกระจายไปทั่วพื้นที่ บางต้นจะแฝงอยู่ตามไหล่เขา ท่ามกลางต้นไม้อื่นๆ รายล้อม แต่ลานก็ยังสามารถชูดอกสูงกว่าต้นไม้รอบข้างได้ หากมีกล้องส่องทางไกลมองไปที่พื้นด้านล่างก็จะเห็นดอกลานได้ชัดมากขึ้นเหมือนภาพล่างขวา

หอชมวิวผาเก็บตะวัน

หอชมวิวผาเก็บตะวัน ที่ผาเก็บตะวันมีหอชมวิวบริการด้วย แต่กระไดไม้ไผ่มันอาจจะปีนยากไปสักนิด ไต่ๆ ไปมีไหวๆ ด้วยตื่นเต้นดีแท้

หมีควายตัวน้อย

หมีควายตัวน้อย ลูกหมีควายน้อยน่ารักตัวนี้เพิ่งเจอมันที่ผาเก็บตะวันในการไปครั้งที่ 4 ปี 2554 นี่เองไม่รู้ประวัติความเป็นมาของมันไว้ไปครั้งที่ 5 จะได้สอบถามเจ้าหน้าที่ ต้นไม้ที่มันปีนอยู่นี้ตรงโคนต้นสร้างคอกล้อมมันไว้ มันชอบปีนไปอยู่ข้างบนมากกว่าที่จะอยู่ในคอก กว่าจะถ่ายรูปมันได้แบบนี้เล่นเอาปวดคอปวดไหล่ ใครๆ ผ่านไปทางนี้สอบถามสารทุกข์สุขดิบให้ด้วยนะครับ

ป้ายที่ระลึกของผาเก็บตะวัน

ป้ายที่ระลึกของผาเก็บตะวัน เป็นสิ่งแปลกตาอีกอย่างหนึ่งในการเดินทางมาเที่ยวตามอุทยานแห่งชาติต่างๆ เพราะปกติก็จะทำป้ายใหญ่ด้วยไม้หรือวัสดุอย่างอื่น แต่ก็เป็นรูปร่างธรรมดาทั่วไปแบบป้ายที่เห็นกันประจำ แต่ที่ผาเก็บตะวันแห่งนี้กลับใช้รูปแบบหลักกิโลเมตร คล้ายๆ ปาย
 ที่จุดชมวิวผาเก็บตะวันมีศาลาพักผ่อนบริการนักท่องเที่ยวสามารถสั่งอาหารมานั่งทานกันตรงนี้ก็ได้ (มีร้านอาหารบริการครับ)
 ลานจอดรถที่นี่ก็เป็นลานดินกว้างๆ มีห้องน้ำอยู่ใกล้ๆ ลานจอดรถ
 ด้านหนึ่งของลานจอดรถก็มีป้ายข้อมูลความรู้ต่างๆ ป้ายข้อมูลเกี่ยวกับการปลูกป่า เนื่องจากป่าไม้ในบริเวณตำบลไทยสามัคคีเคยถูกทำลายลงเป็นอย่างมากในที่สุดกรมป่าไม้จึงได้กำหนดพื้นที่บางส่วนให้เป็นเขตฟื้นฟูสภาพป่า การทำงานปลูกป่าสภาพป่าก่อนและหลังการฟื้นฟูเห็นได้ชัดบนแผ่นป้าย ไว้ให้ความรู้นักท่องเที่ยว
 เห็นกันเลยว่ามีคนมาไม่น้อย และส่วนมากก็จะมาแวะกันสัก 30 นาทีแล้วก็ไปเที่ยวต่อกันที่อื่น ตอนที่ขับรถเข้ามาหรือขับกลับก็มีรถสวนทั้งขาเข้าขาออกกันหลายคัน นักท่องเที่ยวหลายคนก็เล่าให้ฟังว่าได้ข่าวจากช่อง 7 เลยตามมาดูกันมากมายจริงๆ แล้วก็ไม่ผิดหวังที่ได้เห็นดอกลานบานสะพรั่งกันทั่วทุ่งสมใจหมาย

