หน้าหลัก >> สุโขทัย >> น้ำตกสายรุ้ง

น้ำตกสายรุ้ง



น้ำตกสายรุ้ง อยู่ทางทิศตะวันตกของเขาหลวง เป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียง และสวยงาม เกิดจากต้นน้ำบริเวณเขาเจดีย์ มาเป็นลำธารคลองไผ่นาไหลลงมาทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ทิ้งตัวลงมาจากผาหินที่สูง เมื่อถูกแสงแดดส่องลงมากระทบเข้ากับน้ำเป็นสายทำให้เกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติเป็นสายรุ้งที่มีสีสันสวยงาม มีน้ำตกเฉพาะในช่วงฤดูฝนเท่านั้น ภายในบริเวณน้ำตกมีหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ อยู่ห่างจากอุทยานฯ 50 เมตร ตัวน้ำตกมีทั้งหมด 4 ชั้น แต่ละชั้นสามารถลงเล่นน้ำได้ โดยต้องเดินเท้าจากหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ขึ้นไปตามธารน้ำไหล มีระยะทาง 800 เมตร 900 เมตร 1,160 เมตร และ 1,200 เมตร ตามลำดับ

    การเดินทาง จากตัวจังหวัดสุโขทัยใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 101 เส้นสุโขทัย-คีรีมาศ พอถึงอำเภอคีรีมาศให้ตรงไปอีกประมาณ 18 กิโลเมตร จะมีทางแยกขวามือโดยผ่านอำเภอบ้านด่านลานหอยเข้าไป 13 กิโลเมตร แล้วมีทางแยกขวาอีกครั้งให้ตรงเข้าไปประมาณ 4 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานฯ ช่วงระยะเวลาที่สามารถมองเห็นสายรุ้งตั้งแต่เวลา11.00-16.00 น.

    หากต้องการเดินทางด้วยรถโดยสาร จะมีสองแถวที่ต้องเหมาคัน จากตัวอำเภอคีรีมาศ

    ค่าเข้าชม
    หากเข้าพักที่อุทยานแห่งชาติรามคำแหง ไม่ต้องเสียค่าเข้าชม หากวันที่ในบัตรเข้าอุทยานแห่งชาติรามคำแหง เป็นคนละวันกับวันที่เข้ามาเที่ยวน้ำตก เสียค่าเข้าชาวไทยคนละ 10 บาท


    แผนที่ | พยากรณ์อากาศสุโขทัย | ความคิดเห็นบนเฟสบุค | ที่พัก
ติดต่อสอบถาม:
โทร. 0 5591 0000 , กรุงเทพฯ โทร. 0 2562 0760 หรือ http://www.dnp.go.th

โฆษณา Advertisement พื้นที่โฆษณา

Gallery รูปภาพ น้ำตกสายรุ้ง

การเดินทางสู่หมู่บ้านน้ำพุ

การเดินทางสู่หมู่บ้านน้ำพุ การเดินทางมาน้ำตกสายรุ้ง ก็มาได้หลายเส้นทาง ทั้งจากสุโขทัย และจากกำแพงเพชร โดยใช้เส้นทางทางหลวงหมายเลข 101 เป็นหลัก สำหรับในกรณีของผม ผมได้ค้างคืนที่อุทยานแห่งชาติรามคำแหง จากนั้นรุ่งเช้าผมตัดสินใจขับเข้ากำแพงเพชร เพราะในฤดูฝนไม่ใช่ฤดูที่เหมาะสมสำหรับการปีนเขาหลวง นอกจากจะชันแล้วสภาพดินบนเขาหลวงก็เป็นดินร่วนที่ค่อนข้างจะลื่นดินแบบนี้ไม่เกาะตัวแน่น ถ้าเราเหยียบลงไปดินจะทลายลงได้ง่าย ในปีนี้ (2555) เป็นปีที่มีฝนตกชุกในจังหวัดสุโขทัย มีเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากในอำเภอศรีสัชนาลัย นั่นเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญที่ทำให้ผมเพียงผ่านมาค้างแรมที่ที่ทำการและไม่พิชิตยอดเขาหลวงในทริปนี้
 เส้นทางจากอุทยานแห่งชาติรามคำแหงมุ่งหน้าไปกำแพงเพชร ผมเลือกเส้นทางเล็กๆ ผ่านพื้นที่ทุ่งนา แทนที่จะใช้เส้นทางหลักเข้าตัวอำเภอคีรีมาศ เส้นทางหมายเลข 1319 มาถึงบริเวณตำบลศรีคีรีมาศ มีทางแยกเข้าไปชม อ่างเก็บน้ำคลองช้างใน หรืออ่างเก็บน้ำท่าดินแดง ผมแวะเข้าไปเก็บภาพอ่างเก็บน้ำพอสมควรแล้วก็เดินทางต่อโดยใช้เส้นทางผ่านทุ่งนาโล่งกว้างไม่เข้าตัวเมือง ขับตรงตามทางอย่างเดียวไม่นานก็มาบรรจบทางหลวงหมายเลข 101 ตามเดิม ระยะทางประมาณ 6.5 กิโลเมตร เมื่อถึงทางหลวงหมายเลข 101 มุ่งหน้าไปทางกำแพงเพชรตามเดิม ระยะทาง 4.4 กิโลเมตร เราจะเห็นป้ายบอกทางเข้าน้ำตกสายรุ้งตั้งแต่จุดนี้ จากนั้นขับตามป้ายบอกทางไปเรื่อยๆ เป็นเส้นทางมุ่งหน้าไปบ้านน้ำพุ จากทางหลวงหมายเลข 101 เข้าน้ำตกสายรุ้งระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร พอดีเห็นท้องฟ้าสวยสดใสก็เลยเก็บภาพระหว่างการเดินทางมาด้วย

