หน้าหลัก >> จันทบุรี >> น้ำตกกระทิง

น้ำตกกระทิง



มีต้นกำเนิดจากเทือกเขาคิชฌกูฏ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่มี 13 ชั้น ซึ่งล้วนมีความงามต่างๆ กัน เล่นน้ำได้ แต่ละชั้นห่างกันราว 20 เมตร ในระหว่างทางจะผ่านป่าไผ่และพันธุ์ไม้หลากชนิด บางชั้นมีพืชจำพวกมอส เฟิร์น ขึ้นปกคลุมเต็มทั้งสองข้างทาง ลำธารดูเขียวชอุ่ม เมื่อต้นไม้ผลัดใบใบไม้สีเหลืองแกมแดงจะโรยใบปูทางเดินสวยงามยิ่ง ลำธารชั้นล่างของน้ำตกอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยาน 100 เมตร การเข้าชมต้องเสียค่าธรรมเนียม ผู้ใหญ่ 10 บาท เด็ก 5 บาท

    อัตราค่าเข้าอุทยานฯ นักท่องเที่ยว ชาวไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท

    สถานที่พัก อุทยานฯ มีบริการบ้านพักไว้สำหรับนักท่องเที่ยว จำนวน 6 หลัง พักได้ 2-8 คน ราคา 600-1,800 บาท มีเต็นท์ให้เช่าพักแรม พักได้ 3-6 คน ราคา 250-500 บาท และในกรณีที่นักท่องเที่ยวนำเต็นท์มาเองเสียค่าพื้นที่กางเต็นท์ ราคา 30 บาท/คน/คืน

    สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ โทร. 0 3945 2074

    หรือที่ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรุงเทพฯ โทร. 0 2562 0760 วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30-18.00 น., วันเสาร์ เวลา 09.00-15.30 น. หรือ http://www.dnp.go.th


    แผนที่ | พยากรณ์อากาศจันทบุรี | ความคิดเห็นบนเฟสบุค | ที่พัก
ติดต่อสอบถาม:
ประชาสัมพันธ์จังหวัด โทร. 0 3933 0180, 0 3933 0103
http://www.tourismthailand.org/rayong

โฆษณา Advertisement พื้นที่โฆษณา

Gallery รูปภาพ น้ำตกกระทิง

อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ

อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ เห็นชื่อแบบนี้ก็คงรู้จักกันดีนะครับว่าอยู่ที่ไหน เขาคิชฌกูฏ ที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง มีงานนมัสการรอยพระพุทธบาทเป็นประจำประมาณต้นปี กุมภาพันธ์ - มีนาคม ประมาณนี้ ตามปฏิทินจันทรคติ เริ่ม ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 3 นับไปอีก 2 เดือน ไม่ต้องสงสัยเลยว่าประชาชนจะมากันล้นหลามไม่ว่าจะเป็นเวลากลางวันหรือกลางคืน วันธรรมดาหรือวันหยุดก็เยอะเหมือนกันหมด ช่วงเวลาสั้นๆ ในแต่ละปีเป็นโอกาสเดียวเท่านั้นที่จะเปิดให้ประชาชนทั่วไปได้ขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาท เชื่อกันว่าเป็นการพิสูจน์ศรัทธา ตั้งอธิษฐานจิต เดินพิชิตยอดเขา แล้วพอจะรู้ไหมครับว่ายอดเขาคิชฌกูฏก็เป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่อุทยานแห่งชาติและชื่อ อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ เหมือนกัน

 แบบนี้แล้วการเดินทางแทบจะไม่ต้องอธิบายอะไรมาก ใช้เส้นทางสุขุมวิท เดินทางมุ่งหน้ามาที่จันทบุรีก่อนหน้านั้นจะมีสามแยก มีป้ายบอกทางหลายอย่างให้สังเกตุแบบง่ายๆ อย่างเช่นป้ายเขาคิชฌกูฏ วัดเขาสุกิม เป็นต้น เป็นเส้นทางเดียวกัน พอถึงทางแยกเข้ารอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฏก็ขับตรงไปอีกไม่ไกล ก็จะมีทางแยกเข้าค่ายลูกเสือ และอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ

 พอเลี้ยวเข้ามาผ่านแยกค่ายลูกเสือตรงไปอีกก็ถึงด่านตรวจของอุทยานฯ จ่ายค่าธรรมเนียมเข้าชม เข้าไปอีกจะเป็นศูนย์บริการนักท่องเที่ยวลานกางเต็นท์ ซึ่งมีอ่างเก็บน้ำเล็กๆ ล้อมรอบ บรรยากาศดีมากโดยเฉพาะปลายฝนต้นหนาว สถานที่แห่งนี้ก็จะมีไอหมอกยามเช้าขาวไปทั่วบริเวณ หลายคนก็เลือกที่นี่เพื่อการพักผ่อน แต่ช่วงที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามากันมากก็คงจะเป็นช่วงเดียวกับเทศกาลนมัสการรอยพระพุทธบาทในเดือนมีนาคม แน่นอนว่าน้ำตกจะเหลือเพียงสายเล็กๆ แต่ก็นับว่ามีน้ำพอให้ลงเล่น ครั้งหนึ่งผมก็มาที่นี่หลังจากที่ลงจากเขาคิชฌกูฏแล้ว เอารูปมาเขียนบทความสั้นๆ ไม่น่าเชื่อว่าหลังจากนั้นก็มีคนเข้ามาดูมากถึงหลักหมื่นครั้ง นั่นก็เป็นสาเหตุให้ผมกลับมาที่นี่อีกครั้งเพื่อเก็บภาพน้ำตกสวยๆ ในฤดูฝน แต่ถ้าใครเข้ามาดูแล้วจะมาเดือนมีนาคม ก็ขอบอกไว้ก่อนเลยว่าน้ำน้อยกว่าที่เห็นนี้มากครับ

advertize
ฟองสบู่ยามเช้า

ฟองสบู่ยามเช้า เข้าวันหนึ่งหลังจากที่ตื่นออกมาจากเต็นท์ ก่อนที่จะทำอาหารสำหรับมื้อเช้าที่ลานกางเต็นท์ เห็นเด็กคนนี้มานั่งเล่นฟองสบู่อยู่ที่ศาลาริมน้ำ คว้ากล้องออกมารีบถ่าย ตอนนั้นยังไม่สว่างเต็มที่แสงสีก็เลยดูเพี้ยนๆ ถ่ายได้รูปเดียวเด็กคนนี้ก็ไปกินข้าว ยังดีที่ได้มา 1 รูป

บรรยากาศในอุทยาน

บรรยากาศในอุทยาน พื้นที่มากมายของผืนป่าแห่งนี้ นอกเหนือจากน้ำตกอันเป็นต้นน้ำสำคัญของจังหวัด สิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากให้เลือกที่นี่เป็นที่พักผ่อน ก็คืออ่างเก็บน้ำรอบๆ ลานกางเต็นท์ ก่อนที่ผมจะพาขึ้นไปชมน้ำตกกระทิง ขอเอาภาพบรรยากาศรอบๆ มาให้ชมกันก่อน หน้าหนาวอ่างเก็บน้ำมีหมอกลอยขึ้นตอนเช้า สวยงามมาก ส่วนหน้าฝนภูเขาสีเขียวเป็นแนวยาวเบื้องหน้าก็สวยงามไปอีกแบบ จากลานกางเต็นท์เราก็ขับรถตรงเข้าไปในอุทยานฯ อีกหน่อย จะมีลานจอดรถอีกแห่งหนึ่งสำหรับผู้ที่มาเที่ยวน้ำตก เพราะเดินใกล้หน่อย ถ้ามาค้างแรมก็จอดไว้ใกล้ลานกางเต็นท์ หรือถ้าจองบ้านพักก็จอดหน้าบ้านพัก ที่ลานจอดรถด้านในของอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ จะมีร้านค้าสวัสดิการ อาคารทรงหมวกยอดแหลม ก่อนที่จะเดินเที่ยวน้ำตกแนะนำว่าให้กินข้าวกันให้เรียบร้อย แล้วเตรียมน้ำติดตัวไปบ้าง ทางเดินแม้ว่าจะไม่ไกลแต่ก็มีบางช่วงที่ชัน เดี๋ยวพอถึงรูปน้ำตกจะบรรยายการเดินไปทีละชั้นๆ ละกันครับ

 สำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่ได้พักที่บ้านพักของอุทยาน เราจะจอดรถที่ลานจอดรถหน้าร้านสวัสดิการเท่านั้น ขับเข้าไปอีกไม่ได้แล้วครับ

น้ำตกกระทิง

 เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่เราสามารถมองเห็นได้แต่ไกลๆ เลยทีเดียว ส่วนที่เรามองเห็นเป็นน้ำตกกระทิงที่ระดับชั้นที่ 8 - 9 - 10 จากทั้งหมด 13 ชั้น หลังจากเหตุการณ์ดินถล่มเพราะน้ำป่าไหลหลากอย่างรุนแรงประมาณสิบปีก่อน น้ำตกกระทิงชั้นที่สูงกว่าชั้น 9 ถึงชั้น 13 ก็ถูกปิดไปโดยปริยาย แต่ถ้าอยากจะขึ้นไปให้สุดๆ จริงๆ สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่นำทางให้ได้ แต่ต้องเป็นคนที่เดินป่าเก่งหน่อยนะครับ เพราะทางมันชันและลำบากมาก จึงไม่มีคนขึ้นไปมานานมากแล้ว สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไปที่มาเที่ยวแบบสนุกๆ การได้เดินขึ้นไปถึงชั้น 9 ก็นับว่าเพียงพอแล้วละครับ นอกจากนั้นชั้นที่ 8 ก็เป็นชั้นที่สวยที่สุดด้วย ฉะนั้นผมจะพาขึ้นไปถึงชั้น 9 ก็พอนะครับ แล้วมาดูกันว่าสวยแค่ไหน

ดอกหมวกจีนและดอกโสกเขา

ดอกหมวกจีนและดอกโสกเขา ก็ก่อนที่จะเดินขึ้นไปที่น้ำตกเห็นต้นไม้ในบริเวณอุทยานฯ ดูสวยดีก็เลยเก็บภาพมา อย่างภาพบนซ้ายชื่อว่าดอกหมวกจีน ส่วนขวาบนคือดอกโสกเขา ลักษณะคล้ายๆ ดอกเข็ม และแน่นอนว่าสิ่งหนึ่งที่ไม่อาจจะลืมก็คือการถ่ายรูปป้ายชื่ออุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ แล้วก็เดินชมนกชมไม้ที่น้ำตกกระทิง เราจะเริ่มต้นที่ชั้น 1 ก่อน จากป้ายชื่ออุทยานฯ ถ้าตรงไปเรื่อยๆ จะไปถึงน้ำตกกระทิงชั้น 3 ดังนั้นถ้าอยากเห็นชั้น 1 เราก็เดินลงตรงหลังบ้านพักของอุทยานฯ

น้ำตกกระทิง

 ชั้นแรกของน้ำตกกระทิง จะว่าไม่สวยก็คงไม่ใช่ มีแอ่งกว้างพอประมาณ น่าแปลกใจที่ไม่มีคนลงเล่น ผมว่าชั้นแรกสวยกว่าชั้นที่ 2 แต่คงเป็นเพราะว่าน้ำตกกระทิง 3 ชั้นแรก คือ 1-2-3 อยู่ใกล้กันมาก เวลาคนจะลงเล่นน้ำก็คงไม่อยากลงชั้น 1 ชั้นนี้เป็นชั้นสุดท้ายปลายทางธารของน้ำตก ถัดลงไปทางท้ายน้ำจะเป็นลำธารยาวๆ ไปถึงอ่างเก็บน้ำ โดยมีหาดกระทิง อันกว้างขวางอยู่ริมธาร

หาดกระทิง

หาดกระทิง พื้นที่ที่ประกอบไปด้วยทรายซึ่งส่วนหนึ่งคือตะกอนที่มากับน้ำตก เราจะเห็นทรายแบบนี้อยู่ตามน้ำตกชั้นต่างๆ อีกหลายชั้น ทรายนี้ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย อย่างข้อเสียก็คือเวลาคนลงไปเล่นน้ำน้ำจะขุ่นเพราะทราย แต่ก็ไม่ทำให้คนเลิกไปเล่นน้ำที่น้ำตกกระทิง เอาละไปชั้นต่อไปกันเถอะ