เก็บตะวัน

เก็บตะวัน นี่เองเป็นที่มาของคำว่าเก็บตะวัน คือเอาหนังสะติ๊กยิงพระอาทิตย์ ซะเลย การมาปลูกป่าของเราในบางครั้งก็เลือกที่จะมาเย็นๆ รอชมพระอาทิตย์ตกก่อนค่อยเดินทางเข้าที่พักที่วังน้ำเขียว กิจกรรมการปลูกป่าจนถึง เมษายน 2554 ที่ไปมาล่าสุดก็ยังคงใช้หนังสะติ๊กแต่เปลี่ยนเป็นแบบมีราวติดตั้งด้านหนังสะติ๊กอย่างแน่นหนาสำหรับคนที่ใช้ไม่เป็นเดี๋ยวอาจจะเกิดอันตรายได้ แต่ก็ยังมีแบบถือให้ยิงกันถนัดๆ สำหรับคนที่ใช้มันเป็น

พระอาทิตย์อัสดงตรงผาเก็บตะวัน

พระอาทิตย์อัสดงตรงผาเก็บตะวัน วิวนี้เป็นภาพที่สวยงามมากแห่งหนึ่งของการชมพระอาทิตย์ตกที่วังน้ำเขียวสำหรับในฤดูหนาวอาจจะมีลุ้นได้ชมทะเลหมอกตอนเช้าก็ต้องไปหาจุดชมวิวสวยๆ นั่งรอกัน

ราวหนังสะติ๊กผาเก็บตะวัน

ราวหนังสะติ๊กผาเก็บตะวัน นี่คือการพัฒนาอีกขั้นของเครื่องมือปลูกป่าที่กำลังฮิตกันสุดๆ ยิงได้ทีละหลายๆ คน สำหรับวันนี้ก็รอกันจนพระอาทิตย์ลับหายไปไม่เหลือแสงให้ถ่ายรูปได้อีกต่อไปแล้ว

ไร่มะละกอฮอลแลนด์

ไร่มะละกอฮอลแลนด์ ไร่มะละกอฮอลแลนด์ (RedMaradon) เปิดให้ชมศึกษาหาความรู้ในการปลูก โดยกลุ่มเกษตรอินทรีย์ โคราช ภายใต้สโลแกน อยู่อย่างไร ให้พอเพียง สนใจติดต่อเข้าชมได้ที่ 089-2082552

ต้นไม้สูง

ต้นไม้สูง เห็นสูงชะลูดอยู่ต้นเดียวข้างทางก็จอดถ่ายมาซะหน่อย

อ่างเก็บน้ำห้วยขมิ้น

อ่างเก็บน้ำห้วยขมิ้น อ่านผิดอ่านถูก เพราะคุ้นกับคำว่า ห้วยแม่ขมิ้น มากกว่า พอเห็นห้วยขมิ้น ก็แปลกดี สำหรับอ่างเก็บน้ำแห่งนี้ เป็นแหล่งน้ำหลักของชาวบ้านบริเวณนี้ นอกจากจะเป็นอ่างเก็บน้ำแล้ว ยังมีบริการเรือถีบสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาพักผ่อน และมีร้านค้าบริเวณรอบๆ คล้ายๆ ตลาดเล็กๆ ที่มีผัก เป็นสินค้าหลัก

ร้านค้ารอบอ่างเก็บน้ำห้วยขมิ้น

ร้านค้ารอบอ่างเก็บน้ำห้วยขมิ้น อ่างเก็บน้ำห้วยขมิ้น อยู่ที่ บ้านสุขสมบูรณ์ ตำบลวังน้ำเขียว ออกมาจากผาเก็บตะวันไม่นานก็ต้องผ่านตรงนี้ลองแวะๆ หาซื้อของฝากติดไม้ติดมือกันบ้างนะครับ

advertize




ความคิดเห็นบนเฟสบุค