advertize
หน่วยพิทักษ์ รค. 1

หน่วยพิทักษ์ รค. 1 รค. ย่อมาจากรามคำแหง หน่วยพิทักษ์ฯ เป็นส่วนงานย่อยของที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ที่กระจายกันไปตามจุดที่เหมาะสมเพื่อป้องกันระวังการบุกรุกป่า และทำหน้าที่ดูแลความสะดวกปลอดภัยของนักท่องเที่ยวที่แวะเวียนเข้ามาเยี่ยมชมในพื้นที่ หากจ่ายค่าเข้าอุทยานแห่งชาติมาแล้วก็ไม่จำเป็นต้องเสียค่าเข้าน้ำตกสายรุ้งอีกรอบ (เฉพาะในวันเดียวกัน) ถ้าหากมุ่งตรงมาที่น้ำตกสายรุ้ง จะต้องเสียค่าเข้าคนละ 10 บาท นับว่าถูกมากสำหรับขาวไทย โดยปกติแล้วน้ำตกสายรุ้งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้ต้อนรับขับสู้ชาวต่างชาติไม่ใช่น้อยๆ ในแต่ละวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันธรรมดา ชาวต่างชาติมาพักผ่อนที่บ้านเราและชอบเที่ยวแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติ เท่าที่สังเกตุดูชาวต่างชาติจะชื่นชอบน้ำตกที่มีความเป็นธรรมชาติสูง คือมีคนมาเที่ยวน้อย มากกว่าเที่ยวน้ำตกที่มีการคมนาคมสะดวกมากเกินไปจนไม่เหลือสภาพป่า เพราะนักท่องเที่ยวเข้ามามากเกินไป พูดมาถึงตรงนี้ก็คิดถึงน้ำตกหลายแห่งที่สร้างทางเดินคอนกรีตเข้าไปจนถึงแอ่งน้ำซึ่งดูเหมือนว่าจะรบกวนสภาพป่ามากไปหน่อย แต่กลับเป็นที่ถูกใจของคนไทย (แอบบ่นนิดๆ แต่มันจริงนะ) เมื่อมาถึงที่หน่วยพิทักษ์ ผมพบว่าในวันธรรมดาไม่มีร้านค้ามาเปิดร้าน ดังนั้น อาหารเครื่องดื่มและเสบียงผมต้องไปหาเอาในหมู่บ้านน้ำพุ ที่อยู่ก่อนถึงหน่วยประมาณ 500 เมตร เมื่อซื้อของเท่าที่จำเป็นแล้วก็กลับเข้ามาติดต่อที่หน่วย ลงชื่อเพื่อเข้าชมน้ำตกสายรุ้ง เวลาประมาณ 10.30 น. ผมเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดที่เหมาะกับการเดินป่า เอาน้ำไปด้วย 2 ขวดเล็ก เดินไปอ่านป้ายตรงทางเข้าน้ำตก ระยะทางจากจุดเริ่มต้นไปถึงชั้นที่ 4 ประมาณ 1200 เมตร เป็นระยะเดินป่าที่สั้นมาก ถ้าเทียบกับการเดินป่าในทริปที่ผ่านๆ มา น้ำ 2 ขวดคงจะพอ ผมไม่เตรียมอาหารไปกินระหว่างเดินด้วยซ้ำ เพราะคิดว่าคงใช้เวลาไม่มากก็คงจะกลับมาถึงที่หน่วยพิทักษ์ฯ เพื่ออาบน้ำและเดินทางไปกำแพงเพชรเพื่อหาที่พัก

 ในกรณีที่มาเที่ยวกันในวันหยุดที่หน่วยพิทักษ์จะมีร้านค้ามาเปิดบริการให้ไม่ต้องกังวลสำหรับเรื่องนี้นะครับ พร้อมแล้วก็ออกเดินทางกันได้