น้ำตกกระทิง

 นี่เป็นบรรยากาศของป่าเชิงเขาคิชฌกูฏ ระหว่างน้ำตกกระทิงชั้นที่ 1 กับ ชั้นที่ 2 ที่ห่างกันไม่กี่สิบเมตร รู้สึกร่มรื่นเย็นสบายตลอดการเดินป่า เที่ยวน้ำตกกระทิงเดินเลียบธารตลอดเวลาครับ ตั้งแต่ชั้น 1 ถึง 3 มีชั้นเล็กๆ น้อยๆ มากมายตามธรรมชาติของโขดหิน

น้ำตกกระทิง

 ชั้นที่ 2 แล้วครับ ชั้นนี้มีลักษณะค่อนข้างแปลกตา คือน้ำไหลลงมาตามหินที่ลาดลง ปริมาณน้ำปลายฤดูฝนแม้ว่าจะน้อยกว่าช่วงฝนตกหนักเมื่อหลานสัปดาห์ก่อน แต่ก็ยังคงพอเหลือความเชี่ยว ไหลลงมาอย่างรุนแรงอย่างที่เห็น ท้ายของสายน้ำนี้มีแอ่งน้ำลงเล่นน้ำได้ สายน้ำที่เราเห็นในรูปนี้น่าจะยาวประมาณ 10 กว่าเมตรเลยทีเดียว

น้ำตกกระทิง

 นี่เป็นบริเวณชั้นที่ 3 ของน้ำตก ห่างจากชั้นที่ 2 นิดเดียวเลย 3 ชั้นแรกเรียกว่าเดินกันแบบขิวชิว น้ำตกกระทิงชั้น 3 เป็นบริเวณที่มีแอ่งลงเล่นน้ำได้หลายจุด มีความลึกต่างกัน เลยเห็นคนลงเล่นน้ำตามความลึก มีทั้งสำหรับเด็กเล็ก เด็กโต แล้วก็ผู้ใหญ่ ขึ้นอยู่กับว่าจะเลือกลงแอ่งไหน ยังกะสระว่ายน้ำของรีสอร์ทเลยทีเดียว แอ่งที่เห็นอยู่นี้เป็นแอ่งน้ำตื้นสำหรับเด็กเล็กๆ ลงเล่นอย่างสนุกสนาน แต่ต้องมีผู้ใหญ่คอยดูแล เพราะน้ำตื้นก็จริงแต่เชี่ยวไม่เบาเลยทีเดียวครับ


น้ำตกกระทิง

 ชั้นที่ 3 อีกจุดหนึ่งที่บอกว่ามีแอ่งสำหรับหลายวัยไงครับ ตรงนี้เหมาะกับผู้ใหญ่ครับ เด็กๆ ที่โตหน่อยและว่ายน้ำได้ก็มาลงเล่นตรงนี้ได้เหมือนกัน โดยผู้ใหญ่ก็ควรจะลงเล่นกับเด็กตลอดเวลาเพื่อกันพลาด

สะพานแขวนที่ชั้น

สะพานแขวนที่ชั้น 3 เพราะน้ำตกกระทิงชั้น 3 มันมีมุมถ่ายรูปได้หลายมุม มีแอ่งลงเล่นน้ำได้หลายแอ่ง มีสะพานแขวนที่กลมกลืนไปกับธรรมชาติ ผมก็เลยเน้นน้ำตกชั้นนี้ให้มีหลายภาพหลายมุม นอกจากนั้นชั้น 3 ยังเป็นชั้นยอดนิยม อย่างมากสำหรับคนมาเที่ยวเพราะเดินถึงได้ง่ายที่สุด เรียกว่าถนนตัดมาถึงจะดีกว่าครับ แอ่งน้ำที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัย สะพานไม้ที่เข้ากับบรรยากาศ เรียกร้องให้คนชอบถ่ายรูปมาเก็บภาพบนสะพาน ความร่มรื่นของป่าไม้อันอุดมสมบูรณ์ สถานที่นั่งพักผ่อนสำหรับการปิคนิค ภาษาอีสานเรียกว่ากินข้าวป่า อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้คนมาเที่ยวชั้น 3 มาก ก็เพราะเป็นชั้นสุดท้ายที่เจ้าหน้าที่อนุญาตให้นำอาหารเข้ามากินกันได้ เหนือจากชั้นที่ 3 ขึ้นไปห้ามนำอาหารเครื่องดื่มไปด้วย สุดท้ายก็อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้คนมาเที่ยวชั้น 3 ก็คือ นับจากจุดนี้เป็นต้นไป เส้นทางการเดินเที่ยวน้ำตกกระทิงจะชันและเป็นทางเดินป่าที่เหมาะสำหรับคนที่ร่างกายแข็งแรง หลายคนมาเที่ยวพักผ่อนก็ไม่อยากจะเหนื่อยไปกับการเดิน ก็จะหยุดกันอยู่ที่น้ำตกชั้นที่ 3 ใกล้ๆ กันมีซุ้มขายขนมกับเครื่องดื่มของอุทยานฯ ผมก็เลยจัดการดื่มเครื่องดื่มเกลือแร่เข้าไปก่อนเพราะห้ามนำขึ้นไป จากนี้ไปคงต้องเสียเหงื่อกันบ้างถึงจะได้ภาพสวยๆ แบบที่ต้องการครบทั้ง 9 ชั้น

