หน้าหลัก >> บุรีรัมย์ >> ปราสาทหินพนมรุ้ง

ปราสาทหินพนมรุ้ง



ตั้งอยู่บนยอดภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว สูงประมาณ 200 เมตร (คำว่า "พนมรุ้ง" หรือ "วนํรุง" เป็นภาษาเขมรแปลว่า "ภูเขาใหญ่") ปราสาทหินพนมรุ้งเป็นเทวสถานในศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย มีการบูรณะก่อสร้างต่อเนื่องกันมาหลายสมัย ตั้งแต่ประมาณพุทธศตวรรษที่ 15 ถึงพุทธศตวรรษที่ 17 และในพุทธศตวรรษที่ 18 พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 แห่งอาณาจักรขอมได้หันมานับถือพุทธศาสนาลัทธิมหายาน เทวสถานแห่งนี้จึงได้รับการดัดแปลงเป็นศาสนสถานในพุทธศาสนาในช่วงนั้น ปราสาทหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ประกอบด้วย สิ่งก่อสร้างต่างๆ ที่ตั้งเรียงรายขึ้นไปจากลาดเขาทางขึ้นจนถึงปรางค์ประธานบนยอดอันเปรียบเสมือนวิมานที่ประทับของพระศิวะ บันไดทางขึ้นช่วงแรกทำเป็นตระพัง (สระน้ำ) สามชั้นผ่านขึ้นมาสู่พลับพลาชั้นแรก จากนั้นเป็นทางเดินซึ่งมีเสานางเรียงปักอยู่ที่ขอบทางทั้งสองข้างเป็นระยะๆ ถนนทางเดินนี้ ทอดไปสู่สะพานนาคราช ซึ่งเปรียบเสมือนจุดเชื่อมต่อระหว่างดินแดนแห่งมนุษย์และสรวงสวรรค์ ด้านข้างของทางเดินทางทิศเหนือมีพลับพลาสร้างด้วยศิลาแลง 1 หลัง เรียกกันว่า โรงช้างเผือก สุดสะพานนาคราชเป็นบันไดทางขึ้นสู่ปราสาท ซึ่งทำเป็นชานพักเป็นระยะๆ รวม 5 ชั้น สุดบันไดเป็นชานชลาโล่งกว้าง ซึ่งมีทางนำไปสู่สะพานนาคราชหน้าประตูกลางของระเบียงคด อันเป็นเส้นทางหลักที่จะผ่านเข้าสู่ลานชั้นในของปราสาท และจากประตูนี้ยังมีสะพานนาคราชรับอยู่อีกช่วงหนึ่งก่อนถึงปรางค์ประธาน

    ปรางค์ประธาน ตั้งอยู่ตรงศูนย์กลางของลานปราสาทชั้นใน มีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุมมณฑป คือห้องโถงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า เชื่อมอยู่ทางด้านหน้าที่ส่วนประกอบของปรางค์ประธานตั้งแต่ฐานผนังด้านบนและด้านล่าง เสากรอบประตู เสาติดผนัง ทับหลัง หน้าบัน ซุ้มชั้นต่างๆ ตลอดจนกลีบขนุนปรางค์ล้วนสลักลวดลายประดับทั้งลวดลายดอกไม้ ใบไม้ ภาพฤาษี เทพประจำทิศ ศิวนาฏราช ที่ทับหลังและหน้าบันด้านหน้าปรางค์ประธาน ลักษณะของลวดลายและรายละเอียดอื่นๆ ช่วยให้กำหนดได้ว่าปรางค์ประธานพร้อมด้วยบันไดทางขึ้นและสะพานนาคราชสร้างขึ้นเมื่อราวพุทธศตวรรษที่ 17

    ภายในลานชั้นในด้านตะวันตกเฉียงใต้ มีปรางค์ขนาดเล็ก 1 องค์ ไม่มีหลังคา จากหลักฐานทางศิลปกรรมที่ปรากฏ เช่น ภาพสลักที่หน้าบัน ทับหลัง บอกให้ทราบได้ว่าปรางค์องค์นี้สร้างขึ้นก่อนปรางค์ประธาน มีอายุในราวพุทธศตวรรษที่ 16