ป้ายบอกทางน้ำตกสายรุ้ง

ป้ายบอกทางน้ำตกสายรุ้ง นี่ละครับข้อมูลการเดินทางของเรา น้ำตกสายรุ้งเป็นน้ำตกที่ตกลงมาจากยอดเขาสูงครับ ตอนขับรถเข้ามาก่อนจะถึงหมู่บ้านน้ำพุ เราก็มองเห็นน้ำตกสายนี้ได้อย่างชัดเจนแล้ว ระยะทางในการเดินเที่ยวน้ำตกสายรุ้งประมาณ 1200 เมตร แต่ชั้นแรกจะค่อนข้างไกลคือเกือบ 900 เมตร จากนั้นน้ำตกแต่ละชั้นจะอยู่ใกล้กันมาก เห็นแบบนี้แล้วนึกว่าจะเดินสบายๆ เจ้าหน้าที่บอกว่าน้ำตกแห่งนี้มี 5 ชั้น เหนือชั้นที่ 4 ขึ้นไปเป็นต้นน้ำ แต่ไม่ได้เปิดเส้นทางให้นักท่องเที่ยวขึ้นไป เพราะชั้น 4 เป็นผาสูง และอีกอย่างต้นน้ำมันค่อนข้างจะเล็กไม่สวยงามเท่าไหร่ ได้ข้อมูลจากเจ้าหน้าที่แล้วผมก็ออกเดิน มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติกลุ่มใหญ่ออกเดินล่วงหน้าผมไปพักใหญ่ๆ แล้วฉะนั้นตอนผมเดินเลยเหมือนเดินอยู่คนเดียว คิดว่าคงไม่เป็นไรเจ้าหน้าที่บอกว่าเส้นทางเดินเห็นชัดเจนอยู่แล้ว ดังนั้นก็ไปกันเถอะ

ข้ามลำธารครั้งแรก

ข้ามลำธารครั้งแรก จากจุดเริ่มต้นคิดว่าประมาณ 300-400 เมตร ผมก็มาถึงลำธารสายเล็กๆ ที่ไหลลงมาจากน้ำตก เห็นแบบนี้คิดว่าคงมีน้ำน้อย ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นลำธารของน้ำตกสายรุ้ง เพราะที่เห็นตกลงมาจากบนยอดเขามันใหญ่มากนี่นา เก็บความสงสัยเอาไว้ก่อนเดินไปเรื่อยๆ ก็คงจะได้คำตอบ

ข้ามลำธารครั้งที่ 2

ข้ามลำธารครั้งที่ 2 จากการข้ามลำธารสายแรก ระหว่างทางที่เดินขึ้นมาตามน้ำตก เสียงสายน้ำดังมาจาก 2 ทางทั้งซ้ายและขวา ระหว่างนั้นผมเลยเข้าใจว่าลำธารจากน้ำตกได้แบ่งออกเป็น 2 สาย จึงได้เห็นน้ำในลำธารสายแรกมันน้อยกว่าที่ควรจะเป็น การข้ามลำธารครั้งที่ 2 สายน้ำกว้างกว่ามาก ไม่มีทางเลี่ยงอื่นนอกจากเดินข้ามไปโดยต้องลุยน้ำ บรรยากาศการเดินท่ามกลางธรรมชาติที่มีเสียงสายน้ำไหลทั้งซ้ายและขวา กับความร่มรื่นของป่าที่อุดมสมบูรณ์แทบไม่รู้สึกเหนื่อยเลย

ลำธารสายรุ้ง

ลำธารสายรุ้ง ช่วงนี้เป็นช่วงที่น้ำในลำธารยังไม่ถูกแบ่งออกเป็น 2 สาย พื้นที่ริมธารมีด้านหนึ่งเป็นผาหินสูงตระหง่าน ทางเดินไปยังต้นน้ำตกอยู่เลียบธารฝั่งซ้ายมือ เส้นทางในการเดินป่ามองเห็นชัดเจนอย่างที่เจ้าหน้าที่บอกดูเหมือนทริปนี้จะราบรื่นไม่น่ามีปัญหาอะไรเกิดขึ้น แต่มันไม่เป็นอย่างที่คิด ติดตามอ่านเรื่องราวนับจากจุดนี้ให้ดีนะครับ บอกตรงๆ ว่าผมคงจะเป็นคนเดียวที่มาเที่ยวน้ำตกสายรุ้งแล้วหลงป่า

น้ำตกสายรุ้งชั้นเล็กๆ

น้ำตกสายรุ้งชั้นเล็กๆ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอย่างน้ำตก มีความหลากหลายและบางทีก็ทำให้รู้สึกขำๆ ในใจได้เหมือนกัน น้ำตกมากมายในประเทศไทยมีการนับชั้นที่ไม่เหมือนกัน บางแห่งสร้างฝายคอนกรีตขึ้นมาเห็นชัดๆ ว่าเป็นฝายแต่นับว่าเป็นชั้นหนึ่งของน้ำตก บางแห่งมีชั้นที่มีน้ำตกลงมาจากก้อนหินแต่ไม่นับชั้น น้ำตกสายรุ้งก็เป็นอีกแห่งหนึ่งที่ไม่ได้นับเอาชั้นเล็กชั้นน้อยแบบที่เห็นอยู่นี้ แต่ความรู้สึกของคนที่มาครั้งแรกขอเพียงมีสายน้ำไหลผ่านหินก็อยากจะหยุดถ่ายรูปเอาไว้ให้หมด หลังจากที่ถ่ายรูปๆ นี้แล้วผมก็มองหาเส้นทางที่จะเดินต่อไปและนี่ก็เป็นจุดเริ่มต้นของการ หลงป่า มองไปข้างหน้ามันไม่เห็นจะมีทางเดิน เห็นแต่ต้นไม้ใหญ่ริมธาร กับหินในลำธารซึ่งดูไม่เหมือนว่าจะเป็นทางเดิน ถ้าหินในธารเป็นทางเดินมันย่อมจะมีร่องรอยเท้าเหยียบผ่านไปจำนวนมาก ผมเริ่มมองหาทางอื่นที่น่าจะเป็นไปได้ มองสูงขึ้นไปบนเขาเห็นพื้นที่โล่งๆ เป็นเส้นตรงตามไหล่เขา ดูเหมือนจะเป็นแนวทางเดินที่คนมาเดินกันบ่อยทำให้มีที่โล่งๆ ยาวๆ เป็นเส้น แท้จริงแล้วมันเป็นลักษณะของป่าโปร่งไม่ค่อยมีต้นไม้ขนาดเล็กขึ้นปกคลุมดิน นอกจาต้นไม้ขนาดใหญ่เท่านั้น พื้นที่โล่งๆ ที่ว่ามันก็มีอยู่ทั่วไป แต่ตอนนั้นดันไปคิดว่ามันคือทางเดิน จากตรงนี้ไปคงต้องเดินขึ้นไปบนเขา ตามลักษณะของการเที่ยวน้ำตกที่อื่นๆ บางช่างเดินตามลำธาร บางช่วงก็ต้องเดินห่างออกจากน้ำตก คิดไปนั่น ก็คนไม่เคยมานี่เนาะ ว่าแล้วผมก็ปีนขึ้นไปบนเขาเป็นทางค่อนข้างชันทีเดียว