ไหว้ศาลเจ้าป่าเจ้าเขา

ไหว้ศาลเจ้าป่าเจ้าเขา น้ำตกเกือบทุกแห่งในประเทศไทยมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองอยู่ ก่อนที่ผมจะเริ่มเดินเข้าป่าก็จะไหว้ศาลเจ้าพ่ออันเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองสถานที่นั้นๆ อยู่เสมอทุกครั้ง

ทางเดินในน้ำตกกระทิง

ทางเดินในน้ำตกกระทิง หลังจากที่เก็บภาพน้ำตกชั้นที่ 3 ไปแล้ว กินขนมเล็กๆ น้อยๆ อย่าปล่อยให้ท้องว่าง ดื่มน้ำให้เพียงพอแต่อย่ามากเกินไป ไม่งั้นอาจจะจุกท้องได้ในระหว่างการเดินเที่ยวน้ำตกขึ้นไปบนเขา สภาพธรรมชาติให้ความเย็นสบายกับเรา การเดินของวันนี้จบลงด้วยความราบรื่นเรียบร้อย หลายๆ ช่วงของการเดินเส้นทางศึกษาธรรมขาติน้ำตกกระทิงจะชันและต้องป่ายปีนบ้างเล็กน้อย สลับกับทางเดินเรียบๆ แบบสบายๆ ทางอุทยานทำทางเดินไว้ให้ ตั้งแต่ชั้นแรกถึงชั้น 9 เรียกว่าเป็นน้ำตกที่เดินไม่เหนื่อยมากแห่งหนึ่ง ถ้าเทียบกับน้ำตกที่มี 9 ชั้นเหมือนกันในที่อื่นๆ แต่ละชั้นห่างกันเป็นหลักสิบเมตร ราวๆ 50-60 เมตรเท่านั้นเอง เรียกว่าถึงแบบไม่ทันตั้งตัวเลยทีเดียว

น้ำตกกระทิง

 ชั้นที่ 4 ครับ เป็นชั้นที่มีน้ำตกอยู่กลางแจ้งส่วนแอ่งน้ำถูกปกคลุมด้วยต้นไม้ใหญ่ แม้จะมีแอ่งน้ำกว้างพอที่จะลงเล่นน้ำได้ แต่ชั้นที่ 4 นี้ ก็ไม่นิยมกันเท่าไหร่ เพราะบรรยากาศมันครึ้มไปหน่อย ข้างๆ น้ำตกมีหินขนาดใหญ่ 2 ก้อนขนาบซ้ายขวา การถ่ายรูปน้ำตกกระทิงชั้นนี้จึงไม่ง่ายเลยครับ

ศาลาพักชั้นที่

ศาลาพักชั้นที่ 5 จากชั้น 4 มาไม่นานก็มองเห็นศาลาหลังนี้อยู่ลิบๆ เป็นทางเดินลงไปน้ำตกกระทิงชั้น 5 เรียกกว่าเป็นจุดพักกลางทางก็ว่าได้ เพราะ 9 ชั้น ย่อมเป็นชั้น 5 ที่อยู่กลางพอดี ศาลาหลังนี้ต้อนรับนักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาลทีเดียวละครับ เพราะจากชั้น 4 มาที่นี่ทางมันชันพอสมควร ใครมาถึงศาลาก็อยากจะพักสักหน่อยก่อนที่จะไปต่อ ข้างๆ ศาลามีทางเดินลงน้ำตก ลาดลงไปนิดหน่อย

