หน้าหลัก >> เพชรบุรี >> ถ้ำเขาหลวง

ถ้ำเขาหลวง



อำเภอเมือง จ.เพชรบุรี อยู่บนเขาหลวง ห่างจากเขาวังประมาณ 5 กิโลเมตร จากเชิงเขามีบันไดคอนกรีตนำสู่ทางลงถ้ำ เขาหลวงเป็นภูเขาขนาดเล็กมีความสูง 92 เมตร มีหินงอกหินย้อยสวยงาม ภายในมีปล่องที่แสงอาทิตย์สามารถส่องเข้ามาภายในถ้ำได้ทำให้สวยงามยิ่งขึ้น ถ้ำเขาหลวงถือเป็นถ้ำใหญ่และสำคัญที่สุดในเมืองเพชร พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ เคยเสด็จประพาสและทรงบูรณะพระพุทธรูปเก่าแก่ภายในถ้ำ ตรงทางเข้าเชิงเขาหลวงด้านขวามือมีวัดใหญ่อยู่วัดหนึ่ง ชาวเมืองเรียกว่า วัดถ้ำแกลบ ปัจจุบันชื่อ "วัดบุญทวี" ซึ่งเป็นวัดใหญ่ น่าชมมาก เพราะท่านเจ้าอาวาสวัดนี้เป็นช่าง ได้ออกแบบและสร้างศาลาการเปรียญที่ใหญ่โต ประตูโบสถ์เป็นไม้สลักลายสวยงามมาก วัดถ้ำแกลบนี้มีตำนานเล่าว่า ปากถ้ำแกลบที่วัดนี้คือ ทางเข้าสู่เมืองลับแลอันเป็นเมืองที่มีแต่หญิงสาวทั้งนั้น แต่ก็เป็นเพียงตำนานของชาวเมืองเพชรนับร้อยปีมาแล้ว


    แผนที่ | พยากรณ์อากาศเพชรบุรี | ความคิดเห็นบนเฟสบุค | ที่พัก
ติดต่อสอบถาม:
ททท. สำนักงานเพชรบุรี โทร. 0 3247 1005-6
http://www.tourismthailand.org/phetchaburi

โฆษณา Advertisement พื้นที่โฆษณา

Gallery รูปภาพ ถ้ำเขาหลวง

เขาหลวง

เขาหลวง จากการเดินทางเพียงไม่กี่ชั่วโมง กรุงเทพฯ-เพชรบุรี ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 หรือเพชรเกษม ตรงเข้าตัวเมืองเพชรบุรีตรงทางแยกต่างระดับไปชะอำ เมื่อตรงเข้าไปเรื่อยๆ จะเป็นเชิงเขาวังหรือพระนครคีรี ถึง 3 แยก เลี้ยวซ้ายจากนั้นตรงอย่างเดียวไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตรเศษ เราจะมาถึงทางขึ้นเขาหลวง ซึ่งมีป่าอุดมสมบูรณ์ มีป้ายเขาหลวงขนาดใหญ่อย่างที่เห็น จุดนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่เราจะได้เห็นลิงจำนวนมากที่อาศัยอยู่ที่นี่มาเดินขออาหารจากนักท่องเที่ยว

advertize
ลิงเขาหลวง

ลิงเขาหลวง เพียงแค่เลี้ยวขึ้นเขาไม่นานจะมีลิงจำนวนมากวิ่งตรงเข้ามาหาเราเพื่อขออาหารแบบนี้เลย ให้ขับขี่ด้วยความระมัดระวังเดี๋ยวจะทำให้ลิงบาดเจ็บได้นะครับ บริเวณนี้จะมีทางแยกเข้าไปทางขวามือเป็นทางเข้าค่ายลูกเสือเขาหลวง จังหวัดเพชรบุรีด้วย

จุดเริ่มต้นการเดินเข้าถ้ำเขาหลวง

จุดเริ่มต้นการเดินเข้าถ้ำเขาหลวง เมื่อมาถึงสุดทางบนเขาหลวง จะมีลานจอดรถขนาดใหญ่มาก มีศูนย์บริการนักท่องเที่ยว มีนิทรรศการให้ได้ศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับเขาหลวงอยู่ด้านใน ลานจอดรถมีร้านค้าขนมเครื่องดื่มและตุ๊กตาจระเข้ไว้บริการ เพราะลิงจะกลัวตุ๊กตารูปจระเข้ และไม่มาเล่นบนรถของเราซึ่งอาจจะทำให้รถเลอะเทอะได้