หลงป่าในน้ำตกสายรุ้ง

หลงป่าในน้ำตกสายรุ้ง ภาพที่ถ่ายมาให้ชมกันนี้เป็นภาพที่ผมหันหลังไปถ่าย เพื่อที่จะให้ดูกันว่ามันมีลักษณะโล่งๆ เหมือนทางเดินจริงๆ ผมก็แค่คิดว่าน้ำตกสายรุ้งอาจจะเป็นน้ำตกที่มีนักท่องเที่ยวไม่มากเท่าไหร่ทางเดินในป่าจึงไม่เตียนจนเห็นเส้นทางชัดเจนเหมือนน้ำตกอื่นๆ เมื่อเข้ามาในป่าแล้วก็ไม่มีทางอื่นคือต้องเดินหน้าต่อไป ดีว่าสภาพป่านั้นร่มรื่นจริงๆ ไม่งั้นก็คงจะเหนื่อยไม่น้อย

หลงป่าน้ำตกสายรุ้งกันต่อ

หลงป่าน้ำตกสายรุ้งกันต่อ เส้นทางข้างหน้าที่มองเห็นท่ามกลางป่าที่มีแต่ต้นไม้สูงๆ ส่วนชั้นล่างแทบจะไม่มีพืชเตี้ยๆ ชึ้นสักเท่าไหร่ ไม่ว่ามองไปทางไหนก็ดูเหมือนจะใช่ทางเดินไปซะหมด ผมนึกบ่นว่าเจ้าหน้าที่ ที่บอกว่าทางเดินมองเห็นชัดเจนไม่น่าจะหลงตอนที่ผมถามข้อมูลตอนแรก แต่ก็ไม่ได้กังวลมากเท่าไหร่ ถึงแม้ว่าจะเดินบนเขา ผมก็เดินเลียบสายน้ำ ไม่ยอมไปห่างว่างั้นเหอะ กะว่าถ้าทางเดินที่แท้จริงเป็นทางเดินเลียบลำธารผมก็คงจะไม่หลงไปไหนไกล เพราะเดินอยู่ข้างน้ำตกตลอดเวลา เพียงแต่ความสูงที่ผมเดินอยู่นี้มันสูงไม่ใช่น้อย ทางเดินขึ้นลงตามแนวเขา ขึ้นบ้างลงบ้าง ตอนนี้ผมเริ่มคิดแล้วละว่ามันคงจะผิดทาง แต่ไหนๆ ก็มาแล้วผมก็ว่าจะลองเดินไปเรื่อยๆ อีกสักพัก ปัญหาก็คือเดินบนเขาขึ้้นๆ ลงๆ แบบนี้มันเปลืองแรงน่าดู ผมหยิบขวดน้ำขึ้นมาจิบเป็นระยะๆ โห ไม่น่าเชื่อว่าน้ำที่เตรียมมา 2 ขวดเต็มๆ ตอนนี้เหลือไม่ถึงขวด เวลาที่เดินอยู่บนเขาประมาณชั่วโมงกว่าๆ เริ่มมั่นใจแล้วว่าผิดทาง บนเขาแห่งนี้พอจะมีรอยคนเดินอยู่บ้างเหมือนว่าจะเป็นชาวบ้านขึ้นมาเก็บของป่า แต่ดูยังไงๆ ก็ไม่ใช่ทางเดินเที่ยวน้ำตก ผมวางกระเป๋าและอุปกรณ์ทั้งหมดลงกับพื้นแล้วหาที่พอจะนั่งพักได้ นั่งพักให้หายเหนื่อยเพื่อที่จะหาทางเดินต่อไปว่าจะทำยังไงดี