น้ำตกกระทิง

 นี่คือชั้นที่ 5 น้ำตกจากผาหินสูงและกว้างพอสมควร แอ่งน้ำเล็กไปหน่อยทำให้ไม่ค่อยจะมีคนมาลงเล่นน้ำ ถ่ายรูปน้ำตกแบบฟุ้งๆ อะลองสวยๆ มาเยอะแล้ว ชั้น 5 อยู่กลางแจ้งขอถ่ายแบบธรรมดาๆ ดูบ้างสักรูป หลังจากนั้นก็ออกไปนั่งพักที่ศาลาอีกครั้ง ก่อนที่จะเดินขึ้นชั้น 6 เส้นทางน้ำตกกระทิงระหว่างชั้น 5 กับ 6 ก็ชันกว่าชั้นที่ผ่านๆ มาครับ

ทางขึ้นชั้น

ทางขึ้นชั้น 6 หลังจากเดินออกมาจากศาลาที่พักน้ำตกชั้น 5 ทางที่ชันขึ้นก็ทำให้เราเหนื่อยขึ้น ระหว่างทางเห็นนักท่องเที่ยวหลายคนเดินสวนทางลงไป หลายคนก็บอกว่าได้มาถึงชั้น 5 ก็ดีใจแล้ว เดินต่อไม่ไหวแล้ว อันนี้ก็แล้วแต่บุคคล ร่างกายคนเราไม่เหมือนกันครับ เดินบ่อยๆ จะทำให้ร่างกายปรับสภาพได้ และเหนื่อยน้อยลง แต่ถ้านานๆ จะได้ออกทริปสไตล์นี้สักที รับรองได้ว่าเหนื่อยแน่ๆ ตอนนี้เรามองเห็นป้ายน้ำตกชั้นที่ 6 บนเนินที่กำลังเดิน บอกได้เลยว่าความรู้สึกที่เราได้เห็นป้ายแบบนี้มันดีใจสุดๆ เลยละครับ เพราะมันหมายความว่าเราจะได้หยุดพักก่อนที่จะเดินกันต่อไป ลืมบอกไปอย่างหนึ่งว่า เจ้าหน้าที่อนุโลมให้เอาน้ำดื่มขวดใสขึ้นมาได้ด้วยครับ อาหารและเครื่องดื่มอื่นๆ ห้ามหมด ถ้าใครเดินป่าเก่งๆ บ่อยๆ การเดินน้ำตกกระทิง 9 ชั้นอาจจะไม่ต้องพึ่งน้ำเลยก็ได้ เพราะแม้ว่าจะมีบางช่วงที่มันชันแต่มันก็ใกล้กันนิดเดียวจริงๆ ครับ บางชั้นเราจะมองเห็นน้ำตกซ้อนกันจากชั้นที่อยู่สูงกว่าด้วย เพราะมันอยู่ติดกันนั่นเอง

น้ำตกกระทิง

 นี่แหละครับชั้นที่ 6 น้ำไหลลงมาจากผาหินสูงทีเดียวและกว้างด้วย ด้านล่างมีแอ่งน้ำใสเย็นเจี๊ยบสีเขียวมรกตแบบนี้ก็ลงเล่นกันอย่างสนุกสนาน ผมถ่ายรูปน้ำตกเปล่าๆ ไม่ติดคนมาด้วยแต่มันดูโล่งไปหน่อย เอารูปที่มีคนเล่นน้ำมาด้วยจะได้เห็นความยิ่งใหญ่ของขนาดน้ำตกกระทิง ในแอ่งน้ำจะมีเชือกขึงไว้ด้วยครับสำหรับเวลาที่ต้านแรงน้ำไม่ไหว น้ำตกชั้นที่ 6 ยังเป็นจุดที่เจ้าหน้าที่ต่อท่อเอาน้ำลงไปใช้ในอุทยานด้วย