    นอกจากนี้ยังมีฐานปรางค์ก่อด้วยอิฐซึ่งมีอายุเก่าลงไปอีก คือประมาณพุทธศตวรรษที่ 15 อยู่ด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือขององค์ประธาน และที่มุมทิศตะวันออกเฉียงเหนือและทิศตะวันออกเฉียงใต้ มีอาคารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าก่อด้วยศิลาแลง มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 18 ร่วมสมัยกันกับพลับพลาที่สร้างด้วยศิลาแลงข้างทางเดินที่เรียกว่า "โรงช้างเผือก"


    แผนที่ | พยากรณ์อากาศบุรีรัมย์ | ความคิดเห็นบนเฟสบุค | ที่พัก
ติดต่อสอบถาม:
ททท.สำนักงานสุรินทร์ (สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ) 0 4451 8152
http://www.tourismthailand.org/surin

โฆษณา Advertisement พื้นที่โฆษณา

Gallery รูปภาพ ปราสาทหินพนมรุ้ง

ใกล้รุ่งที่ปราสาทหินพนมรุ้ง

ใกล้รุ่งที่ปราสาทหินพนมรุ้ง กรุ๊ปเราออกเดินทางออกจากกรุงเทพเวลาประมาณ 23.00 น. คำนวณเวลาว่าจะมาถึงที่เขาพนมรุ้งประมาณ 5.00 น.ก็จะได้นอนพักอีกหน่อย แต่พอดีว่าถึง 4.30 น.เห็นรถจอดอยู่ 3คัน ก็ถามไถ่กันว่ามาจากไหน แล้วก็รอเปิดจำหน่ายบัตรผ่านประตู เราเข้าทางด้านหน้าจึงเดินไกล ขอแนะนำว่าให้ไปเข้าทางด้านหลังจะสามารถนำรถขึ้นไปจอดข้างบนได้เลย จะสะดวกกว่าค่ะ ทีแรกเห็นคนน้อยคิดว่าไม่มีใครมา แต่พอเดินขึ้นไปบนปราสาท โอ้โหเขามาอยู่กันข้างบนหมดแล้วนี่เอง

advertize
รอคอยแสงสุรีย์ด้วยใจจดจ่อ

รอคอยแสงสุรีย์ด้วยใจจดจ่อ วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่จะได้เห็นปรากฏการณ์อาทิตย์ตรงประตู 15ช่อง ซึ่งเมื่อ 2วันที่ผ่านมามีฝนตกฟ้าปิด ไม่สามารถมองเห็นได้ วันนี้มีการทำข่าวรายงานสถานการณ์กันสดๆวิเคราะห์ว่าน่าจะมีโอกาสได้เห็น พร้อมทั้งมีวิทยากรมาเล่าประวัติความเป็นมาของปราสาทหินพนมรุ้งให้ฟัง

เห็นดวงอาทิตย์แล้ว

เห็นดวงอาทิตย์แล้ว ตอนนี้เป็นเวลาประมาณ 6.30 น.ทุกคนต่างก็ดีใจ เฮกัน แย่งกันถ่ายภาพ บางทีคนหน้าบังข้างหลัง ก็มีคนคอยบอกให้นั่งลง ก็น่าเห็นใจอยู่ว่าประตูเล็กๆแต่คนล้นหลาม ก็ต้องผลัดกันบ้าง มีกล้องกิตติมศักดิ์ตั้งอยู่ด้วยน่าเสียดายภาพที่ทุกคนรอคอย บางภาพมีวัตถุแปลกปลอม เข้ามาทำลายทัศนียภาพ ก็ต้องทำใจค่ะ

ไทยมุง เรามาไม่ทัน

ไทยมุง เรามาไม่ทัน ถ่ายภาพอยู่ดีๆเอ้าย้ายไปอยู่ข้างหน้ากันแล้ว บังหมดเลย อยู่ไม่ได้แล้ว ต้องรีบมาข้างหน้าด้วยคน ขอถ่ายสักภาพนะครับ

รับพลังแห่งจักรวาล ผ่านปราสาทพนมรุ้ง

รับพลังแห่งจักรวาล ผ่านปราสาทพนมรุ้ง ดวงอาทิตย์ใกล้พ้นขอบประตูแล้ว ภาพนี้ถ่ายตรงประตูทับหลังนารายบรรทมสินธุ์ ต้องนอนถ่ายกันแล้วครับ ลงทุนกันหน่อย มาตั้งไกล ได้ภาพนี้มาก็ถือว่าประสบความสำเร็จสุดยอดแล้วเพราะคนที่มาเมื่อ 2 วันที่แล้ว เขาไม่ได้เห็น บางคนต้องกลับไปก่อนบางคนอยู่ใกล้ก็มาดูอีกครั้งวันนี้