ทางตันในป่า

ทางตันในป่า หลังจากที่เดินๆ พักๆ รวมเวลาได้ 2 ชั่วโมง ผมเดินมาเจอสภาพป่าที่ยากจะบอกได้ว่ามันเป็นทางที่มีคนเดินผ่าน ป่าแบบนี้แสดงให้เห็นว่ามันไม่ใช่ทางเดินแน่ๆ จากตรงนี้ผมไม่ต้องคิดอะไรมาก หาทางลงมาที่น้ำตกข้างล่าง เพื่อเดินเลียบธารไปจะดีกว่า ฟังจากเสียงของน้ำตกที่ตกลงมาจากผาสูง น้ำตกข้างล่างน่าจะเป็นชั้น 4 (ตอนนั้นคิดว่าน้ำตกมี 5 ชั้น แล้วชั้นที่ตกจากยอดเขาคือชั้น 5) เราก็เดินมาตั้งเกือบ 2 ชั่วโมง ระยะที่เดินได้ก็น่าจะหลายร้อยเมตร ป้ายบอกทางก็บอกอยู่ว่าน้ำตก 4 ชั้น มันแค่ 1200 เมตร ลงจากเขาตรงนี้ไปคงไม่ต่ำกว่าชั้น 4 เริ่มแรกที่เดินเข้ามา เจ้าหน้าที่บอกว่าให้เดินถึงชั้น 4 ก็พอ ผมก็คิดว่าน้ำตกจากเขาสูงนั้นเป็นชั้น 5 และมีทางเดินไปทางเดียวคือขึ้นเขามาเหมือนผม ถ้าเดินต่อไปเรื่อยๆ ผมคงไปถึงชั้น 5 เพราะยอดเขานี้จะไปไหนไม่ได้นอกจากตรงไปที่น้ำตก ที่เจ้าหน้าที่บอกให้เดินแค่ 4 ชั้น คงหมายถึงทางเดินเลียบลำธาร ซึ่งเดินง่ายกว่าสบายกว่าการเดินบนเขาไปชั้น 5 นี่คือความคิดเหมาเอาเองทั้งหมดครับวิเคราะห์แบบมั่วๆ ตามความเข้าใจ

 เอาละลองลงไปดูน้ำตกดีกว่า ถ้าเดินมาถึงชั้น 4 แล้วก็ถ่ายรูปไปก่อนส่วนจะเดินต่อไปชั้น 5 หรือจะเดินกลับเป็นชั้น 3 2 1 ตามลำดับก็ว่ากันไปเพราะเลยเที่ยงแล้ว ใช้แรงไปก็มาก เริ่มจะหิวขึ้นมาแล้วสิ


น้ำตกสายรุ้งจากยอดเขา

น้ำตกสายรุ้งจากยอดเขา ก่อนที่หาทางเดินลงมาจากเขาที่เดินผิดทาง ผมเห็นน้ำตกสายรุ้งตกลงมาจากยอดเขาดูเป็นภาพที่สวยงาม สิ่งที่ต้องทำคือมองหาช่องว่างระหว่างต้นไม้ใหญ่ที่ค่อนข้างจะหายาก ตั้งกล้องให้ได้มุมสวยๆ หลบใบไม้ให้มากที่สุดแล้วเก็บภาพนี้มา ด้วยความที่ยังเข้าใจว่าน้ำตกที่เห็นตรงหน้านี้เป็นชั้นที่ 5 ผมมั่นใจมากในตอนนั้นว่าถ้าผมลงจากเขามาผมจะต้องยืนอยู่ไม่ไกลจากชั้น 4 สักเท่าไหร่ จากชั้น 4 คงไม่มีทางเดินไปชั้น 5 นอกจากกลับขึ้นมาบนเขา เป็นความคิดในตอนนั้น แต่ผมไม่สนใจแล้วถ้าสุดท้ายจะได้แค่ 4 ชั้นก็คงไม่เป็นไร เพราะความเหนื่อยกับความหิวมันเริ่มมารังควาน ร้านอาหารในหน่วยพิทักษ์ก็ไม่เปิด ออกจากน้ำตกได้แล้วต้องขับเข้าหมู่บ้านไปหาของกินอีก หลังจากเก็บภาพนี้ได้ผมก็มองหาแต่ทางลงจากเขาซึ่งชันมาก

กลับมาที่ลำธารสายรุ้ง

กลับมาที่ลำธารสายรุ้ง หลังจากที่เก็บภาพและพักจนหน่ายเหนื่อยเป็นปกติดีแล้ว ตอนนี้ผมคิดว่าการลงไปที่น้ำตกคงจะเป็นทางที่ดีที่สุดแล้วก็หาทางเดินเก็บภาพชั้นล่างๆ ลงไปเรื่อยๆ ถ้าไม่มีทางให้เดินกลับก็ค่อยหาทางปีนขึ้นมาที่เดิมแล้วเดินกลับทางเก่า อย่างน้อยก็ได้ภาพ ถ้าจะเดินต่อไปบนเขาอย่างมากก็ได้ชั้นสูงสุดชั้นเดียวและเหนื่อยมากด้วย ทางลงจากเขามาที่น้ำตกมันไม่มีหรอกครับ มันชันมากเกือบ 90 องศา ก็เลยหาหินเหยียบค่อยๆ ก้าวลงมากึ่งไถลเอา ดินที่นี่ร่วนมาก หินที่เรียงรายอยู่บนดินดูเหมือนจะเหยียบได้แต่พอเหยียบลงไปทั้งหินทั้งดินทั้งคนก็ไหลลงมาด้วยกัน หินบางก้อนขนาดตั้ง 2 ฟุต นึกว่าจะมั่นคงแข็งแรง แต่ที่จริงมันเหมือนวางแปะไว้กับดินเฉยๆ พอเหยียบลงไปหินก้อนนั้นก็ไหลลงมากระแทกกับหินก้อนใหญ่แตกเป็น 2 ส่วน แต่เอาเถอะ ยังไงเราก็ลงมาได้แล้ว ดีที่มีต้นไม้ขึ้นอยู่เยอะพอให้เหนี่ยวไว้ได้ บริเวณที่ผมลงมาจากเขา คิดว่าเป็นชั้น 4 นี้ มองไปข้างหน้าจะเห็นหินจำนวนมากมายแผ่นใหญ่ๆ เหมือนถล่มลงมาเต็มลำธาร แล้วก้อนเล็กๆ จะไปอาศัยอะไรได้ละ