น้ำตกกระทิง

 ชั้น 7 นี้เป็นชั้นที่มีลักษณะผสมกันระหว่างน้ำตกจากผาหิน และธารสายน้ำที่ไหลลงไปเบื้องล่างบนลานหินขนาดใหญ่ จุดที่ผมเก็บภาพนี้เป็นจุดที่อยู่ตรงกลาง มองไปข้างหน้าจะเห็นน้ำตกขนาดใหญ่และแอ่งน้ำเขียวใสน่าลงเล่น ส่วนด้านหลังของผมจะเป็นสายน้ำที่ไหลลงไปตามแผ่นหินไปจนถึงน้ำตกชั้น 6 คล้ายเครื่องเล่นในสวนสนุก แต่อย่าไปเล่นทีเดียวเชียว เดี๋ยวจะร่วงลงไปจะไม่คุ้ม ตั้งแต่ชั้น 5 ขึ้นมา บริเวณน้ำตกจะมีช่องว่างของต้นไม้ ทำให้เรามองเห็นวิวเบื้องล่างทะลุช่องว่าง

น้ำตกกระทิง

 ชั้น 7 แบบซูมๆ อีกสักภาพ

วิวสวยจากน้ำตกกระทิงชั้น

วิวสวยจากน้ำตกกระทิงชั้น 8 หลังจากที่นั่งพักอยู่ที่ชั้น 7 อยู่พักใหญ่ หามุมถ่ายรูปหลายๆ มุม เพราะรู้สึกว่าชั้น 7 เป็นน้ำตกที่สวย จากนั้นเดินขึ้นบันไดไม้ที่เจ้าหน้าที่ทำไว้ให้ เดินขึ้นมาที่ชั้น 8 ไม่นึกเลยว่าจะสวยงามขนาดนี้ กลายเป็นว่าน้ำตกกระทิงชั้น 8 เป็นชั้นที่ผมใช้เวลาเก็บภาพอยู่นานที่สุด สายน้ำที่ไหลผ่านผาหินกว้างใหญ่นี้เองคือสิ่งที่เรามองเห็นจากเชิงเขาตั้งแต่ที่เรายังไม่เริ่มเดินทางชึ้นมา ที่จริงแล้ว น้ำตกชั้นที่ 8 ไม่ได้ใหญ่โตอย่างที่เราเห็นในรูปนี้หรอกครับ สิ่งที่เราเห็นส่วนบนเป็นน้ำตกชั้น 9 ต่างหาก เรียกว่าเป็นมุมที่เห็นน้ำตก 2 ชั้นซ้อนกันได้พอดิบพอดีเหมือนเป็นน้ำตกชั้นเดียวกันเลย น้ำตกชั้น 8 เป็นชั้นที่เราอยากจะบอกให้มาให้ถึงให้ได้ เพราะสวยกว่าทุกชั้นที่ผ่านมา และสวยกว่าชั้น 9 อย่างแน่นอน ภาพมุมนี้จึงเป็นปกของหนังสือข้อมูลท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ

น้ำตกกระทิงชั้น

น้ำตกกระทิงชั้น 8 ภาพแรกถ่ายแบบให้มีคนเล่นน้ำอยู่ในภาพเพราะอยากให้เห็นขนาดของน้ำตกได้ชัดเจนขึ้น จากนั้นก็ปรับเป็นโหมดสำหรับถ่ายรูปน้ำตกให้ฟุ้งสวย ถือว่าจะได้ครบทั้ง 2 อารมณ์ของน้ำตก บรรจงเก็บภาพมากมายหลายมุมเพราะชอบมากที่ได้มาเห็นของสวยๆ งามๆ แบบนี้อย่างที่ตั้งใจเอาไว้ ใครมาเที่ยวช่วงงานขึ้นเขาคิชฌกูฏละก็ ไม่ต้องเดินมาถึงชั้น 8 ก็ได้ครับ แถวๆ ชั้น 5 ก็พอเพราะน้ำน้อยกว่าที่เห็นนี้มากทีเดียว มีโอกาสมาเที่ยวหน้าฝนปลายๆ แบบนี้จะดีกว่าปลอดภัยด้วย