บันไดสู่ถ้ำเขาหลวง

บันไดสู่ถ้ำเขาหลวง หลังจากที่จอดรถเป็นที่เรียบร้อยไปแล้ว จากจุดนี้ไปก็จะเป็นทางเดินอันร่มรื่นมีต้นไม้ใหญ่อยู่ 2 ข้างทาง บันไดนี้ยาวไม่มากเดินประมาณ 2 นาทีก็จะถึงปากถ้ำ เพื่อให้ได้ความรู้เกี่ยวกับถ้ำเขาหลวงให้มากขึ้นเราใช้บริการไกด์เยาวชนของที่นี่ซึ่งจะเป็นเหล่าเด็กๆ ที่มาหารายได้พิเศษในวันหยุด ไกด์ตัวน้อยพาเราเดินอย่างคล่องแคล่วนำหน้าไปยังปากถ้ำเขาหลวง

ปากทางเข้าถ้ำเขาหลวง

ปากทางเข้าถ้ำเขาหลวง เป็นซุ้มประตูสร้างด้วยคอนกรีตอย่างดีมีบานประตูปิด-เปิด ปากถ้ำเขาหลวงแห่งนี้จะปิดเวลาประมาณ 16.00 น. เพราะปกตินักท่องเที่ยวจะเข้ามาเยี่ยมชมความสวยงามของภ้ำเขาหลวงควรจะมาในเวลาประมาณ 10.30 - 14.00 น. เพื่อที่จะได้เห็นลำแสงส่องลงมาจากเพดานถ้ำ

บันไดลงถ้ำเขาหลวง

บันไดลงถ้ำเขาหลวง ถ้ำแห่งนี้เวลามาเที่ยวจะต้องเดินลงบันไดครับ ปากถ้ำอยู่ด้านล่าง ซุ้มประตูและบันไดแห่งนี้ได้ข้อมูลมาจากไกด์ตัวน้อยของเราว่าสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๕ และเป็นฉากหนึ่งในการถ่ายทำภาพยนตร์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ตอนเข้าโจมตีเมืองคังด้วย

บันไดถ้ำเขาหลวง

บันไดถ้ำเขาหลวง ตอนนี้เรายังคงเก็บภาพจากมุมสูงบนบันไดที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๕ เดิมทีเดียวบันไดเข้าสู่ถ้ำเขาหลวงแห่งนี้สร้างในสมัยรัชกาลที่ ๔ มาแล้ว 1 ครั้ง เป็นงานสร้างแบบก่ออิฐ หลังจากนั้นพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ โปรดให้รื้อถอนบันไดเดิมแล้วสร้างใหม่เป็นบันไดก่ออิฐถือปูน เศษอิฐที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๔ ยังคงมีหลงเหลืออยู่ด้านล่างที่พื้นถ้ำ จะว่าไปแล้วบันไดลงปากถ้ำเขาหลวงค่อนข้างสูงชันอยู่เหมือนกันครับแต่โชคดีที่มีไม่กี่ขั้น

ปากถ้ำเขาหลวง

ปากถ้ำเขาหลวง เป็นภาพที่เราจะได้เห็นความสวยงามของถ้ำแห่งนี้เมื่อเราเดินลงไปสุดขั้นบันไดแล้วมองย้อนกลับขึ้นมาตรงซุ้มประตูครับ

ถ้ำเขาหลวง

ถ้ำเขาหลวง ห้องแรกของถ้ำเขาหลวงจากทั้งหมด 5 ห้อง ห้องแรกนี้อยู่ที่เชิงบันไดทางลงมาพอดี สิ่งสำคัญในถ้ำเขาหลวงห้องแรกก็คือ รอยพระพุทธบาทจำลอง ซึ่งมีอยู่ 3 รอย ในจังหวัดเพชรบุรี ได้แก่ รอยพระพุทธบาทถ้ำเขาหลวง รอยพระพุทธบาทวัดใหญ่สุวรรณาราม และ รอยพระพุทธบาทเขาย้อย (พระพุทธบาททอง) รอยพระพุทธบาทในห้องที่ 1 ของถ้ำเขาหลวงเป็นรอยพระพุทธบาทจำลองแห่งแรกของจังหวัด สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๔ พ.ศ.2401 มีพระพุทธรูปปางมารวิชัยประดิษฐานอยู่ด้านข้าง ทั้งหมด 11 องค์ สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา

พระพุทธรูปถ้ำเขาหลวง

พระพุทธรูปถ้ำเขาหลวง เป็นพระพุทธรูปที่ประดิษฐานเดี่ยว มีขนาดใหญ่กว่าพระพุทธรูปปางมารวิชัยองค์อื่นๆ เล็กน้อย ประดับด้วยซุ้มที่สวยงามมีอยู่ในห้องต่างๆ ของถ้ำเขาหลวง ส่วนองค์นี้อยู่ในห้องแรก