ทางไถลลงจากเขา

ทางไถลลงจากเขา สภาพของทางที่ผมไถลลงมา

น้ำตกสายรุ้ง ชั้น 2

น้ำตกสายรุ้ง ชั้น 2 พอเดินต่อไปอีกหน่อย ที่คิดไว้ในสมองว่าอย่างน้อยเราต้องอยู่ชั้น 4 พอได้เห็นป้ายที่ปักไว้ข้างน้ำตก เขียนว่า น้ำตกสายรุ้งชั้นที่ 2 เท่านั้นแหละ เข่าอ่อนไปหมดเลยครับ เดินบนเขาตั้งนานคิดว่าไม่ต่ำกว่า 800 เมตร พอลงมาเพิ่งจะเป็นชั้น 2 เท่านั้น โหย เล่นเอาท้อเลยครับ ท้องมันก็เริ่มจะหิวมากขึ้นๆ ทุกทีแล้วสิ ทำไงดีละคราวนี้ก็คงต้องเดินต่อไปอีก

น้ำตกสายรุ้ง ชั้น 3

น้ำตกสายรุ้ง ชั้น 3 จากชั้นที่ 2 มีทางเดินข้างน้ำตกมายังชั้น 3 ค่อนข้างชันหน่อย แต่ระยะห่างกันไม่กี่สิบเมตรเท่านั้นเอง เดินไม่กี่ก้าวก็ได้เห็นน้ำตก ผมกลัวว่าถ้าเดินต่อจากตรงนี้ไป จะมองเห็นน้ำตกไม่ชัด พอเห็นช่องผมก็ตั้งขาตั้งแล้วก็ถ่ายรูปนี้มา ดีกว่าเดินต่อไปแล้วต้นไม้จะบังน้ำตกซะหมด

น้ำตกสายรุ้ง ชั้น 3

น้ำตกสายรุ้ง ชั้น 3 ที่ไหนได้ ที่คิดว่าเดินต่อมาอีกหน่อยต้นไม้จะบังน้ำตกจนไม่มีมุนได้ถ่ายรูปน้ำตกเต็มๆ พอเอาเข้าจริง ตรงนี้กลับมีจุดชมวิวน้ำตกสายรุ้งที่สวยงามมาก มีโต๊ะให้นั่งพักผ่อน มีลานกว้างๆ สำหรับหามุมสวยๆ แถมเงาร่มไม้ใหญ่ ก็ทำให้บริเวณนี้ไม่ร้อนเลย ผมจัดแจงตั้งขาตั้งกล้อง เอากระเป๋าวาง ตอนนี้ต้องรอเวลาให้แดดร่มลมตก เพื่อให้ถ่ายรูปน้ำตกให้สายน้ำสวยๆ การรอคอยที่ไม่มีกำหนดก็เริ่มขึ้น วันนี้เป็นวันฟ้าเปิดหลังจากที่ฝนตกหนักมาเป็นเวลาหลายวันจนน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมสุโขทัยในบางพื้นที่ วันนี้ท้องฟ้าเลยปราศจากเมฆ การรอคอยคราวนี้ดูเหมือนจะยาวนานจนไม่รู้ว่าจะต้องรอกี่ชั่วโมง แต่ก็ต้องรอต่อไป

 น้ำตกสายรุ้งชั้นที่ 3 เป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่มาก สำหรับคนที่เดินป่าไม่เก่ง ไม่ชอบเดินไกล อย่างน้อยๆ ควรจะได้เดินมาชมความสวยงามของน้ำตกชั้นนี้ ส่วนทางเดินไปยังชั้น 4 เรียกได้ว่าค่อนข้างต้องออกแรงมาก

สายน้ำฟุ้งที่รอคอย

สายน้ำฟุ้งที่รอคอย เวลาผ่านไปเกือบ 2 ชั่วโมงที่ผมรอจะกดชัตเตอร์ทันทีที่แดดร่ม เมฆก้อนเหนึ่งมาบังดวงอาทิตย์ไว้ชั่วคราว ตอนนี้ก็ บ่าย 2 โมงครึ่ง ดูเหมือนว่าเมฆก้อนนี้จะบังแดดให้ผมได้พักใหญ่ ผมรีบกดชัตเตอร์เก็บภาพ แล้วรีบเก็บของเก็บขาตั้งมุ่งหน้าไปชั้นที่ 4 ผมหวังว่าเมฆก้อนนี้จะบังแดดได้นานพอให้ผมเดินไปที่นั่น การทำงานแข่งกับเวลาก็เริ่มขึ้น