โคนนทิ

โคนนทิ วัวเผือกเพศผู้ เป็นพาหนะของศิวะเจ้า กำเนิดของโคนนทินั้น บ้างก็ว่าเป็นเทวดาองค์หนึ่ง นับถือกันว่าเป็นเทพเจ้าแห่งสัตว์จตุบาท มีวิมานอยู่บนเขาไกรลาส เมื่อพระอิศวรจะเสด็จ จึงเปลี่ยนร่างกลายเป็นโคให้พระองค์ทรงไป แต่บางตำราก็ว่าเกิดจากแม่ซึ่งเป็นของวิเศษที่ได้จากการกวนเกษียรสมุทร กับพ่อที่เป็นมหาเทพ ซึ่งได้ถวายลูกตนให้เป็นพาหนะของศิวะ ในประเทศไทยมีโคนนทินั่งอยู่ที่ปราสาทหินพนมรุ้งเท่านั้น

ทวารบาล

ทวารบาล เทวรูปยืนปกปักษ์รักษาองค์ปราสาทประธานทางทิศใต้

ปราสาทปรางค์ประธาน

ปราสาทปรางค์ประธาน ตั้งอยู่ตรงศูนย์กลางของลานปราสาทชั้นใน องค์เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุมมณฑป ห้องโถงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าเชื่อมอยู่ทางด้านหน้าที่ส่วนประกอบของปรางค์ประธานตั้งแต่ฐานผนังด้านบนและด้านล่าง เสากรอบประตู เสาติดผนัง ทับหลัง หน้าบัน ซุ้มชั้นต่าง ๆ ตลอดจนกลีบขนุน ก่อด้วยหินทรายสีชมพูมีผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุมกว้าง 8.20 เมตร สูง 27 เมตร ด้านหน้าทำเป็นมณฑปโดยมีอันตราละหรือฉนวนเชื่อมปราสาทประธานนี้ เชื่อว่า สร้างโดย นเรนทราทิตย์ ซึ่งเป็นผู้นำปกครองชุมชนที่มีปราสาทพนมรุ้งเป็นศูนย์กลาง ราวพุทธศตวรรษที่ 17

พระปรางค์องค์เล็ก

พระปรางค์องค์เล็ก ภายในลานชั้นในด้านตะวันตกเฉียงใต้ มีปรางค์ขนาดเล็ก 1 องค์ ไม่มีหลังคา ด้านในมีรอยพระพุทธบาทจำลอง จากหลักฐานทางศิลปกรรมที่ปรากฏ เช่น ภาพสลักที่หน้าบัน ทับหลัง บอกให้ทราบได้ว่าปรางค์องค์นี้สร้างขึ้นก่อนปรางค์ประธาน มีอายุในราวพุทธศตวรรษที่ 16

โคปุระ เป็นกำแพงล้อมรอบตัวปราสาท

โคปุระ เป็นกำแพงล้อมรอบตัวปราสาท เป็นกำแพง 2 ชั้น ซึ่งได้ทำช่องเพื่อใช้เป็นทางเข้า-ออก มีชื่อเรียกคือ โคปุระ ทำไว้ทั้งหมด 4 ทิศ โดยอาจทำเป็นแบบซุ้มประตู หรืออาจเป็นแค่ลานยกพื้นและช่องสำหรับใช้เข้าออกส่วนอาณาบริเวณกำแพงล้อมรอบองค์ปรางค์ประธาน


ประตูพลับพลาชั้นแรก

ประตูพลับพลาชั้นแรก สร้างด้วยศิลาแลงสีชมพู ยังปรากฏลวดลายงดงามอยู่ โดยตามจุดต่างๆจะมีภาพจำหลักลายที่ซุกซ่อนเรื่องราวต่างๆไว้ ผู้ที่ต้องการชมความงดงามของลายต่างๆ ต้องดูให้ดีๆ จะเห็นลวดลายแปลก เช่น ฤาษีนั่งอ่านตำราแต่ออกแนวนู้ด ภาพสตรีผู้สูงศักดิ์เปลือยอก นางอัปสรรำ ภาพกลุ่มนักดนตรีในขบวนแห่งานพิธี ไม่เชื่อก็ลองไปพิสูจน์ด้วยตัวเองนะคะ

