หน้าหลัก >> กาญจนบุรี >> วัดถ้ำเสือ

วัดถ้ำเสือ



ตั้งอยู่ที่ตำบลม่วงชุม อยู่ห่างจากเขื่อนแม่กลอง ประมาณ 5 กิโลเมตร ทางเข้าวัดต้องผ่านเขื่อนแม่กลอง จะมีป้ายบอกเลี้ยวขวาไปประมาณ 2 กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวซ้ายไปประมาณ 200 เมตร วัดนี้มีพระพุทธรูปปางประทานพรขนาดใหญ่อยู่บนยอดเขามีพุทธลักษณะที่สวยงามมาก และยังมีอุโบสถอัฏฐมุขเป็นลักษณะทรงไทยมีลวดลายสวยงามวิจิตรตระการตา ข้างๆ มีเจดีย์เกษแก้วมหาปราสาทซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเดินหรือใช้ลิฟต์ขึ้นไปชมจะมองเห็นวิวทะเลสาบและเขื่อนแม่กลอง


    แผนที่ | พยากรณ์อากาศกาญจนบุรี | ความคิดเห็นบนเฟสบุค | ที่พัก
ติดต่อสอบถาม:
ประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี โทร. 0 3451 2410, 0 3451 4756
http://www.tourismthailand.org/kanchanaburi

โฆษณา Advertisement พื้นที่โฆษณา

Gallery รูปภาพ วัดถ้ำเสือ

วัดถ้ำเสือ

วัดถ้ำเสือ  สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่อยู่ไม่ห่างจากตัวเมืองกาญจน์มากนัก ถึงก่อนตัวเมืองกาญจน์ ห่างจากเขื่อนแม่กลอง 5 กิโลเมตร เมื่อเข้ามาถึงลานจอดรถหน้าศาลาหลังใหญ่จะมองเห็นจุดเด่นของวัดถ้ำเสือในมุมมองที่เป็นที่นิยมกันมากคือพระพุทธรูปลักษณะคล้ายพระพุทธชินราชองค์ใหญ่ประดิษฐานอยู่ในซุ้ม ใกล้ๆ กับเจดีย์เกษแก้วมหาปราสาท กับอุโบสถอัฏฐมุข (แปดเหลี่ยม) ส่วนศาลาเล็กๆ ที่เห็นอยู่ที่เชิงเขาเป็นที่ตั้งรูปเหมือนพระบูรพาจารย์ มีสมเด็จพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) หลวงปู่ทวด ด้วย ในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใสวิวจะสวยกว่านี้เยอะ แต่เมื่อเราโชคไม่ค่อยดี มาหลายครั้งก็ยังมืดครึ้มก็ต้องรอโอกาสหน้าไปซ่อมกันใหม่ ด้านหน้าวัดนี้หันไปทางตะวันออก ถ้าอยากได้วิวสวยแสงสวยๆ คงต้องมาในช่วงเช้าครับ

advertize
สัตว์หิมพานต์วัดถ้ำเสือ

สัตว์หิมพานต์วัดถ้ำเสือ ตรงบันไดนาคที่เป็นทางเดินขึ้นบนเขาจะมีสัตว์หิมพานต์อยู่หลายตัว มีสีสันสวยงาม เป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวก่อนที่จะเดินขึ้นบันไดไป หรือหากขึ้นบันไดไม่ไหว ก็มีรถรางบริการของทางวัดขนานกับบันไดขึ้นไป

วัดถ้ำเสือ

  หลังจากจอดรถแล้วก่อนที่จะเริ่มเดินทางขึ้นบันไดไปบนเขาก็ต้องสักการะพระในศาลาบูรพาจารย์ เพื่อความเป็นสิริมงคล จากนั้นจะเดินขึ้นบันไดหรือจะใช้บริการรถรางก็ตามแต่สะดวก หลายคนเลือกขึ้นรถรางแล้วเวลาลงค่อยเดินลง ทำบุญค่าไฟ คนละ 10 บาทครับ