การปีนไปยังน้ำตกชั้นที่ 4

การปีนไปยังน้ำตกชั้นที่ 4 จากน้ำตกชั้นที่ 3 มีทางเดินอยู่ข้างน้ำตก ปีนหินนิดหน่อยจะมีบันไดพาดไว้ให้ 2 ช่วงด้วยกัน จากนั้นก็จะต่อด้วยทางเดินขึ้นเขา ที่เรียกว่ามีแต่ขึ้นกับขึ้น มองลงไปทางด้านหลังจะเป็นอย่างที่เห็น มาถึงจุดนี้แล้วก็เหนื่อยเอาการ สำหรับคนที่ท้องว่างเวลาบ่าย 3 นี่มันไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เลย เดินไปก็คิดถึงแต่ของกิน

บันไดช่วงสุดท้าย

บันไดช่วงสุดท้าย บันไดที่พาดไว้ข้างล่าง ยังไม่เท่าไหร่ พอเดินมาถึงตรงนี้เจอบันไดตั้งแบบเกือบ 90 องศา แถมเถาวัลย์และรากไม้ก็เกะกะไปหมด การสะพายกระเป๋ากล้องกับขาตั้งกล้องผ่านตรงนี้ไม่ง่ายเลย เพราะกิ่งไม้ รากไม้ เกี่ยวกระเป๋าตลอด เฮ้อ กว่าจะผ่านไปได้

น้ำตกสายรุ้งชั้นที่ 4

น้ำตกสายรุ้งชั้นที่ 4 สำหรับคนที่เคยไปแล้ว เห็นชื่อภาพที่ผมตั้งชื่อว่าน้ำตกสายรุ้งชั้นที่ 4 ก็อย่าเพิ่งโวยวายเลยครับ ตอนนั้นผมไปครั้งแรก และคิดว่ามันคือชั้น 4 จริงๆ ที่ไหนได้มารู้ทีหลังจากเจ้าหน้าที่ว่าชั้นนี้เค้าไม่นับ โห สวยขนาดนี้ถ้าเป็นน้ำตกอื่นนับชั้นแน่ๆ ข้างล่างของชั้นนี้มีแอ่งน้ำแต่ไม่กว้างเท่าไหร่ ไม่มีคนมาลงเล่นน้ำ คงเป็นเพราะผมมาวันธรรมดาด้วยแหละ ส่วนที่ชั้นอื่นๆ อย่างชั้น 3 ที่ว่าสวยๆ ก็มีแอ่งน้ำที่ทั้งเล็กทั้งตื้น ชั้น 2 ยิ่งไปใหญ่ไม่มีแอ่งน้ำ คนมาเที่ยวน้ำตกสายรุ้ง คงต้องหาที่ลงเล่นน้ำในลำธารเท่านั้น ตรงน้ำตกแต่ละชั้นมันไม่ค่อยมีแอ่ง

น้ำตกสายรุ้ง

 

เดินต่อไปสู่น้ำตกไหลลงจากภูผา

เดินต่อไปสู่น้ำตกไหลลงจากภูผา จากน้ำตกชั้นที่ผมคิดว่าเป็นชั้น 4 มีทางเดินต่อไปยัง ชั้น 5 แต่ขอบอกไว้ก่อนว่า จากชั้น 3 มาชั้น 4 เมื่อกี้นี้ว่าชันแล้ว ตรงช่วงนี้จะชันยิ่งกว่า ทางเดินที่ขึ้นลูกเดียวนี้ ทำเอาคนที่หิวมากเป็นทุนเดิมอย่างผม เกิดอาการหน้ามืดเป็นพักๆ ได้เหมือนกัน ผมมองไปรอบๆ บริเวณ และได้เห็นว่า ยอดเขาที่ผมเดินตอนหลงทาง มันมาบรรจบกับจุดที่ผมยืนอยู่นี่แหละ ว่าแล้วเชียว ว่าบนเขามันต้องมาน้ำตกชั้นที่สูงสุดนี้ได้ แต่ก็อย่าเลยผมไม่แนะนำให้เดินเหมือนผม ผมว่าเดินตามน้ำตกมาเรื่อยๆ นี่แหละสบายกว่าเยอะ

ชั้นที่ 4 ของจริง

ชั้นที่ 4 ของจริง เส้นทางเดินจากตรงนี้ไปดูเหมือนว่าจะรกๆ ครับ คงเป็นเพราะว่าไม่ค่อยมีคนจะเดินมากเท่ากับช่วงที่ผ่านมา คนที่เดิน สวนกับผมลงไปบอกว่าเป็นทางตัน เจ้าหน้าที่ไม่ได้ถางป่าเป็นทางเดินไว้ให้ เป็นข้อมูลที่ได้ฟังมาจากคนที่ขึ้นมาก่อน ผมถ่ายรูปน้ำตกสายรุ้งชั้นที่ 4 ที่อยู่ท่ามกลางขุนเขาและดูยิ่งใหญ่และสวยงามมากนี้ ถ่ายไปเรื่อยๆ ได้หลายรูปหลายมุม ผมคิดว่าผมจะจบการเดินทางไว้ที่นี่ หลังจากนี้แล้วก็จะกลับลงไปกินข้าวเป็นการด่วน และที่สำคัญต้องไปแวะชั้นที่ 1 ใหม่ เพราะตอนที่หลงทางมันไม่ผ่านชั้น 1