บันไดถ้ำเขาหลวง

บันไดถ้ำเขาหลวง ภาพของบันไดแบบเต็มๆ จนถึงปากทางเข้าซุ้มประตู เป็นบันไดที่สูงมากครับ

ถ้ำเขาหลวง

ถ้ำเขาหลวง เมื่อเข้ามาในห้องที่สองซึ่งมีลักษณะเป็นห้องโถงใหญ่ มองกลับหลังออกไปตรงทางที่เดินเข้ามามีลักษณะคล้ายซุ้มประตู 2 ซุ้ม มีแสงสว่างจากด้านนอกส่องลอดเข้ามาเป็นภาพที่สวยงามอีกภาพหนึ่งของภ้ำเขาหลวงแห่งนี้

พระพุทธรูปปางนาคปรก

พระพุทธรูปปางนาคปรก จุดเด่นอย่างหนึ่งของถ้ำเขาหลวงคือมีหินงอกหินย้อยขนาดใหญ่อยู่ภายในถ้ำ หลายจุดจะเห็นหินงอกหินย้อยเหล่านี้มาบรรจบกันพอดีเหมือนเสาใหญ่ในถ้ำ จึงได้มีการนำพระพุทธรูปปางต่างๆ มาประดิษฐานอยู่บนหินงอกหินย้อยที่มีพื้นที่กว้างๆ ภาพพระพุทธรูปปางนาคปรกองค์นี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งจากทั้งหมด

เสากลางถ้ำเขาหลวง

เสากลางถ้ำเขาหลวง อีกภาพหนึ่งของบริเวณถ้ำเขาหลวงจะเห็นพระพุทธรูปปางปรินิพพาน อยู่ด้านขวามือ ที่เสากลางขนาดใหญ่ประดิษฐานพระพุทธรูปหลายองค์ตามจุดต่างๆ ส่วนด้านซ้ายก็จะเป็นพระพุทธรูปปางนาคปรกที่ประดิษฐานอยู่เหนือหินงอกขนาดใหญ่

ถ้ำเขาหลวง

ถ้ำเขาหลวง ภาพที่เป้นจุดเด่นที่สุดที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเยี่ยมชมถ้ำเขาหลวงก็คือภาพลำแสงที่ส่องสว่างลงมาจากเพดานถ้ำอันมีโพรงขนาดใหญ่มากๆ ลำแสงนี้จะส่องลงมาบริเวณลานหน้าพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่เรียกกันว่าหลวงพ่อโต สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองเพชรบุรีอีกองค์หนึ่ง พระพุทธรูปปางมารวิชัยองค์ใหญ่นี้สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๔ เชื่อกันว่ามาขอพระหลวงพ่อโตได้คนละ 1 ข้อ จะสำเร็จสมความปรารถนา

 บริวเณเบื้องขวาขององค์พระจะมีเจดีย์องค์เล็กๆ มีลักษณะรูปแบบการสร้างแตกต่างกันไปอยู่ 3 องค์ และมีพระพุทธรูปประดิษฐานเรียงรายอยู่ทั้งด้านข้างและด้านหลังของหลวงพ่อโตอีกหลายองค์

 ลำแสงที่ส่องลงมาจากเพดานถ้ำเขาหลวงจะทำมุมแตกต่างกันไปในแต่ละช่วงของเวลา และฤดูกาล ฤดูหนาวจะมีมุมแตกต่างจากฤดูร้อนอย่างเห็นได้ชัด ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเข้าชมถ้ำเขาหลวงคือ 10.30 น. - 14.00 น.

หลวงพ่อโต

หลวงพ่อโต พระพุทธรูปในภ้ำเขาหลวงห้องที่ 2 มีจำนวนมากเรียงเป็นแนวเส้นตรงทั้งด้านข้างและด้านหลังขององค์หลวงพ่อโต

พระพุทธรูปปางปรินิพพาน

พระพุทธรูปปางปรินิพพาน เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๔ มีความยาว 14 เมตร ในสมัยรัชกาลที่ ๔ สร้างได้เพียงครึ่งองค์ (9 เมตร) ก็เสด็จสวรรคตเสียก่อน ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๕ ได้โปรดฯ ให้สร้างต่ออีก 5 เมตร จนแล้วเสร็จสมบูรณ์

 บริเวณใกล้กับพระพุทธรูปปางปรินิพพานองค์นี้จะมีพระสังกัจจายน์ ประดิษฐานอยู่ เป็นพระที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ ๔