บันไดวัดถ้ำเสือ

บันไดวัดถ้ำเสือ ปลายทางรถราง สุดทางเดินบันไดนาคมีสถานีรถรางที่มาสุดตรงนี้เหมือนกันรอบๆ จะมีระเบียงทางเดินให้ถ่ายรูปวิวกันได้ด้วย ทีนี้เราก็เลือกได้ละว่าจะไปทางไหนก่อน เบื้องหน้ามีมณฑป ด้านขวาเป็นองค์พระประธาน ส่วนด้านซ้ายของบันไดคือเจดีย์ยอดแหลมๆ สูงๆ ที่เราเห็นตอนอยู่ข้างล่าง มีทางเดินขึ้นไปด้านบนได้ เจดีย์จะปิดประตูที่ชั้น 3 เวลา 16.30 น. ถ้ามาถึงช่วงบ่ายแนะนำให้ขึ้นเจดีย์ก่อนเพื่อสักการะพระบรมสารีริกธาตุ เพราะส่วนอื่นๆ ของวัดเปิดจนถึงเย็น

วัดถ้ำเสือ

  สิ่งแรกๆ ที่เราเห็นและอยากจะมุ่งตรงไปก็คือพระชินประทานพร พระพุทธรูปปางประทานพรที่มีซุ้มคล้ายพระพุทธชินราช ซึ่งเป็นที่มาของพระนามพระชินประทานพร แต่ก่อนหน้านั้นมีวิหารซึ่งเป็นเสนาสนะที่สวยงามตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า หลวงพ่อชินประทานพร พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นจุดเด่นของวัดถ้ำเสือ คงไม่มีคนที่มาวัดถ้ำเสือแล้วไม่มาไหว้และถ่ายรูปพระพุทธรูปองค์นี้ นอกจากไม่มีกล้องหรือแบตเตอรี่หมด

เจดีย์เกษแก้วมหาปราสาท

เจดีย์เกษแก้วมหาปราสาท  สิ่งถัดมาอยู่ไม่ไกลจากหลวงพ่อชินประทานพร เป็นจุดเด่นอย่างที่สองของวัดถ้ำเสือแห่งนี้ ลักษณะที่สวยงามแปลกตาและขนาดใหญ่สร้างอยู่บนยอดเขามองเห็นได้แต่ไกล อยู่เยื้องไปเบื้องหน้าขององค์หลวงพ่อชินประทานพร แต่ด้วยขนาดที่ใหญ่กว่าจะหามุมเก็บภาพให้เห็นเต็มถึงส่วนยอดได้ก็ต้องเดินมาไกลหน่อย เจดีย์นี้รายล้อมด้วยอาคารต่างๆ อีกมากมายล้วนแล้วแต่สร้างอย่างงดงามกลมกลืนกันด้วยสีที่เลือกใช้

  พระเจดีย์เกศแก้วมหาปราสาท วัดถ้ำเสือ มี 9 ชั้น ความสูง 59 เมตร ภายในโปร่ง มีบันไดเวียนสำหรับขึ้นไปนมัสการพระบรมสารีริกธาตุ ที่ประดิษฐานอยู่ที่ชั้นบนสุดของพระเจดีย์ ซึ่งสมเด็จพระสังฆราชองค์ปัจุจบัน เสด็จมาบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ได้อัญเชิญมาจากประเทศอินเดีย ไว้ในปราสาทจุฬามณีบรมสารีริกธาตุ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2533

วิวสวยวัดถ้ำเสือ

วิวสวยวัดถ้ำเสือ  ต่อจากนี้ไปก็เป็นการเดินสำรวจบริเวณรอบๆ ของวัดถ้ำเสือ เดินจากลานกว้างหน้าองค์หลวงพ่อชินประทานพรมาอีกหน่อยก็จะมีอาคารต่างๆ อีกอย่างเช่นที่เห็นอยู่นี้ก็มีความสวยงามโดดเด่น อยู่ริมระเบียงซึ่งมองเห็นวิวสวยๆ เบื้องล่างได้

อุโบสถวัด

อุโบสถวัด เป็นทรงจตุรมุข มีซุ้มเสมารอบ 8 ทิศ ลักษณะและขนาดอาจจะทำให้มองไม่เหมือนอุโบสถเหมือนอย่างวัดอื่นๆ สร้างอยู่ด้านข้างของพระประธานองค์ใหญ่ มีความสวยงามมาก ด้านหลังเดินไปชมวิวทุ่งนาและธรรมชาติล้อมด้วยเทือกเขาสวยมาก