น้ำตกสายรุ้ง ความสุขเล็กๆ ที่เส้นชัย

น้ำตกสายรุ้ง ความสุขเล็กๆ ที่เส้นชัย หลังจากที่กลับลงมาที่หน่วยพิทักษ์อุทยานและได้คุยกับเจ้าหน้าที่ระหว่างที่นั่งพักให้เหงื่อแห้ง ก่อนที่จะอาบน้ำ เจ้าหน้าที่บอกว่าชั้นสูงๆ ที่เห็นลงมาจากผานี่แหละที่เรียกว่าชั้น 4 ส่วนชั้น 5 มันเป็นต้นกำเนิดน้ำ ซึ่งเป็นธารสายเล็กๆ ไม่สวยงามเท่ากับที่น้ำตก เคยมีการเดินสำรวจแต่หลังจากพบว่าทางเดินมันค่อนข้างอันตราย จึงไม่เปิดให้สำหรับนักท่องเที่ยว แต่สำหรับน้ำตกที่ตกจากผาสูง อันเป็นจุดไฮไลท์ของน้ำตกสายรุ้งนั้น มีทางเดินไปถึงได้ ไปยืนถ่ายรูปสวยๆ คู่กับน้ำตกสายรุ้งบนโขดหินใหญ่แบบใกล้ๆ นอกจากนั้น ถ้าอยากเห็นสายรุ้งก็ต้องเดินเข้าไปอีก จึงจะได้เห็นที่มาของชื่อน้ำตกสายรุ้ง แม้ว่าจะมารู้ทีหลังแต่ผมก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว นอกจากอาบน้ำแล้วเดินทางไปกำแพงเพชรต่อเพื่อหาที่พักสำหรับคืนนี้

 รู้แบบนี้แล้วอย่าเดินหลงทาง แล้วไปให้ถึงน้ำตกสายรุ้งกันนะครับ สำหรับผมคงมีโอกาสได้ไปเก็บภาพซ่อม ไม่วันใดก็วันหนึ่ง แล้วจะมาอัพเดตกันให้ชมใหม่

น้ำตกสายรุ้งชั้นที่ 1

น้ำตกสายรุ้งชั้นที่ 1 นี่ก็เป็นน้ำตกชั้นที่ผมไม่เห็น เพราะหลงป่าไปก่อน ตอนเดินกลับมาถูกทางเลยได้เก็บภาพน้ำตกสายรุ้งชั้นแรกมาให้ชม ลำธารที่เริ่มต้นจากน้ำตกชั้นนี้เป็นต้นไปเป็นลำธารที่ไม่ลึกมาก น้ำไหลตลอดเวลา มีคนลงเล่นน้ำกันเยอะ ก็คงจะเป็นอย่างที่เล่ามา คือน้ำตกชั้นอื่นๆ มันก็หาแอ่งน้ำลงเล่นยาก น้ำตกสายรุ้งน่าจะเหมาะกว่าถ้ามาเที่ยวชมความสวยงาม แทนที่จะเป็นที่สำหรับลงเล่นน้ำ

อาทิตย์อัสดงสวยๆ

อาทิตย์อัสดงสวยๆ ออกเดินทางจากน้ำตกสายรุ้งหลังจากอาบน้ำอาบท่าเรียบร้อยแล้ว ระหว่างจะไปกำแพงเพขร ผมสามารถใช้เส้นทางผ่านอำเภอพรานกระต่าย ซึ่งใกล้กว่าเส้นทางหลักอยู่หลายกิโล พอขับไปเรื่อยๆ ผ่านทุ่งนากว้างใหญ่ 2 ข้างทาง เห็นต้นไม้ต้นหนึ่งกลางทุ่งนา มีพระอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้า ผมจอดรถข้างทางแล้วถอยหลังมาเพื่อให้ได้มุมต้นไม้บังดวงอาทิตย์แบบพอดีๆ เก็บภาพวิวพระอาทิตย์ตกสวยๆ แบบนี้มาให้ชมกัน

ปิดท้ายด้วยภาพนกฟีนิกซ์ทะยานฟ้า

ปิดท้ายด้วยภาพนกฟีนิกซ์ทะยานฟ้า จบทริปแบบสวยงาม หลังจากที่พระอาทิตย์ลับหายไปจากขอบฟ้าเหลือเพียงแสงสีที่ไม่ซ้ำกันในแต่ละวันให้เราได้มีโอกาสเก็บภาพสวยๆ พอมีเมฆก่อตัวเป็นรูปร่างเราก็ใช้จินตนาการเข้าไปประกอบ สิ่งที่เห็นในเย็นวันนี้เหมือนนกฟีนิกซ์กำลังโผบินอยู่บนท้องฟ้า ดูเหมือนว่ามุมในภาพสุดท้ายนี้มันดูคล้ายๆ มุมกล้องในภาพแรกเลยเนาะ อำลาด้วยภาพนี้เลยครับ...


    แผนที่ | พยากรณ์อากาศสุโขทัย |




ความคิดเห็นบนเฟสบุค