ถ้ำเขาหลวงห้องที่

ถ้ำเขาหลวงห้องที่ 4 หลังจากที่เดินเลยพระพุทธรูปปางปรินิพพานมาอีกหน่อยจะมีซุ้มประตูโค้งกั้นระหว่างห้องที่ 3 และห้องที่ 4 ของถ้ำเขาหลวง ภายในห้องที่ 4 จะมีพระเจดีย์ขนาดเล็กอีก 3 องค์ และมีพระพุทธรูปปรายล้อมอยู่ตามผนังของถ้ำ

 เจดีย์องค์สีทององค์ใหญ่ในห้องนี้ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุไว้บนยอด และส่วนปล้องไฉนสร้างด้วยทองคำแท้สมัยรัชกาลที่ ๔

พระพุทธรูปเก่าที่สุดในถ้ำเขาหลวง

พระพุทธรูปเก่าที่สุดในถ้ำเขาหลวง พระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่ประดิษฐานอยู่บนฐานประดับด้วยซุ้มอย่างสวยงามนี้ มีอยู่องค์หนึ่งเป็นพระพุทธรูปไม้สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ได้โปรดฯ ให้สร้างพระพุทธรูปปูนปั้นครอบไว้อีกชั้นหนึ่งด้วยเกรงว่าพระพุทธรูปสร้างด้วยไม้ เวลาผ่านนานไปจะชำรุดลง เบื้องหลังพระพุทธรูปปรากฏแผ่นศิลาจารึกในสมัยรัชกาลที่ ๔ เนื้อหาโดยย่อให้เข้าใจง่ายขึ้นว่า
"เทวดา หรือมนุษย์ผู้ใดได้มากราบไหว้พระพุทธรูปองค์นี้นับว่าเป็นวาสนาดี"

ทางเดินในถ้ำเขาหลวง

ทางเดินในถ้ำเขาหลวง จากห้องที่ 4 ไปยังห้องสุดท้ายของถ้ำเขาหลวงเราจะสังเกตได้ว่าพื้นทางเดินปูด้วยดิฐซึ่งมีขนาดรูปร่างเท่าๆ กันไปตลอดทาง โดยอิฐเหล่านี้ก็มีที่่มาที่น่าสนใจครับ อิฐเหล่านี้เรียกกันว่า "อิฐฉิบหายห้าร้อยก้อน" เพราะมีที่มาว่าระหว่างการสร้างเขาวังหรือพระนครคีรีนั้น ท่านช่วง บุนนาค ผู้ควบคุมการก่อสร้างได้เกณฑ์และสั่งให้ชาวบ้านมาทำก้อนอิฐซึ่งจำเป็นต้องใช้ในการสร้างเขาวังจำนวนมาก โดยสั่งให้ชาวบ้านแต่ละครัวเรือนทำอิฐบ้านละ 500 ก้อน แน่นอนว่าชาวบ้านคงจะต้องบ่นเป็นเรื่องธรรมดา แล้วเรียกชื่ออิฐนี้ว่า อิฐฉิบหายห้าร้อยก้อน เป็นเรื่องที่เล่าขานสืบต่อกันมาครับ

พ่อปู่ฤๅษีนารายณ์

พ่อปู่ฤๅษีนารายณ์ ท้ายสุดของถ้ำเขาหลวง ก่อนจะมาถึงตรงนี้จะพบเห็นทวารบาลเฝ้าประตูถ้ำ ซึ่งในอดีตมีขโมยเข้ามาในถ้ำพยายามขุดหาสมบัติแต่ไม่เจอ มีร่องรอยการขุดถ้ำเห็นเป็นเพียงเศษอิฐเศษหินเท่านั้น ขโมยจึงได้ทำการตัดเศียรทวารบาลไปขาย กรมศิลปากรจึงได้ทำการปั้นขึ้นมาใหม่

 จากนั้นมาไม่นานก็จะถึง พ่อปู่ฤๅษีนารายณ์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในถ้ำเขาหลวง สร้างขึ้นเมื่อ 13 เมษายน พ.ศ.2529 เชื่อกันว่าขอโชคขอลาภจะสัมฤทธิ์ผล เป็นมงคลก่อนเดินทางกลับ