หน้าปรางค์ประธาน

หน้าปรางค์ประธาน บนกรอบประตูด้านหน้าปรางค์ประธานเป็นและภาพศิวนาฏราช สิ่งที่เป็นไฮไลท์ของปราสาทหินพนมรุ้ง คือทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ที่ถูกโจรกรรมไป ดังที่คาราบาวเขาแต่งเพลงทับหลังร้องขึ้นมา ว่าเอาไมเคิล แจ็คสันคืนไป เอาพระนารายณ์คืนมา จนเป็นเพลงฮิตมากในช่วงนั้น

ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ ของจริง

ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ ของจริง ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ ที่ปราสาทหินพนมรุ้ง นับเป็นโบราณวัตถุที่มีชื่อเสียงมากที่สุด ที่ถูกโจรกรรมไป เมื่อราวปี พ.ศ. 2503 และถูกนำไปจัดแสดงอยู่ที่สถาบันศิลปะชิคาโก ประเทศสหรัฐอเมริกา แต่ในที่สุดชาวไทย นำโดยรัฐบาลและหม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล ก็ได้ทับหลังชิ้นนี้กลับคืนมา ทันวันพิธีเปิดอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งพอดี เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2531 คำว่า " ทับหลัง หมายถึงแผ่นศิลา หรือ แผ่นหินที่วางทับอยู่บริเวณเหนือกรอบประตู จึงเรียกว่าทับหลัง ส่วนมากจะมีการสลัก หรือ จำหลักเป็นรูปภาพ หรือลวดลายต่างๆตามคติความเชื่อของศาสนาพราหมณ์ ภาพจำหลักรูป นารายณ์บรรทมสินธุ์ หรือ พระวิษณุอนันตศายินปัทมนาภา เป็นเรื่องเล่าในศาสนาพราหมณ์ ลัทธิไวษณพนิกาย ซึ่งเรื่องนี้จะแสดงถึงคติความเชื่อ การสร้างโลกและการสิ้นสุดของโลก เป็นเรื่องของการวนเวียนไม่มีที่สิ้นสุดของธรรมชาติ

ระเบียงคดด้านนอกปราสาท

ระเบียงคดด้านนอกปราสาท เป็นเส้นทางหลักที่จะผ่านเข้าสู่ลานชั้นในของปราสาท วันนี้เป็นช่วงที่มีการจัดแสดงแสง สี เสียงตอนกลางคืน จึงเห็นวัตถุแปลกปลอมซึ่งเป็นอุปกรณ์ประกอบการแสดงหลงเข้ามาอยู่บริเวณปราสาท ก็ต้องทำใจตามสภาพกันไป แต่ปีต่อไปทางผู้จัดงานจะย้ายเวทีลงไปจัดที่ลานโพธิ์ค่ะ เพื่อไม่ทำลายทัศนียภาพของโบราณสถานในตอนกลางวัน

ทางเชื่อมปราสาทประธาน

ทางเชื่อมปราสาทประธาน ยังมีอีกหลายประตูที่ทับหลังยังมีลวดลายสมบูรณ์อยู่ แต่บางประตูก็ทับหลังหายไป

ทวารบาล

ทวารบาล ดูน่าเกรงขามยิ่งนัก เพราะต้องเป็นผู้ปกปักษ์รักษาองค์ปราสาท แต่มองไปทางด้านหลังจะเห็นลายของเสายังชัดเจนและสวยงามยิ่งนัก

รากษส (เขียนไว้อย่างนี้จริงๆ)

รากษส (เขียนไว้อย่างนี้จริงๆ) เป็นสัตว์พาหนะของพระนิรฤติ เทพผู้พิทักษ์ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ เป็น 1 ใน พาหนะทั้ง 10 ของเทพทั้ง 10 ทิศ

คชสีห์

คชสีห์ เป็นสัตว์พาหนะของพระกุเวร เทพผู้พิทักษ์ทางทิศเหนือ

กระบือ

กระบือ เป็นพาหนะของพระยม เทพผู้พิทักษ์ทิศเบื้องล่าง

หงส์

หงส์ เป็นสัตว์พาหนะของพระพรหม เทพผู้พิทักษ์ทางทิศเบื้องบน นอกจากนี้ยังมี ช้าง เป็นสัตว์พาหนะของพระอินทร์ เทพผู้พิทักษ์ทางทิศตะวันออก วัว เป็นสัตว์พาหนะของพระอิศวร เทพผู้พิทักษ์ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ แรด เป็นสัตว์พาหนะ ของพระอัคนี เทพผู้พิทักษ์ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ นกยูง เป็นสัตว์พาหนะของพระขันธกุมาร เทพผู้พิทักษ์ทางทิศใต้ นาค เป็นสัตว์พาหนะของพระวิรุณ เทพผู้พิทักษ์ทางทิศตะวันตก และม้า เป็นสัตว์พาหนะของพระพาย เทพผู้พิทักษ์ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ

บันไดทางขึ้นสู่ปราสาท

บันไดทางขึ้นสู่ปราสาท ทางขึ้นด้านหน้าปราสาทเป็นบันไดสูง ทำเป็นชานพักเป็นระยะๆ รวม 5 ชั้น เดินขึ้นก็ออกแนวเหนื่อยอยู่เหมือนกัน ตอนนี้ขอลงไปหาข้าวกินก่อนนะ

ทางเดินหินศิลาแลง

ทางเดินหินศิลาแลง ในระหว่างการเดินลงก็แยกย้ายกันถ่ายภาพ ตามอัธยาศัย

เสานางเรียง

เสานางเรียง ข้างทางเดินซึ่งมีเสานางเรียงปักอยู่ที่ขอบทางทั้งสองข้างเป็นระยะๆ ถนนทางเดินนี้ไปสู่สะพานนาคราช ซึ่งเปรียบเสมือนจุดเชื่อมต่อระหว่างดินแดนแห่งมนุษย์และสรวงสวรรค์

วิวยอดฮิตของปราสาทหินพนมรุ้ง

วิวยอดฮิตของปราสาทหินพนมรุ้ง เดินลงมาจากปราสาทก็ยังคิดว่า แล้ววิวในหนังสือท่องเที่ยวอยู่ตรงไหนนะ อ๋อต้องมาอยู่อีกฟากหนึ่งของปราสาท จึงจะได้วิวนี้เอง ได้แสงแดดอ่อนๆยามเช้าอย่างนี้ ก็ได้ภาพแจ่มๆ แถมอากาศดีๆเดินสบาย

แมงเม่า

แมงเม่า พอดีว่าถามชาวบ้านเจ้าถิ่นเขาบอกว่าเป็นแมงเม่า มีมากมายเต็มไปหมดในเวลากลางคืนออกมาเล่นไฟ พอเวลากลางวันตายกันเกลื่อนเลยค่ะ

ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ ฝีมือนักศึกษา

ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ ฝีมือนักศึกษา เป็นผลงานจากนักศึกษา วท.บุรีรุมย์และวท.ลพบุรี จัดแสดงอยู่บริเวณลานจำหน่ายของที่ระลึก ด้านหน้าปราสาท

น้องๆนักนวด

น้องๆนักนวด จัดซุ้มนวดเพื่อสุขภาพ ไว้คอยบริการนักท่องเที่ยวที่เดินซะเมื่อย ในราคาย่อมเยา

นก บริเวณปราสาท

นก บริเวณปราสาท ขณะที่เราเดินชมนกชมไม้อยู่ก็มีนกโฉบมาให้ชมพอดี ตามถ่ายภาพอยู่นานพอสมควรกว่าจะได้มา

เจ้าไก่ ทำเท่ห์

เจ้าไก่ ทำเท่ห์ พอเราเดินลงมาที่จุดขายบัตรผ่านประตู เจ้าไก่ก็บินไปมา สุดท้ายก็ขึ้นไปยืนเรียกร้องความสนใจอยูบนป้าย อยากดังก็เลยจัดให้เขาซะหน่อย

ทางเดินเข้าสู่ปราสาท

ทางเดินเข้าสู่ปราสาท ขอแวะเก็บเป็นภาพที่ระลึกกันสักหน่อย จากตรงนี้เดินออกมาอีกนิดก็จะเป็นร้านขายของที่ระลึกและ O-TOP

ร้านขายของที่ระลึก

ร้านขายของที่ระลึก เลือกซื้อกันตามสบายเลยค่ะ ราคาไม่แพงด้วย

เสย

เสย 

ดอกไม้สวยๆ คู่กับหมวกสวยๆ

ดอกไม้สวยๆ คู่กับหมวกสวยๆ พอดีมานั่งเล่นพักให้หายเมื่อยใต้ต้นไม้ เลยเก็บดอกไม้ที่หล่นอยู่มาจัดฉากซะหน่อย


    แผนที่ | พยากรณ์อากาศบุรีรัมย์ |




ความคิดเห็นบนเฟสบุค