อุโบสถ

อุโบสถ ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปประธาน และที่ผนังประดิษฐานพระพุทธรูปทุกด้าน ส่วนผนังด้านบนมีลวดลายปูนปั้นพระพุทธประวัติสวยงามทุกด้านเช่นกัน

วัดถ้ำเสือ

  เมื่อระยะที่มีอยู่มีจำกัดลองเอาเลนส์มุมกว้างออกมาใช้เพื่อเก็บภาพบริเวณหลวงพ่อชินประทานพรและเจดีย์เกษแก้วมหาปราสาท ได้ภาพแปลกตาดีครับ


ภายในเจดีย์เกษแก้วมหาปราสาท

ภายในเจดีย์เกษแก้วมหาปราสาท  หลังจากเดินชมรอบๆ บริเวณพระประธานแล้ว ตอนนี้เราคงต้องเร่งขึ้นไปบนเจดีย์ก่อนที่จะถึงเวลา 16.30 น. เจดีย์จะปิดแล้วจะขึ้นได้แค่ชั้น 2 เท่านั้น ภายในชั้นแรกของเจดีย์มีช่องประตูทะลุถึงกันเป็นลักษณะบัวตูม ใครเข้ามาเป็นอันต้องได้ภาพมุมนี้

วัดถ้ำเขาน้อย

วัดถ้ำเขาน้อย  ด้านหลังของเจดีย์วัดถ้ำเสือจะมองเห็นเจดีย์ทรงจีนของวัดถ้ำเข้าน้อยที่อยู่ติดกัน มีความสูงมากแต่ไม่สูงเท่าวัดถ้ำเสือ หลายคนสงสัยว่าบนเขามีทางเดินทะลุถึงกันได้หรือเปล่า เราเลยเดินไปพิสูจน์ว่ามีกำแพงกั้นระหว่างวัดทั้งสองเดินทะลุถึงกันไม่ได้

พระบรมสารีริกธาตุวัดถ้ำเสือ

พระบรมสารีริกธาตุวัดถ้ำเสือ  อยู่ชั้นบนสุดของเจดีย์เกษแก้วมหาปราสาท ก็คือชั้น 9 ระหว่างขึ้นก็เดินๆๆๆ อย่างเดียว ตั้งแต่ชั้น 3 เป็นต้นไปจะมีพระพุทธรูปสำริดประดิษฐานอยู่ที่ช่องหน้าต่างหลายองค์ด้วยกัน น่าจะเป็นเหตุผลให้ทางวัดต้องปิดประตูให้ขึ้นได้ถึงแค่ 4 โมงครึ่ง

วิวสวยแห่งวัดถ้ำเสือ

วิวสวยแห่งวัดถ้ำเสือ  ระยะหลังๆ ก็จะมีภาพมุมนี้ปรากฏออกมาให้เห็นกันเรื่อยๆ เป็นภาพที่ต้องไปถ่ายบนเจดีย์สูงๆ ชั้นที่ 8 จะมีช่องหน้าต่างเปิดให้เห็นวิวนี้ ถ่ายรูปได้สะดวกกว่าชั้นอื่นๆ เพราะพระพุทธรูปประดิษฐานระหว่างช่องหน้าต่าง ส่วนชั้นอื่นพระจะบังช่องหน้าต่างพอดี ถ้าไม่มาถ่ายรูปในช่วงเช้าภาพนี้ต้องเก็บใกล้ๆ 4 โมงเลยไม่งั้นจะเป็นภาพย้อนแสงได้

วิหารวัดถ้ำเขาน้อย

วิหารวัดถ้ำเขาน้อย  หน้าต่างอีกด้านหนึ่งของเจดีย์วัดถ้ำเสือ มองเห็นวิหารจีนของวัดถ้ำเขาน้อย สูงเกือบเท่ากัน ถ้ามีเวลาลองไปขึ้นวิหารหลังนี้แล้วถ่ายรูปมาวัดถ้ำเสือก็จะได้มุมสวยอีกแบบครับ

ภาพวิวสวยจากเขาวัดถ้ำเสือ

ภาพวิวสวยจากเขาวัดถ้ำเสือ 


    แผนที่ | พยากรณ์อากาศกาญจนบุรี |




ความคิดเห็นบนเฟสบุค