ทางออกถ้ำเขาหลวง

ทางออกถ้ำเขาหลวง เป็นเส้นทางทะลุไปยังปล่องท้ายถ้ำเขาหลวงตรงสุดทางพอดี สร้างเป็นบันไดที่ชันมาก ต่อมาเมื่อฝนตกทำให้บันไดลื่น และความชันมากเกินไปนี้เองทำให้ถูกปิดเส้นทางนี้ไปห้ามเข้าออก เมื่อขึ้นจากถ้ำเขาหลวงตรงทางนี้จะไปทะลุเข้าถ้ำเขาจันซึ่งอยู่ติดกับถ้ำเขาหลวงได้ แต่เมื่อปิดทางไปแล้ว หากนักท่องเที่ยวอยากเข้าชมถ้ำเขาจันก็ต้องออกไปทางปากถ้ำที่เข้ามาทางเดิม ขับรถย้อนไปหน่อยก็จะเห็นบันไดทางเดินเข้าถ้ำเขาจัน แต่เนื่องจากในถ้ำเขาจันนั้นไม่ได้มีปูชนียวัตถุที่น่าสนใจเท่ากับในถ้ำเขาหลวง นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จึงจบการเดินทางเพียงถ้ำเขาหลวงแล้วก็กลับ

ทางเข้าถ้ำเขาหลวง

ทางเข้าถ้ำเขาหลวง จบการเดินทางเยี่ยมชมถ้ำเขาหลวงด้วยภาพตรงทางเข้าจากห้องที่ 1 มายังห้องโถงใหญ่ซึ่งเป็นห้องที่ 2 ที่มีลำแสงส่องลงมาจากเพดานถ้ำ เนื่องจากทางออกด้านหลังถูกปิดไปแล้วก็ต้องเดินย้อนกลับมาออกทางด้านหน้า สรุปใจความสำคัญในถ้ำเขาหลวงแห่งนี้ มีเจดีย์ 6 องค์ พระพุทธรูปปางต่างๆ 170 องค์ มีทั้งสร้างในสมัยรัชกาลที่ ๔ และ สมัยกรุงศรีอยุธยา และขอปิดท้ายข้อความจากป้ายประวัติถ้ำเขาหลวงดังนี้

ประวัติโดยย่อถ้ำวิมานจักรี (ถ้ำหลวง)
 เมื่อปีพุทธศักราช 2402-2404 จักรีวงศ์ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอพระองค์ใหญ่ทั้งสองพระองค์ คือพระองค์เจ้านราวงศ์ เป็นกรมหมื่นมเหศวรศิววิลาศ และพระองค์เจ้าสุประดิษฐ์ เป็นกรมหมื่นวิษณุนารถนิภาธร ได้ทรงเสด็จยังถ้ำแห่งนี้ แล้วทรงรับสั่งให้จางวางข่างสิบหมู่ ทำการปฏิสังขรณ์ พระพุทธรูปปางมารวิชัยซุ้มเรือนแก้วองค์ใหญ่ทั้งสามองค์ (ด้านเหนือสุดถ้ำ) และทรงชี้ชวนพระบรมวงศานุวงศ์ สร้างพระพุทธรูประเบียงรายหน้าตัก 1-1 ศอกคืบ ประมาณ 99 องค์ การสร้างปฏิสังขรณ์พระพุทธรูปส่วนนี้ ในกาลสมัยทรงรับสั่งให้สร้างพระนครคีรีบนเขาวัง เมืองเพชรบุรี ในกาลต่อมาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงรับสั่งให้สร้างพระพุทธรูปองค์เล็กระเบียงรายอีกจำนวน 62 องค์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่ราชวงศ์จักรี แล้วทรงพระราชทานนามถ้ำเขาหลวงแห่งนี้ว่า "วิมานจักรี" ในถ้ำนี้มีพระพุทธปฏิมาองค์ใหญ่ ปางต่างๆ สร้างมาก่อนรัชสมัย ร.๔ - ๕ ทางการพิจารณาว่าสร้างมาราวต้นรัชสมัยแห่งราชวงศ์จักรี หรือสมัยอยุธยาตอนปลาย จงช่วยกันบำรุงรักษา เพื่อชาติ ศาสนา สืบต่อไป



    แผนที่ | พยากรณ์อากาศเพชรบุรี |

อัพโหลดรูปภาพสำหรับสมาชิก

  เพื่อความรวดเร็วและสะดวก ทดลองใช้ ฟอร์มสำหรับโหลดรูปแบบครั้งละหลายๆ รูป ด้วยระบบอัตโนมัติ คลิกที่ Flash Upload ถ้า Browser ของคุณไม่รองรับการอัพโหลดด้วยระบบนี้ จะมีข้อความเตือนเกี่ยวกับ Flash 9.028 คลิกที่แท็บ Classic Upload เพื่อใช้ระบบปกติ

ความคิดเห็นบนเฟสบุค