เดินกันต่อเพื่อชั้นที่

เดินกันต่อเพื่อชั้นที่ 9 ทางเข้าน้ำตกชั้นที่ 8 ให้ดูภาพบนซ้ายประกอบนะครับ จะเห็นว่ามองแทบไม่ออกเลยว่ามีน้ำตกอยู่ตรงนี้ เพราะต้นไม้จำนวนมากล้มลงมาเกือบปิดทางเข้าจนมิด เหลือเป็นโพรงเล็กๆ ให้เดินลอดโพรงเข้าไป ส่วนที่ว่าทำไมผมรู้ว่าตรงนี้เป็นน้ำตักชั้นที่ 8 เพราะว่า บังเอิญไปเห็นป้ายเขียนว่าน้ำตกชั้นที่ 8 ล้มอยู่ใต้ต้นไม้ที่มันล้มลงมานี่แหละ ไม่งั้นคงเดินเลยไปแล้วเป็นแน่ ส่วนภาพบนขวาเป็นป้ายน้ำตกชั้น 9 ภาพล่างซ้าย ทางเดินขึ้นชั้น 9 ค่อนข้างชันแล้วก็รกหน่อยนะครับ ทางเดินขึ้นชั้น 9 อยู่ใกล้ๆ กับโพรงที่เราลอดไปน้ำตกชั้น 8 นั่นแหละครับ อย่าไปเดินหาทางใหม่นะครับ เพราะใกล้ๆ กันมันก็มีลักษณะคล้ายๆ กับทางเดินขึ้นเขาไปชั้น 9 อยู่เหมือนกัน ถ้าไปทางนั้นจะอ้อมและชันกว่ามากทีเดียว

น้ำตกกระทิง

 ปิดท้ายการนำเที่ยวน้ำตกกระทิงชั้น 9 ครับ ชั้นนี้เป็นสายน้ำตกจากผาสูงมากๆ ละอองน้ำที่ปลิวไปทั่วทำให้การถ่ายรูปนี้ยากมาก หาจังหวะลมสงบละอองน้ำเปลี่ยนเส้นทางก็จะถ่ายได้ 1 ครั้ง แล้วก็มาเปิดรูปเช็คข้อผิดพลาด เช็ดหน้าเลนส์ให้สะอาดแล้วก็ถ่ายใหม่แบบเร็วๆ กว่าจะได้รูปนี้ลองอยู่หลายครั้งทีเดียว ด้านล่างของน้ำตกกระทิงชั้น 9 มีแอ่งน้ำเล็กๆ แต่ความสูงและความแรงของกระแสน้ำตก ก็เลยไม่มีใครลงไปเล่นน้ำที่ชั้นนี้ จากชั้นที่ 9 ยังมีทางเดินขึ้นไปได้อีก ก็น่าจะเป็นชั้น 10 เพียงแต่ว่าเจ้าหน้าที่จะบอกว่าน้ำตกกระทิงมี 9 ชั้นเสมอ นักท่องเที่ยวเองก็คงเดินถึงแค่นี้แล้วก็เดินลง เห็นบอกว่าดินถล่มทำให้เส้นทางถัดขึ้นไปมันเดินลำบากมาก ฉะนั้นเราก็ต้องทำตามเจ้าหน้าที่ ถ่ายรูปน้ำตกกระทิงครบ 9 ชั้น แล้วก็เดินกลับลงเขาโดยสวัสดิภาพ

 สุดท้ายก็ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาชมน้ำตกกระทิงตั้งแต่สมัยที่มีรูปน้ำน้อยๆ ไม่มีความสวยงามเท่ากับวันนี้ และความคิดเห็นชมว่ารูปสวยด้วย ขอบคุณมากครับ เดี๋ยวถ้ามีอะไรอัพเดตเราก็จะมาเล่าสู่กันใหม่เหมือนการที่เราไปถ่ายรูปใหม่ให้สวยกว่าเดิมนั่นเอง ^-^



    แผนที่ | พยากรณ์อากาศจันทบุรี |

อัพโหลดรูปภาพสำหรับสมาชิก

  เพื่อความรวดเร็วและสะดวก ทดลองใช้ ฟอร์มสำหรับโหลดรูปแบบครั้งละหลายๆ รูป ด้วยระบบอัตโนมัติ คลิกที่ Flash Upload ถ้า Browser ของคุณไม่รองรับการอัพโหลดด้วยระบบนี้ จะมีข้อความเตือนเกี่ยวกับ Flash 9.028 คลิกที่แท็บ Classic Upload เพื่อใช้ระบบปกติ

ความคิดเห็นบนเฟสบุค